ผูกรักฝากหัวใจ (สนพ.เขียนฝัน) ปิดซีรี่ย์ผูกรัก

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,034
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    14 พ.ค. 60

ร่างบางในเสื้อเดรสคอปาดสีโอรสคู่กับกระโปรงยาวลูกไม้ สีขาวเดินก้าวออกมาจากร้านของตัวเองอย่างคล่องแคล่ว เธอหนีบกระเป๋าถือที่เรียกกันว่า คลัช สีบรอนด์ซึ่งเป็นแบรนด์ของตัวเองที่เพิ่งจะเปิดตัวใหม่ไม่นานติดมาด้วยอย่างมั่นใจ

                แต่จู่ๆ หญิงสาวก็ชะงักไป เมื่อเห็นร่างสูงเดินมาดักตรงหน้า...ผู้ชายที่เธอเลี่ยงที่จะพบและหลบหน้าเขามานานหลายวัน

คุณวุฒิ

นึกว่าจะจำกันไม่ได้ซะแล้วเขายกยิ้มให้ซึ่งเธอมองว่ามันทะเล้นเหมือนเช่นเคย

คนที่โดนจู่โจมอย่างรวดเร็วถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ก่อนหญิงสาวจะตั้งตัวได้แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและหาลิ้นของตัวเองเจอ มีธุระอะไรรึเปล่า

สายตาคมกวาดตามองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าก่อนจะยกสายตาขึ้นมาสบกับดวงตากลมโตที่แต่งมาอย่างสวยงาม...เขาแสดงท่าทีพอใจผ่านสายตาราวกับประเมินให้เธอผ่าน! ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าให้กลับกลายเป็นคนเย็นชาที่ไม่สนิทสนมกัน

ผีบ้าผีบออะไรของเขาเนี่ย?

กับคุณน่ะเหรอ?” ร่างสูงที่อยู่ในกางเกงสีฟ้าใสเข้ากับเสื้อเชิ้ตสีขาวลายสก๊อตซึ่งมีแขนยาวของเสื้อคาร์ดิแกนแบบผู้ชายพาดบ่าทั้งสองข้างยกนิ้วชี้มาทางเธอเป็นเชิงถาม

บอกเลยว่าถ้าไม่ใช่ธนาวุฒิจอมหลงตัวเองชุดแบบนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนเขาใส่ได้หรอก!...นี่ยังไม่นับทรงผมแสกกลางแนวโอปป้าเกาหลีของเขาอีก!

มีอะไรรึเปล่าคะ ฉันจะรีบไปทำธุระหญิงสาวทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอพยายามลืมเรื่องในวันก่อนไปให้สิ้น...มันก็แค่อุบัติเหตุเล็กๆ ที่พาเข้าใจผิดกันไปเอง

เปล่า ผมไม่ได้มีธุระอะไรกับคุณ

“…” คนฟังขมวดคิ้วเป็นปม ก่อนจะหน้าถอดสีเมื่อฟังประโยคต่อมาของเขา

เผอิญว่าผมแวะมาทำธุระแถวนี้ นี่ก็กำลังจะเดินไปรับเสื้อที่ม้ามาตัดจากร้านข้างๆ นี่เสียงของคนเจอกันโดยบังเอิญดูปกติ แต่แฝงไปด้วยท่าทียียวนอย่างเต็มเปี่ยมเขาทำให้ใบหน้าที่ประดับด้วยเครื่องสำอางราคาแพงแทบแตกเปราะลงมาอย่างรวดเร็วซึ่งเรียกง่ายๆ ว่า หน้าแตก!

งั้นไปก่อนนะเขายิ้มให้เธออย่างเป็นมิตรที่ดูห่างเหินที่ไม่ได้มีความไม่รู้สึกรู้สา ให้กันแล้วเดินจากไปง่ายๆ อย่างที่คนถูกทักไม่เคยคาดคิด นิชานันท์ได้แต่กระพริบตาปริบๆ ยืนค้างอยู่ที่เดิมเกือบหนึ่งนาที

พอได้สติหญิงสาวก็เม้มปากแน่น รู้สึกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่เขาทำเป็นเมินเฉยต่อเธอเหมือนสิ่งไม่มีชีวิต

ทั้งที่ก็ไม่ทราบสาเหตุของตัวเองเหมือนกันว่าเธอมีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา ทว่าเธอกลับรู้สึกร้อนและเคืองแค้นราวกับเขาไปเฆ่นฆ่าคนที่เธอรัก หากนิชานันท์ได้แต่สั่งตัวเองให้เก็บอารมณ์ก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถของตัวเองที่จอดไว้ในชั้นเดียวกัน แล้วระเบิดเสียงกรี๊ดเพื่อระบายความอัดอั้นนั้นทันที

คนบ้า! อย่านึกว่าฉันจะสนใจคุณนะ! อย่างคุณน่ะ ให้ฟรีก็ไม่เอาหรอกย่ะ!!” เธอภาวนาอย่างยิ่งว่าจะไม่เจอเขาอีกในครั้งต่อๆ ไป โดยหารู้ไม่ว่าคำขอนั้นช่างส่งผลตรงกันข้ามกับคำพูดของเธอเสียเหลือเกิน

 

หลังจากขับรถไปด้วยอารมณ์ที่ไม่เสถียร นิชานันท์ก็เดินไปจุดที่นัดไว้กับมณฑิราและออแกไนซ์เซอร์ที่จัดงานสำหรับเดินแบบแฟชั่นให้กับแบรนด์ของเธอ

ครั้งนี้เป็นการจัดเดินแบบครั้งที่สี่ของแบรนด์ Nicha ซึ่งเธออยากให้งานนี้ออกมาอลังการที่สุดและดีที่สุดมากกว่าครั้งผ่านๆ มา

ธีมของงานครั้งนี้คืออินไปกับความรักในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นที่เธอตั้งใจทำเพื่อดึงความสวยของผู้หญิงที่มีความรักผ่านเสื้อผ้าที่ตั้งใจจะสื่อ ครั้งนี้เธอจึงตั้งใจให้มณฑิราเป็นคนเดินชุดฟินนาเล่

สถานที่นี้จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนหน้า แม้จะดูนานกว่าปกติแต่ที่แห่งนี้ต้องใช้เวลาจองเป็นปีกว่าจะได้คิวมา เธอจึงนัดพี่ที่รู้จักที่มักจะจัดงานในปีก่อนๆ มาดูสถานที่ก่อนและนัดมณฑิรามาเพื่อให้เพื่อนสาวพอใจด้วย ซึ่งนิชานันท์ยอมรับว่าเธอเอาใจมณฑิราเป็นพิเศษ เพราะนอกจากหล่อนจะเป็นคนนิสัยดี น่ารักแล้ว เธอก็อยากจะให้เพื่อนคนนี้ช่วยโปรโมทแบรนด์ของเธอ

นิชานันท์ชวนทั้งผู้จัดงานและมณฑิราเข้าไปดูสถานที่จริงกันจริงปรึกษารายละเอียดทุกอย่างจนกระทั่งทุกคนพอใจ หญิงสาวจึงออกตัวเป็นคนขอเลี้ยงอาหารกลางวัน ก่อนจะขอตัวกลับไปดูร้านต่อ ขณะที่ทั้งสองก็ต่างแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง

 

ร้าน Nicha ของเธอมีอยู่สองสาขาเท่านั้น แต่เพียงแค่สองสถานที่นี้มันก็ทำให้เจ้าของกิจการเล็กๆ อย่างเธอเหนื่อยใจแทบขาด เธอไม่หวังให้ร้านจะต้องมีสาขามาก ขอเพียงแค่แบรนด์สินค้าดังและเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คนก็พอแล้ว ส่วนมากในร้านเสื้อผ้าของเธอจะเน้นไปทางเสื้อผ้าในแต่ละวันทำงานและอยู่บ้านหรือไปเที่ยวในวันสบายๆมากกว่า สามารถใช้ได้บ่อยๆ จะเอาไปมิกซ์แอนด์แมชกันก็ดี เพราะฉะนั้นแบบของเสื้อผ้าค่อนข้างเป็นกันเองและอยู่ในโทนสีสดใส

                นิชานันท์เดินเข้ามาในร้านด้วยความกระตือรือร้นหลังจากที่เธอวิ่งเต้นเอาแบบไปให้ช่างตัดเย็บเพื่อให้สินค้าทันวางขายในอาทิตย์หน้าตามกำหนดการ หญิงสาวหอบแบบต่างๆ รวมถึงนิตยสารที่เพิ่งจะซื้อมาเข้ามาในร้านด้วย แม้ว่าจะต้องการความทะมัดทะแมงด้วยการใส่กางเกงแล้วแต่หญิงสาวก็ยังคงไม่ทิ้งเอกลักษณ์ของตัวเองในการสวมรองเท้าส้นสูงห้านิ้วที่ชื่นชอบอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะคู่นี้เป็นคู่ที่เธอรักมากที่สุด เป็นแบรนด์ที่นานๆ ครั้งจะออกรุ่น Limited Edition ออกมาให้สาวๆ ที่เป็นสาวกได้แห่กันแย่งกันซื้อเก็บไว้ ซึ่งแม้จะเป็นสินค้าแฟชั่นแต่พอเวลาผ่านไปสินค้าเหล่านี้ก็จะราคาสูงขึ้นลิบลิ่วอย่างไม่น่าเชื่อ

                เมื่อใกล้จะถึงหน้าร้านหญิงสาวสังเกตเห็นจากทางด้านหน้าว่าเห็นมนิสรากำลังยืนอยู่กับลูกค้าท่านหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนหล่อนกำลังแนะนำเสื้อผ้า แต่ลูกค้าคล้ายจะไม่พึงใจเท่าไรนัก แม้ว่าจะไม่โวยวายแต่ก็ชักสีหน้าไม่พอใจ นิชานันท์จึงรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้พร้อมกับเสนอให้ความช่วยเหลือ

ลูกค้าทำเสียงไม่พอใจเล็กน้อยหากก็บอกเจตนาออกมาบอกถึงความต้องการของเธอที่อยากได้เสื้อผ้าที่มันใส่แล้วกระชับรัดรูป เพราะหล่อนเป็นคนอวบ อยากได้เสื้อผ้าที่มันพรางรูปร่างได้ จริงๆ แล้วร้านอื่นก็มีอยู่มากแต่ลูกค้าบอกว่าหล่อนชอบดีไซน์ที่ร้านนี้ แต่มนิสราซึ่งเป็นคนดูร้านในตอนนี้กลับยืนยันว่าเสื้อกระชับรัดรูปไซส์ไม่มี ไม่รู้จะช่วยเลือกยังไง ซึ่งลูกค้าสาวอวบอธิบายเสียยาวเหยียดเอาทั้งลูกน้องและเจ้านายฟังจนยืนนิ่งและพูดไม่ออก

นิชานันท์แนะนำเดรสสีเข้มเพิ่มให้ลูกค้าสาวพึงพอใจ เนื้อผ้าทั้งชุดเป็นลายลูกไม้โปร่งส่วนซับในก็จะเป็นสีเนื้อ นอกจากจะช่วยพรางรูปร่างแล้ว ส่วนช่วงล่างเลยหัวเข่ามาหน่อยก็จะทำให้คุณพี่ดูมีรูปร่างเพรียวและสูงขึ้นด้วย ตรงช่วงคอของตัวเสื้อจะคล้ายกับคอวี ทำให้หล่อนดูสง่าขึ้น ซึ่งนิชานันท์พูดจบก็ยิ้มออกมาบางๆ ให้ลูกค้า เธอถือวิสาสะเรียก คุณพี่ เพื่อตีสนิทหล่อน เธอเชื่อว่าสัญชาตญาณทางด้านแฟชั่นของเธอจะต้องเป็นที่ถูกตาต้องใจของผู้หญิงคนนี้แน่นอน

ลูกค้าสาวชื่นชมนิชานันท์มาก ยิ่งได้ทราบว่าเป็นเจ้าของร้านแล้วก็ยิ่งปลาบปลื้ม หากหล่อนก็อดไม่ได้ที่จะแอบติมนิสราที่ไม่ค่อยกระตือรือล้นอะไรเท่าไรนัก

ปกติแล้วพี่จะมากับน้องสาว แต่วันนี้น้องพี่ติดสอบ เธอกำลังเรียนอยู่ปีสองน่ะก็เลยมาช่วยพี่เลือกเสื้อผ้าด้วยไม่ได้ ต้องขอบคุณน้องจริงๆ นะ ไหนๆ ก็ไหนๆ ละมีชุดไหนสวยๆ จะมาแนะนำพี่อีกไหมลูกค้าสาวที่สมัครตัวเป็นสาวกของแบรนด์ Nicha ขอดูเสื้อผ้าตัวอื่นๆ ที่เจ้าของร้านสาวแนะนำ รวมถึงคอลเลคชั่นเก่าๆ ที่เธออ้อนวอนขอให้นิชานันท์สั่งผลิตพิเศษเพื่อเธอซึ่งเจ้าของแบรนด์สาวก็ใจอ่อนและยอมความต้องการมากของลูกค้าในที่สุด!

 

เจ้แววช้อปปิ้งหมดไปเป็นล้านแล้วเหรอยังไง บัตรเครดิตเต็มวงเงินเลยรึเปล่าน้องชายที่เห็นพี่สาวตัวอวบอ้วนหอบถุงเสื้อผ้าอยู่ที่จอดรถเอ่ยแซว ชายหนุ่มกะจะออกมามาเอาของที่ลืมไว้ในรถขณะที่พี่สาวเพิ่งจะกลับมาถึงหลังจากการช้อปปิ้งมาพอดี

นี่ๆ แกมาช่วยฉันหยิบไปอีกสิวุฒิ มีตรงนี้อีกสามสี่ถุงธนพรชี้นิ้วให้น้องชายช่วยถือของดูหลังจากที่ธนาวุฒิไปหยิบของจากรถตัวเองแล้ว

โหเจ้ เหมาทั้งร้านปะเนี่ยร่างสูงเอ่ยขณะที่กำลังก้มหยิบถุงที่พี่สาวชี้ให้ดู เขาจึงได้สังเกตว่าถุงทั้งหมดที่พี่สาวไปซื้อมาจากร้านแบรนด์ Nicha ซึ่งเขารู้จักและคุ้นชื่อนี้เป็นอย่างดีอะไรทำให้เจ้ไปซื้อของจากร้านเขาเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย ทำไมไม่อุดหนุนเสื้อผ้าบริษัทตัวเอง

อ้าว! ทำไมล่ะ ก็เสื้อผ้าร้านเขาสวย เจ้าของร้านก็ดีนะแก แบบแนะนำฉันได้อ่ะ ฉันชอบน้องเขาพูดตรงๆ ดี

เจ้เจอเจ้าของร้านด้วยเหรอ

เจอสิ! จริงๆ ก็บังเอิญมากกว่านะ ตอนแรกฉันถามน้องพนักงานเขาแล้วน้องเขาก็แบบทำงานไม่ค่อยโอเค พูดเงอะๆ งะๆ เหมือนไม่พร้อมจะทำงาน แบบทำส่งๆ ไม่ตั้งใจเลย พอดีว่าน้องเจ้าของร้านเขามาพอดี ก็เลยช่วยฉันเลือกได้นะว่าชุดไหนเหมาะไม่เหมาะกับฉัน แต่จะว่าไปน้องเขาสวยนะแก แบบชิคๆ อ่ะ เปรี้ยวๆ ฉันว่าสวยโอเคเลย

คนฟังนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะบ่นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลย ตัวก็เล็กอย่างกะขาดสารอาหาร แล้วยังชอบใส่เสื้อผ้ารัดติ้วให้ตัวดูเล็กลงอีก

อ้าว! แกรู้จักเขาเหรอ?” ธนพรที่ไม่รู้เรื่องราวระหว่างน้องชายสุดกวนกับหญิงสาวเจ้าของร้านสุดมั่นเอ่ยถามด้วยความสงสัย

คนถูกถามก็ทำเป็นไม่สนใจมากนัก เขายักไหล่ข้างหนึ่งคล้ายกับว่าไม่อยากจะพูดเรื่องของเธอเท่าไร รู้จักสิ แต่ก็...ไม่ได้สนิทอะไรมากหรอก

ฉันล่ะเสียดายแทนแกจริงๆ ถ้าน้องเขาไม่มีแฟนซะก่อนนะ ฉันจะยุให้แกไปจีบเลย!”

แฟน?” จากสายตาที่ทำเป็นไม่มองพี่สาวเพราะทำเหมือนไม่อยากคุยเรื่องเธอกลับกลายเป็นสนอกสนใจ ใช่ แฟน ก่อนที่ฉันจะออกมาจากร้านอ่ะนะก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพอดีเลย พาเธอไปกินข้าวด้วยกัน ผู้ชายคนนั้นเขาสูงๆ ขาวๆ น้องเขาก็ดูตัวเล็กน่ารักๆ เหมาะกันดีนะ

ผู้หญิงคนนั้นมีแฟนที่ไหนเล่า เจ้เข้าใจผิดแล้ว ชายหนุ่มส่ายหน้า แล้วก้มลงไปหยิบถุงอีกใบในกระโปรงรถที่เหลืออยู่

ก็ผู้ชายที่ไหนจับมือผู้หญิงออกไปด้วยกันถ้าไม่ใช่แฟนล่ะ!” จู่ๆ ก็เหมือนมีควันออกหูน้องชายอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“…”

ผู้ชายก็ดูเอาใจเก่งนะแก พูดนิดจ๊ะ นิดจ๋า ส่วนน้องเขาก็เรียกเสียงหวานเชียว พี่พีคะ พี่พีขา ฉันเห็นแล้วอดอิจฉาไม่ได้เลย เมื่อไรนะฟ้าจะประทานคู่ชีวิตมาให้ฉันมั่ง ดูเหมือนคนเป็นน้องชายจะไม่ได้ตั้งใจฟังเธอเลยสักนิด ธนาวุฒิมัวแต่ยืนอึ้ง สายตาดูมีแววขุ่นเคืองเหมือนดวงไฟกองเล็กๆ กำลังลุกโชน โดยคนเป็นพี่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เล่าไปเหมือนเป็นการโยงกองฟางและจุดไฟเผาร่างกายของเขาให้ร้อนขึ้น

ร่างสูงก้าวอาดๆ ถือของเข้าไปในบ้านโดยไม่สนพี่สาวที่เดินตามมาช้ากว่าเพราะน้ำหนักและรูปร่าง

เฮ้ยไอ้วุฒิ เป็นอะไร!? จู่ๆ ก็มาทำท่าโมโหเหมือนไปกินรังแตนที่ไหน จะรีบไปไล่ควายที่ไหนวะแก!

 

บรรยากาศหรูหราในร้านอาหารบนชั้นห้าของห้างสรรพสินค้ามีชื่อรู้สึกทำให้คนที่ถูกชวนมารู้สึกอึดอัด หญิงสาวนั่งชิดติดผนังใกล้ทางเข้าร้านซึ่งเคยเป็นที่ชื่นชอบ หากแต่ว่าวันนี้เธอไม่มีอารมณ์จะรับประทาน คงเป็นเพราะว่าไม่ได้เตรียมใจไว้ว่าจะมากับ เขาซึ่งเคยเป็นแฟนเก่า

พี่พีมีอะไรจะคุยกับนิดเหรอคะ

หญิงสาวเลือกที่จะนิ่งไม่แสดงอาการท่าทีกระอักกระอ่วนจนมากเกินไป แม้ว่าเธอไม่อยากจะมาด้วยเต็มทีแต่หากปฏิเสธที่จะไม่มา เขาก็ยิ่งจะตามตื๊อไม่ยอมปล่อยเธอไปสักที

นิดอยากทานอะไรสั่งเลยนะ พี่เลี้ยงเต็มที่ วันนี้พี่ว่างทั้งวันเลย อยากจะทานข้าวดูหนัง พี่พาไปได้หมดพีรกรเสนออย่างใจป้ำทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเอาใจ

พี่พี...

ถ้าคิดไม่ออกให้พี่แนะนำให้ไหม เอาเป็นสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาเหมือนที่นิดชอบทานดีรึเปล่า หรือว่าจะเป็นคาโบนาร่าแฮมดีเขายิ้มอย่างอ่อนโยนคล้ายกับพี่ชายใจดีในวันวาน ทว่าความจริงนี้ในปัจจุบันแล้วไม่ใช่

พีรกรดูเปลี่ยนไปจากเดิมมากทางด้านบุคลิก เขาดูสุขุม อ่อนโยนมากขึ้น ดูโตเป็นผู้ใหญ่ ต่างจากเมื่อก่อนที่ชอบเรียกร้องจะเอาแต่ใจจากเธอ เขามักจะเป็นคนตัดสินใจเองทุกอย่างไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามทั้งเรื่องเลือกร้านอาหาร เลือกสถานที่ไปเที่ยว ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามที่ใจเขาต้องการ ซึ่งบางครั้งเธอก็อึดอัดเมื่อเขาทำตัวเหมือนกับฮิตเลอร์ที่เป็นจอมบัญชาคอยบงการผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีผิด

โดยเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอกของเขาที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ใบหน้าของเขาหล่อเหลาไปทางพระเอกเกาหลี ตาของเขาเรียวเล็กทว่ามันก็ดูรับกับใบหน้าอย่างมีเสน่ห์ รูปร่างของเขาค่อนข้างสูงโปร่งเข้ากับไหล่กว้างได้ดีซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เธอเคยหลงใหลในสมัยเมื่อยังเป็นสาวน้อยแรกรุ่น

นิดอยากทานสลัดทูน่าอย่างเดียวค่ะนิชานันท์เลือกเมนูอย่างไม่ใส่ใจ

งั้นก็ได้ งั้นเอาสลัดทูน่าจานหนึ่ง สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา แซลมอนล่สด...พีรกรหันไปพูดกับบริกรก่อนจะหันมามองเธอ

ทำไมพี่พีสั่งมาเยอะแยะอย่างนี้ล่ะคะ แล้วสปาเก็ตตี้พี่พีไม่ชอบไม่ใช่เหรอคะหญิงสาวจำได้ว่าสมัยที่เคยคบกับเขานั้น เธอเคยสั่งอาหารพวกนี้แล้วชวนเขารับประทาน ทว่าพีรกรกับปฏิเสธที่แม้แต่จะชิม

ถึงจะเหลือก็ไม่เป็นไรนี่ พี่อยากให้นิดทานหลากหลาย พี่เชื่อว่านิดยังชอบอยู่แต่ที่ไม่สั่งก็คงเพราะเกรงใจ

นิชานันท์แอบกลอกตาชั่ววินาทีหนึ่ง เธอไม่ได้กลัวว่าจะต้องออกค่าอาหารมื้อนี้เอง แต่เธอเสียดายอาหารที่ทานไม่หมดต่างหาก!! วัตถุดิบที่สั่งมาล้วนแต่ราคาแพง ถึงแม้เธอจะมีเงินมากมายและสามารถเข้ามาทานที่หรูหราเช่นนี้ได้อย่างสบาย ทว่าเธอก็ไม่ใช่คนรวยขี้อวดที่ชอบกินแล้วทิ้ง! ยิ่งเธอคบกับเพื่อนอย่างอารยาที่มีฐานะต่างกันแล้ว มันก็ยิ่งทำให้ตระหนักได้ว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่มีโอกาสได้ทานเช่นนี้

จงเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองมีและจงแบ่งปัน! นั่นคือคติที่เธอยึดถือมาตลอด

พี่พีคะ เรามาคุยธุระที่พี่พีอยากจะคุยมาดีกว่าค่ะ นิดมีเวลาไม่มาก เดี๋ยวจะต้องไปดูอีกร้านหนึ่งต่อ

พีรกรผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขาพยายามตามง้อทำให้นิชานันท์พอใจและยอมใจอ่อน ทว่าคนตรงหน้าดูใจแข็งไม่เหมือนนิชานันท์คนก่อนที่หัวอ่อนและไม่คัดค้านเขาเลยสักนิด เมื่อก่อนหญิงสาวเป็นคนโอนอ่อนง่ายกว่านี้ เขาแนะนำอะไรเธอ หญิงสาวก็ทำตามทุกอย่าง หากดูเหมือนว่าวันนี้เธอจะเปลี่ยนไปมาก

พี่อยากให้นิดให้โอกาสพี่ เรากลับมาคบกันใหม่ได้ไหม

มือหนาเข้ามาเกาะกุมมือบาง เขาพยายามใช้สัมผัสของตัวเองทำให้เธอโอนอ่อนและหวั่นไหวตามเขา

                หญิงสาวที่ห่างหายจากการจับมือชายมานานจึงขัดขืน เธอไม่อยากจะถูกแตะต้องจากผู้ชายคนไหน นิชานันท์ทำการต่อต้านชายหนุ่มอย่างฉับพลัน ซึ่งพีรกรที่โดนสะบัดมือจึงมองเธออย่างแปลกใจ

พี่พีอย่าทำแบบนี้เลยค่ะ เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว อย่าทำให้มันเกิดปัญหาอีก พี่พีแต่งงานแล้ว ถ้าภรรยาพี่รู้...

พี่เคยบอกนิดแล้วไง ว่าพี่กำลังจะหย่ากับเธอ นอกจากเราสองคนจะเข้ากันไม่ได้แล้ว ก็ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอกำลังมีคนใหม่ด้วย

นิชานันท์ถอนหายใจก่อนจะตอบพี่พีคะ นิดไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ อย่าหาว่านิดใจร้ายเลยนะคะ...ตอนนั้นที่เราคบกัน นิดรู้สึกว่านิด...ไม่มีความสุขเลย

“…”

นิดไม่เป็นตัวของตัวเอง นิดรู้สึกเหมือนโดนบังคับ นิดอึดอัด พอนิดไม่ทำตามพี่ก็จะโกรธ นิด นิดว่าเราเข้ากันไม่ได้หรอกค่ะ

คนฟังหน้าถอดสี นิชานันท์ไม่เคยกล้าระบายข้อเสียของเขาหรือแสดงอารมณ์ในโหมดนี้ให้เห็นมาก่อน ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ดูสมบรูณ์แบบไม่มีใครเคยมาต่อว่าซึ่งหน้าย่อมรับไม่ได้ พีรกรเงียบไปเหมือนไม่ใส่ใจสิ่งที่คนนั่งตรงข้ามพูด นิชานันท์จึงทนไม่ไหวหากก็พยายามเก็บอารมณ์ไว้ ไม่ให้ตัวเองแสดงควาไม่พอใจออกมา

เวลาผ่านไปห้านาทีอาหารที่สั่งจึงทยอยมาเสริฟ์ นิชานันท์ก็สั่งให้บริกรนำบางเมนูห่อเก็บเพื่อที่เธอจะได้นำกลับไป

นิดจะเอาเพิ่มอีกก็ได้นะ

พอแล้วค่ะ น้องที่ร้านมีไม่กี่คน แค่นี้ก็พอแล้ว

น้องที่ร้าน?”

ค่ะ พวกน้องๆ ที่ทำงานที่ร้านค่ะ นิดว่าจะเอาไปให้พวกเขาทานกัน เย็นนี้จะได้ไม่ต้องออกไปทานข้างนอกเจ้ามือฟังแล้วดูเหมือนไม่ค่อยชอบใจเท่าไรแต่ก็ไม่แสดงอารมณ์ออกมา

ตลอดเวลาที่ทานข้าวด้วยกัน นิชานันท์รู้สึกว่าชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้ามคอยชำเลืองมองเธอตลอด จนทำให้คนที่หิวจนใจจะขาดในทีแรกทานไม่ค่อยอร่อยนัก จากที่เกร็งอยู่แล้วก็แทบแข็งทื่อเป็นท่อนไม้

นิด...พี่อยากจะขอโอกาสอีกสักครั้ง ครั้งนี้พี่รับรองว่าเราจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม พี่จะไม่ทำให้นิดอึดอัดใจเขาพูดขึ้นหลังจากที่รับประทานกันเสร็จ

บางทีก็อดยอมรับไม่ได้ว่าทุกการกระทำของเขามันส่งผลต่อรอยอดีตในใจอยู่บ้าง

พี่พีคะ นิดมีแฟนแล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะเธอพยายามยิ้มให้เขาบางๆ โดยไม่สบตา ก่อนจะรอพีรกรชำระเงินเรียบร้อยและเดินออกมาจากร้านด้วยกันโดยระหว่างนั้นเขาก็แสดงท่าทีที่ลดระยะห่างความสนิทสนมลงไป พีรกรเพียงแค่ยิ้มบางๆ และบอกลาเท่านั้น โดยไม่ได้มีคำพูดอื่นใดอีก

 

ฮัดชิ่ว!!” จู่ๆ หญิงสาวที่นั่งอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ขณะที่มือข้างหนึ่งจิบกาแฟก็จามขึ้นยามเช้า นิชานันท์ยกมือขึ้นปัดป่ายจมูกของตัวเองทันที สงสัยเช้านี้จะอากาศเย็นซึ่งมีลักษณะแปรเปลี่ยนจากเมื่อวานกะทันหัน คนขี้แพ้อากาศอย่างเธอจึงรู้สึกคันจมูกและจามอยู่บ่อยครั้ง

เป็นอะไรฮะเรา ทานยารึยังนพรัตน์ที่เดินเข้ามาจากข้างหลังยกมือขึ้นลูบศีรษะน้องสาวในเชิงเอ็นดู

ทุกเช้าในช่วงวันหยุดนิชานันท์ชอบมานั่งอยู่ในสวนซึ่งอากาศบริเวณนี้ค่อนข้างชื้นและเย็นสบาย เช่นเดียวกับนพรัตน์ที่วันนี้เขาก็หยุดจากงานบริษัทเช่นกัน ทว่าจะเหมารวมว่าเป็นหยุดพักผ่อนเสียทีเดียวก็คงจะไม่ได้เพราะช่วงบ่ายเขามีนัดไปตีกอล์ฟกับหุ้นส่วนธุรกิจที่จะร่วมกันลงทุนสร้างโปรเจ็คใหม่

วันนี้พี่น็อตมีนัดออกไปไหน

มีอะไรรึเปล่า

ทำไมคะ น้องจะถามเรื่องพี่ชายบ้างไม่ได้รึไงเมื่อก่อนเขาและเธอค่อนข้างสนิทกัน ทว่าพอเขาได้เข้าทำงานที่บริษัทก็คล้ายกับว่าถูกดูดวิญญาณตัวตนออกแล้วเหลือแค่เพียงความขยันที่ทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างเต็มที่ แต่ที่ยังคงดูปกติอยู่ก็คือตลอดมาเขาควงผู้หญิงมากมายแต่กลับไม่คบใครจริงจัง

ได้สิ ว่าแต่เป็นไงบ้างช่วงนี้ทำงานหนักจนลืมดูแลตัวเองรึเปล่า

ไม่ค่ะ ก็ทำทุกอย่างปกตินะ แต่ว่าช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยมีเวลาไปออกกำลังกายซะเท่าไรช่วงนี้งานค่อนข้างรัดตัว ไหนจะแบบเสื้อผ้าที่เธอคิดว่าไม่ลงตัวแล้วต้องกลับมาแก้อีก แล้วอีกอย่างพอว่างๆ ก็ต้องไปเยี่ยมหลิน โดยเฉพาะเวลาที่พี่ตั้มไม่อยู่ก็ต้องไปอยู่เป็นเพื่อนนาง

ไม่อยากเชื่อเลยเนอะ ว่าอย่างไอ้ตั้มมันจะสอยยัยหลินที่เกาะคานแน่นลงมาได้เขาพูดพลางหัวเราะ อภิวัชรเป็นเพื่อนของเขา สมัยเรียนเขาพอจะรู้ว่าเพื่อนสนิทชอบพออารยาซึ่งเป็นเพื่อนน้องสาวของเขามากจนต้องแอบส่งเอกสารการเรียนต่างๆ ที่ตัวเองสรุปไปให้ แต่ไม่คิดว่าจะรักฝังใจถึงขนาดพอได้เจอกันอีกครั้งก็คว้าหมับจับเธอทำเมียทำลูกแล้วแต่งงานทันที

จะมีผู้ชายสักกี่คนที่รักจริงเหมือนพี่ตั้ม น้องอยากจะเจอแบบนั้นสักคนบ้างจังเธอวางหนังสือพิมพ์แล้วหันไปคุยกับพี่ชายที่มานั่งข้างๆ อย่างจริงจัง แต่ไม่คิดว่าจะโดนคนเป็นพี่เข็กหัวเบาๆ เข้าให้

สามสิบแล้วนะเรา จะได้แต่งงานกับเขาไหมเนี่ย

อ้าว! พี่น็อต ทำไมปากเสียแบบนี้ ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลย พูดแบบนี้นิดเกลียดจริงๆ เดี๋ยวนิดจะแช่งให้ผมร่วงจนหัวล้านเลย คอยดู!”

คนหน้าผากกว้างสะดุ้ง ทว่าก็ไม่ได้ตอกกลับใดๆ นอกจากแจ้งข่าวให้น้องสาวทราบถึงสิ่งที่กำลังจะมาเยือนตัวเขาในอีกไม่นานมานี้

จะว่าไปแม่ไม่เห็นพี่มีแฟนสักที ก็เลยจะพาไปดูตัวกับกับลูกสาวเพื่อนในวันเสาร์หน้า

ไปดิพี่น็อต นี่เป็นโอกาสทองเชียวนะ...ถึงพี่น็อตจะหน้าตาดีแต่คนบ้างานอย่างพี่หาสะใภ้ดีๆ ที่เหมาะสมกันไม่ยากหรอกนะ

ไม่ล่ะ ไม่อยากไป เดี๋ยวมันจะมาก็มาเอง

ชิ อย่ามาหาว่านิดไม่เตือนแล้วกัน มัวแต่คบผู้หญิงเล่นๆ ระวังจะมีลูกไม่รู้ตัว!” เธอพูดพร้อมกับหยิบนิตยสารอีกเล่มที่วางอยู่ข้างเก้าอี้ขึ้นมาอ่านต่อ โดยที่ปกของหนังสือเป็นมณฑิราในเวอร์ชั่นเซ็กซี่ เธอไม่ได้สวมชุดที่ดูโป๊เปลือย ทว่าเพียงเสื้อกล้ามรัดรูปติ้วซึ่งถูกดึงขึ้นให้เห็นหน้าท้องแบนราบสวยก็เรียกอารมณ์ให้คนเห็นมากพอแล้ว

ใช่ผู้หญิงที่เจอวันนั้นที่ร้านเรารึเปล่า

ฮึนิชานันท์ขมวดคิ้วก่อนสมองจะประมวลได้ว่านพรัตน์หมายถึงอะไร เมื่อเขามองปกหนังสือที่เธอถือพร้อมกับพยักเพยิดเป็นการบอกตำแหน่งอ๋อ ใช่มิ้มเอง สวยใช่ไหมล่ะ

แล้วเรื่องที่จะให้เขามาช่วยโปรโมทยังทำอยู่รึเปล่า

ทำสิ ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่เรื่อยๆ เนี่ยๆ ที่มิ้มเขาโปรโมทให้แบรนด์ของนิดหญิงสาวชี้ให้เห็นว่ามณฑิราใช้โซเชียลมีเดียของเธอช่วยโปรโมทให้ในเนื้อหาหนังสือซึ่งเป็นบทสัมภาษณ์ของเธอ

นพรัตน์มีท่าทีสนใจเป็นพิเศษ จนน้องสาวสงสัยจึงมองอย่างจับผิด หากพี่ชายที่ทันเล่ห์คนอยู่เสมอย่อมรู้ตัวทัน เขาจึงกระแอมไปครั้งหนึ่งก่อนจะขอตัวไปทำงานเอกสารต่อ นิชานันท์เบนสายตามองตามร่างสูงของพี่ชายไปจนเขาหายไปในมุมห้องทำงานของตัวเอง หญิงสาวจึงหันเหความสนใจมาที่นิตยสารตรงหน้าโดยไม่คิดใส่ใจท่าทีของพี่ชายอีก

 

หลังจากที่อารยาลาออกจากงานมาได้หนึ่งวัน โทรศัพท์ของเธอก็ยังคงมีสายเข้าจากเจ้านายเก่าโทรหาอยู่เรื่อยๆ จากเดิมที่คิดว่าจะโทรมาปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องงานที่ติดค้างกับกลายเป็นว่าเขาขอให้เธอช่วยอ้อนวอนขอร้องให้นิชานันท์ยอมร่วมทำโปรเจ็คกับเขา

ที่ผ่านมาหลินก็รู้ว่าการแข่งขันของอุตสาหกรรมนี้นี่มันสูงขึ้นและก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าได้แบรนด์ดีๆ คนเก่งๆ มาช่วยมันก็น่าจะดีไม่ใช่เหรอ

หญิงสาวฟังก็ได้แต่กลอกตาแล้วมองบนเบาๆ...สรุปแล้วจะให้เธอเป็นแม่สื่อแม่ชักให้สินะ

ร่ายยาวมาทั้งหมดสรุปแล้วจะให้หลินช่วยพูดให้ยัยนิดมาทำงานด้วยสินะ

...ได้ก็ดีไม่ใช่เหรอ บริษัทเรา...ไม่สิ บริษัทจะได้มียอดที่สูงขึ้นในปีถัดไปไงคำว่า บริษัทเรา ไม่สามารถใช้ได้แล้วเพราะว่าอารยาเพิ่งจะหมดสภาพความเป็นพนักงานไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่อดีตเจ้านายอย่างเขาก็ยังหาเหตุผลโน้มน้าวมาให้เธอช่วย อย่างน้อยหลินก็เคยทำงานด้วยกันที่นี่นะ ใจคอจะทอดทิ้งกันได้เหรอ

คนฟังถอนหายใจพรืด...กับเหตุผลของธนาวุฒิที่นำมาอ้าง ค่ะ งั้นหลินจะลองพูดดูนะ จริงๆ แล้วยังมีอีกเรื่องที่พี่วุฒิสามารถเอาใจมันได้อย่างง่ายๆ แค่...ควักกระเป๋าจ่ายตังค์

คนฟังนึกอยากจะถามใจแทบขาดว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่เขาก็ตระหนักได้ว่าควรหุบปากของตัวเองไว้ก่อน

...แค่ควักเงินซื้อตั๋วชมแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ชุดชั้นในวิคตอเรีย ซีเคร็ทดูสิ รับรองยัยนิดประทับใจพี่แน่ ราคาก็...ไม่เท่าไรอารยานึกขำ เธอจินตนาการถึงหน้าธนาวุฒิออกทันทีว่ากำลังเป็นยังไง เธอเชื่อว่าผู้ชายอย่างเขาจะต้องรู้จักแบรนด์ชุดชั้นในดังนี้อย่างแน่นอน

“…”

ยัยนิดอ่ะนะ เป็นพวกคลั่งแฟชั่น ทุกปีมันจะคอยติดตามดูบันทึกเทปของงานนี้ตลอด และมันก็ฝันไว้ว่าวันหนึ่งมันจะต้องไปดูสดในงานให้ได้!” เธอยังคงพูดสาธยายต่อไปให้ธนาวุฒิใจอ่อน จริงๆ แล้วก็ราคาไม่เท่าไรหรอก ยิ่งระดับมันแล้วซื้อไม่ยากเลย แต่ว่านิดมันก็ยังเสียดายเงินอยู่ดี เลยไม่กล้าไปประมูลแข่งกับเขา

เท่าไรจู่ๆ เสียงทุ้มก็ถามขึ้นมา จนเจ้าของเสียงเองที่พูดไม่คิดนึกตบปากตัวเองโดยพลัน

ได้ยินว่าเริ่มต้นประมาณสองล้านเอง!”

สองล้าน!”

อืม ราวๆ นั้นแหละ อย่างพี่วุฒิกระเป๋าหนักไม่สะท้านอยู่แล้ว...เนอะ

เธอยังมีหน้ามาพูด...เนอะ ให้คนฟังนึกหมั่นไส้!

เงินขนาดนี้พี่เก็บไว้แต่งเมียดีกว่า ไม่เอาไปจ่ายเงินสุรุ่ยสุร่ายหรอก!”

แหม หลินก็แค่แนะนำเฉยๆ แต่ก็ไม่แน่นะ...” …จ่ายที อาจจะได้ทั้งเมียแล้วก็ผู้ร่วมงาน...โชคสองเด้งชัดๆ!

ไม่แน่อะไร?”

เปล่าค่ะอารยาหัวเราะด้วยเสียงเบาๆ ก่อนที่จะรับปากรุ่นพี่หนุ่มอีกครั้งหลังจากที่เขาคอยย้ำเธอไม่เลิก ทั้งเอาผลประโยชน์และอนาคตของบริษัทมาอ้าง พร้อมกับรับปากว่าหากสำเร็จจะมอบรางวัลชุดใหญ่ให้เธอโดยไม่จำกัดเวลา...ใจใหญ่มาก!

คุยกับใครคนที่เพิ่งนึกขบขันกับคำสนทนาเมื่อครู่แทบสะดุ้งเมื่อเธอพลันสัมผัสได้ถึงผู้มาใหม่ที่เข้ามานั่งข้างๆ และโอบกอดเธอแน่น หลังจากที่เธอวางสายไปได้ไม่นาน

พี่วุฒิค่ะหญิงสาวตอบสามีโดยไม่ได้คิดอะไร เธอพอจะคาดเดาออกว่าเขาคงจะหึงไม่น้อย! เพราะธนาวุฒิก็เคยเป็นอดีตคู่กรณีเก่ากับอภิวัชรเมื่อตอนที่ชายหนุ่มยังคงตามจีบเธออยู่

หืม ลาออกมาแล้ว ทำไมต้องโทรมาอีกล่ะใบหน้าของสามีที่ดูขรึมอยู่แล้วก็ขรึมหนักและตึงขึ้นไปอีก อารยาจึงถอดแว่นของเขาออกแล้วนวดคลึงเพื่อผ่อนคลาย

พี่ตั้มต้องไม่อยากเชื่อแน่เลย...พี่วุฒิกำลังตามจีบยัยนิดอยู่ค่ะเธอแอบกระซิบเขาให้ดูเหมือนเป็นเรื่องตื่นเต้น แต่หากคนตรงหน้าจะไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่ดวงตาก็ไม่ได้แสดงออก

พี่ตั้ม...ไม่รู้สึกแปลกใจเลยเหรอ...สักนิดก็ไม่มีเลยเหรออภิวัชรเพียงแค่ยิ้ม ก่อนจะตอบออกมาให้เธอแปลกใจ

จริงๆ ก็เห็นตั้งแต่งานแต่งของเราแล้วนะ พี่เห็นเขายืนด้วยกันตลอดเลย

จริงเหรอ!? ทำไมพี่ตั้มไม่เห็นบอกหลินเลย!” อารยาตกใจกับข่าวเก่าที่เพิ่งจะทราบกับสามีสดๆ ร้อนๆ นอกจากจะพอทราบว่าพวกเขาไปงานแต่งพร้อมกันแล้วก็ยังนึกไม่ถึงว่าแอบไปอยู่ด้วยกันตลอด

มันเป็นเรื่องของเขา...เรามาสนใจเรื่องของเราดีกว่า

อารยาเบิกตากว้างเมื่อสามีโอบแขนเข้ามารัดร่างที่เริ่มอวบจากการตั้งครรภ์ของเธอแล้วใช้คางที่มีหนวดเคราขึ้นบางๆ ถูไถกับแก้มและไหล่จนเธอรู้สึกจั๊กจี้

พอแล้วว...หญิงสาวบอกเสียงเบาก่อนจะถูกอุ้มขึ้นโดยสามีร่างแกร่ง

พี่ตั้มจะอุ้มหลินไปไหน

...ไปนอนเล่นกันในห้องนอนดีกว่า อยู่นี่ที่มันแคบ

นี่มันยังกลางวันอยู่เลย

กลางวันก็ไม่เป็นไร ในห้องก็มีม่านทึบปิดอยู่

หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ก่อนจะยกมือตีเขาด้วยความหมั่นไส้ จากที่ยังสงสัยและคิดติดค้างเรื่องของเพื่อน อารยาก็ต้องลืมเรื่องพวกนี้ไปสิ้น เมื่อสามีที่ใครๆ ก็ต่างเห็นกันว่าเรียบร้อยกลายร่างเป็นพ่อมดจอมเจ้าเล่ห์แสนเอาแต่ใจปรนเปรอให้เธออย่างไม่รู้จักจบ

 

หลิน แกคิดยังไงถึงมาชักจูงฉันเนี่ย แกลาออกจากบริษัทแล้วไม่ใช่เหรอนิชานันท์กึ่งบ่นกึ่งถามด้วยความสงสัย สรุปแล้วนี่ยัยหลินไปโดนอิตารุ่นพี่ของหล่อนเป่าหูให้ชักจูงเธอไปทำงานด้วยใช่ไหม!

ก็...ฉันหวังดีกับแกไง อยากเห็นแกรวยวันรวยคืน แบรนด์ดังเป็นพลุแตก แกคิดดูสิ ร่วมงานกับเขาได้พื้นที่วางสินค้าตามหน้าร้านทั่วประเทศจะทำให้คนที่ไม่รู้จักแบรนด์แกหันมาสนใจมากแค่ไหน

แต่แค่นี้ฉันก็คิดว่างานมันล้นมืออยู่แล้ว อีกอย่างฉันก็คิดว่ากลุ่มตลาดเป้าหมายมันกว้างไป อาจจะส่งผลจนอนาคตรับไม่ไหวก็ได้เพราะนิชานันท์อยากให้แบรนด์ของเธอเป็นที่รู้จักเฉพาะคนที่ชื่นชอบจริงๆ มากกว่าแต่ที่เหนือความต้องการของการร่วมงานครั้งนี้คือ เขาอยากให้เธอไปทำงานด้วยถึงขนาดต้องไหว้วานเพื่อนสนิทมาช่วยคุยด้วยเลยเหรอ

อย่าคิดแบบนั้นสิ ถ้าแกหวังแต่คนที่ชอบแล้วอีกหน่อยมีสไตล์อื่นแบบอื่นของแบรนด์อื่นที่ลูกค้าถูกใจพวกเขาไม่หนีหายตายจากไปหมดเหรอ สรุปแล้วว่าแกตกลงนะอารยาพูดเองเออเองตามนิสัยคนหัวดื้อ ทำเอาเพื่อนที่มักตามใจมาตลอดค้านหล่อนไม่ทัน

ไอ้หลิน!! นี่เขาติดสินบนอะไรแกวะฮะ แกถึงทำงานให้เขาขนาดนี้...ถ้าจะบอกว่าโบนัสก้อนโตก็ไม่น่าจะใช่ เพราะตอนนี้สามีนางก็รวยจนไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บที่ไหน อีกอย่างหล่อนก็หลุดจากสภาพการเป็นพนักงานของบริษัทไปแล้ว เพราะฉะนั้นจะต้องเป็นสิ่งของอย่างอื่นที่ไม่ใช่เรื่องเงินแน่นอน

...ก็ สามารถซื้อสินค้าแบรนด์ในเครือบริษัทในราคาที่ลดไปห้าสิบเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิมเหมือนพนักงานที่ยังคงทำงานอยู่

ว่าแล้วเชียว!!...อะไรจะซื้อมันได้ ถ้าไม่ใช่สินค้าลดราคา!!!

นิชานันท์จึงสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วบอกตัดอารยาที่ทำตัวเป็นแม่สื่อ...ไม่ใช่สิ....คนกลางออกไป

แกไม่ต้องยุ่งเลยดีกว่า เดี๋ยวเรื่องนี้ฉันจะคุยกับเขาเอง


 เรื่องนี้เป็น 1 ในสามของซีรี่ย์ 1 'ผูกรัก' นะคะ แยกอ่านก็ได้ อ่านทั้งหมดก็ฟิน (หนัก) อิอิ 

หาซื้อได้ที่ร้านนายอินทร์ ซีเอ็ด ร้านหนังสือทั่วไปหรือที่เว็บไซต์สำนักพิมพ์ เว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ ได้เลย

เห็น สนพ. มีโปรนะ เห็นๆ 3 เล่มเหลือแค่ 813 บาทเองงง

ส่วน E-BOOK ออกแต่ของแอพ สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ นะคะ ส่วน MEB, Hytext อาจจะต้องรออีกนิดดด


 อย่าเพิ่งเบื่อกันเด้ออจ้า ถ้าอัพตัวอย่างจบถึงตอนที่ 12 จะปล่อยตอนพิเศษ นอกบทออกมาให้อ่านกันนะคะ

PS.ฝาก แฟนเพจ FB ด้วยนะจ๊ะ >>>> ฟ้าน้ำค้าง
เอาไว้อัพเดตนิยายเรื่องต่อไป ตอนพิเศษเรื่องเก่าๆ และ NC กะโหลกกะลา 5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

472 ความคิดเห็น

  1. #463 Meawkyoya (@panda1343) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 17:58
    พี่วุฒิจะเปย์บัตรแฟชั่นโชว์ให้น้องนิดมั้ยนะ555555
    #463
    0
  2. #67 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:54
    อ๊ายดอกกุหลาบช่อนี้อยากได้จัง
    #67
    0