เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 38 : บทที่ 22 สัญญาที่เผลอละเมิด (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    5 พ.ย. 61

     ชนกานต์กลับมาจากการสัมภาษณ์งานและไปเยี่ยมเยียนเพื่อนร่วมงานที่เธอเคยทำที่ร้านขายเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้า ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ไม่ลืมที่จะแวะซื้อของใช้จำเป็นที่ร้านสะดวกซื้ออย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มักใช้บรรเทาความหิวเป็นประจำ ทั้งของที่ขาดไม่ได้อย่างผ้าอนามัย สบู่ และแชมพูที่ใกล้จะหมด

     ย้อนกลับไปเมื่อครู่ตอนที่เธอไปถึงร้านเสื้อผ้า ผู้จัดการร้านสาวอย่างพี่จ๋าและนิดาต่างเล่าให้ฟังว่าหลังจากที่เธอลาออกไปหนึ่งวัน คนที่มีปัญหากับเธอในวันสุดท้ายของการทำงานเข้ามาหลอกล่อนิดาว่าเขามาตามเธอให้ไปทำงาน โดยอ้างว่าเนื่องจากผ่านการสัมภาษณ์งานแล้ว ทั้งยังยื่นนามบัตรที่แสดงตำแหน่งให้นิดาเห็นเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและยังเอาเบอร์ติดต่อของเธอจากหล่อนไปด้วย ซึ่งพี่จ๋าที่เห็นถึงความผิดปกติจึงสงสัย หล่อนซักถามเธอว่าเคยรู้จักกับผู้ชายคนนี้ด้วยหรือ มีอะไรกันรึเปล่า ทว่าเธอก็ทำได้เพียงปฏิเสธ ไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้

     กระนั้นแม้ว่าธนเศรษฐ์จะมีเบอร์โทรศัพท์ของเธอ หากเขาก็ไม่เคยติดต่อหาเธอพร่ำเพื่อ แม้กระทั่งตอนนี้ ซึ่งหญิงสาวก็ไม่คิดที่จะใส่ใจ แม้ลึก ๆ แล้วจะรู้สึกว่าตัวเองไร้ความสำคัญสำหรับเขา ธนเศรษฐ์แค่เพียงเห็นเธอเป็นคนในอดีตที่เขานึกอยากเล่นสนุกด้วยเท่านั้น

     พอออกจากร้านสะดวกซื้อเรียบร้อยหญิงสาวเดินกลับอพาร์ตเมนต์ซึ่งอยู่ห่างไม่ไกล หากพอเดินเข้าซอยไปเธอพบว่ามีผู้คนกำลังแตกตื่นทั้งเข้าไปมุงกันและวิ่งหนีออกมา

     เสียงดังฉุกเฉินของรถดับเพลิงที่จอดอยู่แถวหน้าอพาร์ตเมนต์ดังมาก ทั้งที่ชนกานต์เพิ่งจะเดินเข้ามาถึงหน้าปากซอยเท่านั้น หญิงสาวมองเลยไปข้างบนจึงเห็นควันจำนวนมากพร้อมกับเปลวไฟที่พวยพุ่งออกมาจากชั้นที่เธออาศัยอยู่ ซึ่งพอเดินเข้าไปใกล้ ๆ จึงได้พบว่าห้องของเธอก็ถูกไฟลามเข้าไปด้วย

     หลังจากช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ทั้งหมดเรียบร้อย ก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาประกาศว่าพื้นที่นี้ยังไม่อนุญาตให้เข้า ต้องรอให้ไฟสงบเรียบร้อยลงหมดเสียก่อน ชนกานต์มองไปเห็นป้าเจ้าของอพาร์ตเมนต์ที่กำลังสูดยาดมก็นึกเห็นใจ ทว่าหากตัวเธอเองก็น่าสงสารไม่ต่างกัน

     ของส่วนมากที่อยู่ในห้องของเธอเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเตารีด และหม้อหุงข้าว พัดลม และมีเสื้อผ้าเกือบสิบกว่าชุด ทั้งยังของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งโชคดีว่าเอกสารสำคัญนั้นติดตัวไว้เพราะวันนี้ต้องพกไปด้วยเนื่องจากการสัมภาษณ์งาน และที่สำคัญดีว่าสร้อยเส้นนั้นเธอเก็บไว้ในกระเป๋า แม้ว่าจะถอดตั้งแต่เข้าไปทำงานที่ชั้นผู้บริหารที่อัศวเศวตรกรุ๊ป แต่เธอก็เก็บติดตัวไว้ตลอด

     ขณะที่เธอกำลังยืนคิดว่าจะมีอะไรเสียหายบ้างที่ห้องของเธอ เสียงของใครบางคนก็เรียกให้หญิงสาวหันกลับไปหา

     "ข้าว!"

“อาจารย์เมฆ...”

     หม่อมหลวงหนุ่มวิ่งมาหาเธอด้วยความตกใจทั้งยังกวาดตาสำรวจเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน เขาเหมือนอยากจะยื่นมือขึ้นมาแตะทว่าก็ยังห้ามใจไว้

     “ข้าวเป็นอะไรรึเปล่า”

     ชนกานต์ส่ายหน้าแล้วยิ้มเพื่อให้เขาเบาใจ “ไม่เป็นไรค่ะ”

     หม่อมหลวงหนุ่มมองไปที่อพาร์ตเมนต์ด้านบนซึ่งเป็นชั้นที่ไฟไหม้ “แล้วของในห้องมีอะไรสำคัญรึเปล่า”

     “เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่กี่อย่าง เสื้อผ้าแต่ก็...ไม่กี่ชุด”

     “แล้วเกิดเหตุอย่างนี้ข้าวจะพักที่ไหน”

     ชนกานต์ถอนหายใจ แต่ก็พยายามยิ้มทั้งที่น้ำตาเริ่มปริ่มออกมา “ก็...ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”

     “ไปพักที่บ้านผมก่อนไหม พอได้ที่อยู่ใหม่แล้วค่อยย้ายออก” หม่อมหลวงวรทย์เสนออย่างใจป้ำ กลับเป็นหญิงสาวเองที่รู้สึกไม่สะดวกใจ

     “อย่าดีกว่าค่ะ เดี๋ยวข้าวจะลองถามเตยดู ข้าวเคยได้ยินเตยบอกว่าเธออยู่คนเดียว” ไม่รู้ว่าจะขอเพื่อนได้หรือเปล่า แต่ถึงอย่างไรเธอก็เลือกที่จะไม่ไปพักที่บ้านของหม่อมหลวงวรทย์เป็นเด็ดขาด

     “ตามใจแล้วกัน งั้นข้าวก็รีบติดต่อคุณเตยเลยสิ” ดวงตาชายหนุ่มดูหมองลงเล็กน้อยแต่ก็เพียงครู่เดียว

“ค่ะ” ชนกานต์รีบต่อสายถึงเพื่อนสาวเพื่อขอความช่วยเหลือซึ่งหล่อนก็ยินดีให้ที่พัก

     “งั้นเดี๋ยวผมไปส่งเอง บ้านคุณเตยอยู่ที่ไหน”

     “เป็นคอนโดฯ อยู่ไม่ไกลจากห้างฯ ข้างหน้านี่ค่ะ เดี๋ยวข้าวเดินไปเองก็ได้”

     “ไม่เป็นไร เราไปกันเถอะ” คนขันอาสาถือโอกาสจับมือหญิงสาวในช่วงที่เร่งรีบ ซึ่งคนที่ไม่เคยถูกใครจับมือมาก่อนเว้นเสียแต่อดีตแฟนหนุ่มรีบขืนตัวและดึงมือออกอัตโนมัติ หญิงสาวรู้สึกสะดุ้ง หากก็ยิ้มเฝื่อนในเชิงขอโทษเขา

     หม่อมหลวงวรทย์หน้าเสียไปเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับตัวให้เป็นปกติ

     “...รีบไปกันเถอะ”

 

     หม่อมหลวงวรทย์บอกว่าเพราะเขาเป็นห่วงที่ติดต่อเธอไม่ได้มาหลายวันแล้ว ซึ่งชนกานต์ได้แต่อ้างว่าช่วงนี้แบตฯ โทรศัพท์มือถือของเธออาจจะเสื่อม ทั้งเธอยังลืมที่จะชาร์จจึงไม่ทราบว่าเขาติดต่อมา

     แม้จะรู้ว่าหญิงสาวพูดปด แต่อาจารย์หนุ่มก็ยังพยายามเข้าใจเพราะเชื่อว่าเธอน่าจะมีเหตุผลจำเป็น ทั้งยังอาสาพาเธอมาส่งที่หน้าคอนโดฯ ของตรีรัตน์ซึ่งเป็นตึกขนาดสูงและค่อนข้างใหญ่ ตรีรัตน์เองก็ออกมารอรับข้างหน้า

     เมื่อสองสาวอยู่ด้วยกัน ตรีรัตน์รีบไถ่ถามเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วงจนลืมไปว่ายังเหลืออีกหนึ่งหนุ่มยืนด้วย อาจารย์หนุ่มที่เห็นสีหน้าของชนกานต์ดีขึ้นเมื่อได้อยู่กับเพื่อนจึงขอตัวกลับก่อน แม้ว่าใจจริงแล้วเขาอยากจะอยู่ต่อก็ตาม

     “ขอบคุณมากนะคะ ข้าวทำอาจารย์เมฆลำบากอีกแล้ว”

     คนที่ยินดีช่วยเหลือยิ้มละมุน “ไม่เป็นไรครับ”

     ตรีรัตน์มองคนทั้งสองก็อดเสียดายไม่ได้ เพราะหม่อมหลวงวรทย์ออกจะเพอร์เฟกต์ขนาดนี้ แต่ว่าในใจของชนกานต์ไม่อาจเปิดรับชายหนุ่มได้ เพราะใจของหล่อนเต็มไปด้วยอดีตคนรักอย่างธนเศรษฐ์ที่ยังไม่เคยลืม ซ้ำหล่อนก็ไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับครอบครัวของคู่หมั้นธนเศรษฐ์ อีกทั้งฐานะของทั้งสองก็ต่างกันมาก หล่อนจึงบอกว่าไม่อยากที่จะดึงรั้งชีวิตใครไว้อีกครั้ง

     จนอาจารย์หนุ่มกลับไป ตรีรัตน์ก็พาเพื่อนสนิทขึ้นไปในห้องของเธอซึ่งมีพื้นที่ขนาดกลาง ไม่ใหญ่ไม่เล็ก แต่อยู่เพียงลำพังได้สบาย มีห้องครัว ห้องรับแขก ห้องนอนชัดเจน ต่างจากห้องของเธอที่ทุกห้องอยู่ในรวมกันเว้นเสียเพียงห้องน้ำ

     “เราเกรงใจเตยจังเลย”

     “ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย เมื่อก่อนข้าวก็เคยช่วยเราตั้งเยอะ”

     เมื่อสมัยก่อนตรีรัตน์และชนกานต์รู้จักกันผ่านชมรมที่เคยทำร่วมกันจนสนิทสนมมากเสียกว่าเพื่อนในคณะด้วยซ้ำ ซึ่งบ่อยครั้งที่ชนกานต์มักจะมีน้ำใจช่วยตรีรัตน์ขายน้ำเต้าหู้หน้ามหาวิทยาลัยเพราะช่วงนั้นแม่ของเธอป่วยจึงไม่สามารถลุกขึ้นมาขายเช่นที่เคยทำได้ และยังมีอีกหลายงานที่ชนกานต์มีน้ำใจช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทน

     “ห้องนี้เรายังผ่อนอยู่นะ เพิ่งดาวน์มาเมื่อกลางปีที่แล้วเอง แต่อีกหน่อยราคาตรงนี้ขึ้นอยู่แล้ว จะขายเอากำไรหรือปล่อยให้เช่าก็ได้ถ้าเกิดอยากย้ายไปอยู่ที่อื่น”

     “เราดีใจกับเตยด้วยนะ ดีแล้วละ” ชนกานต์ไม่ได้คิดอิจฉาเพื่อน แม้ว่าตลอดที่ผ่านมาเธอมีรายจ่ายจำเป็นที่ทำให้แทบไม่มีเงินเหลือเก็บเท่าไรนัก

     ตรีรัตน์มองเพื่อนที่นั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทางอ่อนแรงทั้งกายและใจ ชนกานต์น่าสงสารมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว หล่อนมักจะยอมเสียสละเพื่อชีวิตของคนอื่นอยู่ร่ำไป ทั้งเรื่องครอบครัวและเรื่องความรักที่น่าเห็นใจ ซึ่งเรื่องนี้มันทำให้เธอหวนนึกถึงสาเหตุที่ชนกานต์กับธนเศรษฐ์ต้องเลิกรา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกรุณ รุ่นพี่ที่สนิทในชมรมเดียวกัน และตอนนี้เขาก็กลับมาแล้ว

     “ข้าว พี่เกล้ากลับมาจากสวิตฯ แล้วนะ เขาอยากเจอแกอ่ะ”

     ชนกานต์นิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนอดีตที่ผ่านมานานประดังเข้าใส่เธอโดยที่ยังไม่ได้เตรียมตัวตั้งรับ

     “พี่เกล้ากลับมานานหรือยัง”

     “ก็สักสองอาทิตย์แล้วละ เห็นว่ามาเที่ยวกับแฟนเฉย ๆ เดี๋ยวสิ้นเดือนนี้ก็กลับแล้ว แกว่าไง จะไปเจอเขาหน่อยไหม” ตรีรัตน์เองก็รู้สึกลำบากใจแปลก ๆ ที่รู้เห็นเรื่องนี้แต่ช่วยอะไรเพื่อนไม่ได้

     “อืม ไปสิ เราเองก็คิดถึงพี่เกล้าเหมือนกัน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น