Whisper Softly ให้รักโยงใจไว้ด้วยกัน -ทำมือ REUP

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 อาการวูบวาบ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,090
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 176 ครั้ง
    13 พ.ย. 61

“ฉันจะดรอปวิชานี้!” คนที่เพิ่งขายหน้าพอมองอนาคตตลอดทั้งเทอมออกว่าจะเป็นอย่างไร

“แกดรอปแล้วฉันจะเรียนกับใคร” อรพรรณท้วง เพราะหล่อนสนิทกับพัฒน์ธิดามากที่สุด ไม่มีวิชาไหนเลยที่ทั้งคู่ไม่ลงเรียนด้วยกัน

“ก็...ยายออนซ์กับวุ้นเส้นไง!” เพราะเกริกเกียรติถูกเรียกพร้อมกับเธอ เลยแน่ใจว่าเพื่อนสาวคงไม่อยากเรียนต่อ

หลังจากหมดคาบเรียนพวกเธอก็เริ่มประเด็นเรื่องนี้ทันทีเมื่อมานั่งที่ม้า

หินอ่อนใต้ตึกคณะเพื่อรอคนขับรถของคุณหนูบ้านอดุลยศักดิ์ซึ่งใกล้จะมาถึง

สิกานตาและเดือนสวรรค์แยกย้ายกันกลับก่อนเพราะต่างมีธุระ จึงเหลือเพียงแต่พวกเธอทั้งสาม

“ฉันโดนคนทั้งห้องหัวเราะ แถมอาจารย์ไม่ชอบหน้าฉันอีก นี่ยังจำตอนยายนมบูดเบะปากสมน้ำหน้าได้แม่นเลย แล้วแกยังให้ฉันมีหน้ากลับไปเรียนอีกเหรอ ใช่ไหมจัส!” เธอถามความเห็นของคนหัวอกเดียวกัน…จัสมิน เป็นชื่อที่มาจากหนึ่งในเจ้าหญิงดิสนีย์ที่เกริกเกียรติชื่นชอบ

“แต่...ถ้าเทียบกับความหล่อของเขาก็น่าจะพออะลุ้มอล่วยให้อยู่นะ…” สาวประเภทสองที่แพ้เสน่ห์ผู้ชายตลอดตอบอย่างไม่นึกอาย

“อีจัส!!”

“นะ ๆ แกลองเรียนวันพฤหัสดูอีกวัน ถ้าไม่โอเคจะกดดรอปแล้วไปเรียนกับอาจารย์คนอื่นฉันก็ไม่ค้าน” เพราะได้ยินว่าอาจารย์คนนี้สอนดีมาก อรพรรณจึงอยากลองเรียนดู

“ต้องลองเข้าไปเรียนอีกครั้งเนี่ยนะ?

“ทำไม แกกลัวเหรอ ไม่ใช่ว่าที่จะดรอปก็เพราะแพ้หน้าหล่อ ๆ ของอาจารย์ เขาทำให้หัวใจของแกเต้นใช่รึเปล่า!” เกริกเกียรติหรี่ตาจับผิด ปกติแล้วพัฒน์ธิดาไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่าย ๆ...ยกเว้นเรื่องเรียน

“เปล่าสักหน่อย แล้วหัวใจฉันก็ไม่ได้เต้นบ้าบออะไรอย่างที่แกพูดด้วย!” หญิงสาวปฏิเสธเสียงกร้าวขัดกับแก้มนวลของตัวเองที่แดงปลั่ง

“แกอย่ามาตั๊วะหน่อยเลย ตอนอยู่ในห้องฉันดูออกว่าแกเขินแค่ไหน หน้าแกนี่แดงยิ่งกว่าสตรอว์เบอร์รี่ทั้งสวนอีกค่ะ!”

“ในห้องมันร้อนต่างหาก!” แอร์ในห้องเย็นฉ่ำจนเธอต้องเอาเสื้อคาร์ดิแกนที่พกมาด้วยสวมใส่ แต่เธอกลับอ้างอย่างหน้าไม่อาย

“งั้นก็พิสูจน์สิว่าไม่ได้แพ้ความหล่อของอาจารย์พูห์...”

“ทำไมฉันต้องทำตามที่แกบอกด้วย” 

คุณหนูสาวเชิดหน้าขึ้น ทั้งที่ใจร้อนรุ่มเพราะถูกกดดัน

“ก็พิสูจน์ไงว่าหัวใจที่ตายด้านของแกไม่ได้เต้นกับเขาจริง ๆ แกสามารถทำตัวเป็นปกติได้โดยไม่เขินถ้าหากต้องมองหน้าเขาเกินหนึ่งนาที”

คนฟังหน้าเสีย แต่เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองแพ้แค่ความหล่อเขาจริงรึเปล่า หรือมีสาเหตุอื่นที่ทำให้ลมหายใจของเธอขัดข้องราวกับคนเป็นหืดหอบ

ความหล่อ หรือว่า ความสามารถในการสอนของอาจารย์

ที่ผ่านมาเธอพบเห็นคนหน้าตาดีมามาก ทั้งฐานะดีและความสามารถโดดเด่น ทว่าเธอไม่เคยนึกชื่นชมหรือเจอใครที่ทำให้เลือดลมสูบฉีดได้รุนแรงมากถึงขนาดนี้

พัฒน์ธิดาขมวดคิ้ว เธอใช้เวลาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ 

“ก็ได้ ฉันจะลองเรียนอีกครั้ง แต่ถ้าฉันเจออย่างนี้อีก ฉันก็จะดรอป”

ไม่นานคนขับรถของบ้านอดุลยศักดิ์ก็มาถึง พัฒน์ธิดาชวนเพื่อนทั้งสองกลับไปด้วย หากแต่ขณะที่กำลังจะก้าวขึ้นรถหน้าตึกคณะ คุณหนูสาวก็เห็นยายนมบูด หรือนงค์นภัสดาวเด่นร่วมสาขาเดียวกันกำลังเดินตามอาจารย์พูห์ขึ้นตึกเรียนไป

คนเห็นจึงนึกหมั่นไส้ ทว่าเธอไม่ได้เก็บไปเล่าให้เพื่อนทั้งสองที่ขึ้นไปนั่งบนรถแล้วฟัง เพราะกลัวจะถูกหาว่าสนใจอาจารย์หมีพูห์อะไรนั่นมากเกินไป

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพที่ดาวคณะสาวเดินตามอาจารย์หนุ่มติด ๆ ราวกับลูกวัวเดินตามแม่ ทำให้สาวน้อยค้างคาใจแปลก ๆ แต่พอได้สติหญิงสาวก็รีบสลัดมันทิ้งออกจากสมอง

 

ร่างสูงเดินเร็วจนคนที่สวมกระโปรงสอบสั้นผ่าลึกและส้นสูงที่ยาวเกือบห้านิ้วแทบล้มคะมำเพราะจ้ำก้าวตามไม่ทัน

“อาจารย์ขาาาา จะไม่ช่วยมิลค์จริง ๆ เหรอคะ วันนี้มิลค์ไม่ค่อยเข้าใจเลย” นงค์นภัสพยายามใช้มารยาหญิงกับอาจารย์หนุ่มที่เธอพึงปรารถนามานาน แต่เพิ่งมีโอกาสได้เรียนกับเขาในคราวนี้

“เท่าที่คุณตอบวันนี้ ผมคิดว่าก็ทำดีแล้ว แต่ถ้าไม่เข้าใจจริง ๆ ลองไปถามเพื่อนดูก่อนสิ แล้วนี่ก็เพิ่งจะเป็นคาบแรก คุณแค่ไปอ่านเพิ่มเติมก็น่าจะเข้าใจแล้ว” คนเป็นอาจารย์บอกโดยไม่หันไปมองหล่อน อีกทั้งยังทำเหมือนหล่อนเป็นอากาศ เมินหน้าอกหน้าใจที่เพิ่งจะ set up มาใหม่ได้อย่างลงคอ

นงค์นภัสทำท่าจะก้าวเข้าลิฟต์ตามร่างสูงของอาจารย์ ทว่าพอมองสายตาของเขาทอดมาอย่างตำหนิจนไม่เหลือความปรานีใด ๆ ร่างอวบอิ่มก็ก้าวถอยหลังจนไปชนเพื่อนที่วิ่งจ้ำตามมา ดาวคณะสาวยิ้มแหย ๆ ก่อนจะกล่าวขอโทษที่เสียมารยาท

“ในฐานะนักศึกษาที่อยู่ในชุดอันมีเกียรติและมีความรู้อันพึงคิดชอบว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะ ผมคิดว่าคุณควรจะปรับปรุงและวางตัวให้ถูกต้องนะ”

จากนั้นประตูลิฟต์ก็ปิดลงทิ้งให้คนถูกตำหนิหน้าชาเหมือนครั้งที่โดนรุ่นพี่หนุ่มลูกครึ่งปฏิเสธเพราะไปไล่ตามจีบพัฒน์ธิดาแทนที่จะเป็นเธอ

“มิลค์ ฉันว่าแกรุกอาจารย์แรงเกินไปนะ อาจารย์เขาดูรับไม่ได้อ่ะ” 

รัชฏาภรณ์เตือนเพื่อนสาว

“ทำไมอ่ะ นี่ฉันก็พยายามรักษาภาพลักษณ์เต็มที่แล้วนะ!” นงค์นภัสฮึดฮัด กระแทกส้นสูงบนพื้นเพื่อระบายอารมณ์อย่างไม่พอใจ

อาจารย์บางคนที่เธอไม่เคยทอดสะพานให้ยังเมียงมองเธอตั้งหลายครั้ง จนถึงขนาดหาเรื่องเข้ามาพูดคุย บ้างก็ดูดี บ้างก็พุงพลุ้ย ซึ่งเธอต้องพิจารณาว่าหากสานสัมพันธ์แล้วจะคุ้มไหมสำหรับการแลกเกรดและของกำนัลบางอย่าง

แม้ว่ายุคนี้จะไม่มีใครให้ความสำคัญเรื่องผลการเรียนมาก เพียงแค่หน้าตาดี รูปร่างเพรียวก็สามารถทำงานในวงการบันเทิงได้อย่างสบาย แต่บางทีการได้มีผลการเรียนที่ดีมาประกอบก็ทำให้โปรไฟล์ดูมีระดับขึ้น

“เรื่องอาจารย์ช่างก่อน ตอนนี้แกรีบไปเตรียมตัวเถอะ เย็นนี้แกต้องไปเจอผู้จัดไม่ใช่เหรอ” เพราะมีผู้ใหญ่ใจดีที่ชวนนงค์นภัสไปแคสติ้งถ่ายแบบนิตยสารหนึ่งแนะนำให้ไปปาร์ตี้ซึ่งมีผู้จัดชื่อดังไปร่วมงานวันนี้ด้วย แน่นอนว่านี่อาจจะเป็นก้าวแรกที่ทำให้หล่อนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงได้สมบรูณ์ ถ้าบางทีโชคดีเข้าตาผู้จัด เธออาจจะจับพลัดจับผลูได้เป็นถึงนางเอกละครเลย

“ใช่ อนาคตที่สดใสกำลังรอฉันอยู่ ต้องรีบไปให้ทัน” นงค์นภัสละความอับอายที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทิ้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มให้ตัวเองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแล้วเดินเชิดหน้าออกไป ทิ้งให้รัชฏาภรณ์มองตามอย่างนึกหมั่นไส้

 

ภูพรพงษ์เดินเข้าภาควิชามาไม่ทันไร เจ้าหน้าที่ในภาคก็เรียนว่าเมื่อครู่ท่านคณบดีถามหาเขา ซึ่งเพียงบอกจบ ร่างท้วมที่สง่าของผู้ถูกกล่าวถึงก็ออกมาจากห้องของท่าน

“อาจารย์ภูเจอตัวพอดีเลย เย็นนี้พอว่างไหม”

คนอายุน้อยกว่าที่เพิ่งยกมือไหว้ยิ้มเป็นเชิงมารยาท 

“ขอโทษด้วยนะครับ วันนี้ผมติดธุระสำคัญแล้ว”

“น่าเสียดายจริง กะจะพาไปแนะนำกับท่านอธิการสักหน่อย” มนตรีหรี่ตา

มองอาจารย์รุ่นใหม่ที่อายุน้อยกว่า “...ที่ปฏิเสธ ไม่ใช่ว่าจะพยายามเลี่ยงหรอกนะ  เมื่อคราวก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว”

“ผมไม่กล้าเสียมารยาทหรอกครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับ” ภูพรพงษ์ตอบยิ้ม ๆ ด้วยสีหน้าเสียใจเล็กน้อย

คนสูงวัยกว่าส่ายหน้า เพราะเขากะว่าจะหมายหมั้นปั้นคนหนุ่มไฟแรงอนาคตไกลมาเป็นผู้ช่วยและพรรคพวก ถ้าหากวันหน้าเขาได้ก้าวในตำแหน่งที่สูงขึ้น ภูพรพงษ์ที่มีทั้งผลงานวิจัยและเป็นที่นับหน้าถือตา ทั้งยังเป็นทายาทบุญธรรมและมีตำแหน่งสำคัญในธนาคารศรีไทยจะต้องทำประโยชน์ต่อเขาอย่างแน่นอน เขาเชื่อว่าไม่มีทางที่ผู้ใหญ่จะมองข้าม

แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้ บ่อยครั้งที่เขาเอ่ยปากชวนเข้าสังคม อาจารย์หนุ่มจะคอยบอกปัดจนเขาชักเริ่มหน่าย แต่กลับเป็นอาจารย์

กสินทร์ที่มักเสนอตัวมาช่วยงานเพื่อประจบเอาใจอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งถ้าฝ่ายนั้นมีโปรไฟล์ที่หรูกว่านี้อีกสักหน่อย เขาก็คงจะเล็งเห็นผลประโยชน์และหวังให้เป็นที่พึ่งอยู่มาก

“ตามใจ งั้นก็แล้วแต่คุณสะดวกเถอะ ผมขอตัวก่อนนะ” คนตำแหน่งสูงกว่าเดินออกไป อาจารย์หนุ่มจึงเดินเข้าไปทำงานต่อในห้องสักครู่หนึ่งก่อนจะเก็บของเตรียมออกไปนัดพบใครบางคนในเย็นนี้

“จะออกไปแล้วเหรอคะอาจารย์” 

นิชา เจ้าหน้าที่ในภาควิชาวัยยี่สิบปลาย ๆ ซึ่งนั่งอยู่โต๊ะเคาน์เตอร์หน้าประตูภาควิชาทักอย่างเป็นมิตร จริง ๆ นี่ก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว ทว่าที่ถามเพราะต้องการหาเรื่องคุยกับอาจารย์หนุ่ม

“ครับ พอดีมีธุระ” ภูพรพงษ์พูดเท่านั้นก็เดินเปิดประตูออกไปโดยไม่สานต่อการสนทนาเลย หล่อนจึงต้องหน้าม่อยลงเฉกเช่นทุกวัน

“พี่ว่าแกเอาเวลาที่มาตามจีบอาจารย์ไปหาผู้ชายคนอื่นเถอะ ตัดอกตัดใจซะ ขนาดนักศึกษาที่สาวที่สวยกว่าอาจารย์เขายังไม่มองเลย” ณัฐฐา เจ้าหน้าที่ในภาควิชารุ่นพี่วัยสี่สิบเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี

คนที่คิดว่าโดนดูหมิ่นไม่พอใจอย่างมาก หากแต่เธอก็ทำได้เพียงนั่งทำงานของตัวเองเงียบ ๆ โดยไม่คิดจะพูดจะจาอะไรอีก

 

ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงพัฒน์ธิดาและเพื่อนก็เดินทางมาถึงบ้านที่เรียกได้ว่าเป็นคฤหาสน์กลางกรุงที่มีสถาปัตยกรรมแบบเรเนสซองค์ตามที่เจ้าสัวตรัยชอบและตามความตั้งใจที่ว่าต้องการให้บ้านมีมูลค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับที่ดิน เจ้าสัวตรัยจึงได้จ้างสถาปนิกมีฝีมือระดับนอกที่รู้จักกันอย่าง อภิวัชร ที่ขึ้นชื่อว่ามีผลงานดังในหลายประเทศมาออกแบบบ้านหลังนี้อย่างประณีตและงดงามราวกับพระราชวังขนาดย่อม

แม้ว่าอรพรรณและเกริกเกียรติจะมากันเป็นครั้งที่สามแล้ว แต่ความโอ่อ่าและใหญ่โตก็ยังคงทำให้ทั้งสองตื่นตาตื่นใจไม่ต่างจากครั้งแรก

พัฒน์ธิดาพาเพื่อน ๆ เข้ามาในบ้าน ซึ่งพอมาถึงโถงรับแขกก็เห็นว่าบิดากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาเวอร์ซาเซ่ที่ปักเย็บด้วยด้ายดิ้นทองตัวใหญ่

“อ้าว พาเพื่อนมาด้วยเหรอ” เจ้าบ้านเอ่ยทักทายทุกคน เช่นเดียวกับผู้น้อยที่ยกมือไหว้อย่างเกร็ง ๆ

“มีอะไรรึเปล่าคะ” เพราะคำถามของบิดาทำให้พัฒน์ธิดานึกสงสัยว่าท่านคงมีธุระอะไรที่ต้องการพูดกับเธอตามลำพัง ยิ่งสีหน้าของท่านดูเครียดเล็กน้อย คนเป็นลูกสาวจึงยิ่งมั่นใจ

เจ้าสัวตรัยยิ้มให้ก่อนจะหันไปบอกเพื่อน ๆ ของลูก 

“เอาไว้วันหลังเดี๋ยวป๊าจะเลี้ยงข้าวที่บ้านนะ แต่วันนี้ต้องขอโทษจริง ๆ ที่แพมกับป๊ามีธุระต้องไปกัน”

“ธุระ? ลูกสาวที่บิดาไม่ได้นัดแนะขมวดคิ้วสงสัย

“ใช่ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวสิ เดี๋ยวเราจะได้ออกไปกันเลย”

“ไปไหนคะ? พัฒน์ธิดาไม่เข้าใจคนที่ชอบวางแผนมาตลอดอย่างบิดาซึ่งจะให้ทำอะไรก็มักบอกก่อน แต่วันนี้กลับเหมือนมัดมือชกให้เธอไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า

หลังจากท่านบินไปทำงานที่ต่างประเทศนับเดือนเพื่อไปเจรจาและดูทำเลที่จะเปิดห้างฯ ร่วมกับคู่ค้าในต่างประเทศ เธอสังเกตได้ว่าท่านดูแปลกไป ดูซูบผอมลงมาก ทั้งยังดูเหมือนไม่ค่อยมีแรงจนเธอต้องชวนไปหาหมอ แต่ทุกครั้งท่านก็ปฏิเสธ บอกว่าอาหารที่นั่นไม่ค่อยอร่อย ไม่ถูกปากเหมือนบ้านเรา พร้อมกับการทำงานหนักในช่วงหลายเดือนอย่างต่อเนื่องจึงทำให้อ่อนแรง

“ไปทานมื้อเย็นกับคุณจันทร์และคุณคริส เพื่อนของป๊า”

แม้พัฒน์ธิดาจะรู้จักเพราะเคยพบตามงานอีเวนต์และสังคมอยู่บ้าง แต่ก็นึกสงสัยว่ามันดูรวดเร็วเกินไปที่จู่ ๆ จะให้เธอรีบแต่งตัวเพื่อไปพบกับเพื่อนของท่าน

“ลออให้เชิดไปส่งหนูสองคนนี้ที่บ้านด้วย” เจ้าสัวบอกกับแม่บ้านที่นำน้ำมาเสิร์ฟแขก

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณป๊า พวกเรากลับเองได้” เกริกเกียรติปฏิเสธอย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นน้ำใจจากป๊าเถอะ”

เด็กทั้งสองคร้านจะเถียงจึงรับคำบิดาของเพื่อนแล้วบอกลาพัฒน์ธิดา

“พี่พลอยกับเด็ก ๆ ยังไม่กลับมาเหรอคะ” เธอหมายถึงพี่สะใภ้กับหลานชายทั้งสอง เพราะดูเหมือนวันนี้บ้านจะเงียบ ซึ่งปกติแล้วสองหลานตัวแสบจะส่งเสียงดังลั่น

พ่อของเธอมีลูกสองคน คือพี่ชายวัยสามสิบเก้าปี และเธอซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กที่อายุห่างจากพี่เกือบยี่สิบปี

ทั้งที่พี่มีครอบครัวแล้ว แต่เธอกลับเพิ่งจะเรียนอยู่ชั้นปีสามในระดับอุดมศึกษาส่วนแม่เสียชีวิตนับตั้งแต่คลอดเธอมา เพราะสุขภาพร่างกายท่านไม่แข็งแรงกอปรกับมีลูกตอนอายุมากจึงค่อนข้างย่ำแย่ ท่านจึงจากไปอย่างรวดเร็วโดยที่เธอยังไม่ทันได้เห็นหน้า

“พาโกโก้กับโอลีฟไปเดินเล่นหลังเลิกเรียน เดี๋ยวก็คงกลับ ว่าแต่แพมรีบไปแต่งตัวเถอะ”

ลูกสาวคนเล็กพยักหน้าก่อนจะขึ้นไปชั้นบนเพื่อรีบเปลี่ยนโฉมตามคำสั่งของบิดาถึงแม้ว่าจะข้องใจกับการเร่งรีบของท่านอยู่เต็มที ทว่าถึงซักไซ้ไปท่านก็คงไม่ตอบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 176 ครั้ง

1,086 ความคิดเห็น

  1. #1068 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 16:53
    จารย์พูเย็นชาจังนะคะ
    #1068
    0
  2. #54 AijaSolothurn (@AijaSolothurn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 17:54
    เย้ๆไรท์มาแล้ว
    #54
    0
  3. #2 บัวกลางคืน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 13:56
    สนุกดีค่ะมาอัพบ่อยๆนะคะไรท์
    #2
    1