เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 28 : บทที่ 17 คนในอดีต (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    28 ก.ย. 61

     "เย็นนี้สะดวกไปกับผมไหม" ท่านประธานใหญ่ถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย เสียงจริงจังราวกับถามเรื่องงาน

     "ไปไหนคะ”

     "ไปรับสูท" ให้คำตอบเพียงเท่านั้น ธนเศรษฐ์ก็ให้เธอเดินออกมาจากห้อง และไม่เปิดโอกาสให้ถามอีก

     หญิงสาวอดระแวงไม่ได้ว่าเธออาจตกหลุมพรางเจ้านายหนุ่มซึ่งซ่อนเล่ห์กลไว้ภายใต้ใบหน้าอันควรเชื่อถือ

 

     ชนกานต์ได้แต่ทอดสายตามองร่างสูงซึ่งหายไปในร้านเสื้อผ้าหรูย่านใจกลางเมืองใหญ่

     หญิงสาวได้แต่ถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเขาจะเอาเธอติดรถมาด้วยทำไมในเมื่อเขาจัดการธุระเองเสร็จสรรพ

     หากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้...ชนกานต์จึงเพียงทำใจยอมรับแล้วผินหน้ามองกระจกฝั่งคนขับเพื่อสังเกตอาคารที่ไม่สูงนักแต่ดูหรูหรา พอดึงสายตากลับมามองฝั่งตัวเองบ้าง ชนกานต์แทบจะกรีดร้องเสียงดังเมื่อเห็นร่างของสูงใหญ่คล้ายบุรุษที่แต่งชุดสวยของสตรีกำลังมองเข้ามาภายในรถจนใบหน้าแทบชิดกระจก ซึ่งโชคดีว่ากระจกรถค่อนข้างมืดจึงอาจไม่เห็นว่ามีใครหรืออะไรอยู่ภายในชัดเท่าไร

     ชนกานต์คิดว่าสาวประเภทสองคนนี้มีจุดประสงค์ไม่ดีจึงรีบโทรศัพท์หาเจ้าของรถ ทว่าชายหนุ่มดันทิ้งเครื่องมือสื่อสารไว้ เธอจึงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้คนที่อยู่ข้างนอกนั่นรู้ว่ามีคนอยู่

     มือบางเริ่มเคาะกระจกให้เกิดเสียง สาวที่อยู่ข้างนอกจึงผงะไป ก่อนจะทำหน้าเครียดแล้วพยายามหรี่ตามองเข้ามา ซึ่งเพียงไม่กี่วินาทีร่างสูงที่ทิ้งเธอไว้ในรถก็เดินออกมาจากร้านแล้วพูดคุยกับผู้ต้องสงสัยร่างใหญ่

     พวกเขารู้จักกัน!

     ชนกานต์รีบเบือนหน้าหนี ทั้งยังก้มหน้าลง เพราะรู้สึกอับอาย

     ไหนยังจะกลัวว่าจะสาวประเภทสองอาจจะคิดสงสัยว่าผู้หญิงในรถเป็นใคร!

     เสียงประตูรถข้างคนขับทำให้คนที่กำลังหวาดระแวงหันไปมอง หญิงสาวจึงเห็นว่าเจ้าของรถได้กลับมาประจำที่นั่งเรียบร้อยแล้ว

     “คุณรู้จักเขาเหรอคะ แล้วทำไมเขาต้องจ้องเข้ามาในรถคุณด้วย”

     แทนที่ธนเศรษฐ์จะตอบดี ๆ แต่เขากลับขำราวกับเป็นเรื่องตลก “คุณยาหยี เจ้าของร้านสูทที่ผมไปเอาไง”

     คนฟังอ้าปากค้างแล้วหันไปมองตามร่างที่หายไปในร้านเสื้อผ้านั้นด้วยความอับอาย

     “แล้วทำไมต้องทำตัวเหมือนขโมยด้วยล่ะคะ”

     “เขาจำรถผมได้ แล้วเขาก็รู้แล้วด้วยว่าผมอยู่ที่ร้าน แต่พอเห็นรถเขาก็สงสัยว่ามีคนอยู่ข้างใน” ซึ่งเจ้าของร้านที่ช่างสังเกตคงจะไม่พ้นนำไปนินทาต่อในวงสังคม

     ชนกานต์ได้แต่หวังว่า 'ผู้หญิงคนนั้นจะไม่คิดนำเรื่องของเธอและเขาไปพูดต่อจนสนุกปากและพานให้ร้อนถึงธนเศรษฐ์กับหม่อมหลวงวรัมพร

     ทว่าดูเหมือนความหวังของหญิงสาวจะมอดดับลงตั้งแต่สาวประเภทสองคนนั้นเดินเข้าไปในร้านแล้ว

 

     รถคันหรูแล่นเข้าสู่เส้นทางสายหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากรอบรั้วมหาวิทยาลัยที่ทั้งสองเคยจบ

     ชนกานต์ที่คุ้นเคยบริเวณรอบ ๆ และบรรยากาศนี้จึงได้แต่ปิดปากเงียบ หากแต่หญิงสาวต้องเบิกตากว้างเมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดอยู่ที่หน้าร้านหมูกระทะที่เขาและเธอเคยมากันบ่อยครั้ง

     ร้านหมูกระทะขนาดกลางที่ไม่ได้เก่ามากเท่าไร ซึ่งดูเหมือนเจ้าของร้านจะต่อเติมและตกแต่งเพิ่มบ้างนิดหน่อย เพราะเธอจำได้ดีว่าสภาพร้านเมื่อก่อนดูเก่ากว่านี้ แต่บรรยากาศภายในร้านยังคงสะท้อนกลิ่นอายเดิม ๆ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

     “ท่านประธานมาที่นี่ทำไมคะ”

     เขาไม่ตอบทันที ชายหนุ่มเอียงคอตัวเองไปมาเพื่อคลายความปวดเมื่อย ก่อนจะถอดสูทเต็มยศโยนไปไว้เบาะด้านหลัง ถอดเนกไท ปลดกระดุมเสื้อและข้อมือเปลี่ยนจากลุคหนุ่มมาดขรึมเป็นคนที่ทำตัวสบาย ๆ ไม่ได้สนใจภาพลักษณ์เหมือนดังเช่นธนเศรษฐ์คนเก่า

     “จู่ ๆ ก็อยากระลึกความหลัง” เอ่ยจบคนพูดก็ทิ้งให้หญิงสาวมองอย่างงง ๆ จนเขาต้องเปิดประตูเพื่อท้วงเตือนเธออีกครั้ง “ลงมาสิ”

     ชนกานต์ที่ไม่มีทางเลือกจึงต้องลงจากรถ ไม่ว่าจะนอกหรือในเวลางานเธอก็ไม่สามารถพ้นคำสั่งของเขาได้เลย

     หญิงสาวเดินตามร่างสูงซึ่งนำไปนั่งโต๊ะหนึ่งซึ่งเคยประจำกันแต่ก่อน เขาทำราวกับคุ้นเคยมันอย่างดีทั้งที่น่าจะลืมเลือนไปแล้ว

     คนไม่เข้าใจในการกระทำของอดีตแฟนหนุ่มรู้สึกแปลก ๆ เธอกระอักกระอ่วนทั้งยังทำตัวไม่ถูก เพราะไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ หญิงสาวจึงไม่กล้านั่งลง หากแต่พอโดนสายตาที่มีอำนาจดั่งเทพเจ้ามองมาตรง ๆ ก็ต้องจำใจทำตาม

     ผู้คนในร้านเริ่มทยอยเข้ามาใช้บริการ รอบโต๊ะจึงไม่ได้เงียบเหงาเท่าไร ซึ่งบรรยากาศเหล่านี้ทำให้ชนกานต์นึกถึงสิ่งเดิม ๆ ในห้วงอดีตที่เธอกับเขาเคยใช้เวลาร่วมกัน

     “กินสิ” ชายหนุ่มยื่นหมูที่ปิ้งสุกแล้วให้เธอ หลังจากที่ทั้งสองผลัดกันไปเอาเนื้อสัตว์และผักซึ่งถูกจัดวางอยู่ถาดบนโต๊ะตัวยาวบริเวณกลางร้าน

     “ขอบคุณค่ะ” ชนกานต์รับคำทั้งยังลอบมองคนที่กำลังตั้งใจปิ้งหมูอย่างตั้งอกตั้งใจ ทั้งยังสงสัยว่าหลายปีที่ผ่านมา คนที่นั่งตรงข้ามเธอเปลี่ยนไปแล้วจริงหรือ ทำไมเขายังคงกลับมาทำตัวเหมือนเดิม เป็นธนเศรษฐ์ที่ติดดินและไม่เคยคิดถือตัวอะไร

     คนที่ถูกลอบมองรู้มาตลอดว่าหญิงสาวกำลังคิดอะไรเขาจึงถามขึ้นอย่างไม่นึกเกรงใจ

     “ถ้าจะแอบมองผมบ่อยขนาดนี้ก็อย่าก้ม ๆ เงย ๆ จ้องกันตรง ๆ ก็ได้ ผมไม่ว่าหรอก”

     ชนกานต์เกือบจะค้อนเข้าให้ แต่เธอไม่ลืมสถานะที่พยายามเตือนตัวเองไว้ จึงยั้งท่าทีที่ทำเหมือนสนิทสนมกันได้ทัน ซึ่งชั่ววูบนั้นหญิงสาวนึกถึงเรื่องเมื่อตอนบ่ายที่เธอพบกับจิณภาที่บริษัท

     “คุณยังติดต่อกับคุณเจี๊ยบอยู่ใช่ไหมคะ” ไม่รู้มีอะไรผลักดันให้ประโยคนั้นหลุดปากจากคนที่ไม่มีสิทธิ์ถาม

     แต่แทนที่เจ้านายหนุ่มจะโมโหอย่างที่กลัว เขากลับเพียงยกยิ้ม แล้วตอบเธอให้คลางแคลงใจ

     “แล้วคิดว่าไงล่ะ”

     คนถูกถามรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนวูบวาบ ทว่าเธอก็พยายามบอกปัด “ฉันก็แค่ถามเฉย ๆ เพราะเคยเห็นตามข่าว…คุณเคยคบกับคุณเจี๊ยบ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้…ยังยุ่งเกี่ยวกันอยู่หรือเปล่า”

     “แสดงว่าที่ผ่านมาตามข่าวผมสินะ”

     ธนเศรษฐ์ยกยิ้มเล็กน้อย แววตาที่เริ่มสดใสแปรเปลี่ยนเป็นหมองคล้ายว่าเยาะเย้ยตัวเอง นี่เป็นครั้งแรกที่ชนกานต์เห็นมันหลังจากที่กลับมาพบกันอีกครั้ง

     “ดิฉันก็แค่บังเอิญเห็นตามข่าวดารา…แต่ที่ถามไปก็เพราะว่าห่วงคุณฟ้ามากกว่า คุณฟ้าเป็นคู่หมั้นของคุณนะคะ”

     “แล้วจะบอกว่าตัวเองไม่รู้สึกอะไรเลยสินะ ไม่รู้สึกหึง ไม่รู้สึกหวง…กับคนที่ ‘เคย’ เป็นของตัวเอง”

     แม้หัวใจจะกระตุกไม่เป็นจังหวะ แต่เธอก็พอมีสติที่จะส่ายหน้าเป็นพัลวัน

     “แล้วอยากมีสิทธิ์รึเปล่าล่ะ”

     หัวใจหญิงสาวแทบวอดวายทันที…เขาต้องการอะไรกันแน่

     “ดิฉันว่าเรารีบทานกันดีกว่าค่ะ” ชนกานต์เธอพยายามก้มหน้าก้มตารับประทานอย่างเดียวแล้วไม่สบตาเขา ธนเศรษฐ์จะรู้ตัวบ้างไหมว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

     “อ้าว พี่นายกลับมาทานร้านแบบนี้แล้วเหรอ” ทั้งสองคนหันไปมองต้นเสียงชายหนุ่มร่างบึกบึน ผิวเข้มยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา

     “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” ธนเศรษฐ์เอ่ยทักทายราวกับรู้จัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น