เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 39 : บทที่ 22 สัญญาที่เผลอละเมิด (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    6 พ.ย. 61

     ช่วงสี่ทุ่มหลังจากไปคุยงานกับผู้ร่วมลงทุนจากประเทศมาเลเซีย ธนเศรษฐ์ก็เดินทางออกมาถึงหน้าปากซอยอพาร์ตเมนต์ซึ่งชนกานต์อาศัยอยู่

     ทว่าพอขับรถเข้าไป ชายหนุ่มก็เห็นตัวตึกดูซอมซ่อกว่าทุกครั้ง ทั้งยังดูร้างเหมือนไม่มีผู้คนอาศัยในนั้น ภายในดูมืดสนิท คนที่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นจึงลงมาไถ่ถามคนที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น พวกเขาให้ข้อมูลว่าเมื่อตอนบ่ายเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ชั้นสี่ แม้จะมีคนติดในอาคารแต่ก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหนักหรือเสียชีวิต

     มือหนากดโทรศัพท์ติดต่อหาเบอร์ที่เขาได้บันทึกไว้ ชายหนุ่มรอสายอยู่นานก็ยังไม่มีใครกดรับสาย ธนเศรษฐ์จึงอดทนรอไม่ไหว เขาโทรศัพท์หาเลขาฯ หนุ่มโดยมอบหมายให้ช่วยหารายชื่อของคนคนหนึ่งซึ่งอาจกำลังอยู่ที่โรงพยาบาล

     ครั้นพอนึกถึงคำสารภาพของวจีรัตน์เมื่อตอนบ่าย ธนเศรษฐ์ก็ไม่รีรอที่จะไปถามหาคนที่ทำให้ชนกานต์เตลิดไปเช่นวันนี้ทันที

     ‘คือ…เมื่อวานพี่ยิ้ม เลขาฯ ของคุณวดีพาชนกานต์ให้เข้าไปพบห้องคุณวดีค่ะ แต่แอลไม่รู้นะคะว่าเรื่องอะไรวจีรัตน์เผยความจริงขณะที่หล่อนทำหน้าที่มาเสิร์ฟกาแฟและชาแทนพนักงานคนสำคัญที่ฝากหล่อนยื่นใบลาออกไป

     ธนเศรษฐ์เดินทางมาถึงบ้านภายในอีกชั่วโมงต่อมา เขาเดินลงจากรถและมุ่งเข้าบ้านโดยมีเป้าหมายเพื่อขอพบมารดาโดยตรง

     “แม่ครับ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปที่ห้องพักผ่อนบนชั้นสองส่วนตัวของท่าน ซึ่งขณะนี้แม่กำลังอ่านหนังสืองานฝีมืออย่างที่มักชอบทำ

     สุวรรณวดีปรายตามองลูกชายหากเพียงครู่เดียว หล่อนก็ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อคล้ายไม่ใส่ใจ ซึ่งท่านคงยังเคืองกับเรื่องเมื่อหลายวันก่อนที่เขาออกความเห็นสนับสนุนให้หม่อมหลวงวรัมพร คู่หมั้นของเขาไปเรียนต่อแทนที่จะเร่งงานแต่งให้เร็วขึ้นตามความปรารถนาของท่าน

     “ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”

     คนเป็นแม่ปิดหนังสือพร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นมาโดยไม่มีรอยยิ้มรับ คล้ายกับรู้ว่าลูกชายจะพูดเรื่องอะไร

     “เรื่องของผู้หญิงที่ชื่อชนกานต์ลาออกไปแล้วใช่ไหม”

     ธนเศรษฐ์สบตามารดานิ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วเบือนหน้าหนีเพื่อควบคุมอารมณ์ “แม่พูดอะไรกับข้าว ทำไมจู่ ๆ ข้าวถึงลาออกไป”

     รอยยิ้มที่ไม่ได้ยินดีเสียทีเดียวของมารดาปรากฏขึ้น “หึ ข้าว งั้นเหรอ การที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมานี่ทำให้แกเกิดหลงจนหน้ามืดตามัวขึ้นมาอีกแล้วสินะ”

     “ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมแม่ถึงเรียกข้าวเข้าไปพบ”

     “ก็เพราะว่าแม่ไม่อยากให้แกโง่งมเหมือนเมื่อหกเจ็ดปีก่อนโน้นไง แกจำไม่ได้เหรอว่าผู้หญิงคนนั้นเลือกเงิน เธอไม่ได้เลือกแก ซ้ำยังหนีไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่นก็เพราะเงินอีก ผู้หญิงคนนี้มีอะไรดีนักหนา คนที่เหมาะสมกับแกคือหนูฟ้านะเจ้านาย ลืมไปแล้วเหรอว่าแกมีคู่หมั้นแล้ว”

     ดวงตาของคนเจ็บปวดหลับตาแน่น พยายามกล้ำกลืนน้ำตาที่ทำท่าว่าจะไหลลงมาสังเวยให้กับชีวิตของตัวเอง

     เขาเป็นคนตกลงหมั้นกับหม่อมหลวงวรัมพรหลังจากที่เลิกราและห่างเหินกับชนกานต์ เพราะอยากจะเริ่มต้นใหม่และลืมอดีตคนรัก หากทว่าพอมาถึงวันที่หญิงสาวเดินกลับมาอีกครั้ง มันได้แสดงให้เขาเห็นว่าที่ผ่านมาความพยายามของเขามันไร้ผล ไม่ว่าจะทำอย่างไร เขาก็ไม่สามารถจะลืมชนกานต์ได้เลย

     “แม่จะไม่ปล่อยให้แกหลงผิดไปอีกแล้วนะเจ้านาย เจ้านายของแม่จะต้องมีชีวิตที่ดีจะต้องเป็นผู้นำใหญ่ของอัศวเศวตรกุล เจ้านายจะต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสม”

     ธนเศรษฐ์ไม่อาจทนฟังมารดาได้ แม้ว่าเขาจะรักแม่มาก แต่เขาก็อยากที่จะทำตามใจตัวเองบ้าง ตอนนี้ดูเหมือนว่ารอบด้านจะมืดไปหมด หากทว่าเขาก็ไม่อาจทนเห็นชนกานต์ที่ผ่านเข้ามาเดินหายออกไปจากชีวิตได้อีกครั้ง

     คล้ายเจ็บเจียนตาย แต่ไม่คิดจะหลาบจำ อะไรบางอย่างทำให้เขายังคงรู้สึกว่าชนกานต์ไม่ได้ตั้งใจที่จะทิ้งเขาไป แม้ว่าความจริงจะปรากฏภาพถ่ายแต่งงานของเธอกับกรุณเป็นเครื่องยืนยัน

     “รับปากแม่สิเจ้านาย รับปากแม่สิ!”

     ธนเศรษฐ์เงียบ ดวงตาของเขาเริ่มแดงจนคนเป็นแม่เริ่มเห็นท่าทีที่ลูกชายแปรพักตร์ไปจากตนแล้ว

     “เจ้านายลืมไปแล้วหรือไงว่ากว่าที่ตัวเองมีวันนี้ได้เพราะใคร พ่อต้องตายก็เพราะนาย พี่ชายก็ต้องตายเพราะนายเหมือนกัน แล้วที่ทุกวันนี้แม่เป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะนายเหรอ อ้อ ทุกคนที่เสียสละให้นายมีชีวิตอยู่คงไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับนายเลยสินะคำพูดที่เจ้าขุนฝากทิ้งไว้มันคงเป็นแค่อากาศที่น้องชายไม่สามารถทำให้เขาได้!”

     แม่เอ็ดตะโรพร้อมทั้งเริ่มร้องไห้ออกมา แต่ท่านก็ปาดน้ำตาทิ้งโดยทันที ก่อนจะย้ำอีกครั้งเพื่อเตือนลูกชายเพียงคนเดียว

     “ถ้าเจ้านายรักแม่ก็เลิกยุ่งกับชนกานต์และลืมเธอไปซะ ผู้หญิงคนนี้รับเงินจากแม่เป็นครั้งที่สองแล้วและเธอก็กำลังจะไปเริ่มชีวิตใหม่ อย่าให้ความหลงมันมาหลอกตัวแกอีก”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น