เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 41 : บทที่ 23 สัญญาที่เผลอละเมิด 2 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,855
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    10 พ.ย. 61

     ร่างสูงกลับเข้าห้องมาหลังจากที่เขาไปสัมภาษณ์งานมาในช่วงเช้า ชายหนุ่มเชื่อมั่นว่าจะได้งานนี้แน่นอน แม้จะเป็นบริษัทเล็กหากตำแหน่งและเงินเดือนไม่ได้น้อยเลยสักนิด ออกจะมากกว่าบริษัทใหญ่ ๆ บางแห่งเสียอีก และที่เขารีบกลับมาก็เพราะรีบอวดคนที่อยู่ในห้องซึ่งทำกับข้าวให้เขากินเมื่อเช้าฟัง

     “ข้าว ข้าวอยู่ไหน” ชายหนุ่มไล่ตามหาแฟนสาวทั่วจนเหลือแต่เพียงห้องนอน ธนเศรษฐ์ไม่ช้าที่จะรีบจ้ำเพื่อเปิดประตูเข้าไปหา

     ตั้งแต่วันที่เขาและชนกานต์มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันเขารีบพาเธอไปที่สำนักงานเขตโดยมัดมือชกให้หญิงสาวจดทะเบียนสมรสกับเขา แม้ว่าชนกานต์จะไม่เห็นด้วยในทีแรกแต่การพูดหว่านล้อมของเขาก็สำเร็จ ซึ่งนั่นทำให้ธนเศรษฐ์สบายใจว่าเขาได้รับผิดชอบเธอแล้ว และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตั้งแต่นี้ต่อไปเขาและเธอจะกลายเป็นคนคนเดียวกัน เป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามพฤตินัยและนิตินัย

     เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งแรกอาจดูเหมือนมาจากความเมาแต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ ทั้งหมดนี้เป็นความตั้งใจของเขาตั้งแต่ต้น

     ธนเศรษฐ์เชื่อว่าต่อจากนี้เขาจะดูแลชนกานต์ได้ แม้ว่าหญิงสาวจะเหลืออีกเพียงปีเดียวที่จะจบการศึกษา ทว่าเขาก็มีกำลังมากพอที่จะเลี้ยงดูเธอให้อยู่ด้วยกัน เมื่อมีกำลังทรัพย์กว่านี้มาก ๆ เขาและเธอจะจัดงานแต่งเล็ก ๆ โดยเขาไม่ลืมที่จะไปสู่ขอกับญาติผู้ใหญ่ฝั่งเธอด้วย

     เพียงแค่คิดธนเศรษฐ์ก็อดยิ้มและจินตนาการไม่ได้ ทว่าพอเดินเข้ามาถึงในห้องนอน ภาพที่หญิงสาวคนรักกำลังรื้อเสื้อผ้าของตัวเองแล้วพับเก็บกระเป๋าทำให้ยิ้มของเขาเลือนหายไปทันที

     “ทำอะไรน่ะข้าว”

     คนเก็บเสื้อผ้าสะดุ้งเฮือก หญิงสาวเม้มปากแน่นพยายามกลั้นน้ำตาและเลือกที่จะไม่หันไปมองแฟนหนุ่ม

     “ข้าวว่าข้าวจะย้ายออกไปจากที่นี่ ข้าวได้ที่อยู่ใหม่แล้ว”

     “ได้ยังไง เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าเราจะอยู่ที่นี่กันต่อ ถึงนายจะเรียนจบแล้วแต่ข้าวไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นอย่าลืมสิว่าเราเป็นอะไรกัน” ชายหนุ่มจับมือบางให้หยุดนำเสื้อผ้าของเธอออกจากตู้

     หญิงสาวจึงหันไปมองแฟนหนุ่มด้วยดวงตาแดงก่ำพร้อมทั้งพูดในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะมีวันได้พูด “…เราเลิกกันเถอะ พรุ่งนี้เราไปหย่ากันนะ”

     คนฟังงงงวยกับการกระทำของแฟนสาวที่จู่ ๆ ก็พูดอะไรออกมา “ข้าวพูดอะไร รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา!

     แม้ภายนอกจะแข็งกร้าวจนใคร ๆ มองว่าเขาเป็นคนมีจิตใจเข็มแข็ง ทว่าสำหรับผู้ชายคนนี้แล้วจุดอ่อนของเขาคือผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้

     “รู้ แล้วก็รู้ดีด้วยว่าเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้” เสียงหวานสั่นเครือสะอึกสะอื้นไปพร้อมกัน

     “ข้าวหมายความว่ายังไง…” ธนเศรษฐ์จับแฟนสาวให้หันหน้ามาเผชิญแล้วสบตาหาคำตอบกันซึ่งหน้า

     “ก็หมายความว่า...ถ้านาย นายจะกินเงินเดือนแบบนี้โดยไม่กลับไปทำงานที่บ้าน...เราก็เลิกกันเถอะ”

     “นี่ข้าวพูดเรื่องอะไร!”

     “ข้าวรู้แล้วว่านายเป็นลูกเศรษฐี ข้าวโง่มาตลอดทั้งที่อยู่ด้วยกันแต่ข้าวกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนายเลย” ชนกานต์สูดลมใจเข้าลึกแล้วพูดต่อ “ข้าวอยู่กับนายไม่ได้หรอก เราแยกทางกันเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยไปหย่ากันนะ”

     แม้ไม่เข้าใจ หากใบหน้าชายหนุ่มกลับเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธในคำพูดของเธอ

     “เรื่องฐานะมันไม่เคยสำคัญสำหรับเราไม่ใช่เหรอข้าว”

     หญิงสาวส่ายหน้า “มันสำคัญ สำคัญสำหรับข้าวที่สุด ถ้านายจะเลือกทางนี้ ข้าวก็ขอไม่อยู่ด้วย” เธอพูดจบแล้วหันไปเก็บเสื้อผ้าเข้ากระเป๋าใบเดิมที่หิ้วเข้ามาตั้งแต่วันแรก ก่อนจะรูดซิปปิดแล้วทำท่าจะเดินจากไป หากแต่เจ้าของห้องเดินมาขวางเอาไว้

     “เมื่อวานเรายังคุยกันอยู่เลยว่านายจะทำงาน นายไม่เห็นข้าวจะว่าอะไรเลย แต่ทำไมวันนี้กลับมาเห็นตรงข้ามล่ะ นายไม่ให้ข้าวไป!” ว่าแล้วเขาก็กระชากกระเป๋าออกจากมือเล็กแล้วโยนเข้าไปในตู้อย่างแรง

     “นาย!” คนที่ไม่ได้เห็นอารมณ์โกรธของชายหนุ่มมานานหลายปีจึงตกใจ หากไม่ทันไรร่างของเธอก็ถูกสวมกอดอย่างแน่นจนแทบหายใจไม่ออก แทนที่จะไม่พอใจแต่หากส่วนลึกของชนกานต์กลับรู้สึกดีเพราะอย่างน้อยสุดท้ายก่อนจะจากกันเธอก็ได้รับอ้อมกอดอันอบอุ่นของเขาอีกครั้ง

     “ข้าวอาจจะกำลังท้อง...” อะไรที่พูดแล้วรั้งเธอไว้ได้เขาก็จะทำ

     “ไม่ อย่าลืมสิว่านาย...ป้องกันมาตลอด” แม้จะเป็นเรื่องที่น่าอาย แต่ชนกานต์พูดความจริงเพื่อให้ชายหนุ่มได้ตระหนักถึง

     “แต่ครั้งแรกนายไม่ได้ทำ”

     “ข้าวกินยาคุม นายไม่ต้องห่วงหรอก” เหมือนอกของธนเศรษฐ์จะถูกฉีกเป็นแผลกว้าง เพราะไม่ว่าจะทำเช่นไรหญิงสาวก็พยายามที่จะไปจากเขาท่าเดียว ซึ่งเขาไม่มีทางปล่อยเธอไปได้แน่ ๆ

     “ข้าวอย่าไปนะ ไหนเราสัญญากันแล้วไงว่าเราจะสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยกัน มีครอบครัวด้วยกัน บ้านของเราจะมีพ่อแม่แล้วก็ลูก ๆ อีกสาม ข้าวลืมไปแล้วเหรอ” เสียงทุ้มพูดข้างหูคนตัวเล็ก ซึ่งหญิงสาวสัมผัสได้ว่ามันสั่นไปบ้าง เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าธนเศรษฐ์กำลังร้องไห้เพราะเหตุผลที่เธอจะจากไป

     หลังจากงานศพของอเนกคุณแล้ว เธอไม่เคยเห็นชายหนุ่มร้องไห้อีกเลย และวันนี้หญิงสาวแทบไม่เชื่อว่าตัวเองคือต้นเหตุที่ทำให้ธนเศรษฐ์ต้องเสียน้ำตา

     เปลือกตาบางหลับตาลงแน่น มือทั้งสองยกขึ้นทำทีท่าว่าจะกอดหากก็ตัดสินใจเปลี่ยนเป็นผลักให้ร่างสูงออกไป มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องไปตามทางชีวิตที่ถูกปูไว้บนพรมแดง ไม่ใช่มาเผชิญขวากหนามบนถนนที่ไม่มีแม้แต่กรวดทรายลาดกับเธอ

     “ปล่อยข้าว เราต่างคนต่างไปเถอะ ข้าวไม่อยากลำบากกับนาย”

     “ลำบาก? คนสวมกอดค่อย ๆ ผละออกมาเพื่อมองหน้าคนรัก หากแขนก็ยังไม่ปล่อยเธอออกไป

     “ใช่ ลำบาก ตั้งแต่วันที่ข้าวรู้ว่านายดูมีฐานะ อยู่คอนโดฯ ใหญ่โต ข้าวก็คิดจะจับนายไว้ แต่พอมาถึงวันนี้ข้าวเพิ่งมารู้ว่านายเป็นลูกเศรษฐีแล้วอยากทำตัวเป็นยาจก อยากใช้ชีวิตด้วยความลำบาก ข้าวรู้สึก…ไม่อยากอยู่กับนายแล้ว!”

     ธนเศรษฐ์ไม่ปักใจเชื่อ ต้องมีใครมาพูดกับชนกานต์ทำให้หญิงสาวแสดงอะไรออกมาแบบนี้ ซึ่งเขาเชื่อจากใจจริงว่านี่ไม่ใช่ตัวตนของเธอแน่นอน

     “ข้าวรู้ได้ยังไงว่านายเป็นลูกใคร มีคนมาพูดอะไรกับข้าวใช่ไหม”

     ชนกานต์เชิดหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยอ่อนโยนมาตลอดเริ่มเย็นชาเป็นน้ำแข็งปรากฏให้ชายหนุ่มเห็น

     “ไม่สำคัญหรอกว่าข้าวรู้ได้ยังไง ที่สำคัญคือถ้านายถูกตัดออกจากกองมรดก ข้าวก็ไม่ขออยู่ด้วยแล้ว!”

     ธนเศรษฐ์ขมวดคิ้วเพราะคำพูดนี้แม่ได้เป็นคนขู่เขาไว้ “แม่ใช่ไหม แม่มาพูดอะไรกับข้าวใช่ไหม”

     หญิงสาวก้มหน้าลงต่ำ แล้วไม่พูดอะไร เธอพยายามผลักเขาแรงขึ้น หากแต่ไม่เป็นผล “ปล่อยข้าวไปเถอะ ข้าวรับเงินจากแม่นายมาแล้วว่าข้าวสัญญาว่าจะไปจากชีวิตนาย ปล่อยข้าวนะ!”

     “โกหก ข้าวไม่มีทางทำอย่างนั้นหรอก!”

     “ข้าวไม่ได้โกหก ไม่เชื่อลองดูในกระเป๋าข้าวสิ มันมีเช็คที่แม่นายให้ข้าวไว้” ชนกานต์เริ่มร้องไห้โฮพร้อมทั้งพยายามดันร่างที่รัดตัวเธอแน่นออก

     ธนเศรษฐ์สบสายตากับคนรัก ก่อนจะเดินไปเปิดกระเป๋าใบเล็กที่เริ่มเก่าและเธอมักใช้มันเป็นประจำ ซึ่งเขาพบกระดาษใบหนึ่งซึ่งมีลายมือของแม่เขาจริง ๆ

     “เห็นรึยังว่าข้าวไม่ได้โกหก ข้าวรับเงินแม่นายมาแล้ว ข้าวก็ต้องไป”

     ชนกานต์พูดเพียงเท่านั้น หญิงสาวต้องเบิกตากว้างเมื่อแฟนหนุ่มฉีกกระดาษใบนั้นอย่างไม่ไยดี “นาย!” เพราะกระดาษใบนี้สำคัญกับเธอมาก มันสามารถช่วยเหลือชีวิตคนที่เธอรักมากไม่แพ้ธนเศรษฐ์

     “ไม่มีแล้ว ไม่มีเช็คอะไรทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ข้าวไม่ต้องไปไหน อยู่กับนายที่นี่!”

     “ไม่! นายใจร้าย” ชนกานต์ทรุดตัวลงมองกระดาษที่ถูกฉีกออกเป็นแผ่นอย่างเสียดาย

     “ข้าวอยากได้เท่าไร นายสัญญาว่าจะหามาให้ แต่ข้าวต้องอยู่กับนาย”

     “ไม่! ข้าวจะไม่อยู่กับคนใจดำอย่างนายอีกแล้ว” แม้ลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไปแต่ร่างของเธอกลับถูกรั้งเอาไว้

     “ไหนข้าวสัญญากันแล้วไงว่าจะไม่ทิ้งกัน ข้าวสัญญากับนายไว้แล้ว”

     “มันเป็นแค่ลมปากจะเชื่ออะไรได้...”

     เหมือนเข็มนับพันทิ่มแทงเข้าไปในใจชายหนุ่ม “ดี!งั้นอย่าหวังว่าจะได้ไปไหนอีกเลย เพราะนายเองที่จะเป็นคนยึดลมปากนี่ไว้”

     เพียงเสี้ยววินาทีที่เขาผละออก ร่างสูงก็กระชากร่างบางลงบนเตียงอย่างแรงโดยไม่ลืมที่จะถลกผ้าปูที่นอนสีเข้มซึ่งเคยเป็นผืนเสื่อให้ทั้งสองคนเฝ้านอนพร่ำรักกันมาผูกไว้ที่ข้อเท้าข้างหนึ่งของคนที่คิดจะไปกับขาเตียงอย่างแน่นหนา

     “นายปล่อยข้าวนะ!” มือบางพยายามดึงพันธนาการนั้นออก ทว่ามือของเธอถูกเขาจับออกมาอย่างแรงจนแทบจะเป็นบีบ

     “นายจะไม่มีวันปล่อยข้าวไปไหนอีก เราจะเป็นของกันและกันตลอดไป” จากนั้นไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมาอีกเว้นแต่เสียงอู้อี้ของคนตัวเล็กที่ถูกปิดปาก ร่างของเธอถูกตรึงไว้แน่นพร้อมกับร่างสูงที่ประกบลงมา เขาลงโทษเธออย่างไม่ปรานี และเพียงไม่กี่วินาทีที่หญิงสาวเริ่มอ่อนแรงคล้ายไม่ต่อต้าน บทลงโทษจึงแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและอ่อนหวานราวกับออดอ้อนขอความเห็นใจ ขอร้องไม่ให้เธอจากเขาไป

     ชนกานต์รู้สึกเจ็บปวดที่เธอรักเขามากเกินไป แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกอิ่มเอมกับเวลาครั้งสุดท้ายที่ทั้งเขาและเธอจะได้ใช้ร่วมกัน

     เสียงประท้วงผันแปรเป็นเสียงครางหวานปนสะอื้นให้ชายหนุ่มได้ยินเป็นห้วง ๆ ซึ่งธนเศรษฐ์รู้สึกอุ่นใจที่ได้ยินเพราะเสียงนี้เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนเขาว่าชนกานต์ยังอยู่กับเขาที่นี่และเธอจะไม่มีวันจากไปไหน

     ความสุขระคนความทุกข์ที่เอ่อล้นระบายออกมาเป็นน้ำตาทำให้ใบหน้าหวานเปียกฉ่ำ คนเหนือร่างจึงทำหน้าที่จูบซับเรื่อย ๆ ไม่ปล่อยให้น้ำใส ๆ ได้หยาดลงไปบนปลอกหมอน เขาเก็บทุกหยดน้ำตาของหญิงสาวไว้ไม่ให้เล็ดรอดผ่านริมฝีปากอุ่น

     จนบทรักสิ้นสุด ร่างสูงที่นอนก่ายกอดร่างเปลือยเปล่าของหญิงอันเป็นที่รักอย่างถนอม ผละออกมาแกะผ้าที่ใช้ผูกข้อเท้าเรียวเล็กออกแล้วมองเธออย่างรู้สึกผิด

     “นายขอโทษ”

     ชนกานต์นิ่งงันไม่ตอบ เธอหลับตาแน่น ขณะที่หัวใจคล้ายกับว่าถูกบีบรัดอย่างแรงจนเจ็บปวด

     “อย่าทิ้งนายไปไหนอีกนะ อยู่กับนายด้วยกันนะ”

หญิงสาวเม้มปากแน่นไม่อาจรับปากได้ เธอหลับตาลงอยากจะให้น้ำตาไหลคืนย้อนกลับ ทว่ามันกลับทำไม่ได้ดั่งใจ

 

     ธนเศรษฐ์กลับขึ้นมาบนห้องอีกครั้งหลังจากแฟนสาวของเขาพร่ำบ่นเมื่อทำความเข้าใจกันบนเตียงเรียบร้อยว่าปวดศีรษะมาก เขาอาสาไปซื้อยาแก้ปวดให้เพราะเธอไม่ต้องการไปหาหมอ ด้วยความเชื่อใจทั้งท่าทีที่ชนกานต์แสดงออกอย่างโอนอ่อนคล้ายกับเป็นคนเดิมทำให้ชายหนุ่มเชื่อว่าชนกานต์จะไม่หนีไปไหนอีก

     ...หากแต่แต่ทุกสิ่งเป็นเพียงแค่ลมปากอย่างที่เธอบอกไว้จริง ๆ

     กระเป๋าเสื้อผ้าในตู้ที่เขาโยนเข้าไปหายพร้อมกับร่างของเจ้าของที่น่าจะอยู่ในห้อง เธอเหลือไว้เพียงแต่กระดาษซึ่งเป็นลายมือของตัวเองไว้ให้เขาดูต่างหน้า

     ‘ข้าวเชื่อว่าสักวันนายจะเจอคนที่ดีกว่าข้าว ดูแลนายได้ดีกว่า ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ขอให้นายโชคดี ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยนะ’

     กระดาษนั้นชื้นเล็กน้อยเหมือนกับว่ามีน้ำตาของคนเขียนหยดใส่ ทั้งยังทิ้งรอยไว้ให้คนอ่านอาลัยหา

     มือหนากำถุงยาที่เขาลงไปซื้อมาแน่นก่อนจะปามันลงไปบนพื้นอย่างแรง

     ไม่มีทางหรอกที่เธอจะหนีเขาไปได้ตลอด ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องพาเธอกลับมาให้ได้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น

  1. #1275 Jubjang_pattanan (@Jubjang_pattanan) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 07:44

    เคยอ่านครั้งหนึ่งนานมาแล้กลับมาอ่านอีกยักสนุกเหมือนเดิมค่ะ

    #1275
    0
  2. #1274 LuckyAwa (@LuckyAwa) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 12:26
    สนุกมากๆคะ
    #1274
    0
  3. #223 Beer Kanokporn (@beerthhottest) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 08:07
    พี่นายอย่าใจร้ายมากนักเลย
    #223
    1
  4. #222 Oipaka (@Oipaka) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 07:53
    รออีบุ๊คค่ะ
    #222
    1