ผูกรักฝากหัวใจ (สนพ.เขียนฝัน) ปิดซีรี่ย์ผูกรัก

ตอนที่ 15 : ตอนพิเศษ ฮวายอง 100% (ไม่มีในเล่มนะคะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,863
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 พ.ค. 60

                หลังจากที่บอกปัดข่าวกับหนุ่มลูกครึ่งไทยเยอรมันนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่มีมือดีคนหนึ่งเอาไปปล่อยในโลกโซเชียลว่าผู้ชายคนนั้นคือแฟนหนุ่มอีกคนของดาราสาวที่คบซ้อนคู่กับธนาวุฒิ ทว่าหลังจากนั้นไม่นานหญิงสาวก็ตกเป็นมือที่สามเมื่อมีข่าวการแต่งงานระหว่างธนาวุฒิและนิชานันท์เกิดขึ้นสาวน้อยจึงตกเป็นจำเลยของสังคมว่าเป็นถูกผู้ชายเททิ้ง ซึ่งฮวายองก็ได้ออกมาแก้ข่าวว่าเธอเคยคบกับธนาวุฒิจริงแต่ก็ตกลงเลิกกันในเวลาไม่นานหลังจากนั้นเพราะทัศนคติไม่ตรงกัน อีกทั้งที่ไม่ได้ไปร่วมยินดีในงานแต่งของพวกเขาก็เพราะช่วงนั้นเธอติดถ่ายละครที่ต่างประเทศ หญิงสาวยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับทั้งอดีตแฟนหนุ่มต่างวัยและภรรยาของเขาแม้แต่น้อย

                เรื่องถ่ายละครที่ต่างประเทศชนกับช่วงเวลาการแต่งงานของธนาวุฒิและนิชานันท์จริงๆ ซึ่งบางทีก็ถือว่าน่าจะเป็นโชคดีที่กองถ่ายและผู้จัดช่างเป็นใจเหลือเกินในการเลือกวันเวลาทำให้เธอไม่สามารถไปร่วมงานของพวกเขาได้ตามที่ควรจะเป็น

                ฮวายองยอมรับว่าตัวเองยังคงรู้สึกดีกับธนาวุฒิแต่จะตำแหน่งใดแล้วมันก็ไม่ได้ชัดเจนที่จะบอกออกมาได้ทันที เธอชอบความอบอุ่นของเขา เป็นกันเองและรู้สึกได้ว่าตัวเองจะปลอดภัยและสามารถไว้ใจเขาได้ หากแต่ตอนนี้เธอไม่ต้องการรั้งเขาไว้โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้มีใจให้เธอแม้แต่น้อย

                ดาราสาวน้อยตั้งใจทำงานเพื่อจะลืมเรื่องราวทุกอย่างไปซึ่งมันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงเธอตั้งมั่นสมาธิไปที่บทละครและกิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างเช่นการออกกำลังกาย การออกงานอีเว้นต์ หรือแม้แต่การเริ่มมองหาสาขาที่สนใจจะเรียนต่อมันก็ทำตื่นเต้นที่อยากจะทำสิ่งใหม่ๆ อย่างไม่มีเบื่อ

                อย่างในตอนนี้เธอก็เร่งถ่ายละครและรับเป็นเชิญในงานเกือบทั้งสัปดาห์ เพราะช่วงนี้ละครใกล้ที่จะออนแอร์อีกทั้งสินค้าหลายตัวที่เธอรับเป็นพรีเซ็นเตอร์ก็มีการเปิดตัวในช่วงนี้

                ฮวายองขับรถคู่ใจของเธอจากกองถ่ายที่ตั้งอยุธยามาที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองจังหวัดปทุมธานี ทว่าระหว่างทางจู่ๆ รถคันเล็กราคาแสนแพงก็ดันหยุดกะทันหันแล้วเครื่องยนต์ก็ดับลงทันตา

                อะ อะไรอ่ะ!?” สาวน้อยบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย รถคันนี้เธอเพิ่งจะถอยมายังไม่ถึงหนึ่งปีแท้ๆ แต่ทำไมจู่ๆ ถึงดับได้ล่ะ

                ยิ่งตอนนี้เธออยู่เพียงคนเดียว ผู้ช่วยผู้จัดการก็ไม่ว่างที่จะมากองในวันนี้ด้วยจึงนัดพบเจอกันที่ห้างสรรพสินค้าที่จัดงานแทน

                ฮวายองหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมาเพื่อจะติดต่อขอความช่วยเหลือ ทว่าพอเปิดหน้าจอปุ๊บเครื่องก็ดับทันทีเพราะแบตเตอรี่หมด สาวน้อยถอนหายใจอย่างหงุดหงิด เป็นเพราะเมื่อคืนเธอเหนื่อยจากการทำงานมากไปหน่อยพอถึงที่คอนโดเธอก็หลับพับไปเลย ไม่ทันได้สำรวจชาร์จโทรศัพท์มือถือไว้ มิหนำซ้ำพาวเวอร์แบงค์เธอก็ลืมไว้ที่ห้องอีก

                ทำไมถึงได้เกิดเรื่องวุ่นๆ ในเวลาเดียวกันแบบนี้ได้นะ!

                ฮวายองเริ่มร้อนรน เธอเหลือเวลาเพียงอีกหนึ่งชั่วโมงเท่านั้นที่จะต้องไปให้ถึงงาน แต่จะทำยังไงได้ล่ะในเมื่อถนนสายนี้เป็นสายนอกเมืองแล้วไม่มีแท็กซี่ที่จะมาอำนวยความสะดวกเหมือนในตัวเมือง

                ร่างบางอารมณ์เสียอย่างอดไม่ได้ ถ้าหากเธอขาดงานในวันนี้ไปภาพลักษณ์ในวงการของเธอก็คงจะเสื่อมเสียแน่ๆ หญิงสาวจึงออกมาจากรถพร้อมกับชะเง้อมองรถข้างหลังที่กำลังแล่นขับผ่านมา

                ดีว่าถนนสายนี้ค่อนข้างโล่งเมื่อรถของเธอดับอยู่เกือบกลางเลนมันจึงไม่น่าจะสร้างความเดือดร้อนขวางทางรถคันอื่นมาก

                ดาราสาวพยายามมองหารถที่ดูน่าเชื่อถือและน่าไว้ใจ ตอนนี้ภาพลักษณ์ของเธอยิ่งเป็นคนมีชื่อเสียงและคนรู้จักก็ต้องยิ่งระวัง

                หากเวลาห้านาทีก็ยังไม่มีรถคันไหนขับผ่าน เพราะด้วยที่นี่ไม่ใช่ถนนเส้นทางหลักที่คนใช้สัญจรกัน นานๆ ทีคงจะมีคนผ่านมา ซึ่งโชคดีว่าตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองโมงเท่านั้น ท้องฟ้ายังคงสว่างไม่ค่อยได้ทำให้คนที่มาเผชิญเรื่องเช่นนี้ตกใจมากนักหากก็ยังรู้สึกหวาดหวั่น

                อากาศยามบ่ายย่อมร้อนมากโชคดีว่าแม่ได้แนะนำให้เธอพกร่มติดรถไว้จึงสามารถใช้ประโยชน์ได้ในเวลานี้ มือบางใช้ทิชชูซับเหงื่อบนใบหน้าและลำคอของตัวเองแล้วเสร็จเธอก็สังเกตรถกระบะคันหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายสองแถวซึ่งกำลังขับผ่านมาทางเธอ!

                ดาราสาวไม่พลาดโอกาสนี้ที่จะโบกสุดชีวิตเพื่อให้รถคันนั้นสังเกตเห็นเธอและจอดช่วยเหลือ เพราะอย่างน้อยเธอก็น่าจะยืมโทรศัพท์ของเขาติดต่อหาพี่จุ๊บผู้ช่วยผู้จัดการให้มารับได้

                รถกระบะสีเหลืองเทาคันออกเก่าๆ จอดหยุดจุดที่คนขอความช่วยเหลือโบกก่อนที่คนขับจะลงมาจากรถ

                น่ะ นาย!!” ฮวายองตกใจหนักเมื่อพบว่าผู้ชายที่ลงมาจากรถนั้นคือคนเดียวกับที่ทำทีเคยช่วยเธอไว้ที่สวนสนุกที่หัวหินเมื่อหลายเดือนก่อน

                ฮวายอง?” อีกฝ่ายเบิกตากว้างและเลิกคิ้วสูงเหมือนตกใจไม่น้อย ชายหนุ่มคนนั้นยังคงลักษณะไม่ต่างจากเดิมมากนัก เขาเพียงแต่มีผิวที่สีเข้มขึ้นขณะที่ใบหน้าก็มีไรเคราขึ้นมาให้เห็นจางๆ

                “น่ะ นายมาทำอะไรที่นี่สาวน้อยกวาดตามองเขารวมถึงคนที่นั่งข้างๆ ซึ่งน่าจะเป็นเพื่อนชายวัยเดียวกัน ขณะที่หลังกระบะก็ดูมีคนไม่น้อยนั่งเป็นแถวอยู่ที่นั่น

                เราน่าจะต้องถามเธอมากกว่านะว่ามาทำอะไรที่นี่ แล้วนี่รถเป็นอะไร เสียเหรอ?”

                อืม จู่ๆ ก็ดับไป เอ่อ นายมีโทรศัพท์มือถือรึเปล่าฉันยืมหน่อยได้ไหมฮวายองขอวิงวอนเขาเพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น

                “เราไม่ได้เอามาอ่ะลูกครึ่งหนุ่มไทยเยอรมันตอบด้วยความสัตย์จริง ไม่ได้พูดปดซึ่งนั่นอยากจะเรียกความโมโหของคนที่ต้องการความช่วยเหลือโมโหขึ้น แต่ก็พยายามระงับเก็บอารมณ์ไว้

                แล้วเพื่อนนายล่ะมีใครมีกันบ้างรึเปล่า

                ทุกคนส่ายหน้าอย่างพร้อมเพรียงนึกเรียกความประหลาดใจให้คนถาม

                “ครั้งนี้เรากับเพื่อนเป็นไกด์พาพวกน้องๆ มาเที่ยวตามวัดที่อยุธยาน่ะ เราตกลงกันว่าจะไม่เอามือถือมาและจะเรียนรู้กันโดยไร้เทคโนโลยีอย่างโทรศัพท์คนขับรถกระบะตอบแทนทุกคน ไม่ใช่ว่าทุกคนจะไม่เสียดายเพราะอุตส่าห์ได้เจอดาราทั้งทีก็อยากจะถ่ายรูปเก็บไว้อวดเพื่อนสนิทมิตรสหายกันบ้าง

                ดาราสาวขมวดคิ้วอย่างเอือมระอาปนไม่พอใจหากเธอก็ทำอะไรไม่ได้ เพียงทำได้แต่มองคนที่เธอเพิ่งเจอเมื่อครู่ขยับรถเข้าไปจอดข้างทางแล้วลงมาหาเธออีกครั้ง

งั้นเราขอดูรถให้ก่อนนะร่างสูงของหนุ่มลูกครึ่งนามว่า แซมขออนุญาตเข้ามาสตารท์รถและเปิดกระโปรงรถดู ซึ่งสาวน้อยที่แม้จะไม่พอใจเท่าไรแต่ตอนนี้เธอก็ไม่มีทางเลือกจึงยอมให้เขาอย่างง่ายดาย

หลังจากสำรวจภายในกระโปรงรถแล้ว คนอาสาก็หันมาสตาร์ทรถอยู่สองสามครั้งซึ่งมันไม่ติดและไม่มีเสียงใดๆ ออกมาด้วย จากนั้นชายหนุ่มก็เดินไปหาท่อนไม้ที่ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ไปเดินเข้ามาหารถของเธออีกครั้ง

น่ะ นายจะทำอะไรอ่ะ!?” หญิงสาวคงไม่ถามหากเขาไม่จับไอ้ท่อนไม้ในมือนั่นทำท่าจะทุ่ม

ลองเคาะดูเผื่อมันจะติดเขาตอบมาได้อย่างน่าตาเฉย

รถฉันรถใหม่นะ นายทำไปมันไม่พังเหรอไง!?”

เราเคาะเบาๆ เอง มันอาจจะสตาร์ทติดก็ได้ถ้าไดสตาร์ทสกปรก

                เจ้าของรถขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ทว่าเธอก็ไม่มีเวลานานมากพอที่จะลังเลปฏิเสธเขา เธอจึงได้แต่กลืนน้ำลายเฮือกขณะที่รถกำลังถูกเคาะ แต่หากพอกลับมาสตาร์ทรถอีกทีมันก็ไม่เป็นผล

                ไดสตาร์ทเสียแล้วล่ะเธอ ต้องโทรเรียกช่าง เราพอรู้จักพี่ที่เป็นช่างร้านแถวนี้เดี๋ยวเราเรียกมาให้นะ แต่น่าจะใช้เวลานานหน่อยอ่ะ

                “แต่ฉันไม่มีเวลาแล้ว ต้องไปเปิดตัวในงานที่ห้าง XXX จะไปทันได้ยังไง

                ร่างสูงของหนุ่มลูกครึ่งขมวดคิ้วครู่หนึ่ง งั้นเดี๋ยวเราขับไปส่ง

                ฮวายองคิดอยากจะตอบตกลงทันที ทว่าพอเธอหันไปมองจำนวนคนในรถที่นั่งอยู่เต็มกระบะอีกทั้งเบาะข้างหน้าก็ไม่ได้ว่าง เธอก็หนักใจ แล้วจะให้ฉันนั่งส่วนไหนของรถไม่ทราบ!?”

                เด็กหนุ่มหันไปมองตามเธอก่อนจะยิ้มขัน เขาเดินไปบอกเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างหน้าให้ลงมาจากรถและย้ายไปนั่งข้างหลังแทน ซึ่งอีกฝ่ายก็เหมือนออกท่าทางแซวแต่ก็ไม่มาก ซึ่งก็ไม่ต่างจากคนในรถข้างหลังที่มีทั้งชายหญิงคละกันไปและกำลังซุบซิบนินทามาทางเธอ ดาราสาวจึงได้เชิดหน้าหนีโดยไม่สนใจท่าทีของพวกเขา

                เบาะหน้ายังว่าง เธอน่าจะพอนั่งได้ เดี๋ยวเราไปส่งพวกเขาที่ร้านอาหารข้างหน้าก่อนแล้วค่อยพาเธอไปส่งที่ห้าง

                ฮวายองแม้จะลังเลและไม่อยากจะไปกับรถสภาพที่ออกจะเก่าคร่ำครึทว่าเธอก็จำใจขึ้นรถไปโดยไม่สนสายตาของเด็กวัยรุ่นพวกนั้น หนุ่มลูกครึ่งไปส่งพรรคพวกของเขาที่ร้านอาหารริมทางก่อนจะขับรถพาเธอไปยังจุดหมาย ระหว่างนั้นฮวายองก็ได้แต่พร่ำอดทนเพราะภายในรถมันช่างร้อนเหลือเกิน มีแอรก็เหมือนไม่มี ต้องอาศัยเปิดหน้าต่างเล็กน้อยเพื่อให้ลมเข้า แต่นั่นก็ต้องแลกกับการที่ฝุ่นอาจเข้ามาปะทะใบหน้าเธอด้วย

                นี่พวกนายคิดยังไงถึงได้พากันมาเที่ยวด้วยรถโกโรโกโสแบบนี้เนี่ยคนแอบร้อนอดพร่ำบ่นไม่ได้ เพราะรถคันนี้มันช่างทรมานเธอเหลือเกิน

                หนุ่มลูกครึ่งยกยิ้มให้ ดูเหมือนเจอกันครั้งนี้หญิงสาวจะพูดไทยได้คล่องขึ้นมาก ซึ่งหลังจากเจอกันครั้งก่อนเขาก็คอยติดตามผลงานเธอมาตลอดจนได้รู้จักเธอมากขึ้น

                “กลุ่มเด็กพวกนี้เขาเป็นกลุ่มที่เราเป็นอาจารย์ติวพิเศษให้ พวกเขาจะไปแข่งในโครงการเด็กรุ่นใหม่รู้ประวัติศาสตร์ไทยน่ะ ก็เลยคิดว่าน่าจะพามาดูสถานที่จริงเพื่อให้เขาสนุกแล้วก็เรียนรู้ด้วยดีกว่า แล้วก็โชคดีว่าเพื่อนเราพ่อเขาขับสองแถวอยู่จังหวัดนี้ก็เลยขอเช่าเขามาน่ะ คนที่นั่งเบาะหน้าเมื่อกี๊แหละ

                “รุ่นน้องโรงเรียนเก่า?”

                “ใช่ ถึงเราจะจบมาแล้วแต่ก็ช่วยติวน้องๆ เราเรียนเอกประวัติศาสตร์ คณะสังคมน่ะ ได้ยินมาว่าเธอเรียนจบมอปลายที่เกาหลีไม่ใช่เหรอ ย้ายไปตั้งแต่ตอนเด็กๆ เลยใช่ไหม

                คนไม่ชอบให้ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ถอดสีหน้าเล็กน้อย ซึ่งคนขับข้างๆ ก็พอจับได้ทว่าเขาก็ไม่เซ้าซี้จะถาม เรื่องมันยาวขี้เกียจเล่าให้ฟัง

                อีกฝ่ายพยักหน้าเล็กน้อยไม่ได้พูดอะไรซึ่งหลังจากนั้นขับรถไปก็ต่างคนไม่พูดอะไรกันต่ออีก

 

                รถสองแถวคันเก่าเข้ามาจอดเทียบท่าในที่ที่จอดรถซึ่งผู้คนบางตา ฮวายองรีบมองซ้ายมองขวาก่อนจะเปิดประตูรถออกไป ทว่าเธอก็ไม่ลืมที่จะขอบใจเขาก่อน

                ฮวายองเสียงคนที่ขับรถพาเธอมาส่งเรียกหญิงสาวกะทันหัน

                ฮะ? มีอะไรอีกรึเปล่าเขาเงียบไปเพียงอึดใจ จากที่เสตาหลบในทีแรกก็ช้อนสบตาเธอเข้า

                เราจะได้เจอกันอีกรึเปล่า…”

แววตาสาวน้อยไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะยื่นอะไรบางอย่างให้เขาไป ถ้ามีปัญหาอะไร ติดต่อมาหาฉัน ถ้าหากฉันช่วยได้ฉันก็จะช่วยดาราสาวยิ้มน้อยๆ ก่อนจะรีบหุบยิ้มเมื่อคิดว่าตัวเองหลุดท่าทีที่ไม่ควรมากเกินไป

ขอบคุณมากนะแววตาของหนุ่มลูกครึ่งมีความซาบซึ้งและนอกเหนือจากนั้นที่อีกฝ่ายมองไม่ออก หรืออาจเป็นได้ว่าเธอกลัวที่จะได้รู้จักมัน

ฉันสิ ที่ต้องพูดขอบคุณ ไปล่ะร่างบางระหงรีบก้าวลงออกจากรถก่อนที่ตัวเองจะถูกมือดีจับได้ว่าลงมาจากรถคันไหนและกลับใคร

 

หลังจากนั้นสองสัปดาห์ข่าวที่ฮวายองเพิ่งจะกลับมาคบกับหนุ่มลูกครึ่งก็เพิ่งจะซาลงไป เมื่อก่อนหน้าได้มีมือดีจับภาพได้ว่าหญิงสาวออกมารถคันเก่าคร่ำครึกับเขาผู้ที่เคยตกเป็นข่าวก่อนหน้าที่อ้างว่าเป็นแฟนของเธอที่สวนสนุก ซึ่งดาราสาวก็ไม่ได้ออกมาปฏิเสธเพราะเบื่อกับการที่คนมองว่าเธอบอกปัดหาข้อแก้ตัวทั้งที่ความจริงก็มีหลักฐานให้เห็น อีกทั้งไหนจะข่าวที่เธอมีปัญหากับผู้ช่วยผู้จัดการที่ดูแลกันเพราะได้มีการขอเปลี่ยนตัวเนื่องจากจับได้ว่าหล่อนนำรถมือสองทำให้สภาพเหมือนมือใหม่มาหลอกขายต่อ ซึ่งสาวน้อยทราบเมื่อให้คนไปรับรถที่อู่แล้วช่างบอกมาเช่นนี้ พอไปเค้นความจริงกับพี่จุ๊บที่เธอไว้วางใจให้หายานพาหนะมาให้หล่อนก็หลุดปากยอมรับความจริงในที่สุด

วันนี้ฮวายองอยู่ในชุดสวยหรูในแบรนด์ของนิชานันท์ที่เตรียมสำหรับมาร่วมงานแสดงเพชรของบริษัทอัญมณีรายใหญ่ เมื่ออีกฝ่ายติดต่อมาให้เธอสวมเสื้อผ้าของหล่อนมาร่วมงานนี้ซึ่งเธอที่แม้จะรู้สึกแปลกๆ ที่แทบจะตั้งรับไม่ทันเมื่ออีกฝ่ายจู่โจมทักเธออย่างกะทันหัน ทว่าเธอก็ไม่ได้ปฎิเสธ ฮวายองตกลงรับข้อเสนอรวมถึงรับงานที่จะเป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์ของหล่อนด้วย

ในเวลานี้เธอยอมรับแล้วว่าการได้ปล่อยวางในการยึดติดธนาวุฒิทำให้เธอรู้สึกเป็นอิสระมากขึ้น อาจจะรวมถึงการที่ไม่รู้สึกผูกพันกับเหตุการณ์อันเลวร้ายในอดีตเสียด้วย เธอสามารถคุยกับชายหนุ่มในแบบพี่ชายได้เหมือนเดิม อีกทั้งยังสามารถเสวนากับภรรยาอย่างเขาอย่างไม่ติดใจอะไรแล้ว

แม้ว่าดูเหมือนว่าวันนี้จะพยายามเลี่ยงนักข่าวแล้ว ทว่าเมื่อถึงเวลาช่วงสัมภาษณ์เธอก็ยังไม่ถูกปล่อยประเด็นที่ผ่านมาอยู่ดี ฮวายองจึงปฏิเสธและเล่าความจริงทุกอย่างไป แต่ก็ยังมีนักข่าวบางคนถามเรื่องความบังเอิญว่ามันเหมือนเป็นการกุเรื่องขึ้นมามากกว่าซึ่งก็เรียกความโมโหให้สาวน้อย เธอเหวี่ยงด้วยถ้อยคำที่ดูก้าวร้าวก่อนจะก้าวออกมาจากกลุ่มสื่อมวลชน หญิงสาวก้าวเร็วๆ เพื่อไปให้พ้นพวกเขา ทว่าเหมือนรองเท้าส้นเข็มจะดันไปเหยียบชายกระโปรงของตัวเองจึงทำให้สะดุดล้มและเกือบจะหน้าทิ่ม ซึ่งเหมือนจะโชคดีว่ามีคนช่วยจับเธอไว้ซะก่อน ทว่าความโชคร้ายก็เหมือนแฝงอยู่ในนั้นเมื่อชายคนที่ช่วยเธอคือคนเดียวกับคนที่ทำให้เธอต้องตกเป็นข่าว!

นาย!”

เป็นอะไรรึเปล่าเขาถามกลับอย่างไม่แปลกใจ ตรงกันข้ามกับอีกฝ่ายที่เบิกตากว้างราวกับเห็นผีกลางงาน!

ดาราสาวรีบผละออกมาแล้วกวาดตามองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ามองซ้ำไปมาอยู่สองรอบ ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทเข้ารูป เคราหนวดอ่อนๆ บริเวณใบหน้าได้หายไปเหลือเพียงใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่ทำให้เขาดูสุภาพและเด็กกว่าเดิมมากขึ้น

นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!?” ไม่ทันได้ตอบคำถามชายหนุ่มกับเธอก็ถูกล้อมรอบไปด้วยสื่ออีกครั้ง แต่อะไรก็คงไม่ทำให้เธอตกใจเท่ากับการที่เพิ่งรู้ว่าเขาเป็นทายาทของเจ้าของงานเมื่อนักข่าวถามขึ้นว่าเป็นการเปิดตัวว่าที่สะใภ้ของจินดาไชยรึเปล่า ดาราสาวเบิกตากว้างอย่างตกใจ ก่อนจะนึกเริ่มปะติดปะต่อกับเรื่องราวที่ผ่านมาได้

                เรื่องที่เขาเป็นทายาทเจ้าของบริษัทอัญมณีใหญ่ก็จริงสินะข่าวที่ผ่านมามักจะบอกว่าผู้ชายคนนี้ที่เธอเข้าไปพัวพันด้วยดันหน้าไปเหมือนกับทายาทของบริษัทอัญมณชื่อดังซึ่งเธอก็ไม่ได้ใส่ใจใดๆ เพราะไม่คิดจะปักใจเชื่อ ทว่าความจริงตรงหน้ากับพุ่งชนเธอราวกับหน้าผาถล่มเข้าใส่ เธอปล่อยให้ชายหนุ่มให้สัมภาษณ์เองและกว่าจะรู้ตัวอีกที เธอก็ได้ยินไปแล้วว่าอิตาคนที่ชื่อแซมบอกว่าเป็นเพื่อนกับเธอซึ่งเขามีใจให้และกำลังรอว่าอีกฝ่ายจะดูใจอ่อนเมื่อไร

                นี่นายไปให้สัมภาษณ์แบบนั้นได้ยังไง!?” เธอไม่ไดพูดแย้งเพราะกลัวจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าการยอมรับก็ทำให้เธอไม่ได้ดูดีกว่าเดิมเลยสักนิด ทุกคนอาจจะมองว่าเธอลิ้นพลิกเพราะก่อนหน้านี้ดันไปให้สัมภาษณ์ความจริงไป

                “ฮวายองยังไม่มีแฟนไม่ใช่เหรอ?”

                นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่หัวใจมันอยู่ที่ว่าเขาไปให้สัมภาษณ์สื่ออย่างนั้นได้อย่างไร!?

                เรามาคบกันเถอะ…” จู่ๆ เขาก็โพล่งพูดขึ้นมาซึ่งโชคดีว่าตอนนี้เขาพาเธอมาในมุมซึ่งไม่ค่อยมีผู้คนผ่านจึงไม่มีใครเห็นและอาจได้ยินประโยคสนทนานี้

                น่ะ นายพูดบ้าอะไร!” เธอยังไม่ได้เล่นงานเขาในเรื่องที่จู่ๆ ก็มาโผล่ในฐานะทายาทของเจ้าของงานนี้เลยไม่สิ ไม่ใช่ความผิดเขานี่ เขาก็แค่ไม่เคยบอก แต่การที่เขาไม่ติดต่อมาระหว่างที่ห่างหายไปนั้นก็ถือว่าผิดเหมือนกัน!

                “มันอาจจะดูเร็วไปแต่ก็ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ตอนนี้เธอยังไม่ต้องตกลงคบกับเราก่อนก็ได้ แค่เป็นเพื่อนกันก็พอ แต่เราจะพยายามทำให้เธอเห็นว่าเราจริงใจมากกับเธอมากแค่ไหน

                สาวน้อยนิ่งงันไปชั่วครู่ นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมาสารภาพบอกชอบเธอตรงๆ เพราะที่ผ่านมาแม้จะแสดงออกว่าสนใจ ทว่าก็ล้วนแล้วแต่ตั้งท่าเหมือนหวังแต่ผลว่าจะคบด้วย กับไม่มีใครแสดงความจริงใจออกมาเลยสักคน

                แม้ว่าแผลในอดีตจะยังคงมี หากก็ไม่ได้ถึงขนาดที่จะทำให้เธอเป็นเพื่อนกับเพศชายที่ดูรักษาระยะห่างคนนี้ได้

                นายชอบฉันจริงๆ เหรอ  แล้วที่ผ่านมาทำไมไม่เห็นติดต่อมาเลยล่ะเสียงหวานอยู่ในระดับเบาเพราะเขินอายเล็กน้อย

                คนฟังยิ้มละมุนออกก่อนจะเม้มปากเหมือนเขินๆ ความยินดีแสดงออกมาทางสายตาในเวลาเดียวกันด้วย พอยิ่งยิ้มความเป็นลูกครึ่งของเขาก็ดูเปร่งประกายจนรัศมีแทบจะเทียบกับระดับดาราดังหลายคนได้

                เรากลัวเธอจะไม่ว่าเราน่ะ ถ้าไม่มีเหตุผลพอให้โทรไป แต่เรารู้นะว่าเธอจะมาวันนี้ เราก็เลยตั้งใจมาเจอ

                “ตั้งใจมาเจอ?”

                อื้ม ปกติแล้วเราไม่ค่อยออกงานสังคม แต่งานนี้ยอมมาก็เพื่อมาเจอเธอ สรุปแล้วเธอจะยอมเป็นเพื่อนกับเราไหม

ฮวายองครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง หล่อนยิ้มบางๆ พยายามควบคุมหน้าร้อนๆ ไม่ให้ออกสีหน้าระเรื่อแดงชัดไปมากกว่านี้ แน่นอน มีเพื่อนอย่างนายสักคนก็ออกจะดีไป

 

ตอนพิเศษนี้ไม่มีในเล่มนะคะ แหะๆ เขียนไว้แล้วต้องตัดออกจากเล่มแต่ก็อยากแบ่งให้อ่าน ไม่อยากเก็บไว้คนเดียว555

PS.ตอนพิเศษยังไม่จบนะจ๊ะ มีอีกๆ 


แจ้ง E-BOOK เรื่อง #ผูกรักฝากหัวใจ ออกแล้วนะคะ ทั้ง Meb, Hytext, Naiin จ้า

Link: พี่เมพ จิ้มๆๆที่รูปนี้เลย ใครมีเล่มหรือชอบเฉยๆ อย่าลืมเข้าไปให้กำลังใจด้วยนะ 555 #มีความขอ

V

V

V


 เรื่องนี้เป็น 1 ในสามของซีรี่ย์ 1 'ผูกรัก' นะคะ แยกอ่านก็ได้ อ่านทั้งหมดก็ฟิน (หนัก) อิอิ 

หาซื้อได้ที่ร้านนายอินทร์ ซีเอ็ด ร้านหนังสือทั่วไปหรือที่เว็บไซต์สำนักพิมพ์ เว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ ได้เลย

เห็น สนพ. มีโปรนะ เห็นๆ 3 เล่มเหลือแค่ 813 บาทเองงง

ส่วน E-BOOK ออกแต่ของแอพ สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ นะคะ ส่วน MEB, Hytext อาจจะต้องรออีกนิดดด


 อย่าเพิ่งเบื่อกันเด้ออจ้า ถ้าอัพตัวอย่างจบถึงตอนที่ 12 จะปล่อยตอนพิเศษ นอกบทออกมาให้อ่านกันนะคะ

PS.ฝาก แฟนเพจ FB ด้วยนะจ๊ะ >>>> ฟ้าน้ำค้าง

เอาไว้อัพเดตนิยายเรื่องต่อไป ตอนพิเศษเรื่องเก่าๆ และ NC กะโหลกกะลา 5555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

472 ความคิดเห็น

  1. #469 k'chan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 09:46
    น่ารักค่ะ
    #469
    0
  2. #148 m i n t * (@lollipopmint) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:59
    55555555555  ><
    #148
    0