Whisper Softly ให้รักโยงใจไว้ด้วยกัน -ทำมือ REUP

ตอนที่ 14 : บทที่ 13 หมั้นพอเป็นพิธี 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    30 พ.ย. 61

ถึงจะเน้นความเรียบง่ายและพิธีการที่สำคัญ แต่งานหมั้นหมายระหว่างลูกสาวของตระกูลอดุลยศักดิ์และทายาทหนุ่มของมณิศรินทรถูกจัดอย่างสมฐานะดอกไม้หลายชนิดถูกนำแต่งอย่างสวยงาม ไม่ได้ปล่อยให้งานจืดชืด อาหารถูกจัดเตรียมมาจากเชฟระดับโรงแรมหรู รสชาติจึงเลิศเลอประหนึ่งไปนั่งรับประทานในร้านที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ระดับห้าดาว

แขกที่เชิญมาล้วนแต่เป็นญาติคนสนิททางฝ่ายชายที่มีเพียงไม่กี่คน นั่นคือลูกพี่ลูกน้องของคริสโตเฟอร์ที่ออกไปแต่งงานเป็นสมาชิกของครอบครัวใหม่แล้วส่วนญาติทางฝ่ายหญิงแทบไม่มีเนื่องจากเจ้าสัวตรัยเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่เขาโตมากับอาม่า พอผู้มีพระคุณเสียจึงไม่เหลือใคร ส่วนญาติทางฝ่ายมารดาของพัฒน์ธิดา เจ้าสัวตรัยตั้งใจไม่เชิญมา เพราะเกรงว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น

การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นพิธีที่ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้ว่าทั้งคู่ได้หมั้นหมายกันแล้ว และที่สำคัญทำให้เจ้าสัววางใจว่าถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับเขากะทันหัน อย่างน้อยก็ยังมีคนปกป้องและดูแลลูกสาวสุดที่รักจนกว่าเธอจะแข็งแกร่งพอที่จะดูแลตัวเองได้

สาเหตุที่จัดงานนี้เป็นการส่วนตัวเพราะต้องการให้คนรับรู้น้อยที่สุดเนื่องจากพัฒน์ธิดายังเรียนไม่จบ ทั้งสถานะระหว่างภูพรพงษ์และหญิงสาวยังอยู่ในฐานะอาจารย์และลูกศิษย์ ซึ่งสุ่มเสี่ยงว่าจะได้รับผลกระทบ

พัฒน์ธิดาก้มหน้าดูแหวนซึ่งมีลักษณะเรียบหรูและสวยบนนิ้วมือของตัวเอง ดีไซน์ของมันไม่ได้ดูแก่และเก่ามากนัก ไม่ได้งดงามจนโดดเด่น แต่กลับบังเอิญที่เธอและภูพรพงษ์ต่างเห็นพ้องกันว่าสวย หญิงสาวจึงรู้สึกว่ามันพิเศษมากกว่าวงอื่น…แหวนประจำตระกูลของเขา

ใบหน้าของพัฒน์ธิดาร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงช่วงเวลาแลกแหวนแทนใจและคนที่สวมใส่ให้เธอเมื่อครู่

สาวน้อยยังจำความรู้สึกเมื่อตอนที่เขาสวมให้ได้ดี มันเป็นครั้งแรกที่มือหนาซึ่งสากกระด้างเล็กน้อยแตะลงบนมือของเธออย่างนุ่มนวล ซ้ำความร้อนตามอุณหภูมิปกติของบุรุษเพศถ่ายเทออกมาจนเธอพลอยร้อนตามไปด้วย ทว่าเธอสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนจนจิตใจอ่อนไหวอย่างรุนแรง เพราะมันต่างจากพ่อและพี่ชายของเธอมากทั้งยังแฝงด้วยกระแสพิเศษบางอย่างคล้ายกับไฟฟ้าไหวเวียนทั่วร่างกายราวกับถูกชอร์ตจนถึงตอนนี้อาการเหล่านั้นยังไม่จางหาย

แม้ว่าเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเขาจะแตะต้องตัวเธอด้วยการอุ้มถึงสองครั้ง ทว่าเป็นการทำเท่าที่จำเป็น ซ้ำยังเป็นสถานการณ์บังคับ

นอกจากนั้นภาพลักษณ์ในวันนี้ของเขายังทำให้แข้งขาคู่หมั้นสาวแทบอ่อนระทวยเพราะร่างสูงในชุดสูทสีสว่างและผมสั้นที่ถูกตัดแต่งมาให้ดูสุภาพเรียบร้อย แม้จะไม่ได้เสริมเติมมากแต่ทำให้เขาดูแปลกตาไปจากภาพลักษณ์เดิมจนทำให้คนที่ไม่เคยเห็นหายใจไม่ทั่วท้อง ลมหายใจขาดหายเป็นช่วงทุกครั้งเมื่อสบตากับเขา

ทั้งคู่ยืนคอยอยู่ด้วยกันเพื่อคุยกับแขกผู้ใหญ่แต่มีบางช่วงที่ว่างเว้นจากการสนทนาจนเกิดความเงียบงันหญิงสาวจึงมีอาการกริ่งเกร็งในบางทีเพราะไม่รู้จะชวนเขาพูดเรื่องอะไร เธอผินหน้าไปทางอื่นโดยพยายามไม่ใส่ใจเขานักหญิงสาวจึงไม่รู้ว่าคู่หมั้นหนุ่มลอบมองเธออยู่

“อาแพม ๆ!” เด็ก ๆ ที่ทำตัวสงบเสงี่ยมระหว่างพิธีกลับมาวิ่งวุ่นตามนิสัยที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง

ทั้งสองวิ่งมาตะกองกอดพัฒน์ธิดาอย่างรักใคร่ราวกับแม่คนที่สอง ตั้งแต่เช้าเจ้าตัวป่วนสองคนถูกจับอาบน้ำแต่งตัวและถูกสั่งไม่ให้เข้าใกล้พัฒน์ธิดาเพื่อเป็นการรบกวน

อาสาวซึ่งอยู่ในชุดไทยประยุกต์คอกลมแขนกระบอกสีงาช้างเข้ากับผ้าถุงสีเดียวกันกอดหลาน ๆ

“วันนี้โก้กับลีฟถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้อาแพมแต่เช้าเลย คิดถึงงง” คนน้องพูดออดอ้อนจนคนเป็นอาหมั่นไส้

ส่วนคนพี่ก็ไม่น้อยหน้ารีบเอ่ยชมอาสาวเพราะกลัวน้องจะได้ความดีความชอบไปฝ่ายเดียว “วันนี้อาแพมสวยจัง”

“ทำเป็นปากหวานนะเรา” หญิงสาวหอมแก้มของหลานทั้งสองอย่างมันเขี้ยว “แล้วทุกวันไม่สวยรึไง”

“สวยสิ แต่วันนี้สวยที่ซู้ดดดด” ว่าแล้วก็ทำปากจู๋ตามประสาเด็กขี้เล่นจนคนเห็นนึกเอ็นดู

“ว่าแต่คนนี้คือแฟนของอาแพมใช่ไหมอ่ะ” โอลีฟถามตรง ๆ ประสาเด็กแต่ทำเอาอาสาวหน้าแดงเธอรีบจุ๊ปากปรามหลาน ๆ

“อย่าพูดอย่างนี้นะครับ คือ…คุณแม็กซ์เขาเป็น…”

“แฟนครับ แล้วเรียกว่าอาแม็กซ์เหมือนที่เรียกอาแพมก็ได้”คนที่ถูกพาดพิงย่อตัวนั่งลงในระดับเดียวกันกับเด็กทั้งสอง ท่าทางของเขาดูเป็นมิตรกับเด็กมากกว่าที่เธอคิด

แม้จะโล่งใจที่ชายหนุ่มไม่ดุ แต่เขาทำให้เธอข้องใจเรื่องที่พูดกับหลาน ๆ

“คือ…จะดีเหรอคะ”

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เข้าใจง่ายกว่าคำว่า ‘คู่หมั้น’ อีก” แม้จะอายุมากกว่าเธอหลายปี แต่ยังน้อยกว่าพี่ชายของเธอ การให้เด็ก ๆ เรียกว่าอาจึงไม่แปลก

“งั้นอาแม็กซ์ย้ายมาอยู่กับเราได้ไหม เราไม่อยากให้อาแพมย้ายออกไปไหน”

“โอลีฟ!…อาแม็กซ์เขาจะไม่ย้ายมาอยู่กับเรา แล้วอาก็ไม่ได้จะย้ายไปไหนด้วยทำไมถามแบบนี้” อาสาวอยากจะแยกเขี้ยวแล้วกุมขมับ เธอปวดหัวกับคำพูดของเจ้าสองหลาน ทั้งยังอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีและไม่รู้จะวางตัวอย่างไร ยิ่งโดนหลานซักไซ้ก็ยิ่งร้อนรนจนไม่รู้จะสรรหาคำใดมาตอบ

“ก็หม่าม้าบอก…” โกโก้ยืนยันว่าที่น้องพูดเป็นความจริง “…หม่าม้าบอกว่าอีกหน่อยอาแพมต้องมีน้อง เวลาให้เราก็จะน้อยลงเพราะต้องดูแลน้อง ๆ กับอาแม็กซ์” พวกเขาจะเข้าไปกวนอาสาวเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้

พัฒน์ธิดาอยากจะกรีดร้องกับเจ้าตัวป่วนที่พูดไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด ใจหนึ่งก็ซาบซึ้ง แต่ใจหนึ่งอยากหยิกก้นเด็กซื่อจนเนื้อช้ำใน

ภูพรพงษ์ส่ายหน้าพลางยิ้มเบา ๆ เขาหัวเราะให้เด็ก ๆ อย่างนึกเอ็นดู “อาแม็กซ์ไม่ทำให้อาแพมรักพวกเราน้อยลงหรอก ทุกอย่างจะเหมือนเดิม แค่มีอาเพิ่มมาด้วยแค่นั้นเอง”

“งั้นอาชอบแบทแมนเหมือนเราไหม”

คนเป็นผู้ใหญ่เลิกคิ้วก่อนจะตอบด้วยท่าทางสบาย ๆ

“ชอบสิ แต่ชอบสไปเดอร์แมนมากกว่า”

“ทำไมล่ะ”

“ก็สามารถยิงใยแมงมุมได้ ไปได้เร็วโดยไม่ต้องรอรถเลยไง” หนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่พากันคุยจ้อจนทำให้คนที่เกรงว่าภูพรพงษ์จะไม่ชอบเด็ก ๆ โล่งอก เธอยิ้มออกมาพร้อมกับความรู้สึกประหลาด

“แม็กซ์พาแพมมาลาคุณป้าสิลูก คุณป้าจะกลับแล้ว”

จริญญาเดินเข้ามาบอกลูกชายและเลยไปยังว่าที่ลูกสะใภ้

“โกโก้กับโอลีฟมาอยู่กับย่าก่อนนะ ปล่อยให้อาเขาไปกราบลาผู้ใหญ่กัน”

หล่อนบอกอย่างผู้ใหญ่ใจดี ซึ่งเด็ก ๆ ไม่ได้อิดออด เพราะพอเข้าใจสถานการณ์ว่าวันนี้อาของพวกเขาต้องคอยเดินสวัสดีผู้ใหญ่ไปทั่ว

พัฒน์ธิดายิ้มให้หลานเป็นการปลอบใจ เธอหันไปมองภูพรพงษ์ซึ่งอีกฝ่ายยิ้มบาง ๆ ให้

หากเพียงเสี้ยววินาทีที่เธอก้าวเดินหญิงสาวก็แทบหยุดหายใจเมื่อถูกร่างสูงเข้ามาประชิดอย่างกะทันหันพร้อมกับมือนิ่มที่ถูกมือของเขากอบกุมเสียมั่น

ทว่าหัวสมองของเธอไม่ทันได้คิดอะไร เท้าก็ต้องออกก้าวเดินตามเขาอย่างง่ายดายไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงแสนเชื่องที่เจ้านายพาไปไหนก็ไปด้วย

ร้ายกาจเกินไปแล้ว เขาร้ายกาจเกินไปจริง ๆ!

ภูพรพงษ์มีอิทธิพลต่อหัวใจของเธอเหลือเกิน ถ้าขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป คนที่จะไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายถอนหมั้นคงไม่พ้นเธอแน่ ๆ!

 

 

“เห็นป๊ากินแบบนี้แล้วแพมก็อยากเลิกกินเนื้อไปเลย” สาวน้อยมองผัดผักรวมในจานบิดาที่ไร้เนื้อสัตว์ต่างจากจานของคนบนโต๊ะ

“เนื้อสัตว์น่ะกินได้ แต่ว่าอย่ามากเกินไป” ตั้งแต่เจ็บป่วยมาเจ้าสัวพลอยห่วงสุขภาพคนในบ้านไปด้วย

หลังจากทำเคมีบำบัดครั้งที่สองในช่วงก่อนงานหมั้น ท่านเหมือนจะมีอาการแพ้กว่าครั้งแรก เช่นเบื่ออาหาร กินอะไรไม่ค่อยอร่อย ผมร่วงบ้างแต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้จะมากน้อยขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน

โชคดีว่ามีบุษบงคอยดูแลพ่อของเธอไม่ขาดตกบกพร่อง จึงทำให้ความกังวลของพัฒน์ธิดาที่เป็นห่วงท่านได้ผ่อนปรนลงไปบ้าง

หลังจากบิดาได้รับการรักษามา พัฒน์ธิดาสังเกตว่าในตอนเช้าท่านมักจะออกกำลังกายเบา ๆ อย่างไทเก๊ก ยืดเส้นยืดสายบ้าง ต่างจากแต่ก่อนที่ไม่แม้แต่จะคิดมาสูดอากาศบริสุทธิ์นอกบ้าน ทั้งยังเรื่องการรับประทานอาหารที่หันมาใส่ใจแต่ของมีประโยชน์ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่

พัฒน์ธิดาเองก็เพิ่งมาสนใจและศึกษาเรื่องพวกนี้จริงจังหลังจากเพิ่งทราบว่าคนสำคัญของเธอกำลังป่วย ซึ่งหลาย ๆ คนสามารถหายจากโรคนี้เพราะการดูแลรักษาตนอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญกำลังใจเป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้ป่วยสู้ต่อไป

“ว่าแต่พี่พลอยไปบอกเด็ก ๆ ว่าแพมจะย้ายไปกับคุณแม็กซ์มันไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ เดี๋ยวพอถึงเวลาจริง ๆ ยังไม่ทันได้แต่งกับเขา แต่กลับถอนหมั้นขึ้นมาแพมไม่หน้าแตกเอาเหรอ” พัฒน์ธิดาถามพี่สะใภ้ที่ร่วมโต๊ะอย่างติดตลก

พิชชายิ้มแหย ๆ ให้น้องสามี เพราะไม่คิดว่าลูก ๆ จะเอาไปบอกพัฒน์ธิดา

“ก็พี่เห็นว่าเด็ก ๆ หวงแพมกันมาก ขนาดน้องแพมจะไปเรียนภาษาที่ออสเตรเลียยังร้องกระจองอแงเลย ถ้าอีกหน่อยไปอยู่ที่บ้านโน้นพี่กลัวพวกแกจะปรับตัวไม่ได้”

พัฒน์ธิดาจำได้ดีว่าตอนนั้นกว่าเธอจะขอบิดาไประหว่างปิดภาคเรียนจนท่านยอมใจอ่อนไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แต่พอสำเร็จแล้วกลับเจอเจ้าสองแสบร้องไห้โวยวายทำให้เธอต้องยกเลิกแผนการนั้นไป

“แพมว่าอีกไม่นานเขาต้องอยากถอนหมั้นแน่ ๆ ป๊าทำใจไว้แล้วใช่ไหม”

“แต่อย่างน้อยก็ได้ลองคบกัน ป๊าเชื่อว่าระหว่างแม็กซ์กับแพมมีอะไรบางอย่างที่เหมือนกัน น่าจะไปได้ดี แต่ถ้าที่สุดแล้วเข้ากันไม่ได้จริง ๆ ป๊าก็จะไม่ฝืนใจ แต่เชื่อป๊าเถอะว่ายังไงแม็กซ์คือคนที่ใช่สำหรับแพมยิ่งวันที่เขาช่วยชีวิตแพมไว้ป๊าก็ยิ่งมั่นใจว่าเขาจะดูแลแพมได้”

แม้จะออกอาการหมั่นไส้กับความมั่นใจของบิดา แต่เธอก็ปฏิเสธเต็มปากไม่ได้ว่าการคบหากับเขาเป็นสิ่งที่เธอต่อต้าน

ถ้าภูพรพงษ์ไม่รู้จักและสนิทสนมกับบิดาของเธอ ในวันนี้ก็คงไม่ใช่เขาที่จะได้เป็นคู่หมั้น

“แต่เรื่องแต่งงานคงต้องรอจนกว่าแพมจะเรียนจบ ส่วนเรื่องหมั้นแพมต้องยืนกรานกับป้าและยายของแพมเองว่าเป็นความต้องการของแพม แพมคงเข้าใจในสิ่งที่ป๊าพูดใช่ไหม” เจ้าสัวตรัยพูดย้ำอีกรอบ

สาวน้อยพยักหน้า เพราะเข้าใจดีว่าญาติทางฝ่ายมารดารังเกียจบิดาที่เคยจนมาก่อน เมื่อสมัยคบกับมารดาก็เป็นเพียงนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จน ๆ คนหนึ่ง แต่ใครจะไปนึกว่าตอนนี้ได้ถือครองที่ดินซึ่งมีมูลค่าเกินกว่าจะประเมินได้

“ค่ะ แพมจะทำตามที่ป๊าบอก”

 

 

 ฝาก EBook เรื่องใหม่ด้วยนะคะ 

EBOOK ยิ้มนี้เป็นของพี่ ออกมาแล้วนะคะ ที่ MEB 

'โยษิตา' คงจะฝืนใจเป็นน้องสาวเขาได้อยู่หรอก 

ถ้าเกิดคืนนั้นเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ 'ปัณฑ์ธร' คนที่เปรียบเสมือนพี่ชายแท้ๆ 

สถานะของเขาจึงถูกเลื่อนมาเป็น 'สามี' โดย 'ตั้งใจ' ของเธอ

....แต่ว่าเรื่องอดีตของเธอล่ะ เขาจะรับได้รึเปล่า ทั้งเขาเองก็ยังมีแฟนอยู่แล้ว 
เรื่องระหว่างเธอกับเขาจะจัดการยังไงดี

.
.
.
“เมื่อคืนก่อนที่พี่เมา ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม ยิ้มแค่เช็ดตัวให้พี่อย่างเดียวใช่รึเปล่า”

“…!!!...”

“เงียบอย่างนี้หมายความว่ายังไง สรุปว่าคืนนั้นมีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ สินะ”


จิ้มลิ้งค์เลย >>>> ยิ้มนี้เป็นของพี่ <<<<<

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

1,086 ความคิดเห็น

  1. #1079 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 19:28
    ทำไมญาติฝั่งแม่ต้องรังเกียจเมื่อปัจจุบันรวยล้นฟ้าแถมคู่หมั้นก็เป็น god of loan 55555
    #1079
    0
  2. #82 Jvar J. (@jvar) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 10:57
    มีคู่เเข่งแล้วนะอาจารย์ หึๆ
    #82
    1