Whisper Softly ให้รักโยงใจไว้ด้วยกัน -ทำมือ REUP

ตอนที่ 13 : บทที่ 12 แค่คนมีน้ำใจ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    30 พ.ย. 61

เพราะว่าเดินได้ไม่มาก ทั้งยังต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุง ชายหนุ่มจึงนำรถมารับถึงที่

พัฒน์ธิดาในชุดนักศึกษาเหลียวซ้ายแลขวา เพื่อจะมั่นใจว่าไม่มีใครทันได้เห็นเธอขึ้นรถของ ‘อาจารย์ภูพรพงษ์’โชคดีว่าขณะที่รถเบนซ์สีดำมาจอดรับข้างทางเท้าซึ่งไม่ห่างจากม้านั่งเป็นจังหวะเดียวกับผู้คนบริเวณรอบข้างค่อนข้างน้อย จึงพอวางใจได้ว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็น

“จริง ๆ วันนี้ไม่น่าจะมาเลย” เขาบ่นเป็นครั้งที่สาม ด้วยสีหน้าตึง ๆ แววตาแฝงด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นเธอเดินกระเผลก ๆ อย่างทุลักทุเล

“การเรียนเป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่เหรอคะ จะให้ขาดง่าย ๆ เหรอ” เธอแสร้งประชด เพราะอยู่ในอารมณ์หวาดเกรงว่าใครจะมาเห็นเธอกับเขาเข้า

“คันนี้ผมไม่เคยขับมา ตอนนี้คันที่ใช้ประจำต้องเอาไปตรวจเช็ก” อาจารย์หนุ่มบอกเธอให้สบายใจ แต่ไม่วายพัฒน์ธิดายังแอบบ่นอุบอิบ

ขณะรถเริ่มขับเคลื่อน คุณหนูสาวรีบปรับเอนเบาะให้เกือบราบสุด ก่อนจะนำกระเป๋า BALENCIAGA ใบใหญ่ยกขึ้นปิดบังใบหน้าอีกที เธอทำตัวหลบ ๆ

ซ่อน ๆ ไม่ต่างจากพวกลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

           ที่จริงเธอแอบชื่นชมภูพรพงษ์และคนในบ้านมณิศินทรที่เป็นคนไม่โอ่อ่าสมฐานะ ทั้งที่รวยมากมายจนอาจเรียกได้ว่ามหาศาล เป็นโคตรเหง้าเจ้าพ่อเงินกู้ แต่กลับใช้รถราคาคันแค่ไม่กี่ล้าน ถ้าเป็นเจ้าสัวหรือทายาทบางคนคงใช้รถสปอร์ตคันละหลายสิบล้านไปแล้ว ซึ่งข้อนี้ทำให้เธอปลื้มปริ่มอาจารย์หนุ่มที่ไม่เห็นรถเป็นของสะสมเล่นอย่างผู้ชายฐานะดีส่วนใหญ่ทำกัน

“ถ้าลำบากขนาดนี้ แยกกันกลับซะก็น่าจะดี”

ทั้งที่กระจกรถคันนี้จะทึบจนมองจากภายนอกเข้ามาไม่เห็น และยังเป็นรถคันโตที่ดูเหมือนรถครอบครัว แต่หญิงสาวก็ยังไม่วางใจ

ทั้งที่เธอตั้งใจพูดกับตัวเองแต่คนขับกลับหูดีเสียอย่างนั้น

“ก็ถ้าไม่จำเป็นต้องพาไปดูแหวนหมั้นคงปล่อยให้กลับแล้ว”

“แหวนหมั้น?” เธอถามขณะที่ยังไม่ยอมโงหัวขึ้นมาเพื่อคุยกับเขาดี ๆ ยอมแง้มเพียงสิ่งกีดขวางใบหน้าออกเล็กน้อย

“ใช่ หลังจากพาคุณไปล้างแผล ก็จะพาไปดูแหวนที่บ้านผม”

“แล้วที่อาจารย์...เอ่อ คุณแม็กซ์บอกว่าจะมีเรื่องจะคุยกับป๊าล่ะ” เธอเปลี่ยนคำเรียกเขาเมื่ออีกฝ่ายปรายตาเป็นเชิงเตือน ซึ่งแม้ไม่ดุเท่าตอนสอนในห้องเรียนแต่ทำให้คุณหนูที่มักเอาแต่ใจกริ่งเกรงขึ้นมาบ้าง

“คงไม่ดีหรอกถ้าจะบอกต่อหน้าเด็กคนนั้น...ว่าแต่คุณกับเขาสนิทกันรึเปล่า”

“ธามเหรอคะ…”

เขาไม่ได้ตอบสายตามุ่งไปยังเส้นทางข้างหน้าพัฒน์ธิดาจึงมั่นใจว่าเขาหมายถึงคนดังกล่าว เธอส่ายหน้าหวือเป็นคำตอบ พร้อมกับปรับเบาะขึ้นเป็นปกติเมื่อรถแล่นออกมาจากรั้วของมหาวิทยาลัย

“ไม่ได้สนิทกันค่ะ รู้จักกันเมื่อวันที่เขามาที่บ้านเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มคงสงสัยตามประสาคนทั่วไปเพราะธามไทเป็นลูกของภรรยาใหม่ของป๊าทางพฤตินัย เพราะหล่อนไม่ยอมจดทะเบียนสมรส

“แล้วคิดยังไงกับเขา”

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนจะมองหน้าคนขับที่สายตามุ่งตรงไปทางข้างหน้า “คิดยังไง หมายความว่ายังไงคะ”

“คิดว่าเขาเป็นไงล่ะ นิสัยดี หรือเข้ากันบ้างรึเปล่า”

คนฟังเบ้ปาก แม้ว่าธามไทจะหน้าตาดีถึงขั้นเรียกว่ารูปหล่อ นิสัยโอเค แต่เธอไม่เคยคิดอะไรแบบนั้น

“อาจา...คุณแม็กซ์ถามทำไมคะ ” เธอส่อแววไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรผ่านน้ำเสียง อดคิดไม่ได้ว่าเขาพยายามผลักไสเธอให้ชอบคนวัยเดียวกัน เนื่องจากอยากให้ยกเลิกการหมั้นโดยให้เธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เขาที่คล้ายกับว่าถูกทิ้งย่อมไม่ผิดและไม่ถูกป๊าตำหนิ

“ก็แค่อยากรู้ว่าคุณชอบแบบไหน” ใบหน้าของเขาไร้อารมณ์ เว้นแต่เพียงแววตาเท่านั้นที่พัฒน์ธิดาไม่สามารถสังเกตเห็น

“แพมไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น…สำหรับแพม เขาก็แค่เพื่อน”

เธอแอบบอกเสียงแข็งด้วยความรู้สึกหมั่นไส้คนขับหนุ่มข้าง ๆ ที่อยากยุยงเธอนัก พูดจบใบหน้าสวยซึ่งแต่งมาอ่อน ๆ สมกับวัยก็เมินออกไปนอกหน้าต่างมองวิวข้าง ๆ เพื่อให้อารมณ์ที่กำลังปะทุได้พอเย็นลง

หญิงสาวจึงไม่ได้เห็นว่าอีกฝ่ายแสดงใบหน้าแบบไหน หรือกำลังเจ็บใจรึเปล่าที่ได้ยินเธอพูดไปแบบนั้น

“อืม ผมเชื่อคุณ”

 

ทั้งที่ปกติน้องซึ่งเกิดร่วมท้องเดียวกันจะไม่ค่อยมาเยี่ยมนัก แต่ดูเหมือนว่าช่วงหลังหล่อนจะมีกะจิตกะใจคิดถึงจนมาหาพี่ชายถึงที่ ทั้งยังพาลูกเลี้ยงหนุ่มที่เป็นลูกติดสามีมาด้วย

“พอดีว่าคุณดิษฐ์ไปฮ่องกงมาเลยได้ของมาฝากเฮียด้วย ครั้งนี้โชคดีค่ะ เพื่อนของคุณดิษฐ์ เจ้าของภัตตาคารใหญ่ที่มีสาขาเยอะที่สุดในปักกิ่งเก็บกระเพาะปลาเก๋าชั้นดีไว้ให้ วรรณแบ่งมาฝากเฮียด้วย ได้ยินว่าแพงและหายากใช่ไหมคะ”

เมื่อสมัยก่อนเจ้าสัวตรัยยังจำได้ดีว่าประดิษฐ์หรือสามีของน้องสาวซึ่งมีฐานะดีจากครอบครัวเคยดูถูกและรังเกียจเขา ซึ่งถ้าหากวรรณาไม่เกิดความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับประดิษฐ์ แล้วพ่อแม่ของทางฝ่ายนั้นไม่รู้เข้า น้องสาวของเขาก็คงไม่ได้อยู่ในฐานะภรรยาของอีกฝ่ายจนถึงปัจจุบัน

เมื่อตอนนั้นเขาอยู่ในฐานะที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว ต่างจากอีกฝ่ายที่กินเงินถุงเงินถังมาจากต้นตระกูล แต่ไร้ความรู้มาบริหารจนตอนนี้ธุรกิจทางด้านสื่อที่เอาเงินไปลงทุนอยู่ในขั้นวิกฤต ตั้งแต่หันมาทำทีวีดิจิทัล บริษัทก็ติดลบนับพันล้านมาตลอดหลายปี

นับจากนั้นประดิษฐ์สั่งให้น้องสาวมาเป็นกาวใจประสานรอยร้าวกับเขา ทั้งครั้งนี้ยังส่งประพันธ์ ลูกชายมาด้วย

“เฮียไม่กินอาหารแบบนี้แล้ว เธอเก็บไว้เถอะ คนในบ้านก็ไม่ค่อยชอบเท่าไร” เจ้าสัวปฏิเสธที่จะรับของอย่างไร้เยื่อใย ซึ่งเขาจำได้ดีว่าเมื่อก่อนที่มีปัญหาด้านการเงิน ประดิษฐ์และวรรณาไม่เคยมีน้ำใจที่จะหยิบยื่นมือมาช่วย ซ้ำยังดูหมิ่นเสียจนเข้าหน้ากันไม่ติด

“แต่คุณดิษฐ์เขาอุตส่าห์หอบข้ามน้ำข้ามทะเลมาให้ เฮียจะไม่รับไว้หน่อยเหรอคะ”

เจ้าสัวส่ายหน้า “ที่บ้านนี้ไม่มีใครกินของแบบนี้จริง ๆ เฮียเริ่มหันมาดูแลสุขภาพกินพวกผักผลไม้ซะส่วนใหญ่ คุณบุษเองก็เหมือนกัน เจ้าเพ้นต์กับเมียเขาก็ไม่ค่อยชอบของพวกนี้ เด็ก ๆ หรือจะเหมาะ ส่วนพอมแพมยิ่งไม่ต้องพูดถึง เจ้าคนนั้นไม่แตะหรอก”

วรรณาเหลือบไปมองภรรยาใหม่ของพี่ชายซึ่งนั่งตัวลีบ ทำเป็นเหมือนวิญญาณไร้อากาศที่เจียมเนื้อเจียมตัว ทว่าหล่อนเชื่อว่ายายคนนี้ต้องมีพิษสงไม่ธรรมดา

พอเห็นสายตาของเจ้าสัวตรัยที่เริ่มเตือนว่าไม่ให้แตะต้องเมียรัก หล่อนจึงเบนไปถามถึงหลานสาวของตัวเอง

“ว่าแต่ยายแพมเป็นไงบ้างคะ อีกไม่กี่ปีก็จะจบแล้วใช่ไหม”

“ใช่ อีกสองปี ตอนนี้เรียนอยู่ปีสามแล้ว”

“พอดีเลยค่ะ ตาปัตย์เองก็จะสามสิบ อีกไม่นานก็อยากมีครอบครัว ตอนนี้กำลังช่วยงานที่บริษัท ถ้าได้รู้จักกับยายแพมไว้ก็คงไม่เสียหลาย…”

ประพันธ์มาเพียงต้องการเงินไปต่อยอดไอ้ธุรกิจสื่อโทรทัศน์ที่ทำท่าจะวายป่วงในอีกไม่นาน แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าสวยบนรูปถ่ายติดผนังก็ทำให้เขามีความต้องการเพิ่มไปอีกขั้น

“ถ้าแค่จะรู้จักจริง ๆ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีจุดประสงค์อื่นคงไม่เหมาะ เพราะอีกสองอาทิตย์พอมแพมจะหมั้นแล้ว” เจ้าสัวตรัยบอกเสียงเรียบ แต่ทำเอาคนฟังตกใจ

“หมั้น!?

“ใช่ หมั้นกับตาแม็กซ์”

“แม็กซ์? แม็กซ์ไหนคะ”

“ภูพรพงษ์ ลูกของคุณจันทร์กับคริสโตเฟอร์”

วรรณาถึงบางอ้อ เพราะมีใครบ้างที่ไม่รู้จักครอบครัวซึ่งเป็นเจ้าของธนาคารศรีไทย ธนาคารขนาดใหญ่ที่ธุรกิจของสามีเป็นหนี้อยู่

“…แต่สองคนนั้นดูเหมือนจะมีอายุห่างกันมาก”

“ไม่มากหรอก ไม่ต่างกับลูกเลี้ยงของเธอสักเท่าไร”

วรรณาหน้าเสียกับคำพูดของพี่ชาย “แต่เฮีย…จะไม่รับพิจารณาตาปัตย์หน่อยเหรอคะ ตาปัตย์จบทั้งตรีและโทจากอังกฤษเลยนะคะ พอกลับมาก็ขยันช่วยงานคุณดิษฐ์ นี่กำลังเรียนรู้งานอยู่ อีกไม่นานจะเข้ารับตำแหน่งจากคุณดิษฐ์แล้ว ผู้ใหญ่ในบริษัทต่างสนับสนุนชื่นชมผลงานของตาปัตย์มาก” วรรณาอวดลูกสามีซึ่งเลี้ยงมาแต่เล็กเพื่อให้พี่ชายหันมาสนใจ

“เธอคิดว่าว่าที่ลูกเขยของเฮียจะด้อยกว่าเหรอ ถึงเขาจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของคุณจันทร์กับคริสโตเฟอร์ แต่เขามีความรู้ความสามารถ ถึงจะไม่มีมรดก แต่เขาสามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองและคนในครอบครัวได้”

คำตอกหน้าของเจ้าสัวทำเอาสองแม่ลูกไม่มีที่ยืนในบ้านหลังนี้ ยิ่งได้ฟังประโยคที่ตามมาก็ยิ่งต้องรีบขอตัวหนีกลับแทบไม่ทัน

“ที่สำคัญ ภูพรพงษ์ไม่เคยรักสบายหรือดูถูกคนอื่น แม้แต่ทำเรื่องเหลวไหลอย่างพวกเข้าบ่อน เที่ยวกลางคืน ใช้จ่ายสิ้นเปลืองหรือคั่วผู้หญิงโดยไม่เลือกหน้าเขาก็ไม่เคย!”

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

1,086 ความคิดเห็น

  1. #1078 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 19:14
    โอ้โห ที่อยากให้แพมมีคนดูแล คงเพราะรู้ว่าถ้าสิ้นตัวเองคงมีแต่คนวิ่งเข้าใส่แพม
    #1078
    0
  2. #80 wantanee27 (@wantanee27) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 16:19
    คุณบุ๊คมาเลยเถอะ พลีสสสสสส เฮ้อ_ดีต่อใจ ^.^
    #80
    1