ประทับตราความทรงจำ

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 คนแปลกหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 561
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ต.ค. 57

พลุแตกสีสาดแสงสดสวยตัดกับสีท้องฟ้ายามค่ำเป็นพักๆ พร้อมเสียงที่ดังตามมาไม่ขาดสาย สร้างความครึกครื้นพิมพ์ใจสมกับค่ำคืนพิเศษให้แก่ผู้มาเยือนชมในเทศกาล ดอกไม้ไฟในช่วงฤดูร้อน ณ แดนอาทิตย์อุทัย 

 

แม้ในฤดูร้อนจะไม่เป็นที่นิยมนักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้มาทัวร์ในประเทศ แต่ก็ไม่ได้สร้างความเงียบเหงาซบเซาแม้แต่น้อย พืชพันธ์ดอกไม้น้อยใหญ่พากันเบ่งบานท่ามกลางความร้อนของอากาศช่วยทำให้ผู้พบ เห็นรู้สึกดีได้ อีกทั้งกิจกรรมในฤดูยังมีอีกมากช่วยสร้างบรรยากาศสนุกสนานครื้นเครงลดความ เบื่อหน่ายของความร้อนอบอ้าวได้เป็นอย่างดี

ดนตรีประกอบไพเราะเป็นท่วงทำนองแข่งกับเสียงจุดของพลุแต่หากไม่ทำให้ผู้ชมรู้สึก ว่าขัดกันแต่กลับทำให้เห็นถึงความงามและสัมผัสความสุขในการชมดอกไม้ไฟที่มาก ขึ้น สองฟากฝั่งแม่น้ำเต็มไปด้วยผู้คนที่ทั้งยืนและนั่งบนเสื่อชมการแสดงดอกไม้ไฟ ส่วนมากผู้คนที่มาจะเป็นหนุ่มสาวที่ชวนกันมาเที่ยวตามประสาคู่รัก ในหมู่หญิงสาวมักจะพากันใส่ชุดยูกาตะ แต่งหน้าทำผมน่ารัก บริเวณในงานมีซุ้มร้านอาหารเล็กๆแผงลอยเรียงกันอยู่มากมายทั้งยากิโซบะ ทาโกะยากิ ยากิโทริ สายไหม โอโคะโนะมิยากิ หากได้เดินไปแถวนั้นคงได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือมาบ้างเพราะทั้งกลิ่น สีสัน หน้าตาดึงดูดน่ารับประทาน 

         หญิงสาวในชุดยูกะตะสีฟ้าลายดอกซากุระรัด ด้วยโอบิสีชมพูอ่อนสวมรองเท้าเกี๊ยะดูเข้ากัน ผิวขาวตัดกับผมยาวสีดำที่ถูกเกล้าขึ้นสวยปักด้วยปิ่นผีเสื้อราวกับมีชีวิต เกาะอยู่ ผมด้านข้างยาวเสมอคางงอเข้ารับใบหน้าเรียวสวยรับกับเครื่องหน้าอย่างเหมาะสม ด้วยริมฝีปากอิ่มสีชมพูอ่อนระเรื่อ ทั้งดวงตากลมโตภายใต้ขนตาหนาแพดูอ่อนหวานดั่งตุ๊กตา ดูโดดเด่นและกลมกลืนไม่ต่างจากหญิงสาวญี่ปุ่นหลายๆคนที่อยู่กันในงาน  

            นัยน์ตางามเป็นประกายสะท้อนแสงสีระยิบระยับของดอกไม้ไฟที่ถูกจุดบนท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างตื่นตาตื่นใจบ้างก็รูปดอกโบตั๋น ดอกเบญจมาศซึ่งไม่ปรากฏให้เห็นบ่อยในที่อื่นนักนอกจากในเทศกาล 

            ณัชชามองท้องฟ้าที่ถูกประดับด้วยแสงสีสวย อย่างไม่เบื่อหน่ายแม้จะแหงนดูเช่นนี้เป็นเวลาชั่วโมงกว่า หากก็ไม่รู้สึกว่าจะเมื่อยสักนิดต่างจากคนข้างๆที่เล่นโทรศัพท์มือถืออย่างไม่ละสายตา 

ณัชชาไม่ค่อยได้เที่ยวสักเท่าใดนัก หลังจากประสบอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อห้าปีก่อนแม่ของเธอก็มักจะไม่อนุญาตให้ เธอไปไหนมาไหนถ้าไม่จำเป็น แม่บอกว่าโชคดีแค่ไหนแล้วที่เธอรอดชีวิตกลับมาราวกับปาฏิหาริย์ทั้งที่ไม่ น่าจะรอด หล่อนจึงต้องห่วงเธอนักแต่เมื่อจบมหาวิทยาลัยในสามปีที่ผ่านมาแม่ก็เริ่มให้ อิสระกับเธอมากขึ้นอย่างเช่นการได้มาเที่ยวญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในครั้งนี้ 

            หลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้นที่เกือบพรากชีวิตเธอไปทำให้เธอต้องพักฟื้นครั้งใหญ่สักระยะ แม้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นค่อนข้างจะรุนแรงแต่เธอได้รับการกระทบกระเทือนทางกายไม่มากถ้าเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่หากการกระแทกในครั้งนั้นมันได้ส่งผลทางสมองของเธอซึ่งนั่นคือสาเหตุที่ทำ ให้เธอ ความจำเสื่อม 

แต่น่าแปลกที่เธอยังสามารถจำความรู้ที่ เคยเรียนแต่ก่อนได้และใช้ชีวิตได้เป็นปกติเว้นเสียแต่การเข้าสังคม เธอต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะปรับตัวเข้าหาคนอื่นได้ จนพ่อและแม่ของเธอคิดว่าวางใจแล้วที่จะให้เธอไปศึกษาต่อมหาวิทยาลัยจนจบการศึกษา   

            เธอยังคงจำได้ดีว่าเมื่อลืมตาหลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้นเธอไม่สามารถจำใครได้เลย เพื่อน อาจารย์ คนรู้จักหรือแม้แต่พ่อแม่ 

ในช่วงระยะเวลาแรกๆหลังจากพักฟื้นเป็น ช่วงที่ลำบากมากที่สุดสำหรับเธอเลยก็ว่า ได้ในการที่ต้องเริ่มพบปะผู้คนเธอรู้สึกหวาดระแวงตลอดเวลา ความจริงที่ใครพูดสามารถเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใดเธอไม่สามารถทราบได้ ความเครียด ความกังวล และความระแวงทำให้เธอไม่สามารถนอนหลับได้อย่างสนิทใจเป็นเวลาหลายเดือน เหมือนมีบางอย่างที่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไรวิ่งวนอยู่ในใจตลอดเวลา 

ในช่วงเวลานั้นณัชชา อยากจะได้ความทรงจำกลับมาเสียเหลือเกิน เธอตั้งหน้าตั้งตาคอยหรือพยายามหาสิ่งที่ทำให้เธออาจจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง จนเวลาผ่านไปแล้วผ่านไปเล่าก็ยังคงไม่เคยมีสักครั้งที่จะมีอะไรเสียดแทรกมา ให้คุ้นหรือคิดถึงอดีตได้บ้าง 

ซึ่งกว่าจะผ่านเหตุการณ์ครั้งนั้นมาได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร เธอต้องคอยไปพบและปรึกษาแพทย์ถึงอาการของเธออยู่ตลอดเวลาจึงทำให้ความเครียดและความกังวลลดน้อยลงไปเรื่อยๆจนจางหายไป

แต่หากสำคัญที่สุดคือความรักและความอบอุ่นของพ่อและแม่ที่คอยดูแลเอาใจใส่ในตลอดช่วงเวลานั้นซึ่งสามารถ ช่วยเยียวยาจิตใจเธอให้ดีขึ้นได้ 

ช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้เธอได้ตระหนักว่าอดีตที่ผ่านไปแล้วหาได้มีความสำคัญเท่าปัจจุบันที่เป็นอยู่ 

นัทกินไหมเพื่อนสาวเอ่ยเสียงใสๆพรางยื่นสายไหมสีสวยในมือเธอมาให้ 

ประภัสสร ลูกสาวคนสนิทคนเดียวของพ่อของณัชชา แม่เคยบอกว่าเธอสามารถไว้วางใจและสามารถขอความช่วยเหลือจากประภัสสรได้ตลอด เธอเป็นหนึ่งเดียวที่สามารถไว้ใจได้มากที่สุดในบรรดาเพื่อนของเธอ ประภัสสรและเธอมีรุ่นราวคราวเดียวกันและสนิทชิดเชื้อกันตั้งแต่ยังเด็กยิ่ง กว่าพี่น้องท้องเดียวกัน 

แม้ว่าก่อนหน้านี้ณัชชา จะจำหล่อนจำความผูกพันที่มีกันตั้งแต่เด็กไม่ได้แต่หลังเหตุการณ์อุบัติเหตุ ครั้งนั้นก็พิสูจน์ได้ว่าประภัสสรยังคงจริงใจกับเธอเพียงใด ตอนนั้นถ้าไม่มีหล่อนที่คอยช่วยเหลือเธอทั้งด้านการเรียนและด้านสังคมที่ยาก จะปรับตัวเข้าหาก็คงจะลำบากเป็นอย่างมากและตั้งแต่นั้นมาหล่อนและเธอก็เป็น เพื่อนสนิทกันจนจบมหาวิทยาลัย 

ใครบอกนัทนะว่ามาญี่ปุ่นเพื่อจะมาหาเนื้อคู่แต่นี่อะไรกินอย่างเดียวเลยณัชชาพูดพลางทำหน้ายู่ล้อเลียนใส่ 

ก็ดูสิอะไรๆมันก็น่ากินไปหมดเลยอ่ะคนถูกท้วงยังคงเถียง 

ทั้งกินแล้วก็เล่นมือถือด้วยอีก ดูสิดอกไม้ไฟสวยๆทั้งนั้นเลยบางดวงสวยกว่านี้อีกเมื่อกี้ เตยพลาดแล้วล่ะ 

ถึงพลาดก็คุ้มนะ..ก็วันนี้มีงานประกาศรางวัลทางดนตรีของเกาหลี แล้ววงที่เตยชอบอยู่ก็เข้าชิงด้วย อดไม่ได้เหมือนกันที่จะตามข่าวหล่อนให้เหตุผลพร้อมกับบอกข่าวเพิ่มอีกว่า 

อืม! นัทรู้ไหมว่างานนี้พี่เก่งว่าที่คู่หมั้นนัทไปด้วยนะ เห็นว่าเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของงานนี้แหละ 

เหรอ..ไม่รู้นี่...เตยนี่รู้เรื่องพี่เก่งดีกว่านัทอีกนะเนี่ยณัฐชาว่าเล่นพลางทำหน้าแซวเพื่อนก่อนจะพูดอีกครั้ง “...เตยอย่าเพิ่งพูดถึงเขาเลย ตอนนี้นัทกำลังมีความสุขยังไม่อยากคิดถึงใครคนที่มีว่าที่คู่หมั้นพูดออกมาตามความรู้สึกในใจของเธอ 

ช่างน่าอึดอัดเหลือเกิน...กับการที่ต้องถูกฝืนใจหมั้นกับทินกรผู้ชายที่พรเพ็ญผู้ เป็นแม่แนะนำและอยากให้เธอลองคบหากับเขาดู แม่เห็นว่าเขามีพร้อมทั้งรูปลักษณ์และทรัพย์สินทั้งความสามารถและความมั่นคง ในอาชีพจึงวางใจและอยากฝากชีวิตเธอไว้กับเขา 

ทินกรดูเหมือนจะแก่กว่าเธอไม่กี่ปีและเท่าที่เจอกันสักสองสามครั้งเมื่อตอนเขาและ ครอบครัวมารับประทานอาหารที่บ้านเขาก็ดูสุภาพอ่อนโยน เรียบร้อยปฏิบัติต่อเธออย่างดีแต่เขาก็ยังไม่ใช่สำหรับเธอ 

การที่จะต้องหมั้นแล้วอีกสักพักจะต้อง แต่งงานโดยคนสองคนไม่ได้รักกันมันจะเป็น อย่างไร คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก เนื้อแท้ในจิตใจเขาจะเป็นคนดีตามที่เขาแสดงออกมารึเปล่ายากที่จะหยั่งรู้ แต่ถึงเขาจะเป็นคนดีจริงๆอย่างที่มารดาเธอพูดหากแต่ใครจะทราบว่าความชอบความต่างวีถีการดำเนินชีวิตของคนสองคนจะเข้ากันได้หรือไม่ 

เรื่องน่ากังวลใจเหล่านี้มันจะไม่มีในสมองเธอเลยถ้าหากเลือกยืนกรานที่จะปฏิเสธเขากับแม่ของเธอเอง หากแต่ยิ่งคิดก็ยิ่งหนักใจจะทำอย่างไรเล่าในเมื่อแม่ของเธอคาดหวังว่าจะมี งานหมั้นที่จะเกิดปลายปีนี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวเธอกับ ครอบครัวของทินกรที่เดิมก็มีมากอยู่แล้วและที่สำคัญท่านต้องการให้เธอแต่งงานโดยเร็วเพื่อที่จะวางใจได้ว่าจะมีคนดูแล 

หืม..พูดอย่างนี้นี่แสดงว่าไม่ได้รักชอบหรือรู้สึกปลื้มเขาเลยใช่ไหม?” 

ก็จะรัก จะชอบ จะปลื้มกันได้ยังไงล่ะก็ในเมื่อเราแทบจะไม่รู้จักอะไรกันเลย เจอหน้านับครั้งได้ด้วย 

แต่ที่ได้ยินมาเนี่ย พี่เก่งเขาก็เพอร์เฟคนี่ รูปหล่อพ่อรวยหน้าที่การงานก็ยังมั่นคงอีก สาวๆที่ไหนก็อยากได้เป็นแฟนหรือขั้นสามีเลยนะ ไม่สนบ้างเลยเหรอหล่อนว่าพลางกระแซะไหล่คนข้างๆ หล่อนยังคงอยากรู้ถึงเหตุผลที่ณัฐชาไม่ชอบหรือสนใจหนุ่มหล่อมาดเจ้าชายผู้เพอร์เฟคอย่างทินกรเลยสักนิดทั้งที่เพื่อนเธอเองก็ไม่มีใคร เพราะเท่าที่ได้ยินมาทินกรเป็นที่สนใจอย่างมากของสาวๆ ปีที่แล้วก็ได้ตำแหน่งหนุ่มสุดฮอตจากภาคธุรกิจโดยผลจากการโหวตในนิตยสารฉบับหนึ่ง 

แม้จะพบกันครั้งแรกแต่เขาก็สามารถสร้างความประทับใจให้สาวน้อยสาวใหญ่ให้ใจละลายกันอย่างท่วมท้นรวมถึงหล่อนด้วยที่แอบกรี๊ดเบาๆเมื่อยามเห็นหน้าครั้งแรก 

ไม่! เรารู้สึกเฉยๆนะ อย่างมากก็อยากรู้จักกันในฐานะพี่ชาย คนไม่ชอบไม่รักกันต่อให้ฝืนใจยังไงก็ไม่มีทางที่จะรักกันได้หรอกณัชชายังคงยืนยันความรู้สึกเช่นเดิม 

นี่ ถ้าถึงเวลาที่จะแต่งงานจริงๆ นัทจะแต่งกับเขาได้เหรอ?” 

เฮ้ออ..นั่นน่ะสิ นี่เรายังคิดไม่ออกเลยนะจะทำยังไงเพื่อที่จะไม่หมั้นกับเขาหญิงสาวถอนหายใจเพิ่มอีกครั้ง เธอเคยคิดที่จะคุยกับแม่อยู่หลายคราแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถพูดออกไป ได้เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของท่านที่แสดงความสุขอย่างชัดเจนยามพูดเรื่อง ระหว่างเขาและเธอ 

แต่ถ้าตอนนี้นัทลองคบกับเขาดูก็ไม่เสียหายนี่ นัทกับเขาอาจจะเข้ากันได้ดีก็ได้นะประภัสสรเองก็รู้สึกเสียดายแทนเพื่อนถ้าหากณัชชาจะปล่อยผู้ชายที่เพรียบพร้อมอย่างทินกรไป ทั้งณัชชาและทินกรเหมาะสมกันเป็นอย่างมากทั้งเรื่องฐานะและหน้าตาทางสังคม หากณัฐชาได้คู่ครองอย่างเขาก็ถือว่าสมควรแล้ว 

นัทไม่อยากลองคุยหรือคบกันเพื่อลองดูเล่นๆ นัทอยากเจอคนที่ใช่ อยากคบกับคนที่นัทจะแต่งงานและอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตเลย ..” 

หืมม ยากนะนัท คนเรามันก็ต่างกันไปไม่ลองคบกันก็ไม่รู้หรอก หรือนัทแอบคบกับใครหรือชอบใครอยู่แล้ว 

ปะ..เปล่า นัทพูดเผื่อเจอคนที่ใช่เฉยๆณัชชายิ้มบางๆให้กับเพื่อนสาวแล้วแหงน มองบนฟ้า เธอไม่ได้แอบคบใคร เพียงแต่ความรู้สึกในใจเธอมันเหมือนมีเจ้าของอยู่แล้ว ไม่สามารถที่จะให้ใครได้อีก 

คนที่ใช่...อย่างผู้ชายในความฝันผู้ชายที่เธอมักจะฝันถึงมาตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอยังคงรู้สึกและสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของผู้ชายคนนั้นบนโลกใบใหญ่ใบนี้ เขาและเธออาจเคยรู้จักกันก็เป็นได้ หากโลกมันกลมอย่างที่ใครๆก็ต่างว่ากันจริงก็หวังว่าสักวันคงจะได้พบกัน...ขอ อย่าให้มันเป็นแค่ฝันที่เธอพร่ำเพ้อ 

 

 ความรู้สึกคิดถึงใครบางคนนั้น..ไม่ต่างจากคนที่กำลังนึกถึงชายในฝันในงาน เขาก็ต้องการหวังสักครั้งที่จะได้พบกับเธอคนนั้นอีกแม้ว่ามันจะไม่มีทางเป็น จริง

ภาวิธยืนเฝ้ามองดอกไม้ไฟมาตลอดตั้งแต่เริ่ม ภาพและบรรยากาศแสงสีในเทศกาลชวนให้นึกถึงคำพูดของคนรักเมื่อหลายปีก่อนที่เธอพร่ำบอก

มลอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นดูสักครั้ง อยากไปนั่งดูดอกไม้ไฟ อยากไปเห็นดอกซากุระ อยากไปนั่งรถไฟเล่น มันคงจะมีความสุขหน้าดูเลย

ถ้าเราเรียนจบแล้วไปเที่ยวญี่ปุ่นกันนะ

ทั้ง รอยยิ้ม น้ำเสียง สีหน้า แววตาที่แสดงความสุขออกมามันยังคงแจ่มชัดสำหรับเขาราวกับวันวาน เธอคงมีความสุขมากถ้าหากได้มีโอกาสสักครั้งที่จะมายืนชมดอกไม้ไฟกันอยู่ตรง นี้

แม้จะผ่านไปหลายปีแต่เขาก็ไม่เคยนึกลืมเธอเลยสักครั้ง นฤมล หญิงสาวผู้เป็นที่รัก ผู้ซึ่งจากไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อห้าปีก่อน เธอยังคงติดตรึงในความทรงจำของเขาและยังคงเป็นเช่นนี้อีกตลอดไป

 

ผ่านไปราวชั่วโมงพลุบนท้องฟ้าเริ่มทยอย น้อยลงสื่อถึงการใกล้ปิดการแสดงแต่หากการทำงานของท้องของประภัสสรนี่สิเพิ่ง จะเริ่มทำงานขึ้น เธอรู้สึกปวดมวนๆท้องได้ตั้งแต่เมื่อครู่ คงจะเป็นเพราะเธอทานอย่างไม่หยุดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน 

นัท..เตยไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ รออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวมาคนปวดท้องบอกเพื่อนสาวแล้วเจ้าตัวก็วิ่งจ้ำเอ้าไปทางห้องน้ำทันที 

ณัชชาพยักหน้าตอบรับ เธอเห็นเพื่อนสาวแล้วก็นึกขำหล่อนที่ถกชุดยูกาตะขึ้นและยังวิ่ง อย่างทุลักทุเลด้วยรองเท้าเกี๊ยะที่สวมอยู่ 

เมื่อเห็นหล่อนวิ่งหายไปจนลับตาเธอก็หัน กลับมาดูดอกไม้ไฟต่อแต่ก็ต้องชะงัก เมื่อตรงหน้ามีชายคนหนึ่งเข้ามานั่งยองๆในระดับเดียวกันกับเธอ ใบหน้าคุ้นเคยเหมือนเคยเห็นที่ไหนซักแห่งใช้สายตาจ้องมองเธออย่างไม่แน่ใจ นักว่าเขาจำคนผิดหรือเปล่า จากนั้นไม่นานชายหนุ่มก็เบิกตากว้างราวกับคนตรงหน้าเป็นผี

ภาวิธตกตะลึกเมื่อพบเห็นหญิงสาวที่หน้า ตาคล้ายคลึงกับนฤมล...ไม่สิเหมือนกันเลยต่างหาก แม้ผู้หญิงตรงหน้าจะสวมชุดยูกาตะ แต่งหน้าจนงามพริ้มไม่ต่างจากสาวญี่ปุ่น แต่เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะดูไม่ออกว่าคนตรงหน้านี้ไม่ใช่คนรักของเขา

หญิงสาวตระหนกตกใจเล็กน้อยกับท่า ทางกระทันหันของชายแปลกหน้า แต่ภายในไม่กี่วินาทีเธอก็ตั้งสติที่จะเอ่ยถามเขาออกไป หากไม่ทันไรชายหนุ่มก็พูดออกมาว่า 

มล 

คำพูดที่ทำเอาคนที่เพิ่งตั้งสติหยุดค้างดังตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วครู่ 

เขาเรียกเธอว่า มลอย่างงั้น หรือ... เพียงช่วงเดียวที่สมองหยุดคิด ร่างบางก็ถูกรวบเข้าไปกอดในอ้อมแขนแข็งแรงที่รัดเธอแน่นแล้วซบใบหน้าคมลงบน ไหล่บาง ณัชชาสามารถสัมผัสได้ว่าคนที่กอดเธออยู่กำลังสั่นเทาจากการสะอื้น    

ภาวิธรู้สึกดีใจมีความสุขเป็นอย่างมากที่หญิงสาวยัง มีชีวิตอยู่ สิ่งที่เขาหวังไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ใครๆบอกว่าเขาเพ้อฝัน นฤมลยังคงมีชีวิตอยู่จริงๆ เธอสามารถจับต้องได้ เธอไม่ได้ตายไปกับอุบัติเหตุครั้งนั้นอย่างที่เขาสงสัยไว้จริงๆ ความรู้สึกในอกเอ่อล้นออกมาจนตื้อไหลออกมาเป็นน้ำตาอย่างไม่ขาดสาย

เมื่ออาการสะอื้นไห้ของเขาเริ่มดีขึ้น ชายหนุ่มผละจากร่างบางจ้องมองใบหน้าหวานด้วยแววตาประกายอาวรณ์คิดถึง

ราวกับมนตร์สะกด...หญิงสาวยกมือขึ้นปาดเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าคมอย่างอ่อนโยน ดวงตาคมเริ่มมีน้ำใสๆคลอในหน่วยและเริ่มล้นไหลออกมาอีกครั้งเมื่อได้รับสัมผัสจากผู้หญิงตรงหน้า 

ปัดป้ายได้เพียงครั้งเดียวคนปลอบก็รีบ เก็บรั้งมือบางเมื่อเสียงจากดอกไม้ไฟชุดใหญ่ชุดสุดท้ายของงานดังขึ้นเพื่อ ปิดการแสดงฉุดสติของเธอกลับคืนมา

เมื่อเธอหยุดแต่เขากลับไม่หยุด...ภาวิชโผเข้ากอดณัชชาอีกครั้ง

กอดครั้งนี้แน่นราวกับผูกมัด แขนของเขาโอบรัดเธอไว้แน่นดั่งกลัวเธอจะสูญหายหลุดลอยสลายไปอย่างนั้น

ณัชชามึนงงกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นรวดเร็วไปหมดทั้งการกระทำของเขาและความไร้สติของเธอ

คนสับสนในอ้อมกอดมึนยังได้ไม่นานก็ต้อง ตะลึงอีกครั้งเมื่อคนไม่รู้จักใช้ปากหยักพรมจูบไปทั่วเรือนผมสวยริม หน้าผากและผละออกมามองใบหน้าหวานทั้งที่แขนของเขายังโอบเธอแน่นอยู่  ใบหน้าของเขานั้นก็ยิ่งเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่กำลังพรั่งพรูออกมา 

ณ เวลานี้ ณัชชาพอจะคิดได้ว่าควรจะผลักเขาออกไปแต่สิ่งที่เธอทำอยู่คือการนิ่งงันทำ อะไรไม่ถูก รู้เพียงแค่ว่าสัมผัสของเขานั้นมันช่างรู้สึกคุ้นชินเสียเหลือเกิน จนกระทั่งสติกลับมาสมบรูณ์อีกครั้งเมื่อได้ยินเขาเรียก เธอด้วยชื่อนั้นซ้ำ     

             มล..มลจริงๆด้วย...นี่วิธไม่ได้ฝันไปใช่ไหมคนแปลกหน้าที่นั่งต่อหน้าหญิงสาวพูดพร้อมทั้งกุมมือบางสัมผัสกับแก้มทั้งสองข้างของเขา 

            มลยังไม่ตาย..”ชายหนุ่มกระชับมือที่กุมมากขึ้น เขาพูดราวกับว่าเธอเป็นคนรักของเขาที่ตายไปแล้วกลับคืนมาอย่างไรอย่างนั้น ก่อนจะโอบกอดเธอไว้แน่นอีกรอบ 

คุณ!ฉันไม่ใช่คนที่คุณเรียกเมื่อกี๊นะ คำพูดของหญิงสาวทำเอาชายหนุ่มผงะเล็กน้อย

เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะไม่ใช่นฤมล...ถึงจะไม่มีหลักฐาน ใดแน่ชัด นอกจากความรู้สึกและการสัมผัส แต่หากกลิ่นกายที่ไร้กลิ่นน้ำหอมของเธอเขายังคงจำมันได้ดีแม้หากกลิ่น เครื่องสำอางบนใบหน้าจะหอมรัญจวญกลบมันเพียงใดก็ตาม

คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ใช่มลอะไรของคุณทั้งนั้นแหละ ปล่อยฉันได้แล้ว!

ณัฐชาดิ้นขลุกขลักอยู่ในวงแขน เธอพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีอยู่ทั้งผลักทั้งดันคนที่กอดเธอไว้อย่างแน่นออกไป

คำยืนยันจากปากหญิงสาวไม่ได้สร้างให้เขาเชื่อและทำตามเลยสักนิด เพราะก่อนจะเชื่ออะไรชายหนุ่มก็ต้องพิสูจน์ก่อน

ภาวิธมองสาวเจ้าที่ร้องโวยวายตรง หน้า...ที่ยากจะอ่านความหมายออก แววตาของเธอยังคงดูไม่เปลี่ยนในสายตาของเขา มีก็แต่เพียงความสั่นไหวระริกที่ดูเหมือนเธอกำลังสับสน

มือหนาประคองใบหน้านวลเชิดขึ้นก่อนเขาจะค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปประกบริมฝีปากอิ่มที่กำลังจะพูดแย้งโวยวายต่อ 

นี่เธอกำลังจูบกับคนแปลกหน้าเหรอ!...หัวใจเต้นราวกลองที่ถูกตีดังอึกทึก ดังจนลำโพงแทบจะแตกได้

สัมผัสวาบหวามก่อตัวขึ้นในใจหญิงสาว ลมหายใจร้อนอุ่นเป่าลมอยู่เหนือริมฝีปากด้านบนพักๆยามเขาถอนริมฝีปากออกมา แล้วซ้ำเข้าไปใหม่ มือเรียวบางจากทุบตีก็กลายเป็นค่อยขยุ้มแขนเสื้อสูทที่เขาใส่เอาไว้แน่นขึ้น แน่นขึ้นเมื่อเขาเริ่มรุกมากขึ้น

แล้วทันใดนั้นความรู้สึกตื่นเต้น ต่อต้านเขาก็ได้หายไปเมื่อณัชชารู้สึกเมื่อจู่ๆก็มีภาพเหตุการณ์มากมายแทรก ขึ้นมาในสมองยากที่จะปะติดปะต่อแต่พอจะจับได้ว่าภาพเหล่านั้นมีทั้งเธอและเขา!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

38 ความคิดเห็น