เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 53 : บทที่ 30 งานที่ไม่ได้คิดว่าจะวุ่นวาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,867
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    13 ธ.ค. 61

มโนพัศที่ปลีกตัวออกมาได้สักระยะหลังจากปล่อยให้พี่ชายและคู่หมั้นของเขาเคลียร์ปัญหากันตามลำพังเดินกลับมาอีกครั้ง ซึ่งแม้ว่าคนในงานจะน้อยนักที่มีวัยเดียวกันแต่ก็พอมีคนรู้จักบ้าง ชายหนุ่มจึงถือโอกาสเข้าไปทักทายแล้ววกกลับมาหาธนเศรษฐ์ใหม่

คนที่เพิ่งมาสังเกตเห็นท่าทางของพี่ชายที่ดูแปลก ๆ ใบหน้าแดงก่ำและแววตาสะท้อนถึงความโกรธอะไรบางอย่างหากแต่ดูเหมือนพอยังมีสติอยู่บ้าง ซึ่งข้าง ๆ เขามีคู่หมั้นสาวคอยพูดปราม หากแต่ดูเหมือนพี่ชายจะไม่ค่อยเชื่อฟังเท่าไร

“นี่เกิดอะไรกันขึ้นครับ ทำไมพี่นายถึงดื่มหนักขนาดนี้” มโนพัศเข้าไปประคองธนเศรษฐ์ที่เหมือนจะล้ม ซึ่งดูแล้วร่างของหม่อมหลวงวรัมพรคงไม่สามารถรับน้ำหนักของพี่ชายได้

“เมื่อตะกี้เกิดสงครามขึ้นนิดหน่อยค่ะ เป็นครั้งแรกเลยนะคะที่ฟ้าได้เห็นพี่นายเป็นอย่างนี้” เสียงของคนเป็นคู่หมั้นคล้ายระอาเต็มที

“สงคราม?” คนไม่อยู่ในเหตุการณ์ถาม

“พี่เมืองถามพี่นายเองเถอะค่ะ ฟ้าไม่อยากจะก้าวก่าย” ท่าทีของหญิงสาวแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าหล่อนไม่พึงชอบธนเศรษฐ์ในมุมนี้เท่าใดนัก คงเป็นเพราะหญิงสาวคงชินและปลื้มในความอ่อนโยนกับท่าทีของเขาที่ดูเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือมากกว่า

ธนเศรษฐ์ไม่ได้ใส่ใจบทสนทนาของคนทั้งสอง เพราะตอนนี้หัวสมองของเขากำลังคิดถึงใครบางคนที่ดันไปตอบตกลงว่าจะตบแต่งกับหม่อมหลวงวรทย์ทั้งที่เธอก็รู้ว่าเขาไม่พอใจ

“ผมว่าผมพาพี่นายกลับก่อนดีกว่า ดูท่าจะไม่ค่อยโอเคแล้ว”

มโนพัศเสนอซึ่งหม่อมหลวงวรัมพรก็เห็นด้วย หญิงสาวจึงอาสาไปบอกกล่าวพ่อกับแม่ของเธอแทนคู่หมั้นหนุ่มที่ดูไม่พร้อม ขณะที่มโนพัศก็คอยประคองพาพี่ชายไปที่รถ

 

คนขับลอบมองใบหน้าของพี่ชายที่ผินหน้าออกทางหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ซึ่งตั้งแต่ขึ้นรถมา เขาก็ยังคงไม่ปิดเปลือกตาหลับ

“พี่นายคงรักผู้หญิงคนนั้นมาก” มโนพัศเปรยถาม เขาพอเดาออกได้ไม่ยากในความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ยิ่งเมื่อตอนที่หญิงสาวทำงานเป็นผู้ช่วยเลขาฯ ให้ธนเศรษฐ์ บ่อยครั้งนักที่เขามักจะเห็นเธอเดินติดตามพี่ชาย ทั้งที่ปกติแล้วระดับประธานใหญ่ที่ควบถึงสามตำแหน่งจะใช้ผู้ช่วยเป็นผู้ชาย เพราะคล่องตัวกว่าและไม่ก่อเกิดปัญหาทางชู้สาว แต่กับชนกานต์ดูเหมือนจะเป็นข้อยกเว้น อีกทั้งตั้งแต่ธนเศรษฐ์อาการดีขึ้นจากอุบัติเหตุรถยนต์ครั้งนั้นเขาก็ไม่เคยคบใครจริงจังเว้นเสียแต่คู่หมั้นของเขา

คนถูกถามยิ้ม หากแต่เป็นยิ้มที่ไม่เต็มปาก เขาไม่ได้หันมามองหน้าน้องชายกลับ “ถ้าวันหนึ่งได้รักใครมาก ๆ จนชีวิตผูกพันกับเขา นายจะไม่มีทางปล่อยเธอไป”

มโนพัศฟังแล้วเข้าใจคำตอบที่พี่ชายบอกอ้อม ๆ ทันที “แล้วพี่นายจะทำยังไงเรื่องหมั้นหมายกับฟ้าไว้”

ธนเศรษฐ์ไม่ตอบคำถามของน้องชายแต่กลับพูดอีกเรื่องแทน “ถ้าเกิดแกเป็นคนทำหน้าที่แทน พี่มั่นใจว่าแกทำได้”

ที่ถามไม่ใช่เพราะกลัวจะทำไม่ไหว แต่เขาต้องการทราบว่ามโนพัศรับได้หรือเปล่าที่จะบริหารธุรกิจที่ไม่ได้สนใจทั้งเครืออย่างอัศวเศวตรกรุ๊ปซึ่งไม่ได้มีเพียงแต่อสังหาริมทรัพย์เท่านั้น

"เฮ้ย พี่นายพูดอะไรเนี่ย ที่พี่ทำทุกวันนี้บริษัทเราก็มาไกลจนผมทำเหมือนพี่ไม่ได้หรอก” คนเป็นน้องชายท้วงถึงสิ่งที่พี่ชายควรภาคภูมิใจ ไม่ใช่เบื่องานเพราะอกหักแล้วคิดจะมอบหมายทิ้งให้เขาบริหารต่อ

“อีกไม่นานหรอกที่พี่จะอยู่ดูแลต่อ” ริมฝีปากของธนเศรษฐ์ยกยิ้มพร้อมแววตาที่แสดงออกมาอย่างเย็นชาคล้ายกับกล้าที่จะละทิ้งทุกสิ่ง

“ไม่นะพี่ ผมไม่รับด้วย ปล่อยให้พี่ชายมายึดเอาไปยังดีกว่า” คนที่ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับอำนาจบริหารใหญ่ปฏิเสธพัลวัน นอกจากเขาจะไม่อยากจะขัดขาหรือประโยชน์ของใครแล้ว เขาก็ยังไม่สนใจบริหารเครือใหญ่ที่ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ด้วย

ธนเศรษฐ์ไม่ตอบ เขาเพียงยิ้มแล้วผินหน้าหนีเหม่อมองไปริมทางที่ผ่านไปเรื่อย ๆ เช่นเดิม

ถึงเวลาที่เขาต้องเลือกและตัดสินใจแล้ว

 

รถคันหรูสี่ประตูสีขาวแล่นเข้ามาจอดหน้าคอนโดฯ หลังจากที่เขาพยายามพาเธอไปหาหมอเมื่อสังเกตว่าใบหน้าของหญิงสาวดูซีดเซียวเหมือนจะไม่สบายอยู่เต็มที ทว่าก็ต้องยอมแพ้เมื่อเธอยืนยันว่าจะกลับมาที่นี่

“อาจารย์ส่งข้าวตรงนี้ก็ได้ ไม่ต้องขึ้นไปหรอกค่ะขอบคุณมากนะคะ”

คนอาสาพารับส่งยิ้มกว้าง เพราะเขายินดีที่จะทำ “ผมก็ต้องขอบคุณข้าวเหมือนกันที่ให้โอกาสผม”

“คะ?” คนที่ไม่รู้เรื่องในตอนนั้นงุนงง เธอไม่เข้าใจความหมายที่เขาพูด

“ก็ที่ตกลงว่าระหว่างเราสองคนจะตกลงจะศึกษากัน”

คนที่ตอบตกลงไปโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวจึงพอคิดและเดาเหตุการณ์ออกว่า คงเป็นเพราะที่งาน เธอตอบตกลงอะไรไปสักอย่างให้เขาเข้าใจผิด ขณะที่กำลังคิดเรื่องบางอย่างอยู่ในหัวจนไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่คุณชายพันธ์และลูกชายพูด

“ต้องขอโทษอาจารย์ด้วยนะคะที่ข้าวอาจทำให้เข้าใจผิด...ข้าวเชื่อว่าอีกไม่นานอาจารย์จะต้องเจอคนที่ดีและเหมาะสมกว่าข้าวแน่ ๆ อย่าเสียเวลากับข้าวเลยนะคะ” ดวงตาแน่วแน่และไร้เยื่อใยของคนพูดทำให้หม่อมหลวงวรทย์อดไหววูบในอกไม่ได้

“...ข้าวจะไม่ลองให้โอกาสผมหน่อยเหรอ”

ชนกานต์อยากจะร้องไห้เสียเหลือเกิน อาจารย์เมฆเป็นคนดีซึ่งผู้หญิงคนไหนได้เป็นคู่คงโชคดีไม่น้อย แต่นั่นไม่ใช่สำหรับเธอ คนที่ไม่มีพร้อมอะไร ทั้งเรื่องฐานะและหัวใจ

“ขอโทษนะคะ” พูดจบแล้วหญิงสาวก็เปิดประตูลงจากรถโดยที่ไม่ได้เอ่ยคำร่ำลาใด ๆ เพราะเธอไม่มีหน้าจะพูดอะไรที่เป็นการแก้ตัวเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น

เป็นอย่างนี้ละดีแล้ว ต่างคนต่างมีชีวิต ต่างมีเส้นทางเป็นของตัวเอง อย่าไปทำให้ใครต้องมาตกต่ำกับคนอย่างเธออีกเลย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น

  1. #1287 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 10:15
    นางเอกพูดชัดเจนมาก ชอบๆ
    #1287
    0
  2. #329 Wiwan Truadngu (@wiwan9255) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 18:31
    อืออออออ ท่านประธาน ...พี่นายยยย
    #329
    1