Whisper Softly ให้รักโยงใจไว้ด้วยกัน -ทำมือ REUP

ตอนที่ 10 : บทที่ 9 หนี้ชีวิตและหัวใจ (2) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,577
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 144 ครั้ง
    30 พ.ย. 61

ความโกลาหลเกิดขึ้นทั่วลานกว้าง ผู้คนที่เดินสัญจรผ่านหน้าห้างสรรพสินค้าและอยู่บริเวณไม่ไกลต่างมุงดูเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้นหน้าลานห้างฯ

ในตอนนี้ตาของสาวน้อยพร่าจากคราบน้ำตาที่คลออยู่บนเบ้า ทั้งยังอาบเปรอะเปื้อนอยู่บนใบหน้าโดยเธอไม่อาจเช็ดได้

มวลประชาชนจำนวนมากจับจ้องมาเป็นตาเดียวกัน โดยหนึ่งในนั้นมี

อรพรรณซึ่งกำลังยืนร้องไห้ ขณะมองมาทางเธอและคุยโทรศัพท์

นี่อาจจะเป็นภาพสุดท้ายที่เธอได้เห็นก่อนจะจากโลกนี้ไปเพราะกลัวว่าอาวุธที่อยู่ในมือของชายเมายาทางด้านหลังจะแทงเธอเข้า ถ้าหากมันคิดว่าเธอเกิดขัดขืน

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไร แต่สำหรับพัฒน์ธิดามันช่างยาวนาน

รปภ.ทำได้เพียงรอดูท่าทีของคนร้าย ซึ่งความหวังของเธอตอนนี้คือตำรวจ ขอให้พวกเขามาถึงที่นี่ทันก่อนเธอจะโชคร้ายกลายเป็นศพจากมือคนบ้าเมายานี่

คนกลัวจนแทบจะปัสสาวะราดพยายามข่มตาหลับ เธอสวดมนต์ทำใจ และปล่อยวางพร้อมที่จะไป…เมื่อเริ่มรู้สึกหมดหวัง แต่ภาพหลอนของใครบางคน

ดันปรากฏตัวเข้า ทั้งที่ไม่ควรนึกถึง พอลืมตาขึ้นภาพของเขาก็ยังไม่หาย ร่างสูงยังคงปรากฏปะปนอยู่ในกลุ่มฝูงชนซึ่งเธอสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน

ทั้งที่จะตายอยู่แล้ว แต่ยังนึกถึงเขาอีก

เธอพยายามกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อทำให้ตัวเองเป็นปกติ ทว่าหญิงสาวยังคงเห็นเขา เธอแทบแยกไม่ออกว่านี่มันเป็นเรื่องจริงหรือฝันกันแน่

“อาจารย์…”

น้ำตาสาวไหลพรากลงมาหนักขึ้น เมื่อเห็นคนที่คิดว่าฝันหันมาสบตากับเธออย่างมีนัยยะ ซึ่งภาพนั้นทำให้เธออุ่นใจ มันไม่ใช่แค่ความฝัน และเธอมีหวังที่จะรอดขึ้นมาบ้าง

ถึงจะเคยตั้งเขาไว้เป็นคนที่ควรอยู่ห่างมากที่สุด เพราะไม่ชอบที่บิดาบังคับให้หมั้นกับเขา แต่ ณ เวลานี้ ความอคติและถือดีหายไปสิ้น

ขอเพียงแค่ให้เธอรอดไปจากตรงนี้ได้จริง ๆ เธอจะอโหสิกรรมให้ทุกคน แม้แต่กับเขา เธอจะไม่คิดอคติอีกต่อไป

 

ภูพรพงษ์ที่บังเอิญมาเดินซื้อปากกาดิจิตอลยอมรับว่าเขาตกใจกับสิ่งที่เห็น แต่มีสติพอที่จะเข้าไปช่วยเหลือ ชายหนุ่มเริ่มเจรจากับคนร้าย เขาใจเย็นรับฟังและคอยถามไถ่ถึงความต้องการจนอีกฝ่ายเริ่มวางใจ แต่ยังอดระแวงไม่ได้

ชายเมายาเสพติดต้องการไปหามารดาที่ต่างจังหวัด ซึ่งภูพรพงษ์รับปากที่จะช่วยเหลือ แต่อีกฝ่ายต้องยอมเปลี่ยนตัวประกันตามเงื่อนไข

“ผมสัญญาว่าจะช่วยตามที่คุณบอก…แต่อย่าทำอะไรเด็กผู้หญิงคนนั้น…”

โดยที่ระหว่างนั้นมีดของมันสั่นกระตุกเป็นช่วง ๆ เสียดผิวของพัฒน์ธิดาเป็นระยะ ทว่าหญิงสาวไม่ได้รู้สึกเจ็บ เพราะตอนนี้ร่างของเธอชาไปหมด เหมือนไร้ความรู้สึกแล้ว

พัฒน์ธิดารู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้านัก เธอเห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งเข้ามาคุยกับภูพรพงษ์ก่อนที่พวกเขาจะยื่นข้อเสนอด้วยการแลกตัวประกัน ซึ่งคนร้ายยอมที่จะแลก แต่…

“กูไม่เอาพวกมึง ถ้าจะแลกก็เอาไอ้หนุ่มคนนั้นที่รับปากกูมา” ชายเมายาปฏิเสธเมื่อเห็นว่าหนึ่งในตำรวจจะเข้ามาเปลี่ยนตัวแทนเธอ แต่มันไม่ยอมรับใครนอกจากภูพรพงษ์

อาจารย์หนุ่มสบตากับเธอเสี้ยววินาทีหนึ่ง ราวกับวัดใจ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้ามาหา ในวินาทีนั้นพัฒน์ธิดาคิดว่าตัวเองต้องตาฝาด เพราะไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะกล้าเดินเข้ามา เป็นคำตอบว่าเขาเอาชีวิตมาแลก!

เธอรักตัวเองก็จริง แต่ไม่มากพอที่จะให้ใครมาตายแทน โดยเฉพาะเขา…

อาจารย์หนุ่มเข้ามาใกล้เพียงเอื้อมมือ คนบ้าเมายาปล่อยเธอออกและผลักอย่างแรงขณะที่จะลากอีกฝ่ายเข้ามาแทน

ทั้งที่ตื่นกลัว แต่พัฒน์ธิดาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหาเขา แม้เขาจะตัวใหญ่กว่า เป็นผู้ชายแต่ไม่ได้แปลว่าจะสามารถเอาตัวรอดจากผู้ร้ายได้ เขาดูบอบบาง ผิวขาวละเอียด เพราะฉะนั้นจึงน่าห่วงไม่ต่างกัน สองสามคนในฝูงชนรีบดึงเธอเข้าไปในกลุ่มเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อตัวประกันของชายเมายาที่อาจเปลี่ยนใจมาคว้าตัวเธออีก ซึ่งอรพรรณรีบเข้ามาหาในเวลานั้น

พอเธอหันไปก็พบว่าพลาดอะไรบางอย่างแล้ว

วินาทีที่เธอหันหลัง ดูเหมือนว่าจะเกิดเหตุการณ์ให้อึ้งกันเล็กน้อย

ภูพรพงษ์ไม่ได้ถูกล็อกตัวอย่างที่คาด เขาบิดแขนของคนร้ายจนเกิดเสียงบริเวณข้อศอกดัง ‘ป๊อก!’

เธอทันหันไปได้เห็นเพียงแค่เขากำลังจับแขนคนร้ายไพล่หลังโดยที่ตำรวจรีบเข้าไปรวบตัวชายคนนั้น

ทันทีที่เห็นเขาปลอดภัย ร่างบางก็โล่งอกโผเข้ากอดเพื่อนสนิทแน่น ใช้เวลาอยู่นานกว่าอาการใจเสียจะเริ่มหายไป เมื่อดีขึ้นมากเธอจึงค่อย ๆ ผละออก ซึ่งพอดีกับคนที่ช่วยชีวิตไว้เดินเข้ามาหา เธอกับเขาสบตากันโดยไม่ได้พูดอะไร

เธอขอบคุณเขา เขากำลังปลอบเธอว่า ไม่เป็นไร

ไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ยนอกจากรอยยิ้มบาง ๆ ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น

คนที่เคยถือดี คิดว่าตัวเองอยู่ได้โดยไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครโดยเฉพาะเขาได้กลับมาสำนึก เธอหวนนึกถึงกิริยาหยิ่งยโสที่ตัวเองประพฤติ หญิงสาวจึงร้องไห้ออกมาเสียยิ่งกว่าตอนถูกจับ

อาการเสียใจของคนตรงหน้าส่งผลให้คนช่วยเหลือเอาแขนแกร่งพาดที่ไหล่บางแล้วลูบศีรษะเพื่อเป็นการปลอบขวัญ จึงกลายเป็นว่าเธออยู่ในอ้อมอกของเขากลาย ๆ

“คุณไม่เป็นอะไรแล้วนะ ไม่มีใครทำอะไรคุณได้แล้ว”

ยิ่งได้ฟังบ่อน้ำตาของพัฒน์ธิดาก็ตื้นขึ้นไปใหญ่

จะเป็นอย่างไรถ้าหากเธอเป็นอะไรไป…โดยยังไม่ทันได้เห็นหน้าบิดาหรือหากเขาเป็นอะไรไป…เพราะเสียสละให้เธอ

พัฒน์ธิดาสะอึกสะอื้นร้องไห้หนัก จนคนตั้งใจจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นต้องดึงตัวเธอเข้ามากอดจริง ๆ แล้วค่อย ๆ ลูบหลังและศีรษะ

น้ำตาของเธอเปรอะเปื้อนบนอกเสื้อของเขาจนชุ่มโดยไม่นึกกลัวว่าอีกฝ่ายจะตำหนิ ซึ่งเขาก็เป็นเช่นนั้น ซ้ำยังใจดีคอยพูดปลอบเธออย่างอ่อนโยน ซึ่งทำให้สาวน้อยคิดว่าตัวเองปลอดภัย…เมื่อยามอยู่ในอ้อมอกของเขา

แขนและมือของเธอกอดเขาแน่นจนใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเธอค่อยผละออก จากนั้นก็คอยเช็ดคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนทั่วทั้งใบหน้านวล

ตอนนี้เธอติดหนี้บุญคุณเขาแล้ว เธอสัญญาว่าจะชดใช้ให้เขาแม้กระทั่งชีวิต…และหัวใจ

 

ภาพที่ลูกศิษย์ถูกจับเป็นตัวประกันทำให้ภูพรพงษ์ใจหายวาบ เขายอมรับในวินาทีนั้นว่าอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่สติกลับมาเร็วพอที่จะเตือนว่าควรทำเช่นไรเพื่อหาทางช่วยโดยที่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บ แม้ว่าจะเป็นดั่งใจหวัง แต่พอได้เห็นรอยบาดข้างแก้มใสต่ำลงไปจนถึงใต้คาง เขาก็ต้องพาคนที่ใจเสียไปที่โรงพยาบาล จากนั้นเขาจึงพาเธอมาส่งที่บ้าน เพราะหญิงสาวยังไม่พร้อมให้ปากคำใด ๆ

พัฒน์ธิดายังคงหวาดกลัว แม้ว่าจะส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธว่าไม่เป็นไร แต่เธอเชื่อฟังเขา เธอยอมทำทุกอย่างเพื่อขอเพียงเขาอยู่ใกล้ ๆ

แต่ถึงจะไม่บาดเจ็บอะไรมาก ทว่าขาของหญิงสาวดูอ่อนเรี่ยวอ่อนแรงจนเกินจะทรงตัวไหว ภูพรพงษ์จึงเป็นคนอุ้มเธอลงมาจากรถก่อนจะนำไปพักในห้องนั่งเล่นซึ่งคนในบ้านต่างกุลีกุจอมาหาด้วยความเป็นห่วง

“แพมเป็นยังไงบ้างลูก…” เจ้าสัวตรัยเข้ามาหาลูกสาว

คนที่นั่งซึมมาตลอดทางเพียงได้ยินเสียงของผู้ให้กำเนิด เธอก็โผเข้ากอดบิดาทันที

“…ป๊า แพม แพมกลัว แพมคิดว่าจะไม่ได้กลับมาเจอป๊าซะแล้ว” เธอลืมเรื่องความโกรธเก่าไปสิ้น

“ไม่เป็นไรนะแพม ปลอดภัยแล้ว อยู่ที่บ้านของเราไม่มีใครมาทำอะไรแพมได้”

บิดาเห็นลูกเป็นทุกข์ ก็รู้สึกปวดร้าวในอก ลูกสาวของเขาประคบประหงมมาอย่างดี พยายามทำให้ชีวิตของเธอปลอดภัยมากที่สุด แต่กลับมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น

 

“คุณแพมทานอะไรหน่อยไหมคะ” บุษบงถามเมื่อหญิงสาวผละออกจากบิดา

พัฒน์ธิดาส่ายหน้า แม้ว่าเธอจะหายสะอื้นไห้ หากยังคงเงียบคล้ายกับซึมเศร้า

ทุกคนที่เห็นอาการก็พลอยเป็นห่วงคุณหนูสาวกัน รวมถึงอรพรรณที่ติดรถมาด้วย

“งั้นเราปล่อยให้ยายแพมพักผ่อนก่อนเถอะครับ” พชรพลเห็นตาปรือปรอยของน้องจึงคิดว่าเหนื่อยและเพลียจึงชักชวนทุกคนออกไปเพื่อให้น้องสาวได้พักผ่อน ทว่าพี่ชายอย่างเขาไม่ได้คิดเลยว่าพัฒน์ธิดากลัวที่จะอยู่ตามลำพัง

ในวินาทีที่ทุกคนกำลังทยอยออกจากห้อง หญิงสาวจึงคิดเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่อที่จะรั้งคนที่ยังมองเธอคล้ายเป็นห่วง แต่อีกฝ่ายกลับพูดขึ้นราวกับอ่านใจเธอออก

“ผมขออยู่เป็นเพื่อนพอมแพมได้ไหมครับ”

ทุกคนชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครนึกท้วงอะไร เพราะเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ดี โดยเฉพาะเจ้าสัวตรัยที่มองมาที่คู่หมั้นหนุ่มด้วยท่าทางวางใจและเชื่อมั่น

“อืม ลุงฝากด้วยนะ”

 

พัฒน์ธิดามองหน้าชายหนุ่มที่ช่วยชีวิตเธอไว้ เขามองเธอกลับเช่นกัน ทว่าเธอไม่อาจอ่านสายตาที่เขามองมาได้

“หนูนึกว่าตัวเองจะไม่รอดกลับมาซะแล้ว…” นัยน์ตาคนพูดฉายแววสั่นระริกและมีน้ำตาคลอ

มือหนาปัดป่ายเส้นผมสีน้ำตาลสลวยซึ่งปรกบนหน้าผากออก เขายิ้มให้กำลังใจเธอ

ขณะนั้นสมองของคนที่เพิ่งรอดชีวิตก็ไพล่คิดไปว่าถ้าชีวิตของเธอไม่มีผู้ชายคนนี้จะเป็นเช่นไร

“กลับมาสิ คุณก็กลับมาหาป๊าคุณแล้วไง” เสียงนุ่มทุ้มทำให้เธออุ่นใจและคลายความกังวล ทว่ามันไม่อาจมากพอที่จะปัดเป่าความหวาดกลัวในใจได้

เหตุการณ์ในวันนี้เลวร้ายสำหรับสาวน้อยหรือใครก็ตามที่ได้พบ

“อาจารย์เก่งจัง มีวิชาป้องกันตัวด้วย สงสัยหนูต้องไปเรียนบ้างแล้ว” ไม่คาดคิดเลยว่าหนุ่มผิวขาวที่ดูบอบบางจะดูแข็งแรงถึงขนาดสู้กับคนร้าย ซ้ำยังใจกล้าเอาตัวมาแลกแทนเธอ

“ผมชอบเล่นไอคิโดตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไร” ซึ่งเพราะงานการที่เข้ามารุมล้อมทำให้ยากที่จะแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่น

เขาช่างดูเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟ็กต์มาก ผู้หญิงแบบไหนกันนะที่จะเหมาะสมกับเขา

“ถ้าหนูเป็นอะไรไป…หนูกับอาจารย์คงไม่ได้หมั้นกัน…สิ่งที่อาจารย์รับปากป๊าไว้ก็จะเป็นโมฆะ…”

ถ้าพูดอย่างอื่นอาจทำให้ภูพรพงษ์นึกเห็นใจ แต่นี่ไม่ใช่

“หยุดคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว…ผมไม่มีทางดีใจหรอกถ้าเราต้องยกเลิกการหมั้นเพราะเหตุการณ์บ้า ๆ นี่” ยามปกติภูพรพงษ์คงนึกลงโทษคนที่นอนตรงหน้ากับคำถามไร้สาระของเธอ ทว่าสภาพในตอนนี้ เขาไม่อาจปฏิบัติต่อเธอได้อย่างปกติ “แล้วถ้าเกิดยังคิดบ้า ๆ อีก ผมก็จะให้คุณคัดลายมือจนกว่าจะสำนึก”

ถ้าไม่เพลียจากการร้องไห้และตกใจ หญิงสาวคงขำไปแล้ว

“…หนูขอโทษที่เคยทำตัวไม่ดีกับอาจารย์ ตอนนี้อาจารย์คงสมน้ำหน้าหนูอยู่ใช่ไหมคะ”

เธอกล้าพรั่งพรูคำพูดเหล่านี้ออกมาราวกับกลัวจะไม่ได้บอกเขาอีก ซึ่งอาจเป็นเพราะเฉียดวินาทีเป็นตายมาเท่ากัน มันจึงทำให้เธอกล้าเค้นความรู้สึกตัวเองออกมา

“หยุดพูด แล้วนอนซะ คุณคงไม่อยากฟังหรอกว่าผมรู้สึกยังไงตอนที่เห็นคุณถูกจับตัวไป”

ชายหนุ่มมองไปที่บาดแผลบนใบหน้าของเธอผ่านผ้าปิดแผล ถึงแม้เป็นเพียงเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ต้องการให้มันมาระคายผิวของเธอเลย

“นอนพักผ่อนได้แล้ว ตื่นมาแล้วค่อยหาอะไรทาน”

สายตาคมดุอย่างตำหนิแกมสั่งให้เธอหลับ

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยหนูไว้” พัฒน์ธิดาพูดทั้งน้ำตา อีกฝ่ายจึงต้องช่วยใช้นิ้วเกลี่ยน้ำใส ๆ บริเวณหางตา

“หลับเถอะ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณเอง” เขาพูดปลอบประโลม ซึ่งนั่นสามารถเรียกรอยยิ้มของพัฒน์ธิดาให้กลับคืนมา แม้ว่ายังไม่กว้างเหมือนเดิม แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี

ในยามปกติหัวใจสาวคงเต้นระทึกด้วยความตื่นเต้นและกระโดดโหยง ๆ เป็นกระต่ายตื่นตูมไปแล้ว แต่ตอนนี้ กลับรู้สึกอบอุ่น มันเหมือนเป็นเครื่องย้ำเตือนได้ว่าเธอไม่ได้เป็นอะไร เธอจะปลอดภัยเมื่อได้มีเขาอยู่ใกล้ ๆ

“งั้นแพมขอจับมืออาจารย์นะคะ…”

คนถูกขอชะงัก แต่ก็เป็นฝ่ายเริ่มประสานมือข้างหนึ่งเข้ากับเธออย่างเต็มใจ สร้างความอบอุ่นและแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายบาง

เขาทำราวกับประทับสัญญาว่าจะไม่หนีไปไหน เขาจะรอเธออยู่ตรงนี้จน

กว่าเธอจะตื่นขึ้นมา

“หลับตาได้แล้ว เด็กดีต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่”

คนถูกแซวที่ได้ยินคำพูดกึ่งหยอกกึ่งสั่งจึงยิ้มขำ ก่อนจะเริ่มหลับตาอย่างจริงจัง โดยที่มือกุมเขาไว้แน่น แต่กระนั้นก็ต้องลืมตาขึ้นมาเมื่อฉุกคิดได้

“แพมไม่อยากตื่นมาแล้วไม่เจอใคร…อย่าหนีไปไหนนะคะ”

เธออ้อนวอนเขาด้วยดวงตาที่น่าสงสารจนอีกฝ่ายไม่อาจเพิกเฉยต่อคำร้องขอของเธอ ภูพรพงษ์ที่เตรียมตำหนิ จึงเปลี่ยนเป็นยิ้มอย่างไม่ถือสา

“อืม ผมจะอยู่กับที่นี่จนกว่าคุณจะลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หลับเถอะ”

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 144 ครั้ง

1,086 ความคิดเห็น

  1. #1075 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 18:32
    ถึงจะเป็นปรชง แต่พระเจ้าประทานเนื้อคู่ที่ทั้งหล่อ รวย เก่ง มาเป็นของปลอบใจก็โอเค
    #1075
    0
  2. #67 Jvar J. (@jvar) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 08:24
    แพมอะไรจะซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้
    #67
    1
  3. #48 AijaSolothurn (@AijaSolothurn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 17:53
    รอนะคะไรท์เรื่องนี้สายหวานหรือเปล่าค่ะเค้าชอบสายหวานอ่ะไรท์❤
    #48
    0