เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 31 : บทที่ 18 ย้อนอดีต (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    13 พ.ย. 61

     พนักงานสาวเดินเข้าไปเสิร์ฟกาแฟและชาเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ท่านประธานไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันทีที่รู้ว่าเธอมาถึง เขาเพ่งอยู่กับงานจนพอใจต่อจากนั้นเขาก็ดื่มกาแฟ แล้วหยุดปากกาที่เขียนไว้พร้อมกับละสายตาจากกระดาษตรงหน้าก่อนมองมาที่เธอ

     “เมื่อคืนไปไหนมา” เจ้านายหนุ่มถามด้วยเสียงกร้าวราวกับอารมณ์ไม่ดี

     “…” คนที่ไม่รู้ว่าเขากำลังรู้สึกอะไรไม่กล้าตอบความจริง เพราะกลัวเขาจะหาว่าเธอโกหก เอาคนแก่มาอ้าง

     แต่การไม่ตอบกลับทำให้ธนเศรษฐ์เข้าใจไปอย่างนั้น เขาขบฟันแน่นจน หน้าตาบึ้งตึงไม่ต่างจากยักษ์ที่พร้อมจะกัดกินคน

     ชนกานต์นึกอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกไป หากแต่เธอรู้ดีว่าตัวเองโกหกไม่เก่ง ถ้ามีพิรุธแม้แต่นิดเดียวคงต้องถูกเขาจับได้แน่

     ครั้นเห็นว่าหญิงสาวไม่ยอมปริปาก ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นมาจากเก้าอี้แล้วอิงโต๊ะตัวใหญ่ เขากอดอกแน่นแล้วมองมาที่พนักงานสาวซึ่งเคยพ่วงกับคำว่าแฟนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับหยันเหยียด

     “เงินเดือน ค่าโอที สวัสดิการที่บริษัทให้มันไม่พอใช่ไหมถึงได้ออกไปหางานข้างนอกทำ”

     “ท่านประธานหมายความยังไงคะ” คนฟังไม่เข้าใจ หัวคิ้วของเธอขมวดเข้าหากัน

     “เมื่อวานที่รีบกลับจนแทบเก็บข้าวของไม่ทันไม่ใช่เพราะว่ารีบไปทำงานที่มันได้เงินมากกว่าโอทีหรือไง งานสบาย ๆ ที่ไม่ต้องใช้สมอง แค่ใช้ร่างกายตอบสนองความใคร่ของผู้ชายล้วน ๆ!”

     ร่างสูงย่างสามขุมเข้าหาคนตัวเล็กที่ยืนตัวลีบ เธอจึงไม่ได้สังเกตว่าในมือของเขามีอะไรบางอย่างคล้ายกับรีโมต พอกดปุ๊บม่านในห้องทั้งหมดก็ถูกปิดทันที

     “ถ้าอยากได้เงินนัก ก็ขายให้ผมสิ” คนตัวสูงก้าวเข้ามาประชิดจนพนักงานสาวต้องถอยร่น ข้อพับของเธอชนกับพนักโซฟาพานให้ร่างบางล้มลง ซึ่งยังไม่ทันที่จะยันตัวขึ้นร่างใหญ่ก็ตามขึ้นมาคร่อม ไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวลุกหนีไปไหน

     “ทะ ท่านประธาน…” คนถูกคุกคามเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเกร็ง มือของเธอพยายามผลักไสเขาออกไปเพราะกลัวว่าคนอื่นจะเข้ามาเห็น ทว่าอีกฝ่ายกลับคิดว่าเธอร้อนตัว

     “ที่เมื่อวานรีบกลับก็เพราะอยากได้งานแบบนี้ไม่ใช่เหรอ งั้นวันนี้ก็ลองเปลี่ยนแขกดูบ้างสิ เดี๋ยวผมจะจ่ายให้สองเท่า เอาให้ลืมไอ้คนเมื่อวาน ลืมสามีเก่า…ลืมคืนแรกที่แสนประทับใจของเราไปได้เลย”

     คำพูดหยาบคายที่จงใจยั่วเย้าส่งผลให้คนโดนดูถูกโกรธจัด มือบางยกขึ้นฟาดใบหน้าคมฉาดใหญ่จนเกิดเสียงดังทิ้งรอยแดงเต็มฝ่ามือบนผิวหน้าขาว

     …แม้ว่าความสัมพันธ์ในอดีตอาจทำให้กลับมาคิดถึงเรื่องเดิม ๆ แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้

     หญิงสาวไม่รู้เลยว่าผลการระบายอารมณ์ของเธอกลับเป็นการจุดไฟในกายธนเศรษฐ์ให้ลุกโชนจนไม่สามารถยับยั้งความต้องการของตัวเองไว้ได้

     คนที่คิดว่ามีศักดิ์และอำนาจเหนือกว่าจึงแสดงให้เธอเห็นถึงความโมโหและความโกรธอันบ้าบิ่น เพื่อให้หญิงสาวได้รู้ว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป ความร้อนรนจากอารมณ์และอาการ ‘หึงหวง’ ยังคงเหมือนเดิม ซ้ำอาจจะเพิ่มขึ้นมากจนไม่สามารถปล่อยเธอไปให้ใครได้อีก

     ริมฝีปากนิ่มถูกบดจูบอย่างรุนแรงเพื่อเป็นการลงโทษ เธอสามารถทำให้เขากลับมาเป็นคนเถื่อนดิบ…เถื่อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน…กับเธอ

     สัมผัสที่เคยได้รับอย่างอบอุ่นและอ่อนโยนในอดีตทำให้ชนกานต์นึกกลัวเขาในตอนนี้จนเนื้อตัวสั่น ทั้งมือและแขนพยายามทุบตีร่างแกร่งเป็นพัลวัน ทว่ามีหรือที่แรงจะสู้คนตัวโตกว่าได้

     เขาดุดันอย่างที่ไม่เคยเป็น…ไม่สิ เคยครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่เขากับเธอทะเลาะกัน

     ชายหนุ่มขบเม้มและเลาะเล็มริมฝีปากนุ่มที่เขามักถวิลหาให้เผยอออก ทว่าเธอกลับแข็งขืนโดยการกัดฟันแน่น มือหนาจึงทำการหันเหความสนใจด้วยการพยายามปลดเครื่องแต่งกายอันเรียบร้อยที่เขาเป็นคนเลือกไซส์ให้ออก

     “...ย่ะ...อื้อ” ชนกานต์ที่เผลออ้าปากประท้วงจึงติดกับคนเจ้าเล่ห์เข้าอย่างจัง เปิดโอกาสให้ลิ้นร้ายซอกซอนเข้ามาในโพรงปาก

     สัมผัสอันอุ่นร้อนและการกระทำอันยั่วเย้าทำให้ความคิดถึงของคนทั้งสองที่ทับถมกันมานานนับเกือบสิบปีได้ถาโถมเข้ามาในเวลาเดียวกัน

     ทั้งที่ละอาย แต่ความรู้สึกโหยหากลับมีมากกว่า สำหรับชนกานต์แล้วการได้จับต้องเขาครั้งนี้จึงเหมือนทั้งขึ้นจากนรกและตกจากสวรรค์ไปพร้อมกัน

     เธอรู้สึกผิดที่ทำเช่นนี้กับคนมีคู่หมายแล้ว แต่ในขณะเดียวกันหัวใจกลับมีความสุขเหมือนได้เติมเต็มสิ่งที่หายไปเนิ่นนาน...คล้ายกับว่าได้ส่วนหนึ่งในชีวิตกลับคืนมา

     เมื่อลงโทษปากนิ่มที่เขาหวนคิดถึงมาหนำใจแล้ว ธนเศรษฐ์ก็ถือสิทธิ์ทำตัวระราน พรมจูบบนผิวหน้าและลำคออย่างบ้าคลั่ง คล้ายกับว่าจะตีตราว่าทุกพื้นที่ทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเธอ…เป็นของเจ้านายเพียงคนเดียว

     เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวถูกปลดกระดุมที่ผ่าหน้าออกก่อนถูกเลิกขึ้นสูง เผยผิวหน้าท้องนวลเนียนที่น่าพึงปรารถนา ซิปด้านหลังกระโปรงสอบสีดำถูกดึงรั้งไว้จนเอวร่นต่ำลงมา

     จากที่พยายามผลักไสอย่างไร้ประโยชน์ ชนกานต์ก็เปลี่ยนมาทุบตีคนดื้อด้านอย่างแรง ทว่ากลับไม่เป็นผล เพราะคนตัวโตไม่ได้สะท้านเลยสักนิด

     หญิงสาวอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ เพื่อให้เขาหยุดกระทำ แต่ก็นึกได้ว่าถ้าหากมีใครมาเห็นภาพนี้เข้า ไม่เขาเท่านั้นที่จะเดือดร้อน เธอเองก็จะโดนหนักด้วยเช่นกัน

     การประท้วงจึงออกมาเป็นเพียงเสียงเบา ๆ ที่เธอพยายามจะเตือนเขาให้ได้สติ แต่เขากลับวกขึ้นมาปิดปากเธอไม่ให้เธอพูดมาก เสียงที่เปล่งออกมาจึงถูกเก็บไว้ในลำคอผันแปรเป็นเสียงครางเย้าให้คนฟังยิ่งหลงใหล

     ธนเศรษฐ์รุกรานเข้ามาบนผิวส่วนที่หวงแหนที่สุด ซ้ำมืออีกข้างทำการดึงบราเธอร่วงหล่นมาเมื่อใดไม่รู้ ศีรษะได้รูปลดตัวลงพรมจูบผิวจนมาหยุดอยู่ที่เนินเนื้อนุ่ม 

     ความพลิ้วไหวของเขาที่โจมตีทั้งด้านบน…และด้านล่าง ทำเอาคนใต้ร่างตั้งรับแทบไม่ทัน เขาแสดงความเป็นเจ้าของมากเกินไปจนอาจจะลืมตัวไปว่านี่มันไม่เหมาะสมเลยสักนิด

     มือบางจิกเกร็งบนต้นแขนแกร่งผ่านเนื้อผ้าราคาแพงจนยับย่น ธนเศรษฐ์ทำราวกับว่าเธอเป็นของตายที่จะทำยังไงก็ได้ ทั้งที่เขามีคู่หมั้นแล้วแต่เขากลับไม่สนใจอะไรสักนิด

     เขาให้เกียรติผู้หญิงคนนั้น แต่เธอ เขากลับกระทำอย่างดูหมิ่น

     แม้จะต่อต้านสักเพียงใด หากหญิงสาวก็ไม่มีแรงพอที่จะผลักไส

     เธอจึงทำเพียงปล่อยให้อีกฝ่ายรังแกจนหนำใจ แม้ว่าเขาจะรุกเร้าราวกับกลั่นแกล้ง เร่งจังหวะรัวเร็วให้ตอบสนองแค่ไหนแต่หญิงสาวก็พยายามเก็บกลั้นความรู้สึกไว้ให้มากที่สุด กระทั่งความสุขสมมาเยือน สติของชนกานต์จึงกลับมามากขึ้น ทว่าเหตุใดหัวใจกลับอ่อนแรงลงอย่างไม่มีเหตุผล

     น้ำตาที่กักกั้นล้นไหลออกมาไม่ขาดสาย

     คนที่รู้สึกได้ถึงความชื้นจากริมฝีปากและจมูกขณะที่กำลังซุกไซ้จึงผละขึ้นมองใบหน้าของคนใต้ร่างที่ตอนนี้ริมฝีปากบวมแดง ลามไปถึงปลายจมูก ทั้งยังมีคราบน้ำตาเปรอะไปทั่วทั้งแก้มปรากฏให้เห็น

     “อย่าทำแบบนี้…” เสียงเล็กปนสะอื้นเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา

     “รังเกียจกันขนาดนี้เลยเหรอ” ชายหนุ่มถามด้วยความรวดร้าว หากชนกานต์เบือนหน้าหนีไม่ยอมตอบ

     ธนเศรษฐ์ที่กระทำเช่นนี้ไม่ใช่เจ้านายคนเก่า ไม่ใช่คนที่เคยอ่อนโยนและถนอมเธอราวกับไข่ในหินเหมือนที่เขาเคยนึกรักและเอ็นดู

     ที่สำคัญตอนนี้ไม่ว่าเธอจะมีใครหรือไม่ เขาก็ไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่าย เพราะเขามีคู่หมายที่เหมาะสมแล้ว ซ้ำเธอยังเคยได้ยินจากหม่อมหลวงวรทย์ว่า อีกไม่นาน ผู้ใหญ่ของทั้งสองครอบครัวจะให้แต่งงานกัน

     ธนเศรษฐ์ได้แต่เก็บความเจ็บปวดระคนโกรธเอาไว้ในอก เขากำหมัดแน่นก่อนยันตัวลุกขึ้น สายตาอันเจ็บปวดปรายตามองคนที่นั่งกอดเข่าตัวเองแน่นพร้อมกับสะอื้นออกมาเบา ๆ ซึ่งสิ่งที่เห็นทำให้เขาอธิบายไม่ถูกเลยว่าควรจะเห็นใจคนตรงหน้าหรือว่าสมเพชตัวเองดี

     เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานดังขึ้นเตือนสติของคนทั้งคู่ให้ตื่นมาเผชิญโลกของความเป็นจริง ร่างสูงจึงเดินเข้าไปรับสาย

     “ท่านประธานคะ คุณโชค หัวหน้าฝ่ายการเงินขึ้นมาพบแล้วค่ะ”

     เจ้านายใหญ่จึงมองไปคนที่กำลังยืนจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย เขาเดินเข้าไปช่วยเธอติดกระดุมไม่ต่างจากจับเธอแต่งตัวราวกับเด็ก แม้จะขัดขืนบ้าง หากแต่คนตัวเล็กก็ต้องยอมในที่สุด

     ถึงผ้าจะยับยุ่งแต่ก็ไม่น่ามีอะไรให้ผิดสังเกต

     อาจเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องในตอนนี้ แต่ในทุกเช้าชายหนุ่มนึกอยากลืมตาตื่นขึ้นมาเจอเธอเป็นคนแรกของทุกวัน มาเจอเธอลุกขึ้นมาแต่งตัว

     เมื่อชนกานต์ลุกขึ้นยืนแสดงความพร้อม ธนเศรษฐ์ก็ตอบอนุญาตให้คนเข้ามาพบทันที

     หญิงสาวเช็ดน้ำตา พร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเดินออกไป ทว่าเสียงทุ้มของเจ้าของห้องรั้งเธอไว้

     "เดี๋ยวก่อน" เขาเดินเข้ามาประชิดตัวร่างบอบบางพร้อมทั้งใช้นิ้วมือปาดสีลิปสติกสีชมพูอ่อนที่เปื้อนให้อย่างอ่อนโยนด้วยความรวดเร็วก่อนจะผละออกซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องเปิดทันที

     “ไปทำจดหมายถึง SCD กรุ๊ปให้ทันก่อนบ่ายนี้ด้วย”

     ชนกานต์พยักหน้ารับคำสั่งด้วยสมองที่ว่างเปล่า แต่ก็พอมีสติรู้ว่าตัวเองต้องทำตัวอย่างไร

     “ค่ะ” ร่างบางเดินออกไปจากห้อง ค้อมตัวให้ผู้มาใหม่อย่างมีมารยาทซึ่งฝ่ายนั้นก็ดูเหมือนจะไม่รู้สึกผิดสังเกตระหว่างเจ้านายใหญ่และเธอ

     ชนกานต์ได้แต่เก็บความอึดอัดไว้ในใจโดยไม่ให้ใครจับพิรุธ แต่ถึงอย่างไรผู้ช่วยเลขาฯ สาวก็สามารถมองออกว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้นภายในห้องเมื่อครู่นี้บ้าง

     ตอนเข้าไปผมเผ้า เสื้อผ้ายังดูเรียบร้อย แต่ขากลับมาผมที่รวบตึงกลับไม่เป็นทรง เสื้อขาวก็ยับยู่ยี่ไม่ต่างจากเพิ่งถูกซักมาใหม่ ๆ แล้วแบบนี้จะไม่ให้หล่อนผิดสังเกตได้อย่างไร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น