เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 30 : บทที่ 18 ย้อนความหลัง (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,015
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    7 ต.ค. 61

     หลังจากส่งรายงานที่แก้อย่างเร่งรีบภายในระยะเวลาอันสั้น ชนกานต์ก็รู้สึกโล่งราวกับได้สูดอากาศสดชื่น แม้จะรู้แน่ชัดแล้วว่าวจีรัตน์ไม่ชอบหน้าเธอแต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เธอทำอะไรไม่ได้ และคงคิดว่าอีกไม่นานหรอกที่เธอจะอยู่ขวางหูขวางตาหล่อน

     เย็นวันนี้ชนกานต์เลิกงานเร็วกว่าทุกวัน เป็นครั้งแรกที่เธอลงมาพร้อมกับพนักงานที่เลิกในเวลาปกติ หญิงสาวจึงรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก

     วันนี้วจีรัตน์ก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะตามตารางท่านประธานมีนัดรับประทานอาหารกับผู้บริหารของ ForCo. ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับหม่อมราชวงศ์วรพันธ์ และหิรัญ อาของเขา เพื่อปรึกษาแผนการดำเนินงานโครงการสร้างพื้นที่เช่าศูนย์รวมการแสดงสินค้า คอนเสิร์ต การประชุม โดยตั้งเป้าไว้ว่าภายในห้าปีหลังจากสร้างเสร็จจะต้องเป็นหนึ่งในยี่สิบพื้นที่ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของประเทศ

     การทำงานนอกเวลาเฉพาะกิจของชนกานต์จึงต้องถูกตัดไป แต่หากจะมองย้อนกลับในการทำงานแต่ละวันก็ไม่ได้มีอะไรมากนัก ซ้ำยังสบายเสียกว่าในเวลางานมาก อย่างเช่นการนั่งจัดแฟ้ม สรุปงานเพิ่มเติมจากข้อมูลที่เขามีให้ก่อนจะนำไปรายงานโดยที่เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอ่าน

     เมื่อเดินทางถึงหน้าปากซอยอพาร์ตเมนต์ หญิงสาวฝากท้องที่หิวโซที่ร้านอาหารตามสั่งก่อนจะกลับเข้าห้องแล้วโทร.หาพ่อซึ่งไม่ได้คุยกันมาตั้งแต่เช้าเมื่อวาน

     “วันนี้เลิกเร็วเหรอถึงได้กลับมาเร็ว”

     “จ้ะ วันนี้ข้าวเลิกเร็ว เดือนนี้ข้าวจะส่งเงินให้เพิ่มนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้โอนให้”

     “อย่าลำบากเลย แค่นี้ก็พอแล้ว”

     “ไม่ลำบากหรอกจ้ะ ข้าวได้เงินเดือนเพิ่มด้วยนะ ไหนจะรวมค่าโอทีอีก มีเหลือเก็บเยอะอยู่จ้ะ”

     คนปลายสายยิ้มละไมกับความกตัญญูของลูกสาว ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกผิดเมื่อหวนนึกถึงในอดีตที่ไม่ดูแลเอาใจใส่เธอให้ดีเท่าไรนัก

     “อย่าฝืนตัวเองนักนะข้าว ดูแลสุขภาพตัวเองด้วย”

     “จ้ะ ข้าวจะดูแลตัวเองให้ดี พ่อก็เหมือนกันนะ อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วย”

     จากนั้นหญิงสาวก็วางสายแล้วหยิบเสื้อผ้ารวมถึงผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย ซึ่งก็กินเวลาอยู่หลายนาทีกว่าจะออกมา โดยที่ระหว่างนั้นเจ้าของโทรศัพท์ไม่รู้เลยว่ามีสายโทร.เข้ามาไม่ต่ำกว่าห้าสาย

     หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏสายที่ไม่ได้รับอยู่สองเบอร์ ซึ่งสายที่สองดูเหมือนว่าจะโทร.มาหลายครั้งราวกับมีเรื่องฉุกเฉินติดต่อมา ไม่กี่วินาทีที่มองหน้าจอเจ้าของเบอร์นั้นก็โทร.กลับมาหาอีกครั้ง

     “ข้าว ตอนนี้ข้าวอยู่ไหน” หม่อมหลวงวรทย์ถามด้วยเสียงร้อนรน

     “ข้าวอยู่ที่ห้องค่ะ” หญิงสาวตอบคนที่ห่างหายการติดต่อมาหลายวัน ทั้งจากการที่เธอเลี่ยงที่จะไม่รับสาย และยังบอกปัดเรื่องที่เขาจะนัดพบ

     “ข้าวจำยายปายที่ข้าวเคยช่วยแกได้ไหม”

     ยายปาย เป็นคนแก่ตัวผอมแห้งที่น่าสงสาร แกพลัดพรากจากบ้านเกิดในต่างจังหวัดเพราะถูกลูกหลานที่ไม่ต้องการมาทิ้งไว้จนต้องขอทานเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทว่าก็ถูกเจ้าถิ่นรังแกจนเนื้อตัวมีรอยฟกช้ำและแผลบริเวณลำตัว ซ้ำยังมีโรคประจำตัวอีกมากซึ่งตอนที่เธอไปพบ ยายแกก็มีอาการที่ไม่สบาย เธอจึงแจ้งทางหน่วยงานที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือพายายปายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อ

     นี่ก็น่าจะนับว่าเกินเดือนแล้ว ก่อนที่เธอจะผ่านงานเสียด้วยซ้ำ ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้ไปเยี่ยมท่านเท่าไร แต่มีโทร.ไปไถ่ถามจากทางเจ้าหน้าที่เป็นระยะ ซึ่งดูเหมือนว่าอาการจะทรงตัว

     “ยายปายเสียแล้วนะ”

     “อะไรนะคะ…” อาทิตย์ที่ผ่านมาเธอยังไปเยี่ยมแกอยู่เลย ซึ่งแกก็ยิ้มให้แม้จะยังลุกจากเตียงไม่ได้

     “เจ้าหน้าที่เพิ่งโทร.มาแจ้งเมื่อครู่นี้เอง เขาโทร.ไปแจ้งข้าวก่อน แต่ว่าข้าวไม่ได้รับสายก็เลยติดต่อมาทางผมแทน”

     “แล้วตอนนี้คุณยายอยู่ที่ไหนคะ โรงพยาบาลใช่ไหม”

     “ใช่ โรงพยาบาล ข้าวจะไปที่นั่นใช่ไหม” ชายหนุ่มเดานิสัยของคนจิตใจดีได้ถูก

     “ค่ะ ข้าวจะไป” ชนกานต์ตอบเสียงสั่น รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก

     “ได้ เดี๋ยวผมจะไปรับ”

 

     หม่อมหลวงวรทย์รับจัดงานศพให้ยายปายเพราะแกไร้ญาติที่จะเหลียวแล งานศพจึงจัดขึ้นเป็นงานเล็ก ๆ พอเป็นพิธี และตั้งสวดที่วัดไม่ไกลจากโรงพยาบาลเป็นเวลาสามวันซึ่งนี่เป็นคืนแรกที่ผ่านพ้นและหม่อมหลวงวรทย์ก็เป็นคนพาเธอมาส่ง

     โชคดีว่าวันนี้ธนเศรษฐ์ติดงานช่วงเย็นเช่นเมื่อวาน เธอจึงมาได้โดยไม่ต้องขออนุญาตแต่ถึงเขาจะสั่งให้เธอทำ หญิงสาวก็คิดว่าเธอคงต้องขอเลี่ยงอยู่ดี เพราะนี่คือธุระสำคัญ แม้จะไม่ใช่ญาติ แต่ยายปายก็ทำให้เธอได้รู้สึกเหมือนดูแลป้าที่เสียไปแล้ว...ป้าคนที่เปรียบเสมือนแม่คนที่สองซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีที่ผ่านมา

     แม้ว่าเจ้าหน้าที่โทร.มาแจ้งว่าติดต่อหลานของยายปายได้เมื่อวาน ซึ่งหล่อนทำงานอยู่ที่อัศวเศวตรกรุ๊ป แต่เหมือนสวรรค์แกล้ง เพราะเพียงภายในวันเดียวก็ติดต่อหลานแกไม่ได้ ทั้งพอไปถามถึงที่ทำงานก็พบว่าหล่อนไม่ได้ทำงานมาสองถึงสามวันแล้ว

     “ขอบคุณมากนะคะ ทั้งที่มันเป็นปัญหาของข้าวแท้ ๆ แต่อาจารย์กลับช่วยตั้งหลายอย่าง”

หญิงสาวมองผู้มีพระคุณด้วยแววตาซาบซึ้ง ถ้าเธอลืมผู้ชายคนนั้นไปได้ และหากเขาไม่ใช่หม่อมหลวงวรทย์ซึ่งเป็นพี่ชายของคู่หมั้นธนเศรษฐ์ เธอก็อาจตกหลุมรักในความดีของเขาไปแล้ว

     “ไม่เป็นไรนี่ ผมเต็มใจช่วย อีกอย่าง เรื่องนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นปัญหาของข้าวสักหน่อย น่าจะเรียกได้ว่าของสังคมนะ” อาจารย์หนุ่มเอ่ยอย่างปลอบใจ ตั้งแต่เกิดเรื่องยายปาย ชนกานต์ก็ยอมที่จะพูดและพบกับเขามากขึ้น

     “ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง สวัสดีค่ะ”

     ชนกานต์ยกมือไหว้ก่อนจะลงจากรถของหม่อมหลวงวรทย์ที่มาส่งถึงหน้าอพาร์ตเมนต์ เธอเดินเข้ามาภายในอาคารด้วยความรู้สึกหมองหม่น ซึ่งหญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกจับตามองจากใครบางคนบนรถคันหรูที่เข้ามาจอดเพื่อเฝ้าสังเกตเธอมาหลายชั่วโมงแล้ว

     หลังจากจัดการชำระร่างกายให้สดชื่นชนกานต์ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากในกระเป๋าเพื่อโทร.หาพ่อ ทว่าเธอกลับพบสายที่ไม่ได้รับซึ่งกระหน่ำโทร.เข้ามาในเวลาก่อนหน้า

     ท่านประธาน

     หญิงสาวลังเลเล็กน้อยว่าจะตัดสินใจติดต่อกลับหรือไม่ ทว่าในที่สุดมือบางก็กดติดต่อหาชื่อที่ปรากฏซึ่งได้มาจากการขู่เข็ญของเขาทันที แต่ดูเหมือนว่าปลายสายคงเบื่อจนเลิกที่จะรอการติดต่อกลับ

     ในที่สุดชนกานต์ก็ยอมแพ้ เธอวางโทรศัพท์มือถือลงที่โต๊ะข้างเตียงก่อนจะสวดมนต์แล้วเอนตัวหลับพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น