ผูกรักฝากหัวใจ (สนพ.เขียนฝัน) ปิดซีรี่ย์ผูกรัก

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 --------- 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,669
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    15 พ.ค. 60

มือบางบีบเข้าหากันแน่นขึ้น เมื่อจู่ๆ เหงื่อก็ออกมาจนฉ่ำชื้น...ไม่สิ มันน่าจะชื้นมาตั้งแต่เธอเป็นคนโทรศัพท์นัดเขามาพบที่นี่แล้ว

ฉันมีธุระจะคุยกับคุณ พรุ่งนี้พอจะว่างไหมคะ

ธุระอะไร ถ้าไม่สำคัญจริงๆ ผมขอปฏิเสธเลยนะ เพราะว่าช่วงนี้งานของผมค่อนข้างยุ่งม๊ากกก จะให้เอาเวลาไปใช้พร่ำเพรื่ออะไรน่ะ คงไม่ได้หรอกคนฟังได้แต่กลอกตามองบนแล้วเบะปากอย่างหมั่นไส้...เธอเคยฟังจากอารยาบ้างแล้วว่า วันๆ ธนาวุฒิแทบจะไม่ทำงานที่ออฟฟิศเท่าไรนัก เขามักจะอ้างว่ายุ่งโน่นยุ่งนี่อยู่บ่อยๆ

นิชานันท์รับไม่ได้กับคนชอบเล่นตัวนัก เธอจึงตัดบทการสนทนาในเรื่องการนัดหมายทิ้งทันที

ถ้ามันยุ่งนักก็แค่นี้แหละค่ะ ไม่ต้องมาเจอกันแล้ว!’

เฮ้ยย เดี๋ยวๆ ผมว่างๆ

คนแกล้งพูดแหย่ถึงกับยิ้มออกอย่างผู้มีชัย...ในใจก็พาลตื่นเต้นอย่างหนักเมื่อคนปลายสายทำทีเหมือนใส่ใจเธอ

ได้ งั้นนัดเจอกันที่ร้านสเต็กชั้นเดียวกับร้านของฉัน

นิชานันท์เลือกร้านอาหารที่ไม่ใช่ร้านประจำก็เพราะว่าเธอรู้สึกอยากจะล้างความทรงจำที่เธอไปรับประทานอาหารกับพีรกรเมื่อวันก่อน ผู้ชายคนนั้นทำให้เธอเบื่ออาหารทั้งที่เมนูในร้านต่างก็เป็นของโปรดเธอแทบทั้งสิ้น หลังจากที่แยกย้ายกันในวันนั้น พีรกรก็หมั่นเพียรส่งข้อความหาแทบทุกวันจนหญิงสาวพาลอึดอัด ซึ่งในช่วงแรกๆ คนไม่ได้คิดอะไรก็ยังคงตอบกลับไป ทว่าพอบ่อยๆ เข้าก็เหมือนกับการกระทำของเธอเป็นการต่อบทสนทนาให้ยาวขึ้น นิชานันท์จึงเริ่มไม่ตอบกลับและเมินเฉยต่อทุกข้อความที่เขาส่งมา ทว่าอีกฝ่ายก็ยังมีความพยายามอย่างไม่ลดละ หญิงสาวจึงตัดสินใจบล็อกรายชื่อของเขาทิ้งไปเพื่อไม่ให้สามารถติดต่อมาได้

ร่างบางยกขึ้นจิบหลอดดูดน้ำรอบที่ห้า เมื่อคนที่นัดหมายด้วยยังคงไม่มา เมื่อยี่สิบนาทีก่อนเธอโทรตามเขาครั้งหนึ่ง อีกฝ่ายก็บอกว่าเพิ่งจะออกจากบริษัท เพราะวันนี้ติดประชุม เขาซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงก็ต้องอยู่นั่งฟังการนำเสนอของทีมงานจนจบจึงทำให้ติดภารกิจไม่สามารถออกมาก่อนได้ อีกฝ่ายบอกให้เธอสั่งอาหารรอเขาไปก่อน ซึ่งเธอก็ทำแล้วและอาหารที่สั่งก็เพิ่งจะมาเสิร์ฟได้เมื่อครู่

นิชานันท์ยังไม่ได้รับประทานอะไรเลยตั้งแต่มื้อเช้า...จะให้มานั่งมองสเต็กแบบนี้โดยไม่แตะต้องใดๆ เลย...มันเท่ากับแกล้งกันชัดๆ!!

หญิงสาวก่นบ่นในใจได้ไม่นานสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงที่เป็นตัวการทำให้ท้องน้อยๆ ต้องหิวกิ่วจนร้องออกมาไม่ยอมหยุด

อ้าวคุณ ยังไม่รีบทานอีกเหรอ ไม่หิวหรือไงชายหนุ่มตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอเกือบเป็นโรคกระเพาะถามโดยไม่รู้สึกรู้สาว่าที่เธอต้องนั่งหน้าเบ้และอดทนรออยู่เช่นนี้ก็เป็นเพราะว่าเขามาช้า!

นิชานันท์ชักสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อว่าทันที ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองไม่ว่าง ก็อย่ารับปากส่งๆ ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งรอคุณทั้งวันหรอกนะ

ผมก็ไม่ได้ให้คุณรอทั้งวันนี่ แค่ประมาณยี่สิบนาทีเองคนไม่รู้ความผิดยกมือข้อมือขึ้นดูนาฬิกาของตัวเอง คนเคียดแค้นได้ฟังก็แทบอยากจะกรีดร้องออกมาแล้วกระโจนบีบคอคนตรงหน้าให้ตายไปข้าง...ฉันพูดประชดย่ะ!

ร่างสูงถือโอกาสนั่งลง ก่อนจะหยิบยกมีดและส้อมทานอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่ได้นึกชวนเธอที่เป็นคนรอและสั่งอาหารให้ก่อนหน้า

อ้าวคุณ ไม่ทานเหรอ เดี๋ยวมันจะยิ่งเย็นนะ ดูสิแค่ดูหน้าก็รู้แล้วว่าหิวขนาดไหน ยังจะมาเก๊กหน้านิ่งจ้องผมอยู่ได้...คิดถึง?”

คนถูกยัดข้อหาเบิกตากว้างกับคำพูดตรงๆ ของเขา เธอตอกกลับไปด้วยความไม่พอใจทันควัน

ไม่กี่วันนี่เพี้ยนถึงขนาดนี้เลยเหรอ ฉันถามจริงไปโดนสาวที่ไหนหักอกมารึเปล่าเนี่ย

อืม อกหัก...ได้ยินว่าเธอคนนั้นเพิ่งจะมีแฟนมานี่แหละเขาจ้องตาหวานที่สบขึ้นมองมาอย่างไม่กระพริบ เหมือนกับว่ากำลังต่อว่าและตัดพ้อเธออยู่ 

นิชานันท์รู้ดีว่าเขาไม่ได้ทำอย่างที่เธอแอบคิดมั่วไปอย่างแน่นอน แต่วูบหนึ่งเธอกลับเห็นตัวเองสะท้อนอยู่นัยน์ตาคู่นั้นของเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน แต่เพราะอะไรล่ะที่ทำให้ธนาวุฒิต้องมองมาอย่างเรียกร้องความสนใจเช่นนั้นแม้แต่คำว่าเพื่อน เขากับเธอก็ยังคงไม่ใช่ ธนาวุฒิคงจะหมายถึงผู้หญิงคนนั้นคนที่เขาคุยด้วยที่หน้าร้านเธอเมื่อวันก่อน

หญิงสาวหลุบตาลงต่ำ มือบางยกขึ้นเขี่ยผักไปมา ไม่ยอมเอาเข้าปากทั้งที่เมื่อครู่ท้องก็ร้องออกมาเสียงดัง คุณนี่หาผู้หญิงมาดามใจแทนยัยหลินได้เร็วเนอะ

 ก็...ไม่รู้ผมไม่มั่นใจเธอทำเหมือนรังเกียจผมจนไม่อยากจะเข้าใกล้ ไม่อยากจะเห็นหน้า ทำอย่างกับผมเป็นโรคติดต่อ...ที่สำคัญผมเข้าใจไปว่าเธอไม่มีแฟน แต่เมื่อไม่นานมานี้แฟนของเธอกลับโผล่ขึ้นมาพอดีกับช่วงที่เธอเริ่มชักสีหน้าใส่ผม รำคาญผมบ่อยขึ้น เธอคงจะไม่ชอบผมจริงๆ นั่นแหละ

คุณ...คิดมากไปแล้วมั้ง เธออาจจะแค่เจอคนที่ใช่มากกว่าก็ได้แม้จะไม่รู้ตัวว่าอะไรคือสาเหตุแต่เธอกลับพูดแก้ต่างให้ผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

คงงั้นมั้ง

ต่างคนต่างไม่พูดไม่จา จากที่นิชานันท์หิวจนไส้แทบกิ่วกลับกลายเป็นว่าอืดจนเหมือนไม่อยากทานอะไร เธอหั่นสเต็กเข้าปากสองสามคำก็วางมีดและส้อมลง ไม่เหมือนอีกฝ่ายที่ทานเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกรู้สาใดๆ จนเนื้อสีน้ำตาลฉ่ำหมดจานในที่สุด ซึ่งทุกกริยาท่าทางของเขาอยู่ในสายตาของคนที่นั่งตรงข้ามตลอด

ไม่อร่อยเหรอคุณ นี่เป็นร้านที่คุณเลือกเองเลยนะเขาถามด้วยใบหน้าใสซื่อ

ฉันไม่ค่อยหิว

จะบอกว่าไม่หิวได้ไง เมื่อกี๊ยังหน้าบึ้งตึงเหมือนมนุษย์ป้าขี้โมโหอยู่เลย แล้วก็ก่อนที่ผมจะกินไปผมก็ยังได้ยินเสียงท้องคุณร้องด้วยนะ

อดีตคนเคยหิวหน้าแดงซ่าน ท้องของเธอร้องจริงๆ แต่เธอก็ไม่ได้คิดว่ามันจะดังถึงขนาดที่คนนั่งตรงข้ามจะได้ยิน

อีตาบ้า! พูดกับผู้หญิงเขาดีๆ ไม่เป็นหรือไง ถึงต้องคอยหาเรื่องแขวะอยู่ตลอดเลย สมน้ำหน้าที่อกหักแล้วย่ะ!

นอกจากจะแสดงสีหน้าใบหน้าบึ้งตึงใส่ นิชานันท์ก็ไม่ได้พูดอะไรเพื่อแก้ตัว ต่างกับธนาวุฒิที่ไม่อยู่เฉย ยิ่งแกล้งคนที่นั่งตรงข้ามด้วยการพูดหยอกล้อให้หญิงสาวที่มาร่วมทานอาหารด้วยขายหน้ามากขึ้น

อ้าว สรุปว่าก่อนหน้านี้ท้องคุณร้องจริงๆ เหรอเนี่ย ผมก็นึกว่าท้องผมร้องซะอีก

ธนาวุฒิทำให้ระเบิดของคนตัวเล็กซึ่งสั่งสมจากการกวนประสาทของเขานั้นปรี๊ดดดจนปรอทความอดทนของเธอแตก!

สรุปว่าคุณสนุกที่ได้แกล้งฉันใช่ไหม!”

เฮ้ย เปล่า ผมก็แค่อยากให้คุณอารมณ์ดีขึ้น อย่าทำหน้าแบบนี้สิ มันจะแก่เร็วนะคุณ ยิ่งผู้หญิงแก่ง่ายกว่าผู้ชายด้วย อีกอย่างคุณอายุสามสิบแล้วนะ เซลล์ผิวหนังไม่ได้ทำงานดีๆ ผลัดเซลล์ผิวใหม่ๆ ออกมาเหมือนเด็กสาวๆ หรอก

คนฟังโมโหจนหน้าขึ้นสีซึ่งแดงก่ำอย่างหนัก ดี! งั้นยัยป้าอย่างฉันจะไม่อยู่ขวางหูขวางตาคุณให้ระคายลูกตาไปมากกว่านี้!”

เฮ้ยย เดี๋ยวๆ ใจเย็นสิคุณคนก่อปัญหารีบปรามคนขี้โมโหที่ผลีผลามลุกขึ้นทันที ผมไม่ล้อแล้วครับ อย่าโกรธเลยนะ ผมแค่แหย่เล่นเพราะอยากให้คุณอารมณ์ดี อย่าถือสาคนปากเสียเลยนะคนรู้ตัวว่าผิดยอมรับตัวเองเพื่อไม่ให้คนที่กำลังจะไปถือโทษโกรธเขา

นิชานันท์ถอนหายใจก่อนจะยอมนั่งลงอีกครั้งเพื่อลองดูท่าทีว่าคนที่บอกจะไม่กวนประสาทอีกจะประพฤติตัวอย่างไรต่อไป

เอาเป็นว่าเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า คุณนัดผมมาทานข้าววันนี้มีธุระอะไรเหรอ ต้องมีมากกว่าความคิดถึงใช่ไหม?” เขายังคงตีหน้ามึนยียวนถามเธอ หญิงสาวจึงพยายามมองข้ามจุดนี้แล้วบอกชายหนุ่มตามตรงทันที

คุณให้ยัยหลินมาโน้มน้าวฉันมาทำงานร่วมกับคุณใช่ไหม

“…”

ถ้างั้นก็ขอบอกเลยนะว่าเปล่าประโยชน์แล้วก็ไม่ต้องไปบอกยัยหลินให้ทำแบบนี้แล้วด้วย เพราะฉันจะไม่ทำงานกับคุณ!”

หญิงสาวหยิบกระเป๋าพร้อมกับเตรียมจะเรียกบริกรเพื่อเก็บค่าอาหาร ทว่าธนาวุฒิก็ฉวยพูดขึ้นก่อน

การที่คุณปฏิเสธผมแบบนี้เท่ากับตัดอนาคตตัวเองด้วยนะ

“?”

คุณไม่รู้หรอกว่าในหัวผมน่ะ วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของคุณไว้ยังไงบ้างเขาใจเย็นอธิบายประหนึ่งหลอกล่อให้ผึ้งน้อยติดกับน้ำหวานอันแสนอร่อย

ผมจะไม่ได้ดันให้คุณขายเพียงแค่ช้อปในประเทศของเราอย่างเดียวนะ แต่ผมจะดันให้สินค้าของคุณขายไปยังช้อปต่างประเทศด้วย คุณก็รู้ว่าบริษัทเรานอกจากจะนำเข้าของแบรนด์อื่นแล้ว เราก็ทำหน้าที่ส่งแบรนด์ของเราไปขายที่เมืองนอกเหมือนกัน ซึ่งผมว่าสินค้าคุณภาพอย่างแบรนด์คุณย่อมไม่แพ้แบรนด์อื่นแน่นอน ยิ่งดีไซน์และชื่อเสียงก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ที่ผ่านมาผมรู้ว่าคุณประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง คุณสามารถดันเสื้อผ้าให้ระดับดาราแนวหน้าดังๆ ทางฝั่งตะวันตกใส่กันได้อย่างสบาย แต่กำลังที่คุณจะไปวางขายแถบนั้นยังไม่มากพอ แน่นอนว่าถ้างานนี้สำเร็จ สินค้าของคุณก็จะได้ถูกวางในห้างชั้นนำดังๆ ที่ทางเราเป็นพาร์ทเนอร์ด้วยแน่ ผมรับรองว่างานของคุณจะไม่มีทีมงานคนไหนติและแก้ไขใดๆ แน่นอนว่าดีเทลทุกอย่างจะเป็นไปตามที่คุณต้องการผมสัญญา

นิชานันท์ฟังแล้วนิ่งคิดที่เธอไม่อยากร่วมงานด้วยก็เพราะเธอคิดว่าฝ่ายการตลาดหรือดีไซน์เนอร์ในฝ่ายออกแบบของทางบริษัทเองจะเห็นแย้งกับความคิดเธอหรือมาแก้แบบซึ่งเธอรับไม่ได้!

และแม้ว่าแบรนด์ของเธอจะสามารถดันให้ดาราและนางแบบชั้นนำใส่ได้จริง แต่ในส่วนของการกระจายสินค้าเธอทำได้เพียงขายผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์เท่านั้น แต่ว่าถ้าเธอได้รับการสนับสนุนอย่างที่เขารับปากมาล่ะก็โอกาสที่แบรนด์จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนอื่นๆ ก็จะมีมากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นโอกาสที่เธอหาได้ค่อนข้างยาก

ส่วนเรื่องส่วนแบ่งก็เป็นไปตามปกติตามที่คุณพอทราบ แต่ถ้าคุณไม่พอใจก็…”

ฉันไม่ได้คิดเรื่องนั้นอยู่แล้ว

ธนาวุฒิยิ้มมุมปาก แน่นอนว่าเขาไม่ได้คิดเอาเปรียบเธอ เพราะนั่นไม่ใช่นิสัยของการทำงานของที่นี่และที่สำคัญผลประโยชน์ของเธอก็ถือว่าเป็นผลประโยชน์ร่วมของเขาในอนาคตเช่นกัน แน่นอนว่าเขาจะต้องดูแลให้ดีที่สุด

สรุปว่าคุณตกลงไหมผมบอกเลยนะว่าไม่เคยเสนอใครอย่างใจป้ำเท่านี้มาก่อนเลย

แม้ดวงตาจะเบิกกว้างแสดงแววประกายแห่งความหวัง หากนิชานันท์ก็พยายามฉุกคิดพิจารณามองคนตรงหน้าเพื่อหาความน่าเชื่อถือและความสำเร็จ

คนที่ไม่ค่อยเข้าไปทำงานอย่างคุณ วันๆ ร่อนไปร่อนมา ฉันจะสามารถเชื่อได้จริงๆ เหรอ

ธนาวุฒิเปลี่ยนจากสีหน้าที่รอลุ้นคำตอบอย่างใจจดใจจ่อมาเป็นไม่ชอบใจโดยพลัน

ไปฟังจากหลินมาสินะเพราะอารยาชอบมองเขาเป็นแบบนี้ เลยพาลชวนให้นิชานันท์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่มีอะไรก็ปรึกษากันตลอดต้องพลอยมองเขาแบบนั้นไปด้วย ไม่ชอบเขายังไม่พอยังไม่วายไปเป่าหูเพื่อนอีก

ฟังผมนะการที่ผมออกข้างนอกบ่อยๆ เนี่ยผมก็ทำงานเหมือนกัน ผมสำรวจตลาด ผมรู้จักผู้คน ซึ่งทุกอย่างล้วนแต่ประโยชน์ทั้งนั้น ผมไม่ชอบอยู่นิ่งๆ แล้วเอาแต่อ่านข้อมูลจากเอกสารอย่างเดียวหรอกนะ ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีเราก็ต้องยิ่งเตรียมแผนรับมือ แล้วเสื้อผ้าก็เป็นสินค้าที่เปลี่ยนตามกระแสเร็วมาก เราจึงต้องสังเกตลูกค้าและคอยมองหากลุ่มใหม่ๆ ด้วย เรื่องนี้คุณน่าจะเข้าใจผมนะ

คนฟังก็แอบเห็นด้วยกับเหตุผลของเขา ธุรกิจแฟชั่นเป็นสิ่งที่ไม่นิ่ง ไม่ตายตัว ไม่กี่สัปดาห์กระแสก็หดหายไปทั้งที่เพิ่งวางขายได้ไม่นาน

งั้นถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณบอกมา ฉันก็ตกลงที่จะทำงานด้วย

ธนาวุฒิยิ้มกว้างอย่างที่นิชานันท์ไม่เคยได้เห็นมาก่อน ฟันของเขาขาวจนสว่างไสวสะท้อนแข่งกับแสงไฟ ชายหนุ่มดูหล่อมากอย่างที่คนมีอคติไม่เคยได้มองเห็นจนอยากจะขยี้ตาเพื่อพิสูจน์จริงๆ ว่าภาพตรงหน้าที่เห็นอยู่นี้เธอกำลังตาฝาดไปรึเปล่าเขายิ้มให้เธออย่างจริงใจ

งั้นวันจันทร์หน้าผมนัดคุยกันที่บริษัทผมนะ เดี๋ยวผมจะโทรหาอีกที

ไม่เป็นไร เดี๋ยวถึงที่นั่นแล้วฉันจะแจ้งเอง

ธนาวุฒิไม่สนใจ เพราะไม่ว่าอย่างไร เขาก็ตั้งใจจะโทรหาเธอก่อนวันจันทร์อยู่แล้ว

หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะเรียกบริกรมาคิดค่าอาหารโดยที่ชายหนุ่มขันอาสาเป็นคนรับเลี้ยง แม้ว่านิชานันท์จะปฏิเสธและคัดค้านว่าคนชวนต้องเป็นคนจ่าย หากเธอก็ต้องยอมแพ้เมื่อคนขี้โอ่อวดบัตรเครดิตของเขาที่เป็นรุ่นลิมิเต็ดซึ่งใช้ได้ไม่จำกัดวงเงินมาเสนอ

แล้วนี่คุณจะไปไหนต่อร่างสูงถามขณะที่เธอและเขาเพิ่งจะเดินออกมาจากร้าน

ฉันจะไปซื้อของนิดหน่อย งั้นขอลาตรงนี้เลยละกันนะคะเธอยิ้มบางๆ เป็นเชิงลา ก่อนจะก้าวออกไป หากเสียงข้างหลังก็ทำให้ขาเรียวหยุดแล้วหันไปมองเขาเพื่อขอฟังอีกรอบ เพราะหูของเธอเหมือนจะได้ยินเสียงอะไรแว่วๆ

คุณว่ายังไงนะ

พอดีว่าผมว่าง เดี๋ยวจะเซอร์วิสช่วยไปเลือกของแล้วก็หิ้วของให้ละกันนิชานันท์มองเขาแบบงงๆ ก่อนมือของเธอจะถูกมือหนาคว้าไป ร่างบางที่ไม่ทันตั้งตัวจึงต้องจำใจเดินตามแรงจูงของคนขันอาสาอย่างมึนๆ พลันในใจก็คิดสงสัยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ทำแบบนี้กับผู้หญิงที่ไม่มีสถานะ มันไม่ดีเลยนะ

ดวงตาสวยมองไปที่มือของตัวเองซึ่งโดนมือที่มีอุณหภูมิร้อนผ่าวจับอยู่...เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนชื้นที่ผิดปกติและจังหวะหัวใจที่กำลังเต้นแปลกๆ ในเวลาเดียวกันด้วย

ไม่นะ ยัยนิด ไม่ๆ แกอย่าคิดอะไรกับเขา อย่าหวั่นไหวกับเขานะ ไม่นะ ไม่!!!!!...

 

 เรื่องนี้เป็น 1 ในสามของซีรี่ย์ 1 'ผูกรัก' นะคะ แยกอ่านก็ได้ อ่านทั้งหมดก็ฟิน (หนัก) อิอิ 

หาซื้อได้ที่ร้านนายอินทร์ ซีเอ็ด ร้านหนังสือทั่วไปหรือที่เว็บไซต์สำนักพิมพ์ เว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ ได้เลย

เห็น สนพ. มีโปรนะ เห็นๆ 3 เล่มเหลือแค่ 813 บาทเองงง

ส่วน E-BOOK ออกแต่ของแอพ สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ นะคะ ส่วน MEB, Hytext อาจจะต้องรออีกนิดดด


 อย่าเพิ่งเบื่อกันเด้ออจ้า ถ้าอัพตัวอย่างจบถึงตอนที่ 12 จะปล่อยตอนพิเศษ นอกบทออกมาให้อ่านกันนะคะ

PS.ฝาก แฟนเพจ FB ด้วยนะจ๊ะ >>>> ฟ้าน้ำค้าง
เอาไว้อัพเดตนิยายเรื่องต่อไป ตอนพิเศษเรื่องเก่าๆ และ NC กะโหลกกะลา 5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

472 ความคิดเห็น