ผูกรักฝากหัวใจ (สนพ.เขียนฝัน) ปิดซีรี่ย์ผูกรัก

ตอนที่ 9 : บทที่ 8 ------- 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,554
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 พ.ค. 60

ราวกับฝัน...นี่ผีบ้าที่ไหนเอาค้อนมาทุบหัวเธอให้เสียสติไปแล้วใช่ไหมเนี่ย?

คุณ...ว่าอะไรนะ

...

ฉันไม่ได้ฟังอะไรผิดไปใช่ไหมคนที่คิดว่าตัวเองฝันย้ำถามอีกครั้ง ตอนนี้เธอกำลังกลั้นหายใจสุดฤทธิ์เพราะรอลุ้นคำตอบจากคนปลายสาย

เอ่อ...พอดีผมมึนๆ นิดหน่อย เมื่อกี๊เพิ่งไปจิบเบียร์มา แค่จะบอกว่าพรุ่งนี้อย่าลืมนะ นัดผมไว้แล้วอย่ามาสายล่ะ!”

หญิงสาวนิ่งไปครู่ เธอเจ็บราวกับถูกรถไฟเหยียบทับร่างจนแบนราบไม่เหลือสภาพที่จะไปต่อกรกับไอ้ปีศาจจอมวายร้ายที่มันกำลังปั่นหัวเธอเล่นอยู่!

ถึงกระนั้นคนเพลี่ยงพล้ำก็ตั้งใจจะไม่ให้ฝ่ายศัตรูเข้ามารับรู้ได้โดยเด็ดขาดว่าเธอได้สูญเสียค่าพลังงานหนักจากการถูกโจมตีเข้าอย่างจัง!

 รู้แล้วน่า อย่างฉันน่ะไม่มีทางสายอยู่แล้ว บอกตัวคุณเองดีกว่านะ นัดผู้หญิงไว้แล้วสายบ่อยๆ ระวังจะไม่มีใครเอานะยะ!” ขอให้เป็นโสด ขอให้เดียวดาย ขอให้ขึ้นคาน เพี้ยง!

ก็มีแต่คุณคนเดียวน่ะแหละ งั้นแค่นี้ก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน ฝันดีครับ

เขาพูดเร็วปานจรวดจนคนตั้งใจจะบ่นต่อได้แต่ทำหน้ามุ่ย เพราะเมื่อกำลังจะอ้าปากตอบกลับอีกฝ่ายก็วางสายไปเสียแล้ว

อิตาบ้า! เมาเบียร์มาแล้วก็โทรมาหาเนี่ยนะ บ้า บ้า บ้า ที่สุดเลย!” คนถูกแกล้งกร่นบ่นอย่างแค้นใจพร้อมกับซุกใบหน้าเข้าหาที่นอนนุ่ม แล้วดิ้นอย่างขัดใจคล้ายกับปลานิลขาดน้ำ

คำว่า คิดถึงมาจากผลของความเมางั้นสินะ

แต่ไอ้ประโยคที่ว่า มีแต่คุณคนเดียว เนี่ย มันหมายความว่ายังไง!?

 

ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก...

เสียงปากกาเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะขณะที่ชายหนุ่มกำลังขบคิดอะไรบางอย่างอยู่ ธนาวุฒิมักใช้เวลานั่งโต๊ะทำงานไม่นานก็วิ่งไปที่อื่นซึ่งทุกคนอาจจะมองเขาง่ายๆ ได้ว่าเป็นคนสมาธิสั้น เพราะไม่สามารถอยู่ที่เดิมๆ ได้ ใช้เวลาคิดไม่เท่าไรก็ต้องหันไปขับรถเล่น เดินเที่ยวชิลๆ จนผู้คนต่างเข้าใจไปว่าเขาไม่ชอบทำงาน นั่งไม่ติดโต๊ะ วันๆ ก็เอาแต่ร่อนไปร่อนมา นานๆ ทีจะเห็นเข้าออฟฟิศ

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ อารยา

ผู้หญิงที่เขาเคยชอบ แต่เมื่อไม่นานหลังจากเพิ่งจะตระหนักรู้ได้ว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้ชอบเธอจากใจจริง หากเพียงแต่ตามตื๊อเพราะต้องการอยากเอาชนะ อยากจะรู้ว่าจะมีความสามารถมากพอที่เคยจะทะลายกำแพงหัวใจที่เธอกั้นกางไว้เป็นเกราะป้องกันมานานนับกว่าสิบปีได้รึเปล่า

ซึ่งหากผลก็ออกมาแน่ชัดว่าเขาแพ้ เพราะเธอเลือกที่จะไปคบและแต่งงานกับอภิวัชร แม้ว่าเพิ่งจะเจอกันกับผู้ชายคนนั้นได้ไม่นาน

แต่เขาก็ไม่เสียใจที่แม้จะอยู่ในสภาพพ่ายแพ้อย่างขาดรูป เพราะในวันนี้เขามีดวงใจคนใหม่แล้ว ผู้หญิงที่จะเข้ามาเติมเต็มทุกส่วนของชีวิตเขาให้กลับมามีสีสันและชีวิตชีวาให้ดูผ่องใส โลกสวยเป็นสีชมพูที่มันขาดหายไปนับสิบปีหลังจากที่คอยตามจีบอารยา ซึ่งเขาจะทุ่มเททำทุกวิถีทางเพื่อที่จะพิชิตดวงใจของเธอมาให้ได้

ธนาวุฒิในวันนี้ดูเหมือนว่าจะแปลกประหลาดกว่าทุกวัน เขารีบมาออฟฟิศตรงเวลาเข้างานพอดีต่างจากปกติที่มักจะเข้าในยามแสงอาทิตย์แทบจะลับขอบฟ้าไป ซึ่งอาจเป็นเพราะวันนี้มีหมายพบกับบุคคลสำคัญที่เขาเชิญมา จึงรู้สึกว่าวันนี้ออฟฟิศดูน่าเข้ามาทำงานมากกว่าปกติ

ชายหนุ่มยอมรับว่าตื่นเต้นไม่น้อยที่นิชานันท์อุตส่าห์ให้เกียรติมาเยือน แม้หญิงสาวว่าจะมาในฐานะของบุคคลที่จะมาร่วมงานกัน แต่ว่าเขากลับมองว่ามันคือการทำสัญญาร่วมกันที่มีผลไปยังอนาคตและชีวิตของคนทั้งคู่

หากพอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนธนาวุฒิยอมรับว่าพลั้งเผลอหลุดปากไปว่าคิดถึงตามความรู้สึกจริงๆ แต่พอเขารู้ตัวก็รีบเปลี่ยนเรื่องเพราะเขาไม่อยากพลาดอีกครั้งเหมือนเมื่อตอนจีบอารยา

เพราะเขากลัวจะเสียเธอไป หากเธอไม่ได้คิดตรงกันกับเขา

ก๊อกๆ

คุณวุฒิคะ คุณนิดมาถึงแล้วค่ะ

                เลขาสาวเดินเข้ามาบอกทันทีหลังจากที่นิชานันท์เพิ่งจะมาถึง

                อื้ม เชิญเขาเข้ามาในห้องได้เลยครับ

                จริญญารับคำ ก่อนจะเดินออกไปเชิญแขกสาวเข้ามา ซึ่งขณะนั้นเจ้านายหนุ่มก็นั่งอารมณ์ดี ยิ้มกว้างระหว่างรอไปด้วย

                ไม่กี่วินาทีร่างเล็กของแขกก็ปรากฏตัวขึ้น เธออยู่ในชุดเข้ากันอย่างเสื้อคอกว้างโชว์ไหล่นวลเนียนข้างหนึ่งขณะที่ด้านหน้าก็ลึกลงมาเห็นเนินอก และก็คงเห็นไปแล้วมากกว่านั้นหากไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเสื้อตัวในที่คล้ายบราสวมใส่ไว้อยู่ คู่กับกางเกงยีนส์ห้าส่วนสีเข้มที่แสนจะรัดติ้วพับขาขึ้น

เขาเข้าใจว่าเธอชอบแต่งตามเทรนด์แฟชั่น ทว่าบางทีมันก็เปิดเผยรูปร่างและสัดส่วนมากเกินไป             

เชิญนั่งครับเจ้าบ้านผายมือชวนไปนั่งที่โต๊ะประชุมขนาดเล็กซึ่งตั้งบริเวณอีกมุมหนึ่งของห้อง

นิชานันท์ทำตามที่เขาบอก หญิงสาวแอบกวาดตาสำรวจมองไปรอบๆ ห้อง ซึ่งมีลักษณะโล่งกว้าง แต่ก็มีการออกแบบที่ทันสมัย สีสันสดใส ทำให้คนมาเยือนดูเป็นกันเองกว่าออฟฟิศทั่วไปซึ่งก็คงเป็นตามแบบธีมของบริษัทที่เน้นไปทางแฟชั่น โดยผู้คนที่ทำงานในนี้ก็ล้วนแล้วแต่งกายด้วยชุดลำลองกันแทบทุกคน มีเพียงแต่สวมสายคล้องคอที่มีบัตรพนักงานติดอยู่ซึ่งแสดงถึงความเป็นหนึ่งในสมาชิกขององค์กรนี้ไว้

วันนี้ธนาวุฒิสวมเพียงเสื้อยืดแขนยาวสีเทาที่ถกแขนเสื้อขึ้นอย่างลวกๆ กับกางเกงสีเขียวขี้ม้าขายาวลายทหารในลุคชุดลำลองธรรมดาสบายๆ ต่างจากทุกครั้งที่ค่อนข้างแต่งอย่างเป็นทางการซึ่งมักคลุมด้วยสูท หรือดูสุภาพมากกว่า

ยิ่งเขาสวมใส่สร้อยสีเงินสายยาวๆ ที่มีป้ายห้อยเหมือนกัปตันยูในเรื่อง The descendant of the sun แล้วมันก็ยิ่งทำให้เขาดูห่ามและแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก ซึ่งนี่ยังไม่นับรวมผิวสีน้ำผึ้งบางๆ ของเขาที่เสริมบุคลิกให้ดูเข้ากันเป็นอย่างดีด้วย

แม้จะไม่อยากยอมรับแต่ทว่าภาพลักษณ์ในตอนนี้ของเขามันก็ทำให้เธอยากที่จะทานทนอย่างสงบนิ่งได้

ร่างบางนั่งลงใกล้ๆ เก้าอี้หัวโต๊ะซึ่งยังเป็นตำแหน่งว่างอยู่ แต่เพียงไม่นานมันก็ถูกจับจองโดยเจ้าของห้อง

ทำไมถึงกลับมาใส่แบบนี้อีกแล้วล่ะจู่ๆ ผู้บริหารหนุ่มในมาดเจ้านายสุดเฮี๊ยบก็เอ่ยถาม น้ำเสียงที่เขาใช้พูดด้วยห่างเหินราวกับเธอเป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัทเขา

นิชานันท์ที่กำลังเปิดเอกสารเตรียมขึ้นมาหน้าเหวอ เธอก้มมองเสื้อผ้าที่ตัวเองสวมใส่อยู่โดยพลัน

มันดูแปลกตรงไหนไม่ทราบ!?

ทำไมเหรอคะ

ใส่แบบนี้มันดูไม่เหมาะกับคุณเลย

“!!!”คนถูกตำหนินิ่วหน้าอย่างไม่เข้าใจ มันจะเหมาะหรือไม่เหมาะยังไง มันก็เป็นสิทธิ์ของเธอที่จะสวมใส่เสื้อผ้าตัวไหนก็ได้ ซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์มาวิพากษ์วิจารณ์!

คนมั่นใจในสไตล์ของตัวเองมาตลอดมองคนที่กล่าวหาเธอในเชิงประณาม ทว่าอีกฝ่ายกลับนิ่งเฉยและไม่ได้มีท่าทีที่สะทกสะท้านใดๆ เลยสักนิด

นิชานันท์เม้มปากแน่นแล้วแสร้งทำทีมองเขาอย่างไม่พอใจ หากใครจะรู้ว่าธนาวุฒิได้แต่เก็บความรู้สึกที่พึงใจลึกๆ เพราะเขาชอบปฏิกิริยาทุกอย่างที่เธอตอบสนองเมื่อเวลาถูกเขายั่วยุ ซึ่งเขาจะไม่ให้คนตรงหน้ารู้เด็ดขาดว่าเขาชอบที่จะแกล้งเธอมากขนาดไหน ชอบให้เธอมองเขาคนเดียว รู้สึกกับเขาคนเดียว

ชายหนุ่มลอบสำรวจหญิงสาวที่นั่งข้างๆ วันนี้ใบหน้าของแขกสาวนั้นยังคงแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสีจัดจ้านที่เสริมให้บุคลิกเธอดุดัน ซึ่งแม้ว่าจะเข้ากับเธอเป็นอย่างดี แต่สำหรับเขาแล้ว เขาชอบที่จะเห็นเธอแต่งในโทนธรรมชาติมากกว่า เพราะมันจะทำให้ใบหน้าของเธอดูเด็ก ใสซื่อ ไม่ดุดันและก้าวร้าวเหมือนในลุคนี้

ในครั้งหลังๆ ที่เขาพบเธอหลังจากเกิดอุบัติเหตุวุ่นๆ ซึ่งทำให้ตัวเองต้องไปหน้าคะมำอยู่บนหน้าตักนุ่ม ธนาวุฒิก็พบว่าตั้งแต่นั้นมานิชานันท์สวมใส่เสื้อผ้าที่เรียบร้อยมากขึ้น ไม่ได้เปิดเผยเนื้อตัวเหมือนดังแต่ก่อนที่เขามักจะตำหนิอยู่บ่อยๆ หากแต่ในตอนนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปแล้วเมื่อความมั่นใจดังเดิมของเธอกลับมาอีกครั้ง ซึ่งเขาไม่ชอบมันสักเท่าไร

                ไม่เหมาะยังไงน้ำเสียงของหญิงสาวตอบโดยแสดงความไม่พอใจเพื่อปิดบังความรู้สึกไหวหวั่นลึกๆ ต่อคนตรงหน้า

                ก็คุณผอมไป ตัวก็เล็ก แล้วยังชอบใส่เสื้อผ้าที่ดูเหมือนเด็กอีก แค่นี้ก็ดูเด็กจะตายอยู่แล้วยังทำตัวให้เป็นเด็กเข้าไปอีก ไซส์อนุบาลชัดๆ

                เด็กยังไง!?” อนุบาลอะไร!?

                ก็คุณเตี้ยอ่ะ ใส่เสื้อผ้าเล็กๆ แบบนี้มันก็ดูเหมือนเด็กสิ ทำไมไม่หัดแต่งให้มันดูเรียบร้อยๆ เป็นทางการหน่อย จะได้ดูโตกว่านี้

                คนถูกตำหนิขึงตาใส่ไม่ยั้ง การที่เขามาวิพากษ์วิจารณ์เธอว่าแต่งตัวไม่ดีก็หนักแล้วแต่การบอกเธอว่าเตี้ยนี่เท่ากับว่าเป็นการหยามเกียรติและดูถูกอย่างร้ายแรงซึ่งมันส่งผลให้ให้ปรอทการควบคุมอารมณ์ของหญิงสาวแตก!

                ถ้าปากคุณยังเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันก็ขอตัวกลับแล้วนะ!” ร่างเล็กลุกขึ้นพรวดพร้อมกับจะก้าวไป แต่ยังไม่ทันจะได้ออกจากบริเวณนั้น แขนของเธอก็ถูกคนปากเสียรั้งไว้ก่อน

                “เดี๋ยวสิ อีกไม่นานฝ่ายการตลาดเขาก็จะมานั่งฟังงานของเราด้วยนะ พูดคำไหนคำนั้นสิคุณ โตแล้วเขาพูดเหมือนผู้ใหญ่ตำหนิเด็ก คนไม่พอใจจึงกระแทกกระทั้นนั่งลง ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานฝ่ายการตลาดก็เข้ามา นิชานันท์จึงรีบแปรเปลี่ยนสีหน้าทันที

                “สวัสดีค่ะบอส สวัสดีค่ะคุณนิดผู้มาใหม่กล่าวชื่อเธอทั้งที่หล่อนยังไม่รู้จัก ซึ่งคงเป็นเพราะธนาวุฒิเคยกล่าวถึงเธอให้หล่อนฟังแล้ว

นิชานันท์รับไหว้ก่อนจะอธิบายแบบเสื้อผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งเพิ่งจะร่างมันเสร็จในช่วงเมื่อคืน

พอคนเพิ่งเข้ามาใหม่ได้เห็นแบบร่าง มลฤดีก็กล่าวชม ต่างจากธนาวุฒิที่ขมวดคิ้วดูกระดาษบนโต๊ะเหมือนไม่เข้าใจ เธออธิบายถึงแบบที่ต้องการให้ทั้งสองคนทราบ ซึ่งแม้ว่ามลฤดีจะชอบแบบแค่ไหนแต่ก็อดค้านเรื่องการใช้ชื่อใหม่ในการตั้งแบรนด์ไม่ได้ เพราะแบรนด์ Ninase เป็นแบรนด์ใหม่ แม้ว่าจะมี by Nicha พ่วงอยู่ด้วย ทว่ารูปแบบคือต่างจากที่ขายหน้าร้าน อีกทั้งยังเป็นรูปแบบที่ดูหรูหราและราคาสูงมากกว่าของที่ขายกับทางร้านเอง เพื่อแยกกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจนขึ้น

ซึ่งมลฤดีไม่เห็นด้วย เพราะธนาวุฒิบอกกับเธอว่าการร่วมงานครั้งนี้ต้องการให้แบรนด์ที่มีชื่อมาร่วมสร้างยอดขายแต่ถ้าหากทำตามจุดประสงค์นี้ ก็เท่ากับต้องลงทุนโปรโมทแบรนด์สินค้าใหม่ตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งต่างจากรายละเอียดที่เจ้านายได้บอกไว้ในก่อนหน้านี้ และจะใช้เงินลงทุนมากกว่าเดิม

จะดีเหรอคะบอส ถ้าเราสนับสนุนแบรนด์คุณนิด ไม่สู้นำแบรนด์ดังๆ จากต่างประเทศมาขายโดยไม่ต้องเสียค่าโปรโมทมากซึ่งมันน่าจะดีกว่าการสร้างแบรนด์ใหม่เองนะคะ

จากที่นิชานันท์คิดว่าถูกชะตาด้วยกับมลฤดีในทีแรกก็ต้องหันหัวเรือความคิดของเธอกลับ แม้ว่าสิ่งที่มลฤดีพูดจะดูมีเหตุผล และค่าใช้จ่ายที่จะทำการตลาดก็อาจจะค่อนข้างสูง แต่เธอเชื่อในคุณภาพของสินค้าว่าจะสามารถตอบแทนได้อย่างคุ้มค่าและต้องเป็นที่นิยมสำหรับในกลุ่มลูกค้าในระดับมีฐานะและเดิมที่รู้จักจากแบรนด์ Nicha อยู่แล้ว และอีกอย่างเธอก็ไม่เห็นด้วยกับการที่บอกให้ไปเอาแบรนด์นอกมาแทนที่จะสนับสนุนแบรนด์ไทยให้ติดตลาด เพราะการที่มัวแต่คิดเช่นนี้ก็เท่ากับเสื้อผ้าแบรนด์ไทยขาดการสนับสนุน เพราะพวกนายทุนมัวแต่ห่วงกันเรื่องยอดขายที่เป็นผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ โดยไม่มองถึงอนาคต หวังเก็บพืชระยะสั้นโดยไม่หวังพืชผลระยะยาว

                “อืม ตามนี้ล่ะ ผมเชื่อในศักยภาพของคุณนิดเจ้านายหนุ่มพูดเสียงเรียบจากการตัดสินใจเด็ดขาด ก่อนจะมองไปที่ผู้ร่วมงานใหม่ซึ่งสักวันจะต้องกลายมาเป็นผู้ร่วมดูแลที่นี่ เรื่องแบบเดี๋ยวส่งไปให้ฝ่ายตัดเย็บลองทำขึ้นมาดูก่อน แล้วให้คุณนิดดูด้วย ก่อนจะสั่งผลิตจริงๆ

                แม้ว่ามลฤดีขมวดคิ้วอย่างข้องใจ ปกติแล้วกว่าจะได้เข้ามาร่วมงานใน B&N Group ทางฝ่ายแบรนด์ต้องเตรียมเสื้อผ้าตัวอย่างตามแบบของจริงมาให้ทางบริษัทดูเอง ไม่ได้มีเพียงแค่กระดาษไม่กี่แผ่นเช่นนี้ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้นิชานันท์เองก็ทราบดี แต่เธอเลือกที่จะไม่ทำเพราะไม่มีเวลาที่จะมาทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอให้มันมากนัก เพราะหญิงสาวถือว่างานนี้ธนาวุฒิอยากดึงเธอเข้ามาร่วมงานเอง ทุกส่วนเขาให้เธอเป็นคนกำหนด ซึ่งทางบริษัทจะเป็นฝ่ายในส่วนสนับสนุนทางด้านเงินทุนทั้งหมด แม้ว่าจะเสี่ยงแต่หากธนาวุฒิก็ไม่มีทีท่าว่าจะคัดค้าน จึงเห็นได้ว่าไม่มีพนักงานฝ่ายไหนกล้าแย้งอะไรอีกต่อไป

                ไม่ใช่ธนาวุฒิจะรู้ไม่ทัน นิชานันท์ฉลาดมากที่สร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาร่วมงานกับทาง B&N แทนที่จะใช้แบรนด์ร่วมกับที่เธอทำอยู่ เพราะนอกจากลูกค้าจากหน้าร้านจะไม่ถูกแบ่งมาที่ B&N แล้ว ตัวเธอเองก็ได้ประโยชน์ในการขยายช่องทางการขยายกลุ่มตลาดใหม่จากสินค้ากลุ่มใหม่ด้วย        ซึ่งแม้จะดูเหมือนว่าทาง B&N จะเสียประโยชน์ ทว่าเขาเชื่อว่าผลงานของเธอจะสามารถทำงานได้ดีและสร้างยอดขายให้บริษัทมากแม้ว่าจะเป็นชื่อแบรนด์ใหม่ก็ตาม

 

จะกลับแล้วเหรอคุณ!” ร่างสูงวิ่งมาหาด้วยความเร็ว ขณะที่ร่างบางกำลังเดินไปทางลิฟต์เพื่อที่จะลงจากชั้นสามสิบสามซึ่งเกือบจะสูงสุด ด้วยชั้นนี้เป็นชั้นของระดับผู้บริหารจึงมีการตกแต่งค่อนข้างโล่งและดูหรูหรา และแม้ว่าเธอจะเคยมารับอารยาซึ่งเคยทำงานที่นี่หลายครั้ง ทว่าก็ไม่เคยเข้ามาในตัวตึกนี้เลย

ผู้ร่วมงานใหม่ที่เพิ่งเซ็นสัญญาหมาดๆ แทบจะผงะตกใจเมื่อเขาหยุดได้พอดิบพอดีใกล้จุดที่เธอยืนอยู่

เกือบแล้วเกือบจะชนเธอล้มไปแล้ว

ค่ะ จะกลับแล้ว ไม่มีอะไรแล้วไม่ใช่เหรอ

ธนาวุฒิถอยห่างจากเธอไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะยืนพักหายใจหอบ ที่จริงเขายังไม่ทันได้อนุญาตให้ผู้ร่วมงานคนใหม่กลับไปไหนเลย เขาเพียงแต่ติดธุระคุยงานกะทันหันเมื่อฝ่ายขายนำหัวข้อด่วนเข้ามาปรึกษา หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้วเขาก็ไม่เห็นหญิงสาวอยู่ในห้อง พอถามเลขาหล่อนก็บอกว่านิชานันท์เดินออกมาได้เกือบสิบนาที แม้อาจจะตามเธอ ไม่ทันแต่เขาก็ลองเสี่ยงดูด้วยการวิ่งตามสุดชีวิต ซึ่งสวรรค์ก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง เพราะนิชานันท์เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องน้ำพอดิบพอดี

ไม่มี แต่การที่คุณกลับก่อนโดยไม่บอกผมแบบนี้มันเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติกันเลยนะ เพราะฉะนั้นคุณต้องไปกินข้าวกับผมเพื่อเป็นการไถ่โทษ

ฮะ?” หญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัวตอบตกลงอะไรเธอก็ถูกเขาฉุดแขนให้เดินตามไปด้วยกันเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ดะ เดี๋ยวสิคุณ ฉันเอารถมานะ

ความหมายของเธอคือเขาจะไปยังไง คงไม่ได้ไปรถคันเดียวกันหรอกใช่ไหม!?

ก็ไปรถของคุณสิ ปะเร็ว ท้องผมร้องแล้ว ผมไม่อยากเป็นโรคกระเพาะคนตัวเล็กเงยหน้ามองคนด่วนสรุปอย่างงงๆ ก่อนจะรีบจ้ำเดินตามแรงจูงของคนที่ดูเหมือนหิวโหยและแสนเอาแต่ใจซึ่งขาของเขาก็ช่างก้าวได้ยาวเสียเหลือเกิน

ตลอดสองข้างทางมีสายตาของพนักงานทั้งหลายจับจ้องเธอและเจ้านายของพวกเขา ซึ่งคนที่ถูกจูงจะไม่รู้สึกอะไรหากตาของทุกคนไม่สะดุดและเพ่งมองมาที่มือเล็กและมือใหญ่ที่ประสานกันอยู่




PS. คือไปฉกภาพจากสนพ.555 คนเขียนก็อยากถ่ายเองนะ แต่กล้องกากกกเฟ่ออง

ถ้าซื้อจาก สนพ.จัดโปรนะจ๊ะ จาก 956 บาท เหลือแค่ 813 บาทเองงงง

PS.2 จริงๆ อิพี่กันต์มันร้ายกาจสุดนะ ทำไมปกมันดูอ่อนโยนแปลกๆ อ่ะ 5555



---------------------------------

 เรื่องนี้เป็น 1 ในสามของซีรี่ย์ 1 'ผูกรัก' นะคะ แยกอ่านก็ได้ อ่านทั้งหมดก็ฟิน (หนัก) อิอิ 

หาซื้อได้ที่ร้านนายอินทร์ ซีเอ็ด ร้านหนังสือทั่วไปหรือที่เว็บไซต์สำนักพิมพ์ เว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ ได้เลย

เห็น สนพ. มีโปรนะ เห็นๆ 3 เล่มเหลือแค่ 813 บาทเองงง

ส่วน E-BOOK ออกแต่ของแอพ สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ นะคะ ส่วน MEB, Hytext อาจจะต้องรออีกนิดดด


 อย่าเพิ่งเบื่อกันเด้ออจ้า ถ้าอัพตัวอย่างจบถึงตอนที่ 12 จะปล่อยตอนพิเศษ นอกบทออกมาให้อ่านกันนะคะ

PS.ฝาก แฟนเพจ FB ด้วยนะจ๊ะ >>>> ฟ้าน้ำค้าง
เอาไว้อัพเดตนิยายเรื่องต่อไป ตอนพิเศษเรื่องเก่าๆ และ NC กะโหลกกะลา 5555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

472 ความคิดเห็น

  1. #472 pariwatbaipan (@pariwatbaipan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 14:41
    รังเกลียดนิสัยตัวละครพระเอก เจ้ากี้เจ้าการเกิน ...แย่
    #472
    0
  2. #86 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:13
    แล้วหนูนิจะชอบไหมเนี่ยเล่นยั่วโมโหเขาตลอดเวลาเลย 55555 เปลี่ยนวิธีจีบสาวใหม่เร็วไม่งั้นเดี๋ยวแห้วอีก
    #86
    0