เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 21 : บทที่ 12 ผู้ช่วยเลขาคนใหม่ 150%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    4 ก.ค. 61

เบี้ยหมากรุกถูกเคลื่อนไปทีละตัวและทีละฝั่งจากความคิดของบุคคลเดียว เจ้าสัวสุวัฒน์ใช้ความคิดจดจ่ออยู่กับกระดานที่เขาเล่นอยู่ในห้องพักผ่อนส่วนตัวที่แบ่งออกมาจากห้องใหญ่ ซึ่งตอนนี้มีย่าและหลานทั้งสองคนกำลังนั่งพูดคุยประจบผู้สูงอายุอย่างกะหนุงกะหนิงตามประสาหลาน ๆ คนเล็ก

คุณปู่เรียกผมมาพบมีอะไรรึเปล่าครับร่างสูงของเหมวิทย์นั่งลงบนโซฟาตัวตรงข้าม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ไม่สามารถจัดการได้

คนสูงวัยเงยหน้ามองหลานชายก่อนจะเกริ่นถามว่างรึเปล่า มาเล่นหมากรุกกับปู่ไหม

เหมวิทย์ถอนหายใจโดยไม่คิดปิดบังตัวเอง คุณปู่มีอะไรก็พูดมาเถอะครับ ผมรู้ว่าคุณปู่คงไม่ได้เรียกผมมาเพราะแค่ชวนเล่นไอ้หมากรุกนี่หรอก

เจ้าสัวสุวัฒน์ยิ้มพลางส่ายหน้า นี่แกยังโกรธเรื่องที่ปู่แต่งตั้งให้เจ้านายเป็นประธานอยู่อีกเหรอ

ยิ่งฟังเหมวิทย์ก็กัดฟันแน่นเหมือนเด็กที่ถูกแย่งของเล่นไป

ผมไม่มีสิทธิ์โกรธนี่ครับ ในเมื่อคนมีอำนาจมากที่สุดก็คือคุณปู่ คุณปู่คงเห็นเจ้านายมันต้องดูแลกิจการแทนพ่อกับพี่ชาย ก็เลยวางใจให้มันทำ

เจ้าสัวสุวัฒน์มองหลานชายอย่างตำหนิ ที่เหมวิทย์มีความคิดอย่างนี้ก็เป็นเพราะว่าแม่ของเขาปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก

เจ้าชาย แกโตแล้วนะ อย่าใช้อารมณ์ตัดสิน เจ้านายมันก็แค่แสดงศักยภาพให้ปู่เห็นว่ามันสามารถบริหารบริษัทได้ดีกว่าแม้ว่าจะพูดให้เข้าใจเหตุผล ทว่าหน้าของเหมวิทย์กลับตึงขึ้นบริษัทของเรา เป็นของตระกูลเรา เป็นของอัศวเศวตรกุล แกจะปล่อยให้มันพังกับความไม่พร้อมของตัวแกเหรอ จริงๆ แล้วปู่ก็ไม่ขัดหรอกนะ ถ้าหากวันหนึ่งแกมีความสามารถพอที่จะบริหารงานเก่งจนอยากขึ้นแทนเจ้านายมัน

คนเป็นหลานชายเบะปาก ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ปู่พูดเท่าไรนัก หากแต่ก็รู้สึกหน้าเสียเมื่อปู่เอ่ยเตือนถึงเรื่องบางอย่างขึ้น

แล้วก็เรื่องไอ้ข่าวลือบ้า ๆ ที่สร้างเพื่อมาทำลายชื่อเสียงผู้บริหารปู่ไม่เห็นด้วย

เหมวิทย์สะดุ้ง แม้ว่าจะไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนก ทว่านัยน์ตากลับฉายแววรู้เห็นเด่นชัด

ผมไม่ได้ทำ…” เขายอมรับว่าไม่ได้ทำจริง ๆ แต่ไม่ใช่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ

แกไม่ได้ทำปู่รู้ แต่แกก็น่าจะห้ามคนทำบ้าง เขาเข้ามาเป็นคนของบ้านนี้ก็ต้องเป็นของตระกูลอัศวเศวตรกุล ต้องรักษาผลประโยชน์ของเรา ไม่ใช่ว่ามาทำอย่างนี้เพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวของตัวเอง

ประโยคเตือนของคนเป็นปู่ทำเอาคนรู้เห็นพูดไม่ออก เพราะที่จริงแล้วเขาก็ไม่คิดจะทำลายอะไรที่เป็นสมบัติหรือชื่อเสียงของตระกูล ทว่าความแค้นต่อธนเศรษฐ์ก็มีอยู่มาก เขาจึงไม่ได้ออกปากห้ามมารดา

เหมวิทย์ไม่พูดอะไรต่อจากนั้น เขาฟังปู่สอนต่ออีกสองสามประโยคก่อนขอตัวออกไปด้วยเท้าที่ก้าวหนัก ๆ พร้อมกับใบหน้าที่ตึงราวกับถูกขึงไว้แน่น ซึ่งการแสดงออกที่ชัดเจนทำเอาคนที่กำลังหัวเราะกันมองเป็นตาเดียว

พี่ชายเป็นอะไรอ่ะ ทำไมหน้าบึ้งอย่างกะไปกินรังแตนมาหัทยา คนเป็นน้องสาวพ่อแม่เดียวกันเอ่ยถามอย่างสงสัย

ก็คงจะไม่พ้นโดนคุณปู่อบรมนั่นแหละมโนพัศได้แต่ถอนใจ ทั้งเห็นใจเหมวิทย์ที่ถูกแม่กดดัน อีกทั้งก็ยังสงสารพี่ชายที่ไม่รู้จักหาทางออกให้ตัวเองเสียที

แม้ว่าเพ็ญแขจะรู้สึกไม่ดีแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอจึงเปลี่ยนเรื่องที่น่าตึงเครียดเป็นเรื่องสบาย ๆ ให้หลาน ๆ ผ่อนคลาย

ปีนี้เจ้าเมืองอายุยี่สิบหกแล้ว เมื่อไรจะพาแฟนมาอวดย่าสักทีล่ะ

คนที่โสดมาตลอดยิ้มอย่างเปิดเผย พร้อมทั้งบอกเหตุผลตามประสาหนุ่มโสดที่ยังคงสนุกกับงาน ผมยังไม่พร้อมหรอกครับคุณย่า คุณย่าเคยบอกไว้ว่าถ้าเราเป็นแฟนกับใครเราก็ต้องดูแลเขาดี ๆ เอาใจใส่ไม่ใช่เหรอครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยไม่อยากจะทำให้ผู้หญิงที่มาเป็นแฟนผมต้องเสียใจ

อื้อหือ พูดเป็นสุภาพบุรุษมากอ่ะพี่เมือง แต่คุณย่าคะ ถึงพี่เมืองจะไม่อยากมี แต่หญิงอยากมีแล้วนะคะคนที่เพิ่งจะเรียนจบมาหนึ่งปีเปรยให้คนเป็นย่าฟังเพื่อหวังจุดประสงค์

อะไรกันลูก เพิ่งเรียนจบไม่ใช่เหรอคนเป็นย่าพูดอย่างเอื้อเอ็นดู

เรียนจบก็เท่ากับโตแล้วค่ะคุณย่าหลานสาวคนเล็กยืนยันหนักแน่นในเชิงออดอ้อน

เฮ้อออ แล้วเรามีคนที่ชอบพอกันรึยังล่ะผู้สูงอายุถามพลางลูบศีรษะ

คนถูกถามหน้าแดงซ่านกระนั้นก็ยังกล้าที่จะเปิดเผยความในใจให้ย่ารู้ คุณย่าจำคุณเมฆได้ไหมคะ คุณเมฆลูกคุณชายพันธ์ค่ะ

เพ็ญแขพยักหน้า เธอเคยเจอคุณชายพันธ์บ่อยครั้งเมื่อในอดีตก่อนที่ลูกชายคนโตจะเสียชีวิต และครั้งสุดท้ายก็เมื่องานศพหลานชายคนโตของตระกูล

คือว่าหญิงชอบคุณเมฆค่ะ

มโนพัศส่ายหน้ากับความเพ้อฝันของน้องสาว เคยเจอเขาแค่ไม่กี่ครั้ง ตอนนี้พี่เมฆอาจจะมีแฟนแล้วก็ได้นะ

หัทยาทำหน้าบูด ไม่รู้ละ ไม่ลองไม่รู้ นี่ก็กะว่าจะให้พี่นายพาหญิงไปแนะนำตัวกับฝ่ายโน้นอย่างเป็นทางการ คุณย่าว่าดีไหมคะ

ธนเศรษฐ์เป็นคนที่สนิทกับคนในวังภูวไนยมากที่สุด หากจะเข้าถึงหม่อมหลวงวรทย์ก็มีแต่ต้องเข้าทางเขาเท่านั้น

เพ็ญแขยิ้มอ่อนด้วยความคิดที่ใครหลายคนยากจะเดาออก ที่ผ่านมาเธอไม่ได้รังเกียจธนเศรษฐ์จากใจจริง เธอรู้ดีว่าที่ทั้งลูกและหลานชายต้องตายก็เพราะพวกเขาทำหน้าที่เพื่อปกป้องคนที่พวกเขารัก ซึ่งหากเป็นเธอ เธอก็ต้องทำ

ทว่าทุกครั้งที่เห็นหน้าธนเศรษฐ์ หน้าของลูกและหลานชายก็จะลอยมาอย่างน่าสังเวชจนกลายเป็นว่าเธอไม่อยากพบหลานชายคนนี้อีก แต่เพ็ญแขรู้อยู่เต็มอกว่าตอนนี้เวลาของเธอใกล้จะเหลือน้อยลงไปทุกทีแล้ว ตั้งแต่หายป่วยมาก็ทำให้เธอนอนคิดได้ว่า หากจากไปโดยยังไม่ได้แก้ไขความรู้สึกและบอกให้ธนเศรษฐ์รับรู้ถึงการให้อภัยแล้ว เธอคงจะนอนตายตาไม่หลับเป็นแน่

 

 

ใครสนใจรูปเล่ม เสน่หาหวนรัก ติดต่อได้ที่เพจ : ฟ้าน้ำค้าง 369 บาท รวมส่ง ลทบ.

ส่วนสาย E-Book นี่เบยค่ะ :https://goo.gl/sVaQij

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น