ผูกรักเพียงใจ -(ตอนพิเศษ นอกเล่ม) สนพ.เขียนฝัน

ตอนที่ 3 : โลกมันกลมเกินไป Rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    8 ส.ค. 59

เด็กตัวน้อย รูปร่างอ้วนจ้ำม่ำ พวงแก้มสีชมพูตากลมใสแจ๋วโบกไม้โบกมือจับหน้าจับตาของคุณแม่ที่กำลังเช็ดปากให้เธออยู่ เด็กหญิงอ้วนป้อมสวมชุดเดรสสีชมพู คาดผมดอกไม้ดอกใหญ่นั่งกับแม่บนตักกำลังมองมาที่เธอราวกับสนใจ

ยิ้มหวานของเด็กน้อยก็ค่อยๆปรากฏ

น่ารักจังเลย

หญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยิ้มตอบพลางโบกมือทักทายเด็กน้อยหยอยๆ แต่แล้วไม่นาน แม่เด็กก็เก็บของที่เอาออกมาเข้าไปในกระเป๋า แล้วอุ้มลูกเดินผ่านหน้าเธอไปยังประตูทางออกของร้านอาหาร

สาวน้อยตัวเล็กยังคงมองเธออย่างไม่ละสายตาราวกับสงสัย

ร่างเด็กน้อยค่อยๆเล็กไปเรื่อยจนเลือนหายไปเข้าสู่รถเก๋งคันหรูที่เข้ามาจอดหนรอแล้วขับเคลื่อนออกไป ทิ้งให้คนที่ถูกเสน่ห์ไร้เดียงสาเมื่อครู่อยู่ติดอารมณ์ด้วยความเสียดายเธออยากมีเด็กน่ารักๆไว้อยู่ใกล้ให้อบอุ่นหัวใจบ้างจัง

          “…นิดฉันอยากมีลูก

          หญิงสาวในชุดเดรสยาวกรอมพื้นเนื้อไหมเงาผสานกับเกาะอกสีน้ำเงิน ผมดำยาวสลวยแสกกลางอย่างเป็นระเบียบถูกรวบตึงไว้ด้านหลัง พูดประโยคนี้ออกมาทุกครั้งเมื่อเห็นเด็กตัวเล็กๆน่ารัก

          “ฮึนี่แกยังไม่ล้มเลิกความคิดนี้อีกเหรอ” คนฟังจิบน้ำชาอย่างไม่ใส่ใจ มองนิตยสารแฟชั่นที่อยู่ในมือ อัพเดตเทรนด์ใหม่ประจำเดือน เธอได้ฟังอารยาบ่นเรื่องนี้เป็นล้านรอบแล้ว

          เธอสนิทกับอารยาค่อนข้างมากเพราะพวกเธอเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เรียนมัธยมมาด้วยกัน บ้านของนิชานันท์มีฐานะร่ำรวย แต่เธอสามารถใช้ชีวิตธรรมดาได้ ไม่ได้เวิ่นเว้อใช้ชีวิตฟุ้งเพ้อเหมือนไฮโซคนอื่นๆ

           ส่วนอารยานั้นแม้ว่าไม่ได้รวยเหมือนใครๆ แต่สามารถสอบเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงได้ไม่ต่างจากคนที่มีพร้อม จึงเป็นเรื่องปกติที่สังคมที่เธออยู่จะต่างจากสิ่งที่เธอมี...ลูกสาวแม่ค้าขายเป็ดกับครอบครัวเจ้าของธุรกิจนำเข้าขนาดใหญ่ เป็นเพื่อนสนิทได้ก็ถือว่าโอเค

          “แกฉันจะสามสิบแล้วนะ หน้าที่การงานฉันก็มั่นคงแล้ว ถ้าเกิดฉันแก่กว่านี้แล้ว มดลูกไม่ทำงานจะทำไง” หญิงสาวบ่นแลทำท่าฟึดฟัดราวกับเด็ก 

หรือแกไม่อยากมี รอมดลูกให้ยานไปก่อน?”      

          นิชานันท์ตอบกลับเพื่อนสาวทันที ร้านฉันกำลังจะโต ฉันไม่หาห่วงมาผูกคอหรอก...ส่วนแกอ่ะ ฉันว่าหาพ่อของลูกให้ได้ก่อนไหม แล้วค่อยมาบ่นเรื่องลูกให้ฉันฟัง” เพราะรู้ว่ายัยหลินไม่มีทางทำได้ เธอจึงตัดปัญหาด้วยการแย้งเหตุผลให้เพื่อนสาวได้ฉุกคิดหยุดบ่นเกี่ยวกับความต้องการของตัวเอง 

           ริจะมีผล แต่ไม่มีเหตุ แล้วมันจะเกิดขึ้นได้ยังไง...

          “ถ้าแกหาไม่ได้แกก็ไปรับเด็กที่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าซักคนสิ” 

           คำเสนอของเพื่อนสาวคล้ายจะน่าพิจารณา แต่ไม่สามารถช่วยเธอได้ซักเท่าไร

          “ใช่ว่าฉันไม่เคยคิด แต่แกก็รู้ว่าฉันเป็นลูกสาวคนเดียว ม้าก็เร่งวันเร่งคืนอยากให้แต่งงาน จะได้มีหลานซักที ถ้าฉันรับเด็กมาเลี้ยง ม้าก็โกรธสิ” 

ไม่ใช่สายเลือดโดยตรง ม้าคงไม่ปลื้มซักเท่าไร 

           หลังจากวันนั้นที่เธอกลับมาคอนโด ม้าก็กลับมาเร่งให้เธอรีบแต่งงาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ยืนยันแล้วว่าจะไม่แต่ง แต่อาจเป็นเพราะม้าเห็นชีวิตของญาติที่เป็นสาวโสดวัยเดียวกันต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในช่วงบั้นปลาย ม้าก็ไม่อยากจะให้เธอเป็นอย่างนั้น

...เธอเข้าใจดีนะว่าม๊าเป็นห่วง แต่จู่ๆจะให้คนที่หวงแหนความโสดอย่างเหนียวแน่นมายาวนานอย่างเธอมาแต่งงานภายในไม่กี่เดือน มันเป็นไปไม่ได้!

          “แล้วหนุ่มที่ม้าหาให้ไม่ถูกใจแกเหรอ” 

                    “…แต่ละคน ไม่รุ่นอาแปะก็พวกไม่รู้จักโต ลูกแหง่ หาแฟนเองไม่ได้ ต้องคอยให้พ่อแม่หาให้” แขนเรียวยกขึ้นวางบนพนักพิงของโซฟา แล้วยกแก้วกาแฟมอคค่ารสชาติโปรดขึ้นดื่ม

 ยิ่งช่วงหลังเมื่ออายุย่างเข้าใกล้เลขสามมานี้ อารยามักจะมีนัดดูตัวอยู่เสมอ แต่พักหลังมาเธอมักจะโดดแล้วอ้างธุระ ซึ่งม้าของเธอก็คงจะรู้ทาง จึงปล่อยไปให้หา 'คู่ชีวิต'ด้วยตัวเอง

          อารยาก้มมองนาฬิกาบนข้อมือเพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะกลับไปถึงที่ทำงานทันเวลา นิชานันท์และเธอชอบมานัดเจอกันที่ร้านนี้เพราะสะดวกและไม่ไกลจากที่ทำงานของทั้งสองคน 

          นิชานันท์เป็นเจ้าของร้านห้องเสื้อดังในห้างสรรพสินค้าที่ไม่ไกลจากสถานที่ที่เธอทำงานอยู่จึงไม่ยากที่จะพบกันอยู่บ่อยครั้ง 

อารยากลืนกาแฟรสขมแต่กลมกล่อมลงชื่นชมกับรสชาติของมันอย่างมีความสุขและอิ่มเอม ก่อนจะแทบสำลักเมื่อเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามากระทันหัน

อื้ม!!!…อะฮึ่ม” มือบางควานรับน้ำเปล่าที่เพื่อนช่วยยื่นให้ก่อนจะรีบดื่มให้หายระคายคอ

ตัวประหลาดที่ทำให้เธอตกใจไม่ใช่ใครไหนเลย แต่เป็นน้องสาวต่างแม่สุดแสบที่เดินควงมากับผู้ชายหน้าตาดีซึ่งรู้สึกคุ้นๆ...เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนหน้านี้เมื่อไม่นาน

          ...ยิ่งใกล้ก็ยิ่งใช่

          ...คนที่ช่วยนำกระเป๋าของเธอมาคืนหลังจากที่โดนโจรจี้ชิงทรัพย์เมื่ออาทิตย์ก่อน

          "เฮ้ย! นั่นน้องสาวแกกับพี่ตั้มนี่" ยังไม่ทันจะบอกให้นิชานันท์ได้ฟัง เพื่อนสนิทสาวก็พูดตัดบทในเรื่องเดียวกันเสียก่อน

          "พี่ตั้ม?...แกรู้จักผู้ชายคนนั้นเหรอ"

หญิงสาวถามเพื่อนด้วยความแปลกใจ ยัยนิดเอ่ยชื่อของชายหนุ่มคนนั้นราวกับรู้จัก

           ทั้งสองคนที่กำลังตกเป็นประเด็นเดินเข้ามาเพียงลำพังกันสองคน ไม่ต่างจากลักษณะของคนรู้ใจที่มักเดินเคียงข้างกัน 

           นภัสสรสวมเสื้อตัวเล็กสีเหลืองโชว์เอวบางและเปลือยไหล่ให้เห็นผิวสวยเนียน ซึ่งสมกับเป็นดาราดาวรุ่ง พร้อมกับกระโปรงตัวสั้น และรองเท้าส้นสูงประมาณห้านิ้วทำให้ร่างของนั้นดูโปร่งเพรียวขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ

          ส่วนอีกคน...ยังคงไม่ต่างจากวันนั้น เช่นเดียวกับวันที่เธอเคยพบ เขาสวมเสื้อผ้าสุภาพไม่ต่างจากวันนั้น แต่ที่ดูเหมือนจะเป็นเอกลักษณ์คือแว่นกรอบสี่เหลี่ยมขอบมนสีดำที่อยู่บนใบหน้า

 แม้ว่าการแต่งกายจะดูเรียบง่ายไม่ได้แต่งอะไรเสริมเพิ่มเติม แต่รูปร่างและไหล่กว้างของเขามันทำให้ทุกอย่างดูดีจนคล้ายกับนายแบบ ใบหน้าของเขาที่ดูเรียบง่ายกลับต้องดึงดูดสายตาเธอทุกครั้งให้มองไม่ละตาไป...ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนจนกระทั่งวันนี้

         เมื่อวันก่อนเธอยอมรับว่าเกรงไม่น้อยกับการที่มีชายหนุ่มแปลกหน้ามาร่วมอยู่ในรถคันเดียวกัน แต่ก็ไม่ใช่เป็นความเกรงเหมือนทุกครั้งเสียทีเดียว ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเธอแทบจะไม่ให้ใครเข้าใกล้หรือแม้แต่นั่งในรถของเธอด้วยก็ตาม ซึ่งต่างจากเขาที่เพราะเกิดเหตุจำเป็นเขาจึงได้เข้าไปอยู่ในระยะที่คนอื่นไม่เคยได้...และไม่เคยนั่ง

         เธอมักจะไม่ให้ใครเข้าใกล้หรืออนุญาตเข้าใกล้เธอไปมากกว่าหนึ่งช่วงแขน เธอไม่ได้รังเกียจเพียงแต่รู้สึกไม่สะดวกใจที่จะเข้าใกล้ใครให้หวั่นไหว เปิดรับความรู้สึกที่เธอไม่อยากจะมีขึ้น ยิ่งได้เห็นชีวิตคู่ของมารดา คนรอบข้างและข่าวในสังคมที่เจอฤทธิ์ของพวกผู้ชายที่กระทำต่ำช้า ไม่รับผิดชอบผู้หญิงแล้ว เธอก็ยิ่งได้รับแรงสนับสนุนทางความคิดให้เห็นดีงามกับเรื่องที่ตัวเองกำลังคิดอยู่ไปด้วย

        แต่สำหรับเขา เธอไม่ได้รู้สึกอึดอัดมากเท่าไร...จะว่าสบายใจก็ไม่ใช่...มันก้ำกึ่งระหว่างคำว่าตื่นเต้นกับการไม่ค่อยชอบใจตัวเองนักที่ชอบมองเขาราวกับถูกแม่เหล็กดึงดูดไว้ ลมหายใจของเธอสั้นและถี่แปลกๆยามเขาสบตาเธอกลับ...หัวใจในอกข้างซ้ายที่ไม่เคยทำงานเร็วนอกจากการออกกำลังกายกลับเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็น

         เธอ...ไม่ได้รู้สึกบ้าๆกับ 'เขา'คนนั้นใช่ไหม 

         "พี่ตั้ม เพื่อนสนิทพี่น็อตไง ที่ฉันเล่าให้แกฟังอยู่บ่อยๆ ว่าเขาเป็นสถาปนิกมือทอง คนเก่ง คิดอะไรก็ได้ดั่งใจไปหมด ถูกจ้างไปทำโปรเจ็คใหญ่ๆตั้งหลายงานแล้ว เดี๋ยวปลายปีนี้ก็จะได้ไปทำที่ดูไบแล้วนะ"  

พี่น็อต คือ นพรัตน์พี่ชายของนิชานันท์ที่เธอบอกว่าสนิทกับชายหนุ่มที่ชื่อ

…'พี่ตั้ม'...

          ใบหน้าของเขาดูอ่อนเยาว์ไม่ได้แสดงความมีอายุเหมือนพี่น็อต พี่ชายของยัยนิดเลยแม้แต่น้อย เว้นเสียแต่บุคลิกและท่าทางที่ดูสุภาพของเขาทำให้เขาดูเป็นผู้ใหญ่ที่ใจเย็นและอบอุ่น 

          นี่เธอคิดอะไร!

           หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อไล่อาการแปลกๆของเธอออกไปจากสมอง

          "แล้วนี่เขามาทำไรกับยัยเหวินน้องสาวแกเนี่ย โอ๊ะ! อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนกันนะ ไม่งั้นฉันเสียดายแย่เลย คนดีๆอย่างนี้ ก็ต้องมีแฟนที่มันดูเหมาะกันหน่อยสิ ไม่ใช่ยัยเหวินเน่านี่ ไม่เหมาะสมกันเลยแม้แต่น้อย" นิชานันท์บ่นอุบเมื่อเห็นความต่างของคนทั้งคู่

 ใครต่างก็รู้ว่า นภัสสรเป็นนางเอกฉาวที่มีข่าวไม่เว้นตั้งแต่เข้าวงการมา แม้จะพยายามปิด

        อารยานิ่งคิดไปชั่วครู่ระหว่างที่ดูทั้งสองคนกำลังนั่งคุยกัน ก่อนที่แววตาอันมาดมั่นของเธอจะเปร่งประกาย ปากเคลือบลิปสีแดงทับทิมฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างมาดร้าย

        "...ฉันว่าเราไปทักทายพวกเขากันหน่อยมะ"

        

         ร้านหลังนี้ถูกตกแต่งให้มีบรรยากาศคล้ายอยู่กับในป่า โต๊ะไม้เงาหรูเข้าคู่กับเก้าอี้สีเดียวกัน ประดับตกแต่งด้วยผนังน้ำตกไหลลงมาผ่านกระจกผนัง สร้างบรรยากาศให้ลูกค้าได้รู้สึกสงบและหนีความวุ่นวายใจในเมืองนี้ได้

        "แล้วนี่บัวกลับไปแล้วเหรอคะ? ไหนว่าจะรอเจอกันก่อน" ดาราสาวถามถึงอภิญญาน้องสาวของชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งเป็นเพื่อนสาวรุ่นเดียวกันกับเธอ

        อภิวัชรเป็นพี่ชายของเพื่อนที่สนิทด้วยอย่างใบบัว นภัสสรมักจะไปหาที่บ้านของของสองพี่น้องนี้อยู่บ่อยๆ เพราะใบบัวมักจะคอยช่วยเหลือทุกเรื่อง รวมถึงพี่ตั้ม พี่ชายเพื่อนก็สามารถช่วยได้ทุกครั้งเช่นกันที่มีปัญหา แต่ที่มากที่สุดคงจะเป็นการที่เธอให้ใบบัวทำอะไรบางอย่างจนชีวิตของเธอต้องมีอันเปลี่ยนไปอย่างผิดหวัง

         "...เห็นว่ามี่ลูกมีน้ำมูกอยู่ตลอดเลยไม่อยากออกมานาน เหวินมีธุระอะไรกับพี่รึเปล่าเลยเรียกพี่มาด้วย" 

          พี่ตั้มเป็นผู้ชายที่ทางผู้ใหญ่ฝั่งเธอเคยมาดหมายไว้จะให้เธอฝากชีวิตไว้กับเขา แต่สำหรับเธอ เขาเป็นเพียงแค่...พี่ชายที่แสนดี ที่แม้จะดูเหมาะแต่ก็ไม่ใช่ตัวเลือกเสียเท่าไร แต่ถึงกระนั้นเมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องทำ

         "คือ..." นภัสสรหลบสายตาชายหนุ่ม ก่อนที่จะช้อนมองขึ้นสู้บอกความต้องการของตัวเอง "พี่ตั้ม...ช่วยหมั้นกับเหวินหน่อยได้ไหมคะ เพื่อหลอกป๊ากะม๊าว่าเหวินไม่ได้มีอะไรปิดบังพวกท่าน"

ตอนนี้เธอยังคบกับชายหนุ่มต่างชาติอยู่และยังไม่พร้อมที่จะเลิก อย่างน้อยจึงอยากให้เขาช่วยยื้อเวลาโดยการปิดบังเรื่องนี้ไว้ก่อนที่ป๊าจะสืบตามเจอเรื่องนี้

        คิ้วคนฟังเริ่มขมวดด้วยความไม่เข้าใจ มีเหตุผลอะไรที่ต้องทำถึงต้องหมั้นกัน

        "...ทำไมถึงต้องทำ ไหนว่าเราตกลงกันแล้วไงว่าเราจะไม่ทำอย่างนั้น" นี่คือสิ่งที่ทั้งสองตกลงกันเมื่อมารดาของอีกฝ่ายเคยพูดเปรยไว้

        "ก็...ป๊ากับม๊าเกลียดฝรั่งอ่ะ ถึงไมเคิลเขาจะเป็นคนดี หน้าที่การงานก็โอเค มีความ'รับผิดชอบ'ก็เถอะ แต่ไม่มีทางที่พวกท่านจะรับฝรั่งมาเป็นเขยหรอกนะคะ "เธอหมายถึงแฟนหนุ่มชาวอเมริกันที่เพิ่งจะดูใจกันได้ซักระยะ ข่าวนี้ยังไม่มีใครรู้นอกจากผู้จัดการ พี่ตั้ม และใบบัว

       แม้จะมีนิสัยไม่ได้รักเรียน ชอบเที่ยวและใช้ชีวิตวัยรุ่นทั่วไปไม่ต่างจากวัยเดียวกันในเมืองนอกด้วยสังคมที่เธออยู่ตั้งแต่ไปเรียนที่โน่น จนมาถึงเมื่อกลับเมืองไทยได้มีโอกาสเป็นดาราดัง เธอก็ยังคงใช้ชีวิตไม่ต่างจากเดิม ไม่กลัวข่าวฉาว 

        จนกระทั่งเริ่มเบื่อ อายุเริ่มมากขึ้น ความคิดก็เริ่มเปลี่ยนไป รู้จักแยกแยะว่าสิ่งใดควร ไม่ควร และไมเคิล ก็เป็นเพื่อนชายที่รู้จักซึ่งคุยกันมานาน...ที่ไม่คิดรังเกียจเธอและนี่ก็คือ คนที่ใช่ จนอยากจะหยุดตรงที่เขาไว้

        แน่นอนว่าตระกูลคนจีนที่มีชื่อเสียงอย่างของเธอ ไม่ยอมรับเขยที่เป็นฝรั่งแท้จากต่างแดนเป็นแน่ ยิ่งบ่อยครั้งที่เธอทำเพื่อให้มั่นใจว่าเธอคิดไม่ผิด ท่านอาจจะเปิดใจ แต่ก็ไม่!...ถ้าไม่ใช่พี่ตั้ม ป๊ากับม๊าก็จะจับให้แต่งกับคนอื่น 

         "แต่พี่ก็ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรดีขึ้น ถ้าหมั้นกันไป แล้วต้องแต่งงานกันจะทำยังไง ไม่แย่กว่าเดิมเหรอ" ตาเรียวคมภายใต้กรอบแว่นหนามั่นคงไม่หวั่นไหวหรือสงสารคู่สนทนา เขาบอกเจตนาของตัวเองอย่างจริงจัง 

        เรื่องนี้เขาไม่เห็นด้วย และจะไม่ทำตามเด็ดขาด 

         ดาราสาวนิ่งคิด ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมา

          "ก็..." 

         แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป ก็ดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างดึงควาสนใจจากสายตาของอภิวัชรไปจากเธอเสียแล้ว 

         "...บังเอิญจังเลยนะไม่คิดเลยว่าจะได้เจอดาราดังที่นี่...น้องเหวินเหวิน"

          ผู้มาใหม่ทักน้องสาวต่างมารดาก่อนจะเบนตากลมสวยไปยังอีกบุคคลหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนโต๊ะฝั่งตรงข้าม

          "พี่ตั้ม! มาทำอะไรที่นี่" นิชานันท์เริ่มเข้าทักเพื่อนพี่ชายโดยไม่ได้หันไปและปลายตามองยัยเด็กเหวินที่ไม่ชอบขี้หน้ากันตั้งแต่ไหนแต่ไร

          "พอดีว่ามาคุยธุระกันนิดหน่อย" แม้จะบอกนิชานันท์ไป แต่ใจก็อดไปคะนึงถึงหญิงสาวที่ยืนข้างๆน้องเพื่อนไม่ได้

"ถ้าไม่รังเกียจ...ขอนั่งด้วยนะคะ" อารยาไม่ทันรอให้เจ้าของโต๊ะตอบ เธอก็เข้าไปนั่งข้างๆนภัสสรซะแล้ว 

        นิชานันท์เห็นท่าทีจู่โจมเร็วดั่งสายฟ้าแล็บของเพื่อนก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ ถึงกระนั้นเธอก็เลื่อนเก้าอี้ออกและนั่งข้างๆอภิวัชร

         นภัสสรไม่พอใจกับการกระทำของอารยาที่ดูแปลกผิดปกติ เธอเชื่อว่ายัยพี่สาวต่างแม่เข้ามาหาต้องมีจุดประสงค์ 

         ปกติทุกครั้งที่ประจันหน้า ไม่เธอก็อีกฝ่ายจะต้องแขวะหรือจิกกัดใส่กันตลอด ครั้งนี้ถือว่าเริ่มต้นได้สวยมากแต่ไม่น่าวางใจ

        "สะกดเป็นไหมคำว่า ม า ร ย า ท อ่ะ" นภัสสรเบะปากใส่ผู้หญิงที่มีศักดิ์เป็นพี่และตีหน้าซื่อเดินเข้ามาหาทั้งที่ไม่ได้ต้อนรับ 

        คนถูกว่าไม่ได้แสดงความรู้สึกยินดียินร้ายใดๆ ดวงตาสวยเพียงมองชายหนุ่มที่นั่งเยื้องกันในฝั่งตรงข้ามเท่านั้น...ราวขอความเห็นใจ จนไม่กี่วินาทีถัดไปเธอก็บอกน้องสาว และทำท่าจะลุกขึ้นจากไป 

       "ถ้าไม่อยากให้อยู่ พี่ไปก็ได้นะ"
       หญิงสาวตีหน้าซื่อราวกับนางเอกถูกกลั่นแกล้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอสวมบทนางร้ายมาตลอดเมื่อมาเจอกับนิชานันท์

ยังไม่ทันจะได้ลุกเสียงทุ้มก็เรียกรั้งเธอไว้พลัน...เป็นไปตามที่เธอคาด

       "เดี๋ยวก่อนสิครับ" ริมฝีปากอิ่มสีแดงสวยเหยียดยิ้มเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าไม่ต่างจากเมื่อครู่ หันกลับไปมองไปยังชายหนุ่มที่เรียกเธอไว้

        "ที่คุณเคยพูดไว้ จะเลี้ยงตอบแทนผมที่เคยช่วยคุณ...กรุณาให้เกียรติเป็นเจ้ามือมื้อนี้ด้วยนะครับ" แววตาคู่นั้นมองมาอย่างเว้าวอนแฝงไปด้วยความหวัง

         การท้วงบุญคุณที่เคยช่วยเหลือดูจะไม่เหมือนตัวเขาเลยสักนิด มันน่าจะมีวิธีอะไรที่ดีกว่าการยื้อเธอไว้ด้วยการให้เป็นฝ่ายเลี้ยงอาหาร ทั้งที่ควรเป็นเขาที่ควรจะเป็นฝ่ายเลี้ยง

อีกสองคนบนโต๊ะที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ร่วมกันหันไปมองและฟังการสนทนาของพวกเขาจนอดสงสัยไม่ได้ โดยเฉพาะนิชานันท์ที่ขมวดคิ้วครุ่นคิดแล้วคิดอีกก็ยังไม่รู้ว่ายัยหลินกำลังทำอะไรอยู่กันแน่

       เคยไปเจออภิวัชรตอนไหน แล้วเหตุใดอารยาจึงไม่เคยเห็นเล่าให้เธอฟัง

       ไม่เพียงแต่สองสาวที่ไม่ได้มีส่วนร่วมนั้นแปลกใจแต่ยังรวมถึงเธอก็ยังคงทึ่ง...นี่เขากล้าพูดต่อหน้ายัยเหวินเลยเหรอ...ไม่ข้ามหน้าข้ามตานภัสสรเกินไปหน่อยใช่ไหม

       อารยาเหลือบไปมองใบหน้าของน้องสาวที่บึ้งตึง ก่อนจะแอบหัวเราะอยู่ในใจแล้วหันไปสนใจคนที่คาดว่าเป็นแฟนหนุ่มหรือคนสนิทของน้องสาว

       แม้สีหน้าแววตาและท่าทางจะทำตัวเป็นนางเอก แต่หากในใจกลับรู้สึกเริงร่าที่ได้หักหน้าน้องสาว...สุดที่รัก

       ตาคู่สวยเป็นประกายขณะมองหน้าชายหนุ่มเพื่อตอบรับในการเป็นเจ้ามือ...ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ตอนนี้ 

        "ได้สิคะ...แต่'หลิน'ว่าครั้งหน้าจะดีกว่านะ เพราะครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะไม่สะดวกเท่าไร อีกอย่างเราจะได้มีเวลาคุยเรื่องสำคัญกัน...อย่างเป็นส่วนตัวด้วย" 

         เธอจงใจใช้ชื่อเล่นเรียกแทนตัวเอง เพื่อแสดงความสนิทสนม

        ทั้งถ้อยคำและสายตามองเขาอย่างสื่อความหมายต่างจากวันนั้น...ที่เห็นเป็นแค่เพียงคนแปลกหน้า         

          ท่าทางของนภัสสรทำให้อารยารู้สึกสะใจไม่น้อย

        ...ผู้ชายมันก็เป็นอย่างนี้แหละ! แฟนนั่งอยู่ทั้งคนแต่แค่โดนผู้หญิงยั่วเข้าหน่อยก็เล่นกลับอย่างง่ายดาย

           ทั้งที่คนตรงหน้าเธอดูภายนอกก็ไม่ได้แสดงท่าทีกระล่อนเจ้าชู้ออกมาแท้ๆ แต่ดันออกอาการติดกับเธอง่ายดายซะงั้น สันดานนี่คงไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่นสินะ เสียดายจริงๆที่คิดว่าไม่น่าใช่...

          "นี่ก็ใกล้บ่ายโมงแล้ว หลินต้องขอตัวก่อนนะคะ...อย่าลืมนะคะ ติดต่อมาตามนามบัตรของหลิน...ในเวลาที่สะดวก" เจ้าของเสียงหวานจงใจจะเน้นคำหลังประโยคนั้นเพื่อยั่วโมโหเป็นการปิดท้าย

           "ไปกันเถอะ นิด ไปก่อนนะจ๊ะ...น้องรัก" ร่างระหงหยิบกระเป๋าถือสีน้ำเงินที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนจะเดินออกไปอย่างสง่างามตามแบบฉบับเวิกกิ้งวูแมนที่ดูมั่นใจ

            แม้นิชานันท์สับสนกับการแสดงออกของเพื่อน แต่ก็หยิบกระเป๋าแล้ววิ่งตามเพื่อนไปโดยไม่ลืมจะบอกลาเพื่อนพี่ชาย "ไปก่อนนะคะ พี่ตั้ม" 

           

 

 

 

 

 

 

 


แก้อีกแล้ว แก้ตลอด ขอโทษค่ะ มันไม่ลื่นเลย เลยแก้ให้ดูดี ไม่รังเกียจอ่านได้ 555

            ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

2,645 ความคิดเห็น

  1. #2134 xxbossxx (@xxbossxx) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 09:53
    ร้ายยย
    #2134
    0
  2. #12 @_sassygirl_@ (@friday11) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 09:33
    ชอบนิสัยอารยาอ่ะ มั่นดี
    #12
    0
  3. วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 17:15
    สนุกค่ะ. รอตอนต่อไปนะค่ะ
    #11
    0