เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 40 : บทที่ 23 สัญญาที่เผลอละเมิด 2 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,517
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    7 พ.ย. 61

     บรรยากาศในร้านอาหารใกล้มหาวิทยาลัยที่ทั้งสามเคยร่ำเรียนค่อนข้างเงียบ เพราะเป็นช่วงเช้าของวันหยุด นักศึกษาที่มักชวนกันมารับประทานจึงบางตากว่าทุกวัน

     ทั้งสามเลือกร้านอาหารซึ่งเคยมาร่วมกันอยู่ครั้งหนึ่งเพื่อหวนนึกถึงความทรงจำเดิม ๆ ที่คงเหลือความสนุกสนานไว้อย่างน่าประทับใจ

     “พี่จำได้ว่าร้านนี้เตยเป็นคนชวนมา แล้วบอกว่าให้พี่เลี้ยง” กรุณ ผู้อายุมากที่สุดในโต๊ะหวนนึกถึงบรรยากาศในอดีต

     ตอนนี้เขาค่อนข้างเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ผิวที่เคยขาวจัดอยู่แล้วสว่างและเนียนมากขึ้นอีก ทั้งชายหนุ่มยังแต่งตัวตามเทรนด์แฟชั่น พอนำมารวมกับหน้าตาและรูปร่างที่ดีอยู่แล้วย่อมส่งผลให้เขาดูหล่อไม่แพ้นายแบบบนรันเวย์ระดับโลก

     “ก็ตอนนั้นเราพนันกันเรื่องที่ยัยเจี๊ยบจะได้เป็นดาวมหา’ลัยรึเปล่า แล้วพี่เกล้าก็แพ้พนัน เพราะว่ายัยนั่นเป็นได้ที่สุดแค่ดาวคณะ” คนความจำดีไม่ลืมที่จะย้ำรุ่นพี่หนุ่มซึ่งสนิทจากการทำกิจกรรมร่วมชมรมเดียวกัน

     “ตอนนั้นเห็นว่ายัยนั่นเป็นดาราแล้วนี่ นึกว่าจะมีแฟน ๆ โหวตให้ซะอีก”

     ชนกานต์ยิ้มขำกับบทสนทนาอันชื่นมื่นของเพื่อนและรุ่นพี่คนสนิท พวกเขาเป็นคนที่รู้เรื่องแทบทุกอย่างของเธอกับธนเศรษฐ์...รวมทั้งสาเหตุที่ทำให้ต้องเลิกรากัน

     “พี่เกล้าน่าจะอยู่เมืองไทยนานกว่านี้อีกสักหน่อย มาทำไม มาแป๊บเดียว” ตรีรัตน์เป็นคนเอ่ยถามด้วยใบหน้าแสร้งบูดบึ้งใส่รุ่นพี่หนุ่ม

     “พี่มีกำหนดทำงานใหม่ต่อต้นเดือนหน้า จะไม่ให้ไปได้ยังไงล่ะ” ลูกเศรษฐีเก่าตอบพลางไถ่ถามรุ่นน้อง “ว่าแต่เราสองคนเถอะเป็นไงบ้าง ตอนนี้ทำงานกันอยู่ที่ไหน”

     “เตยทำงานที่ Gu บริษัทขนส่ง เป็น Export Manager แล้วนะ” รุ่นน้องอวดอย่างภาคภูมิให้รุ่นพี่ฟัง

     “อื้อหือ ราศีหัวหน้าจับเชียว ไม่น่าล่ะ ทำไมดูสวยขึ้น”

     “พี่เกล้าอ่ะ เตยสวยอยู่แล้วต่างหาก” พูดจบก็พากันขำ จนรุ่นพี่หันมาถามชนกานต์บ้าง

     “แล้วข้าวล่ะ พี่โทร.หาไม่ติดมาหลายปีเลย พอถามเตยก็ไม่รู้เรื่องอีก”

“ขอโทษด้วยนะคะ โทรศัพท์ข้าวเสียแล้วไม่ได้ซื้อใหม่เลย เพิ่งจะมาซื้อเมื่อตอนเข้ากรุงเทพฯ นี่เอง”

     กรุณรู้ดีว่าหลังเธอเรียนจบและแต่งงานกับเขา เธอก็เดินทางกลับภาคใต้เพื่อไปดูแลป้า เมื่อทราบข่าวว่าท่านป่วยหนักกะทันหัน

     “แล้วตอนนี้ทำงานที่ไหน ที่เดียวกับเตยรึเปล่า”

     คนถูกถามส่ายหน้า ทั้งยังอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร ตรีรัตน์จึงถือโอกาสตอบแทน

     “ก่อนหน้านี้ข้าวมันทำงานอยู่ที่ AS เครืออัศวเศวตรกรุ๊ป แล้วย้ายไปเป็นประชาสัมพันธ์ที่ตึกใหญ่ของบริษัทแม่ จากนั้นก็ไปการเงิน แล้วก็…ผู้ช่วยเลขาฯ ท่านประธานใหญ่แห่งอัศวเศวตรกรุ๊ป”

     “เฮ้ย พูดจริงปะเนี่ย” สีหน้าคนฟังดูตกใจไม่น้อย

     “จริงแท้แน่นอนค่ะ แต่ตอนนี้มันลาออกมาตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว แต่ใช่ว่าจะสมบรูณ์นะ เพราะเจ้านายมันไม่ยอมเซ็นอนุมัติให้ เลยหลับหูหลับตาทำเป็นไม่รู้ ฝากเพื่อนที่ทำงานให้เจ้านายช่วยเซ็นแทนมั้ง”

     “จริงเหรอข้าว” กรุณหันไปถามย้ำกับชนกานต์อีกครั้ง

     คนถูกซักไม่รู้จะตอบอย่างไรจึงทำได้เพียงพยักหน้ายืนยัน

     “แล้วเจ้านายล่ะ เจ้านายเขา…ไม่มีท่าทีอะไรหลังจากเห็นข้าวเลยเหรอ” อดีตเจ้าบ่าวจำเป็นไถ่ถามด้วยความใคร่รู้ หากแต่หญิงสาวส่ายหน้าเป็นคำตอบ

     “เรื่องของข้าวกับเขาเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะพี่เกล้า ต่อให้เขารู้สึกอะไร เราก็ไม่มีทางที่จะกลับมาอยู่ร่วมกันได้ เราอยู่กันคนละโลก คนละฐานะ ต่อให้ข้าวพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้ตัวเองคู่ควรกับเขาได้หรอก”

     คนที่รู้สึกเห็นใจเธอมาแต่ไหนแต่ไรแล้วได้ฟังก็ยิ่งสงสารมากขึ้น

     หลังจากที่เธอขอความช่วยเหลือเขาในตอนนั้น บวกกับจำเป็นต้องแต่งงานเพื่อหลอกทางบ้านว่ามีคนรักอยู่แล้วเพราะกลัวว่าจะถูกจับหมั้นกับคนอื่น...การตกลงแต่งงานปลอม ๆ จึงเกิดขึ้นเพื่อเคลียร์ปัญหาทุกอย่าง

     “ถึงตอนนี้…นายก็ยังไม่รู้ใช่ไหมว่าอะไรที่ทำให้ข้าวกับเขาต้องเลิกกัน”

     ความเงียบเป็นคำตอบให้กรุณเข้าใจ รุ่นพี่หนุ่มจึงได้แต่ปลง ทั้งยังแอบรู้สึกผิด แต่ตอนนั้นเขาจำเป็นต้องหาทางออกให้ตัวเองและช่วยรุ่นน้องสาวด้วย

     “ไม่น่าเลยจริง ๆ เจ้านายจะเคยคิดบ้างไหมว่าเป็นเพราะแม่ของเขาต่างหากที่บีบบังคับให้แฟนต้องทำอย่างนี้ แล้วถ้าตอนนั้นข้าวไม่มีความจำเป็นต้องช่วยพ่อ เรื่องป้า ข้าวก็คงไม่รับเงินจากแม่ของเขาหรอก จริงไหม”

     ตรีรัตน์พยักหน้าเห็นด้วย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าชนกานต์จำใจ ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องเช่นนี้หรอก

     หากแต่ในมุมมองของธนเศรษฐ์ เขากลับรู้เพียงแค่ว่าชนกานต์เป็นผู้หญิงหน้าเลือดที่รับเงินจากแม่เขาเพื่อเลิกยุ่งกับแฟน รวมถึงการหนีหน้าไปแต่งงานกับกรุณ ซึ่งเป็นลูกเศรษฐี ทั้งที่จริงแล้วเป็นการแต่งอย่างจำใจ ทั้งยังถูกบีบบังคับ

     “ถ้าพี่ไม่ยอมตกลงแต่งงานกับข้าว เขาก็คงไม่เข้าใจผิดหรอก เป็นเพราะตอนนั้นพี่เองก็หัวอ่อนด้วย ถ้าพี่ยืนยันว่าจะไม่ยอม ยังไงพ่อกับแม่ก็คงบังคับพี่ไม่ได้แน่”

     “พี่เกล้าต่างหากล่ะคะที่เป็นผู้มีพระคุณช่วยข้าว เพราะถ้าหากเขาไม่เข้าใจอย่างนั้นแล้ว ข้าวจะไปเอาเงินที่ไหนมาช่วยพ่อ” เพราะตอนนั้นเธอประสบปัญหาเรื่องที่พ่อโดนขู่รีดทรัพย์จากพวกนักเลง เธอจึงคิดระแวงไปหมด “อีกอย่างข้าวกลับไปหาเจ้านายไม่ได้หรอกค่ะ ในเมื่อข้าวมีส่วนทำให้แม่ของเขาเดินไม่ได้ ทุกอย่างมันเป็นเพราะข้าวคนเดียว…” 

     ชนกานต์เริ่มน้ำตาคลอจนแทบจะสะอื้น ความรู้สึกผิดที่เธอได้ก่อไว้มันไม่สามารถอภัยได้จริง ๆ เธอทำให้ธนเศรษฐ์ย่ำแย่ลงไม่พอ เธอยังทำให้แม่เขาเดือดร้อนอีกต่างหาก

     เรื่องที่สุวรรณวดีเดินไม่ได้ กรุณทราบข่าวนานแล้วหากก็ไม่คิดจะบอกให้หญิงสาวคิดมาก ชายหนุ่มสงสารรุ่นน้องสาวตรงหน้าจับใจ ทั้งตรีรัตน์และเขาพยายามพูดปลอบหากดูเหมือนความเศร้าไม่ได้เลือนรางหายไป รุ่นพี่หนุ่มจึงเปลี่ยนเรื่องเพื่อเบี่ยงคนทั้งสองออกจากความเครียด และบรรยากาศหดหูเหล่านี้

     “นี่ ๆ พวกเธอยังไม่เคยเห็นแฟนพี่ใช่ไหม” เขาหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาเปิดภาพถ่ายที่มีกลุ่มชายจำนวนสามสี่คนให้รุ่นน้องทั้งสองดู “นี่ล่ะ เป็นไง คนนี้แหละหล่อไหม”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น