ผูกรักเพียงใจ -(ตอนพิเศษ นอกเล่ม) สนพ.เขียนฝัน

ตอนที่ 6 : ปฏิเสธ Rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,532
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    8 ส.ค. 59

แผ่นกระดาษขนาด A3 ถูกเปิดไปทีละหน้าๆ เพื่อแสดงรายละเอียดของแบบโครงสร้างคอนโดตึกใหม่ที่จะถูกสร้างขึ้นเร็วๆ นี้ และกำลังรอเวลาเจ้าเพื่อนตัวดีซึ่งเป็นเจ้าของเข้ามาคุยธุระในเรื่องนี้ต่อ 

ชาย หนุ่มนั่งพักอยู่บนโซฟาหลังใหญ่ตัวนุ่มในห้องรับแขกของบ้านที่เขามักมาเยือนเป็นประจำ ตระกูลของนพรัตน์เป็นอีกหนึ่งในตระกูลที่มีฐานะและมีชื่อเสียงทางด้านบริษัทรับก่อสร้างในประเทศ จึงไม่แปลกที่ลูกชายของตระกูลต้องเรียนด้านสถาปัตยกรรมและไปต่อเสริมด้วย ปริญญาอีกใบด้วยบริหารเพื่อรองรับช่วงต่อจากกิจการของครอบครัว แตกต่างจากน้องสาวที่ทางบ้านปล่อยอิสระให้ทำในสิ่งที่ต้องการมากกว่า แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของนพรัตน์ที่ชอบและสนใจในเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ไม่งั้นคนอย่างมันถ้าไม่รักอะไรจริงก็คงไม่ตั้งใจทำอะไรเสียเท่าไร

อภิวัชรที่กำลังเปิดอ่านไปได้ไม่กี่หน้าต้องหยุดความคิดเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง

"พี่ตั้มม รอพี่น็อตนานแล้วไหม" นิชานันท์เอ่ยถามขณะที่เข้ามานั่งโซฟาข้างๆเขา 

"ก็ไม่นานเท่าไร แล้วเราล่ะ วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ" 

"ก็กะจะเข้าไปอีกหนึ่งชั่วโมง" คนถามพยักหน้าก่อนจะกลับมาอ่านแบบตรงหน้าโดยไม่ให้คลาดสายตา ทำเอาคนมาใหม่ที่มีประเด็นด้วยถึงกับไม่กล้ารบกวนถึงความตั้งใจ ในเมื่อพี่แว่นของเธอทำราวกับจะหลุดและถูกดูดลงไปในกองกระดาษตรงหน้านั้น

"พี่ตั้ม ช่วงนี้งานพี่ตั้มยุ่งอยู่ปะ?" สายตาของคนถามมองไปที่ชายหนุ่มอย่างใจจดใจจ่อด้วยความลุ้นระทึกเล็กน้อย

"ก็ เรื่อยๆ" 

          นิชานันท์เงียบเพียงอึดใจแล้วเข้าประเด็นที่เธออยากจะเข้าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"เอ่ออ พี่ตั้มช่วงนี้พี่ตั้มพอจะว่างไหม พอดีเพื่อนนิดเขาอยากสร้างบ้าน ก็เลยอยากได้สถาปนิกมือดีเก่งๆออกแบบให้ พี่ตั้มพอจะสะดวกไหมอ่ะ" 

           "อืม...ไม่ค่อยเท่าไร ลองหาเพื่อนรุ่นเดียวกันกับพี่ออกแบบให้สิ คนเก่งที่มีความคิดสร้างสรรค์ดีๆมีอีกเยอะนะ" เขาพูดแล้วก็ก้มหน้าต่ำลงไปกว่าเดิมราวกับต้องการอ่านตัวอักษรเล็กๆนั้นให้ออกโดยไม่สนใจงานที่นิชานันท์เสนอไปเลยแม้แต่น้อย

             "แต่ในรุ่น พี่ตั้มเก่งสุดเลยนะ"

             "ไม่จริงหรอก ใครออกแบบก็เหมือนๆกันแหละ"

            เมื่อเห็นท่าทีที่ไม่แยแสของ ดร.อภิวัชร นิชานันท์จึงจำเป็นต้องแสดงดาบอาญาสิทธิ์ซึ่งเป็นกลยุทธ์เล่มสุดท้ายเช่นเดียวกับท่านเปาแห่งศาลไคฟงที่ใช้มันเมื่อจำเป็น

"เฮ้ออ เสียดายจัง น่าสงสารหลินมันนะ ตั้งใจจะใช้เงินที่อุตส่าห์หาได้น้ำพักน้ำแรงของตัวเองสร้างบ้านให้แม่ทั้งที อยากจะได้แบบบ้านสวยๆดีๆจากคนมีฝีมือเก่งๆ แต่กลับโดนเขาปฏิเสธซะงั้น ตัวพี่น็อตเองช่วงนี้ก็ยุ่งๆกับที่บริษัท กลับบ้านทีก็สามสี่ทุ่ม เอาซะนิดรู้สึกแย่จัง ทั้งที่เป็นเพื่อนกันแต่กลับช่วยอะไรไม่ได้"

หญิงสาวแสร้งทำท่าทีถอนหายใจก่อนจะพูดต่อไป "แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวนิดจะลองหารุ่นพี่เดียวกันกะพี่ตั้มพี่น็อตดูนะ รุ่นเดียวกันที่เก่งๆอีกตั้งหลายคนก็มีเยอะแยะไป" 

         นิชานันท์ทำท่าจะลุกจากเก้าอี้โซฟาเนื้อนุ่ม แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่ก่อนหน้าทำเป็นเมินเฉยเอ่ยขึ้น หลังจากที่เธอตัดพ้อไปเรื่องยัยหลินเสียยาว

        "จริงๆก็พอได้อยู่นะ จะพยายามหาเวลาให้ แล้วจะสร้างเมื่อไรล่ะ" ชายหนุ่มสรุปตกลงในแบบที่ตัวเองเสนอให้ 

        "ก็ประมาณต้นปีหน้าอ่ะ ช่วงนี้มันก็ยุ่งๆกับงานเพราะบริษัทมันปรับเป้ายอดขายขึ้นก็เลยไม่ค่อยว่าง ตกลงพี่ตั้มโอเคแล้วนะ?" 

        "อืมม จะลองดู" อภิวัชรไม่ได้เงยหน้าขึ้นเพราะไม่ต้องการให้ใครเห็นว่าเขากำลังแสดงสีหน้าท่าทางยินดีไปมากเพียงใด โดยเฉพาะแววตาคมที่กำลังเป็นประกายอยู่หลังแว่นใสในขณะนี้    

        นิชานันท์มองคนที่ยังคงก้มลงอ่านแบบละเอียดโครงการอย่างมีผู้มีชัยและภูมิใจกับฝีมือการแสดงของตนงานแรกที่ทำหน้าที่ในฐานะแม่สื่อ ก็ไม่เลวเหมือนกันนะยัยนิด!

         

 

       เสียงพูดคุยหยอกล้อเล่นกันที่มักจะดังขึ้นเป็นประจำในช่วงใกล้เวลาเลิกงานต้องเบา ลงเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งไม่นานก็ปรากฏร่างสง่าของเจ้า นายตามมาอย่างที่คาด เธอเดินออกมาจากห้องของผู้บริหารทั่วไประดับสูง ไดเร็กเตอร์สาวอายุน้อยผู้ต้องตกเป็นเป้าในการว่าร้ายและนินทาหากล่าวหาว่า เธอไม่ได้ใช้ความสามารถในการเข้ามาดำรงตำแหน่ง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอสนใจอะไร หญิงสาวตั้งใจจะพิสูจน์ให้หลายคนเห็นว่าเธอมาอยู่ที่ตำแหน่งนี้ได้เพราะความ สามารถของเธอเท่านั้น

แม้จะโดนหมั่นไส้ และจิกกัดในบางเวลาที่เธอแอบไปได้ยินมา แต่เธอก็ถือว่าทุกสังคมย่อมมีคนขี้อิจฉาและคนเหล่านี้ก็ไม่ต้องการให้ทุกคนได้ดีไปกว่าตน 

ดวงตาสวยของเจ้านายสาวปรายตามองพนักงานที่หันมาตั้งใจทำงานอย่างจริงจังก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องทำงานประจำของตน

ร่างบางนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่สีดำแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ งานวันนี้ค่อนข้างมากแต่ก็ต้องจัดการให้จบ มือบางกดโทรศัพท์ติดต่อฝ่ายออกแบบและฝ่ายวางแผนการขายให้เข้ามาคุยราย ละเอียดของสินค้าที่จะเตรียมวางจำหน่ายในเดือนหน้า

"สวัสดีค่ะ คุณหลิน" แฟชั่นดีไซน์เนอร์ตัวแทนของแผนกตามมาด้วยคนของแผนกฝ่ายวางแผนการขายเข้ามาอธิบายถึงตัวสินค้า ราคาและจำนวนการผลิตเพื่อให้ทางฝ่ายขายพิจารณาถึงความเหมาะสมและมีความเห็นว่าอย่างไรก่อนที่จะนำเสนอในที่ประชุมใหญ่ต่อไป

"หลิน ว่าก็โอนะ แล้วนี่โรงงานที่บอกว่ามีปัญหา เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ" ก่อนหน้านี้โรงงานผลิตสินค้าทั้งล็อตหนึ่งหมื่นกว่าชิ้นไม่ตรงตามมาตรฐานของบริษัท จึงต้องแก้ปรับเปลี่ยนก่อนที่จะนำไปวางจำหน่าย

"เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณแหม่มบอกว่าไม่ว่ายังไงก็จะปล่อยของออกไปขายไม่ได้เพราะมันจะทำลายภาพ ลักษณ์แบรนด์สินค้า ส่วนความผิดของสเป็คที่ต่ำไปนั้นก็คงเกิดจากการโกงโดยใช้วัตถุดิบต่ำ ซึ่งตอนนี้กำลังตรวจสอบหาคนที่กำลังทำผิดอยู่ค่ะ แล้วส่วนการผลิตล็อตใหม่ทั้งจำนวนและแบบก็จะถูกกำหนดในที่ประชุมพรุ่งนี้ค่ะ" 

อารยาพยักหน้ารับทราบก่อนจะสอบถามเรื่องที่สงสัยของรายละเอียดของสินค้าและการวางขายของในหน้าร้านที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า จนหมดข้อข้องใจทั้งสองจึงแยกย้ายกันออกไปซึ่งตรงกับช่วงเวลาเลิกงานพอดี

ทันใดนั้นเสียงสั่นโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็เรียกความสนใจให้เจ้าของรับสาย ขณะเดียวกันมือบางก็ควานหาเอกสารสำคัญที่จะเป็นข้อมูลอ้างอิงการประชุมในวันพรุ่งนี้

'หลิน เรื่องบ้านที่แกขอให้พี่ตั้มเขาออกแบบให้อ่ะ เขาตกลงจะทำให้แล้วนะ'

หญิงสาวที่ได้ฟังหยุดหาไปชั่วขณะก่อนจะหาต่อในชั้นวางถัดไป "ทำไมมันง่ายจังเลยวะ ไหนบอกว่าเขายุ่งไง หรือว่าช่วงนี้ว่าง?"

'คนพิเศษอ่ะ อย่ามาทำเป็นไม่รู้หน่อยเลยว่าเขาคิดยังไงกับแกนิชานันท์ว่าอย่างหมั่นไส้ รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองวางกับดักให้เขาติดมาอยู่แล้วยังจะทำเป็นลืมไปอีก

"เอ๊า ก็นึกว่าเขาจะเจ้าชู้ไปเรื่อย ใครจะไปคิดว่ายังจะ…” เธอตัดสินใจไม่พูดต่อ เพราะไม่มั่นใจมากพอว่าเขาจะคิดจริงจัง แต่ก็ดีเหมือนกันนะถ้าเขาตกลงช่วย ฉันจะได้ของ่ายๆ"

'ขออะไร ขอลูกอ่ะนะเสียงปลายสายอุทานถามขึ้นก่อนจะพูดต่อ 'ลูกนะเธอ! ทำอย่างกับขอผักขอปลา ขอหมาขอแมวเขาไปเลี้ยงอ่ะ มันจะง่ายอย่างที่แกคิดไว้รึเปล่ายังไม่รู้เลย… แต่ว่าบางทีก็ไม่แน่นะ แกอาจจะไม่ได้แค่ลูกอย่างเดียวก็ได้ คึ คึ… เผลอๆได้ของแถมเป็นสามีพ่วงตำแหน่งพ่อของลูกอีกด้วยนะแก...'

"ไอ้บ้า! ซื้อมาม่าซองเดียว แถมฟรีให้ฉันยังไม่เอาเลย ฝันไปเถอะย่ะ ไม่เอาเว้ยของแถม ถ้าจะให้แน่จริงก็แถมลูกอีกคนมาแทนสิ"

ไม่รู้เป็นอะไร ถ้าพูดเรื่องสามีภรรยาทีไรมันก็ปรี๊ดทุกที  เรื่องพวกนี้มันช่างสะเทือนอารมณ์เธอเสียเหลือเกิน แต่เรื่องลูกน่ะ ไม่เป็นไรเธอถือว่ายิ่งเยอะยิ่งดี...เธอรักเด็ก 

'เอาคนเดียวให้มันรอดก่อนเถอะย่ะ จะเป็นไงต่อยังไม่รู้เลย เออว่าแต่พี่ตั้มเขาขอคุยรายละเอียดกับแกเย็นนี้นะ

'เย็นนี้เฮ้ยย ทำไมเพิ่งโทรมาบอก'

"ก็ เพิ่งได้จังหวะถามพี่เค้าเมื่อเช้านี้นี่…" นิชานันท์ว่าเสียงเรียบก่อนจะทำเสียงดัดจริตอย่างแกล้งคนฟัง ทั้งที่เขายุ่งจะตายแต่ว่ายังอุตส่าห์มารับงานเล็กๆเพียงบ้านหลังเดียว ไม่รู้ว่าสนใจงาน… หรือเจ้าของงานกันแน่… "

"จะอะไรก็แล้วแต่เถอะ แต่เป้าหมายของฉันต้องสำเร็จ! ว่าแต่เค้านัดกี่โมงนะ"

"หกโมงแถวที่ทำงานแก ร้านอาหารญี่ปุ่นข้างๆตึก แต่ฉันจำไม่ได้ว่าชื่อร้านอะไรนะ ถ้าแกออกเร็วน่าจะทันนะ"

"โอเคแล้วเจอกัน" อารยาว่าก่อนจะกดตัดสายโทรศัพท์ไปทิ้งให้คนปลายสายงงกับคำพูดของเธอ

อะไร...ใครจะเจอแก?...พี่ตั้มคนเดียวต่างหากที่จะไปตามนัด... 

 

ไดเรกเตอร์สาวรีบเตรียมเอกสารสำคัญที่พร้อมสำหรับเข้าประชุมวางไว้บนโต๊ะและเก็บของจำเป็นใส่ กระเป๋าใบกระทัดรัดก่อนจะดูความเรียบร้อยทั้งหมดในห้องแล้วเดินออกจากห้องทำงานเดินจ้ำเอ้าด้วยความเร่งรีบ ซึ่งเป็นที่จับตามองของเหล่าเพื่อนร่วมงานในบริษัทเดียวกัน 

 "เฮ้ยๆ วันนี้พี่หลินกลับเร็วอ่ะ" หญิงสาวสะกิดเพื่อนที่นั่งทำงานเยื้องกันให้หันไปดูเจ้านายสาวที่วันนี้กลับก่อนเวลาอีกทั้งยังดูเดินเร็วจนนึกว่าเธอใส่รองเท้าสเก็ตวิ่งเสียอีก

 "เออ แปลกว่ะ ปกตินี่ไม่ดึกไม่กลับไม่ใช่เหรอวะ" ทอมที่นั่งหันหลังอยู่ก็เหลียวมาพูดเสริมด้วย

"นางคงจะรีบล่ะมั้ง...สงสัยวันนี้มีนัดกับปู้จาย ฮ่าๆ"

ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างสงสัยในประเด็นที่เพื่อนในแผนกผุดขึ้นก่อนจะหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน แล้วทิ้งความใส่ใจแล้วเก็บข้าวเก็บของเตรียมกลับบ้านเหมือนทุกวัน

 

หญิงสาวในชุดจั๊มสูทแขนกุดสีน้ำเงินเกล้าผมที่ท้ายทอยลวกๆแต่ดูดีเดินเข้ามาในร้านอาหารญี่ปุ่นข้างตึกที่ทำงานตามที่เพื่อนสาวเธอบอกเมื่อครู่ เธอกวาดตามองหาบุคคลที่เธอต้องการจะพบว่ามาแล้วหรือยัง พลันใดนั้นสายตาก็สบตาเข้ากับใครบางคนที่ต้องการพบทันที 

อารยาเดินเข้าไปหาโต๊ะที่ชายหนุ่มนั่งทันที วันนี้เขายังคงแต่งกายกึ่งเป็นทางการแบบที่เขาเรียกกันว่า Smart Casual เสื้อเชิ๊ตสีฟ้าเข้มที่ดูดีในแบบที่สามารถติดต่องานได้อย่างน่าเชื่อถือแต่ไม่ได้เคร่งเป๊ะเวอร์เช่นเดียวกันกับนักธุรกิจ ซึ่งทำให้เขาแลดูเท่ ฉลาดในแบบเอกลักษณ์ของตัวเอง 

ใบหน้าของเขาดูอ่อนเยาว์เกินกว่าอายุจริง ไม่รู้ว่าเขาบำรุงผิวด้วยครีมชนิดใด ที่ทำให้ผิวหน้านั้นเรียบเนียนยิ่งกว่าหญิงสาว 

มือบางยกมือไหว้ขึ้นทักทายอีกฝ่ายโดยที่เขาก็ยกมือขึ้นมาตอบรับเช่นกัน มือบางยังไม่ทันที่จะได้แตะพนักเก้าอี้เพื่อเลื่อนมันออก อีกฝ่ายที่มาก่อนกลับทำหน้าที่บริการจัดการให้พร้อมกับบอกเชิญเธอให้นั่งรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าคมนั้นทำเอาคนเห็นแทบจะประหม่า หญิงสาวสูดหายใจลึกเพื่อควบคุมสติ เมื่ออีกฝ่ายผละออกไปนั่งในตำแหน่งเดิม

      "ดีใจ จังเลยค่ะ ที่คุณตั้มตกลงจะออกแบบให้ ถือว่าวันนี้หลินเลี้ยงตอบแทนเรื่องคราวก่อนนะคะ เดี๋ยวคราวหน้าจะเลี้ยงขอบคุณที่เสียสละเวลาช่วยหลินอีกที การที่ได้สุดยอดสถาปนิกมาออกแบบถือว่าเป็นเกียรติมากเลยค่ะ" 

      "ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ต้องเป็นผมมากกว่าที่ต้องขอบคุณที่ให้โอกาส..."

       โอกาส...โอกาสที่จะมาเป็นพ่อพันธ์น่ะเหรอ?! ไม่ต้องขอบใจหรอก!

      ใบหน้าสวยยิ้มรับก่อนจะเรียกพนักงานเพื่อขอดูรายการเมนูอาหารที่บริกรยังไม่คงเอามาให้ซักที

     

        การพบกันครั้งนี้ระหว่างเขากับเธอมาในเชิงธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องเรียกว่า 'พี่ตั้ม' เพื่อยั่วยุใครเหมือนดั่งครั้งที่แล้วมา 

       "คุณตั้มอยากทานอะไรสั่งให้เต็มที่เลยนะคะ อาหารทุกอย่างสดและอร่อย"

     เมื่อเห็นฝั่งตรงข้ามได้แต่มองเมนูแต่ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเป็นพิเศษ หญิงสาวจึงต้องทำหน้าที่เป็นบริกรจำเป็นคอยแนะนำอาหาร

"ซาชิมิที่นี่ก็อร่อยมากเลยนะคะ นำเข้าจากญี่ปุ่นเลย คุณตั้มน่าจะชอบ" ดูท่าทางภายนอกชายหนุ่มน่าจะกินเผ็ดไม่ได้ เธอคาดเดาเอาจากรูปลักษณ์ภายนอกของเขาเมื่อเทียบกับบุรุษคนอื่นแล้ว ผิวของเขาค่อนข้างขาวแต่ก็ไม่ได้ถึงกับซีด อาจเป็นเพราะไม่ค่อยออกแดดและทำงานลำบากอะไร

 "ได้ยินมาว่าคุณหลินชอบอาหารญี่ปุ่น ให้คุณหลินสั่งให้ผมดีกว่า" มือหนาปิดเมนูแล้ววางมันลงทันที

 "อ้าว คุณตั้มไม่ชอบเหรอคะ ทำไม…" ไหนยัยนิดอ้างว่าพี่น็อตเล่าให้ฟังว่าเพื่อนของพี่ชายเธอชอบกินซาชิมิ

ชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้ามเมื่อเห็นท่าทีที่สงสัยจากแววตาของเธอ ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะอ่านมันออก เสียงทุ้มจึงตอบกลับมาให้หายข้องใจ

        "จริงๆ แล้วผมชอบอาหารไทยมากกว่าน่ะครับ แต่อาหารญี่ปุ่นก็พอทานได้นะ คุณหลินสั่งตามสบายเลย" 

"ที่เลือกร้านนี้เพราะเห็นนิดบอกว่าคุณชอบทานที่นี่บ่อยๆ แล้วก็ใกล้ที่ทำงานคุณด้วย ผมก็เลยคิดว่าน่าจะสะดวกที่สุดที่จะพบกัน" 

 แน่ะ!พูดกับเธออย่างกับนัดเดตสาวที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกนะเนี่ย อิตานี่!

ไม่รู้ว่าแอบคิดมากหวาดระแวงทุกความคิดทุกคำพูดของฝ่ายชายมากไปหรือเปล่า จึงทำให้อารยาอดที่จะคิดแบบนั้นไม่ได้

"ขอบคุณมากนะคะ จริงๆไม่ต้องมาถึงที่นี่ก็ได้ ไม่ว่าที่ไหนหลินก็จะไปพบอยู่แล้วค่ะ" เธอว่าตามความจริง ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องพบเขาให้ได้!

อารยาสั่งซาชิมิ กับยำสาหร่ายและอาหารเซ็ตอีกสองถาดใหญ่พร้อมกับน้ำชาเขียวและน้ำเปล่าสำหรับเขาตามที่ขอมา

"ว่าแต่แบบบ้านที่จะสร้าง คุณหลินต้องการสไตล์ไหนต้องการอะไรบ้างครับ" อภิวัชรอธิบายเพิ่มเติมเมื่อเห็นดวงตาคู่สวยมีท่าทีไม่เข้าใจ "อย่างเช่นบ้าน สไตล์โมเดิร์น สามห้องนอน สี่ห้องน้ำ..."

"อ๋อ หลินอยากได้บ้านไม่เล็ก ไม่ใหญ่ แบบไม่ต้องโมเดิรน์มากอ่ะค่ะ แล้วก็แบบไม่เชยมากด้วยนะคะ ทั่วไปเลยค่ะ แค่เห็นแล้วดูอบอุ่นๆ สามห้องนอน สี่ห้องน้ำ หนึ่งห้องรับแขก หนึ่งห้องครัว แล้วก็มีลานซักรีด อ่อ...มีสวนเล็กๆด้วยนะคะ" เธอบอกความต้องการเกี่ยวกับบ้านที่เธอฝันไว้เนิ่นนานจากรายละเอียดในสมองอย่างชัดเจน

"มีมุมพักผ่อนส่วนตัว แล้วบ่อปลาค่ะอยู่ไม่ไกลจากมุมนี้" แม้ว่าเธอจะมาหาเขาด้วยจุดประสงค์อย่างอื่นเป็นหลักแต่เรื่องบ้านก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่สำคัญรองลงมาซึ่งทำให้เธอเข้าหาเขาด้วยเช่นกัน อารยาต้องการสร้างบ้านหลังแรกให้ดีที่สุด สวยที่สุดจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเองเพื่อให้ม้าได้อยู่อย่างสบายไม่อุดอู้เหมือนในตึกแถวปัจจุบัน

"ครับ งั้นเดี๋ยวผมจะลองออกแบบให้ก่อน แล้วถ้าคุณหลินเห็นแล้วโอเคผมก็จะได้เขียนให้"

"ค่ะ ตกลงตามนี้ ส่วนค่าออกแบบกับค่าเขียน..." ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ หญิงสาวก็ถูกตัดบทพูดเสียก่อน

"ไม่เป็นไรครับ ค่อยว่ากันทีหลัง เอาไว้หลังงานเสร็จก่อน"

เงินไม่ใช่เรื่องสำคัญ สำหรับเขาขอแค่ความตั้งใจที่จะพยายามทำให้ก็พอ

"ได้ค่ะ หวังว่าคุณสถาปนิกคนเก่งคงไม่คิดราคาสูงจนหลินจ่ายไม่ไหวหรอกใช่ไหมคะ" 

"ไม่ครับ รับรองว่าไม่มีทางคิดราคาสูงแน่นอน"  คนรับงานตอบกลับอย่างอ่อนโยน หากใครจะรู้ว่าน้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความหมายอะไร

"ว่าแต่บ้านที่คุณหลินจะสร้างคือบ้านที่จะย้ายเข้าไปอยู่เองใช่ไหมครับ" ถ้าฟังไม่ผิดจากที่นิชานันท์เล่ามา

"ใช่ค่ะ บ้านที่สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรง เป็นบ้านหลังแรกของหลิน หลินอยากให้มันออกมาดีที่สุด" พูดไป สาวมั่นก็นึกถึงอดีตเมื่อตอนที่เธอช่วยม๊าขายของอยู่ในตลาด "หลินกับแม่ มีกันแค่สองคนน่ะค่ะ เพราะฉะนั้นหลินต้องดูแลแม่ให้ดีที่สุด" 

ดวงตาสาวมีแววรื้นจากน้ำที่เริ่มเอ่อออกมา เธอเห็นใบหน้าของตัวเองกระทบกับเลนส์แว่นของชายหนุ่ม ซึ่งเบื้องหลังนั้นมีนัยน์ตาที่กำลังจับจ้องด้วยสายตาอ่อนอบอุ่นและเขาก็กำลังทำหน้าที่รับฟังเธออยู่

คนหวนอดีตเริ่มรู้ตัวว่าเธอเริ่มจะพร่ำเพ้อเกินไป หญิงสาวจึงยกแก้วน้ำดื่มเพื่อจิบเติมพลังก่อนจะให้ตัวเองพร้อมสำหรับการเริ่มเข้าประเด็นสำคัญที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปต่อจากนี้

 "บ้านหลังนี้ หลินตั้งใจไว้ว่าในอนาคตจะไม่ใช่แค่บ้านที่หลินอยู่กับแม่ แต่จะเป็นบ้านที่ทำให้เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมาอย่างอบอุ่น"

ประโยคของเธอสามารถดึงคิ้วหนาของชายหนุ่มดึงเข้าหากันด้วยความสงสัยในคำพูดอันแปลกประหลาด

"หลินหมายถึงลูกน่ะค่ะ หลินอยากจะมีลูกซักคน จะได้ไม่เหงา แล้วอีกอย่างพอตอนแก่ไปจะได้มีคนมาดูแล" ไม่รู้ใจร้อนเกินไปหรือเปล่า ด้วยความต้องการที่เธออยากจะให้เรื่องนี้จบลงเร็วที่สุด เธอจึงได้กล้าที่พูดออกมาอย่างเปิดเผย

      ชายหนุ่มกดมุมปากยิ้มอ่อนๆ ใบหน้าไม่ปรากฏอารมณ์ที่เด่นชัดจึงทำให้คนมองไม่สามารถคาดเดาอรมรณ์ได้

"แต่ก็เป็นไปได้ยากนะคะ เพราะการใช้ชีวิตคู่สมัยนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทั้งทัศนคติหรือนิสัยเข้ากันไม่ได้ ไม่นานก็ต้องเลิกรากันไป ทำให้เด็กมีปัญหาอีก หลินก็รู้สึกกลัวเหมือนกันจริงๆ"

 "ไม่ใช่ทุกคู่หรอกครับ คนสองคนไม่ได้จบที่การเลิกราเสมอไป

"แต่ยังไงก็!...ไม่รู้สิคะ หลินว่าหลินไม่พร้อมที่จะมีแล้วก็ไม่ต้องการให้มีวันนั้น" เธอยืนยันจุดเดิมในตำแหน่งที่ชัดเจน เธอมั่นใจในทางเลือกของเธอมากพอที่จะทำให้เธออยู่ได้โดยที่ไม่ต้องการผู้ชาย

 "ตอนนี้มีเทคโนโลยีก้าวล้ำไปถึงไหนแล้ว สามารถที่จะผสมเทียมได้โดยที่แทบไม่ต้องอาศัยผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่า 'สามี' แล้วล่ะค่ะ ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันได้เลือกทางนี้เพื่อมีบุตร อย่างเพื่อนรุ่นเดียวกันของหลินเอง เธอก็ประสบปัญหาด้านชีวิตคู่ เพิ่งจะไปทำมาเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้ หลินว่าก็น่าสนใจไม่น้อย..." 

 เธอพูดไม่ทันจบอีกฝ่ายที่เห็นต่างก็แย้งขึ้นทันที 

"แต่ปัญหามันก็มีไม่ใช่เหรอครับ ผมเชื่อว่าผู้หญิงสมัยนี้เก่ง  แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะต้องแบกรับทุกอย่างเพียงคนเดียว เพราะมันไม่ใช่แค่การอุ้มท้องแล้วทำให้เขาเกิดมาเท่านั้นนะครับ"

ที่สำคัญสภาพจิตใจของเด็กที่เกิดมานั้นจะรู้สึกอย่างไร เขาเข้าใจเป็นอย่างดีจากการที่น้องสาวประสบปัญหาเมื่อคราวตั้งท้องหลานและต้องดูแลเจ้าตัวเล็กเพียงลำพัง

 "...จะดีกว่าไหม ถ้าผู้หญิงที่ได้ขึ้นชื่อว่า 'แม่' มีผู้ชายที่ถูกเรียกว่า 'พ่อ' คอยช่วยและยืนอยู่เคียงข้าง..." 

 คนฟังกระพริบตาปริบๆ อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่คิดว่าเขาจะเอาคำพูดของเธอมาเล่นกับได้ขนาดนี้  เอาซะเธอเคลิ้มอบอุ่นหัวใจไปกับคำพูดชวนฝันสร้างครอบครัวสุขสันต์พร้อมหน้าพร้อมตาไปกับเขาเหมือนกัน

เธอไม่มีทางเชื่อว่าครอบครัวมันจะมีทางสมบูรณ์แบบไปได้ จะมีซักกี่คนที่ครบถ้วนจริงๆ แม้กระทั่งยัยนิด แม้ครอบครัวดูเหมือนจะเพอร์เฟคครบองค์ประชุม แต่ใครหากจะรู้ว่าคุณหญิงต้องแอบเจ็บช้ำเพียงใด ที่หัวหน้าครอบครัวอย่างท่านบดินทร์นอกใจภรรยามีบ้านเล็กบ้านน้อยเลี้ยงสาวไปทั่ว ยังไม่วายทำให้ลูกต้องปวดใจอีก 

เรื่องราวทุกอย่างมันก็เกิดขึ้นจากคนรอบตัวเธอทั้งนั้น เธอไม่เคยเชื่อหรอกว่า 'ความรัก' มีอยู่จริง ความเหมาะสม ความรับผิดชอบ และความจำใจต่างหากที่ทำให้แต่ละคู่ยังอยู่กันยืนยาว

"อัตราการหย่าร้างในปัจจุบันแต่ละประเทศมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นทุกปี คุณตั้มแน่ใจเหรอคะว่าในอนาคตมันจะมีคนที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ยาวไปจนแก่จนเฒ่ากันจริงๆ" 

"ครับ ผมเชื่ออย่างนั้น" 

 หญิงสาวหัวเราะเบาๆอยู่ในลำคอและไม่คิดจะต่อความกับเขา แม้ว่าการตอบรับอย่างเชื่อมั่นในคำพูดและแววตาของเขาจะแสดงออกมาอย่างมั่นคง แต่เธอก็ไม่มีทางเชื่อได้ว่าผู้ชายคนนี้จะทำได้อย่างที่ตัวเองพูด 

 ถึงเขาจะมีหน้าตา ท่าทางบุคลิกที่ดูดีน่าเชื่อถือ แต่เธอก็ไม่เชื่อเพราะเห็นว่าเขาดีเพียงเพราะแค่เปลือกนอก

หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย ขณะที่กำลังอยู่ในความคิด ก่อนจะสบตาเขาแล้วพูดเข้าประเด็นสำคัญเสียที

"...ถ้าเกิดมีผู้หญิงคนนึงอยากได้คุณตั้มไปเป็นพ่อของลูก แต่ไม่ต้องการผูกมัด ไม่ต้องการที่จะแต่งงาน หรือพูดง่ายๆว่าไม่สามารถแต่งงานได้ แต่เธอมีความจำเป็นต้องการทายาท ขอเพียงแค่คุณมอบ…" 

พอมาถึงจุดนี้เธอก็แทบไปต่อไม่ถูก เมื่อต้องสรรหาคำพูดให้ออกมาดูดีที่สุด "เอ่อ...เด็กให้เธอ ซึ่งเธอก็จะไม่ลืมบุญคุณคุณเลยจากการช่วยเหลือครั้งนี้อีกทั้งยังสามารถตอบแทนคุณอีกมากถ้าคุณต้องการ คุณตั้มพอจะช่วยเธอได้บ้างไหมคะ"      

        ถ้าตาเธอไม่ได้ฝาดไป เธอคิดว่าสีหน้าท่าทางของเขาเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ตำแหน่งองค์ประกอบหน้าไม่ว่าจะเป็นคิ้ว ตา ปาก ก็ยังคงเหมือนเดิม 

"คุณหมายถึงตัวคุณ?" เขาหลี่ตาลงเล็กน้อยแล้วมองเธอราวกับอาจารย์ที่จ้องจับผิดนักเรียนที่กำลังโกหกอยู่ 

 "มะ ไม่ใช่ค่ะ หมายถึงผู้หญิงคนไหนก็ได้ที่ต้องการ เพราะคุณตั้มก็มีคุณสมบัติเพรียบพร้อม ใครบ้างล่ะคะที่ไม่ได้อยากให้ไปเป็นพ่อของลูก"  

รวมถึงเธอด้วย… 

ความเงียบเข้ามากัดกินบรรยากาศระหว่างสองคนไปซักพัก  ชายหนุ่มมองมาทางเธอไม่ต่างจากเด็กที่กำลังตีโจทย์คณิตศาสตร์เพื่อหาคำตอบ...นี่เขาเห็นเธอเป็นตัวอะไรกัน!

ในที่สุดเสียงที่เธอรอคอยมาราวนาทีก็เอ่ยขึ้นให้คำตอบขณะที่อาหารกำลังถูกวางเสิรฟ์

         "ผมไม่ได้ใจดีถึงขนาดที่จะยอมไปเป็นพ่อของลูกใครก็ได้ที่ผมไม่ได้รัก..." เพียงชั่วอึดใจเขาก็พูดต่อ

         "ลูกของผมจะต้องเกิดมาจากผู้หญิงที่ผมเลือก และเธอก็เลือกผม ที่สำคัญ...ผมจะไม่ยอมให้ลูกของผมเกิดมา...โดยที่ผมไม่ได้ตั้งใจ'ทำ' "

 

 

        

 

 

 

 

 

 
 แก้ที่พิมพ์พังๆก่อนหน้าค่ะ



 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

2,645 ความคิดเห็น

  1. #2418 Pompom06 (@Pompom06) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 18:25
    เพิ่งเข้ามาอ่านจร้าสนุกมาก
    #2418
    0
  2. #1031 CHOO56162 (@choocheep56162) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 16:20
    ว่าจะเข้ามาอ่านหลายครั้งแล้ว ก็ไม่มีเวลาสักที พอได้เข้ามาอ่านขอบอกว่าสนุกมากค่ะ
    #1031
    0
  3. #453 อ๋อม แอ๋ม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 15:38
    คุณตั้มสุดยอด

    แต่ละคำซึ้ง ๆ
    #453
    0
  4. #29 Nim Naphatson (@nim_03) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 21:44
    งือออออ อยากอ่านต่อ
    #29
    0
  5. #28 AssasinX25 (@AssasinX25) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 00:30
    #28
    0
  6. #27 ดรีม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 10:48
    รอค่ะ เริ่มเขินตัวเองแทนพระเอกแล้ว ตกหลุมแล้ว 5555
    #27
    0
  7. #25 ป้าพร (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 11:49
    รอรอรอรค่ะพระเอกเข้ม
    #25
    0