Whisper Softly ให้รักโยงใจไว้ด้วยกัน -ทำมือ REUP

ตอนที่ 17 : บทที่ 16 ไหนว่าใครจะไม่รู้ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,558
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    11 ธ.ค. 61

ถ้าพ่อแม่ของเกริกเกียรติไม่ได้เดินทางมาถึงในช่วงสาย พวกเธอก็คงจะสนุกกันต่อที่บ้านเพื่อนสาวประเภทสองจนไปถึงเย็น

อาหารเช้าสไตล์ตะวันตกที่มีไข่ดาวทอดแบบไร้น้ำมันคู่กับแฮมชิ้นโตถูกนำมาเสิร์ฟเพื่อต้อนรับสาว ๆ ในเช้าวันใหม่ แต่แทนที่ทุกคนจะกระตือรือร้นขึ้นหลังรับประทานเสร็จ แต่ดูเหมือนต้องการจะกลับไปนอนอยู่บนเตียงเสียมากกว่า

พออิ่มกันได้ไม่นานก็เป็นเวลาพอดีกับช่วงเก้าโมง โทรศัพท์ของคุณหนูที่มีสารถีมารับก็ดังขึ้น

พัฒน์ธิดาประหลาดใจเมื่อมันไม่ใช่เบอร์โทรศัพท์ของคนขับรถประจำ

แม้เขาจะเคยติดต่อมาแล้ว แต่มันเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืน และจนถึงตอนนี้เธอก็ยังคงมึน ๆ งง ๆ อยู่!

พัฒน์ธิดารีบเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์ในพื้นที่ห่างจากกลุ่มเพื่อนโดยพยายามไม่แสดงอาการตื่นตูม แต่ไม่อาจพ้นความสงสัยเพื่อนสาวที่เห็นว่าเธอผิดสังเกตไปถึงสองครั้งได้

 

เมื่อมองหน้ามองหลังจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ     พัฒน์ธิดาจึงตัดสินใจรับสายด้วยน้ำเสียงแตกตื่นเล็กน้อย

“…มีอะไรรึเปล่าคะ”

“เรียบร้อยรึยัง ตอนนี้ผมอยู่หน้าบ้านแล้ว”

“…!…นี่คุณไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม”

“ผมจอดรถเยื้องหน้ารั้วเหมือนเมื่อคืน คุณจะออกมาเอง หรือว่าเปิดประตูแล้วให้ผมเอารถเข้าไปรับ”

เมื่อนึกสภาพที่เขาจะเข้ามาในบ้านหญิงสาวก็ต้องรีบส่ายหน้า “ไม่ค่ะ เดี๋ยวแพมออกไปเอง คุณรออยู่ตรงนั้นแหละ!”

พอบอกเขาแล้วพัฒน์ธิดาก็กดวางสาย รีบคว้ากระเป๋าเป้ที่ใส่เสื้อผ้าของเธอออกไปทันที

“ฉัน…ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“แล้วทำไมไม่เอากระเป๋าวางไว้ก่อนล่ะ” อรพรรณถามอย่างข้องใจ

“…ฉันจะเปลี่ยนกางเกงใน…พอดีว่าไปใส่ตัวใหม่มาแล้วไม่สบายตัวเลยจะเอาตัวสำรองมาเปลี่ยน”

“มีงี้ด้วย?” เกริกเกียรติถามย้ำเพราะไม่ค่อยเชื่อเท่าไร

“ก็ใช่น่ะสิ!!!” คนร้อนตัวเผลอปล่อยเสียงแข็ง พอได้สติแล้วก็ยิ้มแหย ๆ แก้ตัว แต่ไม่ได้พูดอะไรมากเพราะไม่มีเวลาแล้ว เธอรีบเดินจ้ำทำทีไปทางห้องน้ำที่ติดทางออกของบ้าน

หญิงสาวเหลียวหลังอยู่เป็นพัก ๆ เพื่อระวังการติดตามแล้วรีบวิ่งปรู๊ดไปที่ประตูรั้วให้เร็วที่สุดจนพบกับร่างสูงอันคุ้นเคยที่อยู่ในชุดสบาย ๆ กว่าทุกครั้งที่เคยเห็น

“แล้วลุงเชิดล่ะคะ” พัฒน์ธิดาชะเง้อมองหาลุงคนขับรถที่นัดกันไว้ว่าจะมารับเวลานี้ แต่ยังไม่เห็นวี่แวว

“ผมเป็นคนอาสามารับเอง เรียบร้อยแล้วใช่ไหม ไปกันเลยนะ”

“เดี๋ยวค่ะ! แต่แพมบอกเพื่อนไว้แล้วว่าจะไปส่งพวกเขาที่หอ…”

“งั้นจะให้พวกเขาไปพร้อมกันเลยไหม”

สาวน้อยทึ่งกับคนที่สรุปอย่างง่ายดาย นี่เขาไม่กลัวเลยใช่ไหมว่าจะมีคนรู้เรื่องระหว่างเธอกับเขา

“ไม่เป็นไรค่ะ…งั้นเดี๋ยวให้จัสไปส่งแทนก็ได้” นี่คงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว ขอโทษด้วยนะเพื่อน

“จัส? เจ้าของวันเกิดใช่ไหม” น้ำเสียงของเขาไม่ได้เคร่งเครียดออกจะผ่อนคลายซึ่งมันเข้ากับเสื้อยืดคอวีสีขาวและกางเกงวอร์มสีเทา ตรงกันข้ามกับสายตาที่เต็มไปด้วยการคาดคั้น

“ค่ะ”

ชายหนุ่มไม่ได้สาวความใด ๆ ต่ออย่างที่สาวน้อยคาดไว้

“ขึ้นรถเถอะ เดี๋ยวผมต้องไปออฟฟิศต่อด้วย”

ถ้ามีธุระขนาดนี้จะมารับเธอให้ลำบากทำไมเล่า!

พัฒน์ธิดาได้แต่ต่อว่าเขาในใจก่อนจะรีบขึ้นพาหนะจำเป็น

รถคันหรูแล่นออกไปจากหมู่บ้านโดยทั้งสองไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนเห็นและได้ยินเหตุการณ์ทั้งหมด!

 

หลังจากเรียนคาบเช้าเสร็จเรียบร้อย กลุ่มสาว ๆ ก็มาหาอะไรรับประทานที่โรงอาหารก่อนจะเข้าไปเรียนตอนบ่ายต่อ ซึ่งสาว ๆ ต้องสลับกันนั่งเฝ้ากระเป๋าที่วางกันไว้บนโต๊ะ โดยพัฒน์ธิดาและอรพรรณเป็นคนอาสาเฝ้าให้ก่อน

ตั้งแต่ออกมากับคู่หมั้นจากงานวันเกิดของเกริกเกียรติ พัฒน์ธิดาถูกเพื่อนรุมต่อว่าที่จู่ ๆ ก็หายไป แม้จะโทรศัพท์บอกพวกหล่อนว่าเธอขอโทษที่กลับไปโดยไม่ได้บอก เพราะรีบไปงานเลี้ยงกับพ่อกะทันหัน ซ้ำเธอยังฝากให้เจ้าของงานวันเกิดไปส่งอรพรรณและเดือนสวรรค์ที่หอแทนด้วย

พัฒน์ธิดาทำตัวเป็นปกติ หลังจากเจอเพื่อน ๆ ในวันจันทร์ แต่ไม่รู้ทำไมสายตาของอรพรรณทำให้เธออดรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ด้วยความหวาดระแวงไม่ได้

“มีอะไรรึเปล่าแกจ้องฉันเหมือนอยากจะพูดอะไรตั้งแต่เช้าแล้วนะ”

พัฒน์ธิดาตัดสินใจถามคนที่ปกติจะพูดจ้อ แต่มาวันนี้กลับเงียบ พอซักไซ้ถาม หล่อนก็อึกอัก และทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมา แต่สุดท้ายก็ปิดปากเงียบ

“เมื่อเช้าวันเสาร์ที่แกบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ…ฉันแอบตามแกไป…”

“…”

“แกบอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะแพมว่าระหว่างแกกับอาจารย์ไม่ใช่แค่คนรู้จักกันใช่ไหม ระหว่างแกกับเขามีอะไรกันมากกว่านั้นใช่รึเปล่า”

ไม่คิดเลยว่าจู่ ๆ เพื่อนสนิทก็มีไม้เด็ดมาตีหัวเธอจนแทบสลบ คนถูกสงสัยกลืนน้ำลายไม่ลง ทั้งเหงื่อที่มือและหน้าทยอยกันออกมาในเวลาเดียวกัน

“คือ…” พัฒน์ธิดาอ้ำอึ้ง คำพูดจุกอกเนื่องจากเธอจึงคิดที่จะพยายามพูดปด

“เราเป็นเพื่อนกันนะแพม…แล้วที่ถาม เพราะฉันเป็นห่วงแก” อรพรรณดักคนคิดจะอ้างเหตุผลเท็จทัน อีกฝ่ายจึงได้แต่หน้าหงอแล้วพ่นลมหายใจเป็นเชิงยอมแพ้กับเพื่อนที่สนิทจนรู้นิสัยกัน ตอนนี้เธอไม่ต่างจากโดนหมัดฮุกต่อยเข้าที่ใบหน้าเต็ม ๆ

“แกสัญญากับฉันมาก่อนว่าถ้าแกรู้เรื่องนี้แล้วจะไม่บอกใคร เพราะเรื่องนี้นอกจากฉันแล้วคนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ…เขา”

อรพรรณชะงักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า

พัฒน์ธิดาเห็นแววตาที่เชื่อใจได้ของอีกฝ่ายจึงก็เม้มปากแน่นก่อนจะข่มใจยื่นใบหน้ากระซิบกระซาบข้างหู

“เฮ้ย นี่มันจริงปะเนี่ย นี่มันละครชัด ๆ” เพราะคนอย่างพัฒน์ธิดาไม่มีทางโกหกอีกทั้งหญิงสาวก็เป็นคนโกหกไม่เก่งด้วย

“เออออ! รู้แล้วก็เงียบซะ จะให้ฉันไหว้ก็ยอมละ เรื่องนี้จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด” คุณหนูพอมแพมย้ำให้เพื่อนตระหนัก แต่พอเห็นแววตาที่ตกตะลึงราวกับเห็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ทำเอาคนเผยความลับไปแล้วรู้สึกปวดหัวและกังวลว่าเพื่อนสาวจะเผลอไผลนำเรื่องนี้ไปสู่คนภายนอก

“แพม…”

“…” ทำไมนะ เธอถึงมีลางสังหรณ์แปลก ๆ กับน้ำเสียงนี้

“แต่…ไม่ใช่ฉันคนเดียวน่ะสิที่เห็น”

“…!...” ดวงตาของพัฒน์ธิดาเบิกตากว้าง ที่มือและเท้าชื้นขึ้นโดยพลัน

“คือ…วันนั้นอ่ะ ออนซ์มันก็มากับฉันด้วย มันก็เลย…เห็นเหมือนกัน…”

คนฟังแทบจะลมจับ เพราะเพียงแค่อรพรรณทราบก็ทำเอาเธอหวาดเกร็งไปหมด แต่นี่…ดันมีเพื่อนอีกคนด้วย

“แค่ออนซ์คนเดียวใช่ไหม” เพราะถ้าหากมีเกริกเกียรติจอมปากเมาท์มาด้วย มีเปอร์เซ็นต์สูงที่คู่หมั้นหนุ่มจะต้องเด้งออกจากตำแหน่ง

“อืม ตอนนั้นจัสมันติดสายพี่สาวที่โทร.มาจากเกาหลีเลยไม่ได้ตามมา ตอนแรกมันก็สงสัยนะ แต่ฉันกับออนซ์บอกไปว่าลุงเชิดมารับ”

“…นี่แกพูดจริงใช่ไหม” ใบหน้าซีดเซียวของพัฒน์ธิดาห่อเหี่ยวลงเรื่อย ๆ แม้จะโล่งใจเล็กน้อยที่เกริกเกียรติไม่รู้เรื่อง แต่ยังมีเดือนสวรรค์อีกคน แม้ว่าเพื่อนสาวจะไม่ใช่คนพูดมาก แต่เธอก็ยังไม่ไว้ใจ

อรพรรณพยักหน้าสงสารคนที่หน้าเริ่มเจื่อน

ซึ่งระหว่างนั้นเกริกเกียรติและเดือนสวรรค์ที่เดินเข้ามาก็สังเกตเห็นท่าทีแปลก ๆ “มีความลับอะไรกันทำเป็นกระซิบกระซาบ บอกเพื่อนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

คนที่หวาดระแวงอยู่เป็นทุนเดิมสะดุ้ง คุณหนูสาวตบอกตัวเองเบา ๆ เป็นเชิงเรียกขวัญ “ฉันตกใจนะ!”

เกริกเกียรติมองใบหน้าเพื่อนทั้งสองสลับกัน ก่อนจะหรี่ตาจับผิด

“มะ ไม่มีอะไรสักหน่อยเมื่อกี้แพมมันชวนฉันดูหนุ่มหล่อตรงหน้านั้นน่ะ หน้าตาอย่างนั้นอ่ะ แกน่าจะชอบ ดูสิ ๆ สเปกแกเลยไม่ใช่เหรอ” คนมีไหวพริบแอบบุ้ยใบ้ไปทางหนุ่มหน้าตาดีซึ่งรับประทานอาหารอยู่เยื้องกัน

“ต๊ายตาย เดี๋ยวนี้แกเหล่ผู้ชายด้วยเหรออ้อม”

สาวประเภทสองยอมปล่อยวางเมื่อเห็นอาหารตาที่เพื่อนชี้ให้ดู

เดือนสวรรค์เองก็หลุดหัวเราะก่อนจะสะดุดกับสายตาของพัฒน์ธิดาที่มองมาทางเธอแปลก ๆ แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นยิ้มให้

 

หลังจากรับประทานกันอิ่มหนำก็มีหนุ่มหน้าตี๋สวมเสื้อชอปเดินเข้ามาทักพัฒน์ธิดา สร้างความประหลาดใจให้เพื่อนสาวในกลุ่ม

“สวัสดีแพม มีเรียนต่อคาบบ่ายเหรอ”

ตั้งแต่วันที่เขาเข้ามาทักครั้งก่อนในมหาวิทยาลัยเธอไม่ได้พบกับเพื่อนหนุ่มอีกเลย ทั้งเขาไม่ได้ไปร่วมงานหมั้นของเธอกับภูพรพงษ์ด้วย

“นี่ผมเพิ่งจะกินข้าวเสร็จเหมือนกัน เดี๋ยวมีเรียนวิชาอื่นต่อ”

“งั้นรีบไปเรียนเถอะ เดี๋ยวเราก็จะไปเหมือนกัน”

ชายหนุ่มส่งยิ้มอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป ซึ่งสายตาของเขาทำเอาเพื่อน ๆ บนโต๊ะต้องหันมามองคุณหนูสาวเป็นตาเดียว

“แพมมม! ทำไมแกถึงไม่แนะนำให้รู้จักกับเขาบ้าง” เกริกเกียรติจ้องมองแผ่นหลังของธามไทซึ่งแทบกลืนไปกับกลุ่มคนด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ

“ก็เขาดูรีบแต่เดี๋ยววันหลังฉันจะแนะนำให้รู้จักนะ เอาน่าาา อย่าทำท่าหิวผู้ชายขนาดนั้น ดูไม่แพงเลยนะแก” พัฒน์ธิดาแกล้งกัดแม่เสือสาวกระหายผู้ชายหล่อ ซึ่งอีกฝ่ายทำได้แค่เบ้ปากกลับและเบ้หนักกว่าเดิมเมื่อเห็นนงค์นภัสและ

รัชฏาภรณ์มาหยุดอยู่ตรงหน้า

“พวกคุณหนูนี่เขาชอบเล่นตัวเนอะ ทำเป็นไม่ยอมคบกับใคร แต่ที่จริงแล้วอ่อยไปทั่ว” เสียงแจ๋น ๆ ของรัชฏาภรณ์ดังไม่มาก แต่ทำเอากลุ่มนักศึกษาที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ หันมามองกัน

“อย่าพูดอย่างนั้นสิริช แพมเขาไม่ได้ตั้งใจ…อุ๊ยย! ขอโทษจ๊ะ พูดผิดไป แพมไม่ได้มีนิสัยอย่างนั้นสักหน่อย” นงค์นภัสพยายามวางตัวดีเพราะตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ของช่องยักษ์ใหญ่ จึงพูดสุภาพกว่าทุกครั้ง แต่ยังเจ็บใจอยู่มากโขที่ได้เห็นภาพศัตรูสาวกอดกับอาจารย์ภูที่รักของเธอ แม้ว่ายายแพมเพิสอาจจะเสียขวัญจากเหตุการณ์ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน แต่แน่นอนว่าเธอรับไม่ได้อยู่ดี

“ใช่ แพมมันมีของดี แต่ถึงมีก็ไม่เคยเอาไปแผ่แบให้ใคร ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้ที่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวเอาสภาพร่างเน่า ๆ เข้าแลกกว่าจะได้เกรดแต่ละตัวมาต่อให้ไปอัปไซส์เพิ่มเท่าลูกบอลโยคะร่างของแกก็ไม่มีวันสดใหม่ขึ้นหรอก ส่วนอีพัวรี่ขี้ประจบก็คอยแต่จะเกาะแข้งเกาะขาอยากดังอยากได้ดีไปด้วยเลยเอาแต่เห่าหอนเป็นเหาฉลามคอยเก็บเศษอาหารเพื่อนอยู่แถวนี้ ใครกันแน่ที่น่าสมเพชจริง”

“กรี๊ดดดด นี่แกว่าฉันเหรออีกะเทย แกเองก็ไปทำนมมาเหมือนกัน ยังมีหน้ามาว่ายิยมิลค์อีก!” รัชฏาภรณ์กระทืบเท้าด้วยความโมโหจนส้นสูงราคาเหยียดหมื่นกระทบพื้นเสียงดัง “มิลค์ มันว่าแกขนาดนี้ แกยอมได้เหรอ มันว่าแกอ้าขาแบให้ผู้ชายฟรี ๆ นะ!”

“รู้แล้ว! แกจะพูดเสียงดังไปทำไมเล่า!!” นงค์นภัสชักสีหน้าก่อนจะหันไปเข่นเขี้ยวกับยายกะเทยที่ดูสวยหวานเสียยิ่งกว่าผู้หญิง “ใครกันล่ะที่น่าสงสาร! อุตส่าห์ไปแคสต์งานตั้งสองสามงานแต่ก็ยังไม่ผ่าน แค่ตัวประกอบเขายังไม่เอาเลย อย่ามาดิสเครดิตคนอื่นให้ดูแย่ดีกว่า แล้วที่บอกว่าแบให้คนอื่นน่ะดูเพื่อนตัวเองซะก่อนเถอะ ไอ้ที่มีเรื่องจนหน้าแหกไปน่ะเพราะถูกเมียหลวงทำร้าย ไม่ใช่เพื่อนของพวกแกหรอกเหรอ!” เรื่องที่เกริกเกียรติไปแคสติ้งงานละคร นงค์นภัสทราบมาจากพี่ ๆ ในกอง เพราะมันบังเอิญเป็นกองเดียวกับที่เธอร่วมงานด้วย ซึ่งบทของเธอนั้นค่อนข้างดี เพราะเป็นเพียงรองนางเอกเท่านั้น

E Spoiled milk! ฉันรู้นะว่าแกไปเป่าหูให้พี่ผู้กำกับว่าไม่ให้เอากะเทยเล่น แล้วแกก็ไปเป่าหูทีมงานคนอื่น ๆ ว่าฉันเป็นโรคติดต่อร้ายแรง อีบ้า! ตัวยังโสโครกไม่พอ ใจก็ยังเน่าเฟะอีก!ไม่แปลกหรอกที่ปากมันจะเน่า ๆ เหม็น ๆ อย่างนี้ อีพวกปากแร้งปากกา คอยแต่จะจิกกินศพเหมือนแร้ง แต่ละวันมัวทำแต่เรื่องโสมม”

อารมณ์ที่รุนแรงของเพื่อนทำให้พัฒน์ธิดาต้องรีบปรามด้วยการรั้งให้นั่งลง ตอนนี้โต๊ะของเธอกำลังเป็นเป้าจากทุกสายตารอบข้าง

“ทะเลาะกันอย่างนี้ก็ไม่ต่างจากสาวไส้กินกันเองให้คนอื่นเขาดูหรอก แต่ถึงอย่างนั้นพวกฉันไม่มีอะไรจะเสียนะ ไม่เหมือนพวกเธอ คิดดูดี ๆ แล้วกันถ้าอยากมีอนาคตในวงการดี ๆ ก็เก็บปากไปเห่าที่อื่น”

การเหน็บแนมของพัฒน์ธิดาเตือนสติดาราสาวหน้าใหม่ให้ตื่นตัวขึ้น แต่ก่อนหน้านี้คิดไม่ทันเพราะไปที่ไหนก็ไม่เห็นมีใครเข้ามาขอถ่ายรูปหรือลายเซ็นอย่างที่เคยคาดไว้ ทว่าตอนนี้เริ่มระแวงบ้างแล้ว

“ระหว่างแกกับฉันเรื่องยาวแน่!” นงค์นภัสขู่ออกมาเบา ๆ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไม่รอเพื่อนสาวที่ยืนนิ่ง เพราะมัวแต่เข่นเขี้ยวศัตรู

“มิลค์! ไปง่าย ๆ อย่างนี้เหรอ…ฮึ้ยย อย่าคิดว่ารวยแล้วจะมาเบ่งกล้ามกดคนอื่นได้นะ!” พูดจบเพื่อนที่ทำตัวเหมือนลูกน้องจึงวิ่งแจ้นตามไป

“โอ๊ยย ฉันเห็นแล้วเกลียดมันจริง ๆ อีคู่แฝดรักยมนรกคู่นี้เนี่ย” สาวประเภทสองโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“ใจเย็น ๆ น่าจัส ยิ่งร้อนตามมันก็ยิ่งได้ใจ แกอย่าไปให้ราคาพวกมันสิ” พัฒน์ธิดาพูดเตือนสติเพื่อน แต่หากอีกฝ่ายยังคงร้อนอยู่

เดือนสวรรค์ถอนหายใจกับสถานการณ์หน้าอึดอัด ก่อนจะยิ้มอ่อนโยนเพื่อเตือนให้รีบเข้าห้องเรียน

“ไปเถอะ บ่ายโมงแล้ว วิชานี้ได้ยินว่าอาจารย์พูห์เข้าแทนด้วยนะ ถ้าเราไปสายอาจจะโดนลงโทษก็ได้”

 



EBOOK ยิ้มนี้เป็นของพี่ ออกมาแล้วนะคะ ที่ MEB 

'โยษิตา' คงจะฝืนใจเป็นน้องสาวเขาได้อยู่หรอก 

ถ้าเกิดคืนนั้นเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ 'ปัณฑ์ธร' คนที่เปรียบเสมือนพี่ชายแท้ๆ 

สถานะของเขาจึงถูกเลื่อนมาเป็น 'สามี' โดย 'ตั้งใจ' ของเธอ

....แต่ว่าเรื่องอดีตของเธอล่ะ เขาจะรับได้รึเปล่า ทั้งเขาเองก็ยังมีแฟนอยู่แล้ว 
เรื่องระหว่างเธอกับเขาจะจัดการยังไงดี

.
.
.
“เมื่อคืนก่อนที่พี่เมา ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม ยิ้มแค่เช็ดตัวให้พี่อย่างเดียวใช่รึเปล่า”

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

1,086 ความคิดเห็น

  1. #1082 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 21:24
    ดาราเน่าๆ
    #1082
    0
  2. #91 AijaSolothurn (@AijaSolothurn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 12:22
    รอๆค่ะไรท์พระเอกเราอยากจะเป์นแฟนแล้ว😘
    #91
    1