คัดลอกลิงก์เเล้ว

SF : LAST NIGHT #Minwoon

โดย pijklm

เพราะเมื่อคืนผมฝันถึงคุณ เช้านี้ผมจึงพยายามอย่างยิ่งเพื่อจะหลับอีกครั้ง..

ยอดวิวรวม

1,606

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,606

ความคิดเห็น


13

คนติดตาม


109
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  6 ก.ค. 60 / 03:02 น.
นิยาย SF : LAST NIGHT #Minwoon

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้











b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 6 ก.ค. 60 / 03:02




เพราะเมื่อคืนผมฝันถึงคุณ

เช้านี้ผมจึงพยายามอย่างยิ่งเพื่อจะหลับอีกครั้ง

แต่ไม่มีใครให้สัญญากับผมได้ว่าในฝันนั้นจะต่อเนื่อง

ในฝันของผมจะมีคุณอีกครั้ง

ผมจึงตื่น

 

 

 

อิมยองมินนอนหนุนแขนขวาของตัวเองบนเตียงสีน้ำเงินเข้ม หวนรำลึกถึงถ้อยคำที่ระเหยลอยขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล แขนซ้ายแขวนค้างกลางอากาศ ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางคีบบุหรี่สีขาวราคาถูกไว้ในมือ ควันสีเทาลอยอ้อยอิ่งอยู่ท่ามกลางแสงไฟจากภายนอกห้องพัก

 

เมื่อสองสามชั่วโมงก่อนจะเผลอหลับไป เขากำลังเค้นสมองที่ว่างเปล่าสนิมเขรอะเพื่อเขียนท่อนแรพออกมา แต่ก็ไม่ได้อะไรมากไปกว่าข้อความโง่ๆและวกวน คำที่ไม่สัมผัสคล้องจอง รอยขีดฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า แผ่นกระดาษยับย่นดูน่าสมเพชไม่ต่างจากตัวของเขาในตอนนี้  หนวดเคราที่ดูจะขึ้นเร็วเสียจนน่ารำคาญ ผมยาวรุงรังไม่เป็นทรง ตัวเขาในตอนนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิงกับตอนที่คนคนนั้นยังอยู่ด้วยกัน

 

 

ผมเริ่มยาวแล้วนะคุณอิม

คุณตัดให้เราทีสิ

ทำไมต้องรอเราตัดให้ตลอด ไปร้านสิจะได้หล่อๆ

ถ้าคุณจองตัดให้เรา เด๋อแค่ไหนก็ชอบครับ

ขี้งกมากกว่า

ก็ว่าจะเก็บเงินแต่งงาน..

อ้อ...

 

อิมยองมินจำผิวเนื้อนวลที่ขึ้นสีแดงทันทีที่เขาพูดจบได้ดี แม้จองเซอุนจะทำเป็นไม่สนใจแล้วเบือนหน้าไปทำอย่างอื่น แม้เขาจะจำไม่ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่ แต่หัวใจของเขาจำความรู้สึกเป็นสุขนั้นได้ชัดเจนเหลือเกิน

 

 

แสงจากด้านนอกเริ่มสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ตึกฝั่งตรงข้ามเริ่มเผยตัวออกมาจากความมืดที่ซุกซ่อนพวกมันไว้ ชุดบทสนทนาเก่าๆตีรวนสุ่มขึ้นมาโดยไร้ต้นสายปลายเหตุ ภาพจำในโฟลเดอร์ที่เขาพยายามลบทิ้งถูกเรียกคืนจากรีไซเคิลบินเสมอในยามที่เขาหลับใหล

 

หลายเดือนแล้วที่อิมยองมินไม่สามารถนอนหลับติดต่อกันได้นานเกินสามชั่วโมง เขากลายเป็นพวกหลับๆตื่นๆ และพักผ่อนไม่เพียงพอ หลังจากถูกคนที่เขารักบอกเลิกไป ไม่สิ ต้องเรียกว่า ถูกคนรักกดดันให้ตัวเขาเป็นฝ่ายบอกเลิกถึงจะถูก

 

ทั้งที่คิดว่าคงจะไม่เป็นอะไร และใช้ชีวิตตามปกติได้เหมือนก่อนที่คนคนนั้นจะก้าวเข้ามา แต่สุดท้ายยองมินก็พบว่าเขาคิดผิดไปมากเหลือเกิน

 

หลังจากนั้นไม่นาน อาการของเขาก็เริ่มส่งผลกระทบกับหน้าที่การงานในตำแหน่งโปรดิวเซอร์ค่ายเพลงเล็กๆที่เขาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วน เหมือนสมองส่วนความคิดสร้างสรรค์ที่มีไว้เขียนเนื้อเพลงและแต่งทำนองของเขาค่อยๆหดเล็ก และตายไปพร้อมกับการจากลาของขุมแรงบันดาลใจและสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจสิ่งเดียวของเขา

 

 

 

“ยาองอา หลับสบายมั้ย”

 

อิมยองมินพึมพำกับปลาทองตัวอ้วนกลมในโถแก้วข้างหัวเตียง เขาเคยใช้เวลาเป็นวันๆนอนจ้องฟองอากาศที่ถูกพ่นออกจากปราสาทเซรามิกซึ่งใช้ซ่อนท่อออกซิเจน เขานอนมองยาองว่ายน้ำวนไปมาเข้าออกปราสาทนั้น เผื่อว่ามันจะทำให้เขานอนหลับได้ แต่ก็ไม่เลย.. มันกลับทำให้เขายิ่งรู้สึกวูบโหวงลงไปกว่าเดิม เพราะสมองเลวๆเอาแต่กู้คืนบทสนทนาของเขากับ ออมม่าของยาองให้ผุดออกมามากมายเหมือนฟองอากาศในน้ำ

 

 

คุณอิม เราอยากเลี้ยงแมวแหละ เอาไว้เป็นเพื่อนเราเวลาคุณอิมไปทำงาน

 จองเซอุนพลิกข้อมือหันจอโทรศัพท์มือถือมาให้เขาดู ในจอเป็นรูปลูกแมวพันธุ์เปอร์เซียสีเทาอ่อนกำลังเลี้ยนมจากจุกนมของเด็กทารก

 

แต่ที่หอนี้ห้ามเลี้ยงสัตว์ คุณจองก็รู้นี่ครับ อีกอย่างถ้ารับมาเราก็ไม่ว่างช่วยคุณเลี้ยงด้วยสิ


อ๋า.. นั่นสินะ ลืมไปเลย

 


สีหน้าผิดหวังของอีกฝ่ายเรียกอาการปวดหนึบแถวๆกลางหน้าอกของเขาได้อย่างฉับพลัน แม้จะเป็นแค่ความทรงจำก็ตาม

 

สุขสันต์วันเกิดครับ คุณจองของผม

 

เฮ้ย เอาจริงอ่ะ!!?’

 

จองเซอุนอุทานเสียงดังหลังมือหนาผละลงจากการปิดตาเขา เผยให้เห็นโถแก้วใบไม่ใหญ่ไม่เล็ก ด้านในบรรจุด้วยก้อนแก้วอะคริลิคสีฟ้าเข้มเป็นประกายกับแสงไฟโรยอยู่ที่ก้นโถ ตรงกลางมีปราสาทเซรามิกสีเทาอ่อนที่เหมือนจะพ่นฟองอากาศออกมา และเจ้าปลาทองตัวน้อยที่ดูก็รู้ว่ายังว่ายน้ำด้วยความลนลานเพราะไม่คุ้นกับบ้านหลังใหม่

 

เจ้านี่เขาชื่อยาองล่ะ ยาองยาอง ทักทายคุณแม่หน่อยสิครับ

 

ฮ่าๆๆๆๆๆๆ พี่เอาปลาทองชื่อเหมียวมาให้ผมแทนลูกแมวเนี่ยนะ บ้าไปแล้วเซอุนหัวเราะอย่างหนักจนลงไปนอนกุมท้องกับพื้น น่าหมั่นเขี้ยวเสียจนเขาต้องนั่งลงไปจี้เอว แล้วก็นอนหัวเราะไปด้วยกันจนเหนื่อยหอบบนพรมข้างเตียง

 


ยองมินยันกายขึ้นจากท่านอน เปลี่ยนเป็นนั่งหย่อนขาลงกับพื้นห้องเย็นเยียบ พรมข้างเตียงสีน้ำตาลที่เคยทำให้ห้องนี้ดูอบอุ่นผืนนั้นเป็นของเซอุน ถึงแม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าไม่ต้องการเอามันไปด้วย แต่ยองมินเองก็ยืนยันว่าไม่ต้องการจะเก็บมันไว้ที่ห้องของเขาเช่นกัน

 

ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบบุหรี่มวนใหม่ออกมาจากกล่อง เท้าเปล่าเปลือยสัมผัสโดนกลุ่มขวดโซจูและกระป๋องเบียร์เปล่านับสิบที่เขาใช้มันซ้ำเพื่อเป็นที่เขี่ยบุหรี่หลังจากเหล้าหมด คิดดูสิ ขนาดขยะยังเอากลับมาใช้ใหม่ได้ ขวดเหล้ายังดูมีค่ากว่าอิมยองมินคนนี้เสียอีก

 


“หึ”

 


ชายหนุ่มส่งเสียงเย้ยหยันออกจากลำคอ  ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะทำตัวขี้แพ้เหมือนพวกloserทั่วไปที่เห็นกันตามมิวสิกวีดีโอแบบนี้ เชื่อเถอะว่าเขาเคยเขียนเนื้อแรพ แถมยังเขียนสตอรี่บอร์ดเอ็มวีทำนองนี้มาหลายสิบรอบแล้ว แต่พอถึงคราวที่เกิดขึ้นกับเขาเอง ยองมินพบว่ามันก็เป็นแค่ความรู้สึกที่ไม่อยากจะทำอะไรสักอย่าง ไม่อยากเก็บกวาดห้อง ไม่อยากดูแลตัวเองเหมือนก่อน ไม่อยากลุกออกไปไหน ไม่อยากเจอสายตาใคร่รู้ของใครต่อใคร เป็นแค่ความว่างเปล่าที่เขาบรรยายอะไรออกมาไม่ได้ก็เท่านั้น

 

 

อิมยองมินเหลือบมองบรรดารถราที่เริ่มขับกันขวักไขว่บนถนนด้านล่าง ท้องฟ้าด้านนอกสว่างเต็มที่แล้ว ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบกระดาษที่เขาพยามเขียนเนื้อแรพออกมาจากกองข้าวของระเกะระกะ คว้าปากกามาถือไว้และเขียนข้อความลงไป

 

 

เพราะเมื่อคืนผมฝันถึงคุณ
เครื่องจักรกำลังพาไปส่งที่โลกแห่งความจริง
แต่ผมไม่อยากให้ตะกอนตกค้างจากฝันหายไป

 

 

/ตึ๊ง/

 

เสียงเตือนข้อความเข้าดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือที่ถูกชาร์จไว้หน้าห้องน้ำ ยองมินมั่นใจว่าแบตเตอรี่ของมันจะต้องเต็มเปี่ยมอย่างแน่นอน เพราะเขาจงใจชาร์จมันทิ้งไว้ตรงนั้นมาสองวันเต็มโดยไม่ถูกหยิบมาใช้งาน ..ที่ที่มันจะอยู่ไกลจากมือเขา

 

ฝ่ามือหนาเลื่อนไปสัมผัสไอค่อนรูปโน้ตเพลงก่อนจะเลือกเพลย์ลิสที่เขาชอบฟังเป็นประจำ แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

 

 

 

ผมเลือกฟังแค่เพลงที่ทำให้นึกถึงคุณ 
เลือกมันมาไว้รวมกัน


1 เพลง
2 เพลง

5 เพลง


เพลงมากมายนับไม่ถ้วนล้วนมีคุณบรรจุอยู่ในนั้น
ดูเหมือนผมจะหลับอีกครั้ง

 

 

 

ตลอดชีวิตที่ผ่านมาอิมยองมินเคยยึดถือความคิดที่ว่า อย่าเอาความรู้สึกของตัวเองไปผูกไว้ที่เท้าใครจะได้ไม่เจ็บปวด

เขาเพียรก่อกำแพงแห่งความไม่ไว้ใจฉาบความเข้มแข็งจอมปลอม กำแพงถูกสร้างขึ้นมาอย่างมั่นคง และเขารู้สึกปลอดภัย อย่างน้อยก็เคยคิดแบบนั้น จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อจองเซอุนผ่านเข้ามาในชีวิต

ไม่เลย อีกฝ่ายไม่ได้พยายามทลายกำแพงนั้น เขาเพียงแค่ตะโกนข้ามมาเท่านั้น เป็นยองมินเองที่โง่ก้าวออกไปตามเสียงเรียก..

 

 

พี่ยองมิน ผมคิดว่าผมชอบพี่ล่ะจองเซอุนในชุดนักศึกษาเอ่ยกับยองมินในวันปัจฉิมนิเทศของเขาเมื่อฤดูใบไม้ร่วงหลายปีก่อน สมัยที่เซอุนยังเป็นเด็กฝึกอันดับหนึ่งในค่ายเพลงเล็กๆที่เขาเพิ่งจะปลุกปั้นขึ้นมากับมือ ทั้งพรสวรรค์ด้านดนตรีและเสียงร้องที่จัดว่าสมบูรณ์แบบ และนิสัยละเอียดอ่อน ช่างดูแลเอาใจใส่ของอีกฝ่ายทำให้อิมยองมินตกหลุมรักคนตัวเล็กตรงหน้าอยู่แล้วไม่น้อย

 

แต่นายต้องมุ่งมั่นกับการฝึกร้องเพลงไม่ใช่เหรอไง?ไม่ใช่ว่าอิมยองมินอยากจะปฎิเสธจองเซอุน แต่เขาหมายความอย่างที่พูดจริงๆ เพราะยองมินหมายมั่นปั้นมือไว้ว่ายังไงศิลปินเบอร์หนึ่งของค่ายเขาก็จะต้องเป็นจองเซอุนคนนี้ คงไม่เป็นผลดีแน่ๆถ้าเขาคบกัน ไหนจะสายตาของคนรอบข้าง อย่างที่รู้ว่าเกาหลีไม่ได้เปิดรับอะไรกับเรื่องแบบนี้อย่างที่โลกภายนอกเป็น

 

ผมยอมเลิกร้องเพลง ถ้าได้อยู่กับพี่..’ 

นายไม่ควรพูดแบบนั้นนะจองเซอุน

ผมพูดจริงนะ ถ้าพี่ก็รู้สึกเหมือนกันกับผม อีกอย่าง ผมก็ไม่ได้หายไปไหนด้วย ผันตัวไปเป็นเบื้องหลังของคนเบื้องหลังอีกทีไงครับ :-) ’

 

‘…..’

 

เงียบ? อ่า...งั้น ถือว่าผมไม่ได้พูดอะไรก็แล้วกัน ขอโทษที่ผมไม่เคารพความฝันของตัวเองครับ

 

ขณะที่เซอุนกำลังหันหลังเดินจากไป ยองมินจำได้ว่าตนเองคว้าไหล่ของอีกฝ่ายไว้แล้วจับหมุนเข้าหาตัว ใบหน้าน่ารักตกใจเล็กน้อย ชั่ววินาทีนั้นหัวสมองของเขาก็ขาวโพลนเหมือนโลกกำลังหยุดหมุน สรรพสิ่งภายนอกหยุดการเคลื่อนไหว

 

เขาจำได้เพียงสำผัสนิ่มยุ่นที่ริมฝีปากของเขา และเสียงฮึดฮัดประท้วงเรียกอากาศหายใจของจองเซอุน

 

 

เฮือก!!

ยองมินสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะพบว่าตัวเองผล็อยหลับไปทั้งที่นั่งแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำนึกขอบคุณตัวเองที่เปิดน้ำเอาไว้ที่ระดับต่ำกว่าหน้าอก นึกไม่ออกเลยว่าถ้าเขาไถลตัวลงไปนอนในอ่าง สภาพเขาจะเป็นอย่างไร ..ชายหนุ่มสะบัดศีรษะไล่ความคิดเหล่านั้นก่อนจะก้าวออกจากห้องน้ำไป

 

 

 

เพราะเมื่อคืนผมฝันถึงคุณ

เลยทำให้ผมบังเอิญเจอคุณงั้นหรือ?

เปล่าเลย ผมแค่รู้ว่าเวลานี้ผมควรอยู่ที่ไหนเพื่อให้ได้พบคุณ

 

 


 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาขับรถออกจากที่พัก  รถชะลอตัวติดไฟแดงซึ่งมีอยู่ทุกๆสี่แยกบนถนนเส้นหนึ่งใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและอาคารพาณิชย์ ซึ่งหมายรวมไปถึงที่ตั้งของค่ายเพลงและบริษัทบันเทิงต่างๆ ยองมินนั่งเหม่อมองผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาบนทางเท้าระหว่างที่รถจอดติดสัญญาณไฟ

 

จังหวะที่สัญญาณไฟสีแดงขึ้นตัวเลข 0:10 และกำลังเปลี่ยนเป็นสีส้ม ยองมินกลับเหลือบไปเห็นชายหนุ่มร่างสมส่วนที่ตัวเล็กกว่าเขาเล็กน้อย วิ่งข้ามถนนไปรวมกับกลุ่มฝูงชน และกำลังจะเดินผ่านทางม้าลายไปถึงบริเวณฟุตปาธ

 

จิตใต้สำนึกของอิมยองมินสั่งให้เขาตะโกนเรียกชื่อของอีกฝ่ายสุดเสียง เมื่อไม่ได้ผล มือหนาจึงกระหน่ำกดแตรรถจนเสียงดังแสบแก้วหูไปทั่วบริเวณ เรียกความสนใจให้สายตาของคนนับร้อยหันมาที่รถของเขา รวมไปถึงสายตาของจองเซอุน

 

 

ผมเพิ่งรู้สิ่งที่ควรจะรู้ก่อนหน้านี้
ฉลาดเสียเหลือเกิน 
เพียงแต่ช้าเกินไป
เพราะเมื่อคืนผมฝันถึงคุณ เราจึงเจอกัน
อาจเป็นข้ออ้างที่ฟังดูงี่เง่าที่สุดของมนุษยชาติ
แต่เมื่อถูกเอ่ยออกมา
มันจึงกลายเป็นประโยคบอกเล่าที่โง่เง่าที่สุดของมนุษยชาติแทน

 

 

“นาย เอ่อ คุณจองเซอุน เป็นยังไงบ้าง?”

“เอ่อ ครับ ก็เรื่อยๆ”

“อา.. กำลังจะไปฝึกเหรอ? ”

 

ยองมินกวาดสายตามองอีกฝ่ายอย่างละเอียดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จองเซอุนคนนี้ที่เขาพบดูผ่ายผอมลงไปมากกว่าตอนที่อยู่กับเขา ไหล่เล็กลู่ลงด้วยรับน้ำหนักของกระเป๋ากีตาร์ที่ไม่ต้องเปิดออกดูก็รู้ว่าเป็น  Fender รุ่น Sonoran SCE ของเจ้าตัว

 

“ครับ อันที่จริงผมกำลังไปซ้อมกับวง” คนตรงหน้าไม่ได้สบตาเขาสักครั้งยามตอบคำถาม เซอุนเลือกใช้คำว่าซ้อมกับวงเพื่อย้ำให้ยองมินรู้ว่าตนเองไม่ใช่เด็กฝึกอีกต่อไปแล้ว

 

“นั่นสินะ พี่ลืมไปว่าเรา เอ่อ ผมหมายถึงคุณ ไม่ใช่เด็กฝึกอีกแล้ว..”

จองเซอุนไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ อันที่จริงความเงียบที่กำลังเกาะกินบทสนทนาของทั้งคู่เหมือนกับตอนนั้นที่พวกเขากำลังจะเลิกกัน

เซ-

“ผมไปก่อนนะครับ”

 

“เดี๋ยวก่อนจองเซอุน!!  ฝ่ามือหนาของอิมยองมินเอื้อมไปคว้าไหล่เล็กให้หมุนกลับมาเหมือนเกิดเดจาวู เพียงแต่ความรู้สึกในใจนั้นแตกต่างกันมากนัก

 

“นายไม่คิดว่ามันบังเอิญเหรอที่เรากลับมาเจอกันแบบนี้น่ะ?

 

“ถึงโซลจะคนเยอะ...” เซอุนเอ่ยก่อนจับจ้องที่ใบหน้าของอิมยองมินเป็นครั้งแรก พร้อมกับพูดประโยคที่ราวกับอ่านความรู้สึกของเขาได้  “..แต่มันก็ไม่ได้กว้างขนาดนั้นนี่ครับ”

 

 

“เซอุนอา เมื่อคืนพี่ฝันถึงนาย...”  อิมยองมินผ่อนลมหายใจฝืดขัดของเขาออกมากับปลายประโยค

“ผมกำลังจะสายแล้ว ปล่อยผมไปเถอะครับ รุ่นพี่อิมยองมิน”

“...”

“เราต่างก็มีเป้าหมายของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่เป้าหมายของเราไม่ใช่กันและกัน ..คุณเองก็รู้ดี”

 

เหมือนสวิชต์ไฟในสมองของเขาถูกกด ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ยองมินรู้สึกได้ถึงเหตุผลแท้จริงที่คนตรงหน้าเลือกจะทิ้งเขาไป เซอุนไม่เคยพูดถึงเรื่องที่อีกฝ่ายทิ้งความฝันเรื่องการเป็นนักร้องของตนเพราะเขา แม้วันสุดท้ายที่อยู่ด้วยกัน จนกระทั่งวันนี้..

 

 

เพราะเมื่อคืนผมฝันถึงคุณ

เรื่องนี้จึงเป็นความผิดของคุณ

เพราะความเป็นจริงก็คือ เรา เลิก กัน แล้ว

ทั้งผมและคุณ

 

 

 

 

“คุณรู้อะไรไหม.. ถ้าวันนั้นผมเลือกที่จะร้องเพลง ไม่ใช่เลือกคุณ ชีวิตผมคงไม่เป็นแบบนี้!!

“...”

“ช่วงเวลาที่ผ่านมา ดูเหมือนคุณจะยังไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเราสองคน”

“...”

“ลาก่อนครับ”

 

ยองมินไม่แน่ใจนักว่าเซอุนโค้งศีรษะให้เขาก่อนจะวิ่งออกไปหรือเปล่า  และเขาก็ไม่แน่ใจว่าทำไมแขนขาของเขาถึงไม่อาจขยับไปไหนได้ ตาของเขาพร่าไปด้วยม่านน้ำตา เขาปล่อยให้อีกฝ่ายหลุดลอยจากไปเหมือนนิทานที่เคยอ่านตอนเด็ก เหมือนหมาป่าที่เห็นเนื้อในน้ำชิ้นใหญ่กว่าของตัวเอง แล้วก็ทิ้งเนื้อที่คาบไว้ลงแม่น้ำ สุดท้ายเจ้าหมาป่าก็สูญเสียทุกอย่าง

 

ที่ผ่านมาผมดูดกลืนความฝัน และปอกลอกเอาแรงบันดาลใจและความหวังจากเขาไปเสียมากมายโดยที่ผมไม่เคยรู้ตัว ถ้าหากวันนั้น ผมเลือกปฏิเสธเขาไป เราสองคนก็อาจจะไม่เป็นแบบนี้

 

 

 

เหตุผลเดียวที่เราจะพบกันหลังจากนี้
คือมีใครอีกคนระหว่างเราตายจากไป
แต่นั่นก็ไม่ได้รับประกันว่าผมจะพบคุณ

คุณจากไปแล้ว
ผมไม่อยากแค่ฝันถึงคุณ
คุณก็รู้ ผมพยายามแล้ว..
ในคืนนี้
ผมกำลังเข้านอน..

 

 

 

 

และนี่ก็คือบทสรุปของผม ตอนจบของเรื่องไม่ได้สอนอะไร มันทิ้งไว้แค่ความรู้สึกว่างเปล่า ลึกลับมืดดำเหมือนรูหนอน ดูดกลืนทุกความทรงจำดีๆระหว่างเราไปทีละนิด และมันไม่เคยอิ่ม ทุกอณูของคุณในความทรงจำผมเป็นเหมือนมะเร็งร้ายที่หลบซ่อนอย่างเงียบเชียบ เฝ้ารอเวลาจู่โจมเมื่อจิตใจของผมอ่อนแอ

 

แล้วผมก็พบว่า การพยายามกำจัดคุณออกไปนั้นทำให้ร่างกายของผมอ่อนล้า ไม่ว่าจะผ่านไปได้หรือไม่ ความทรมานก็มีเท่ากัน ระหว่างเราควรมีสนธิสัญญา ผมขอให้คุณแปรสภาพเป็นเพียงไวรัส เป็นเพียงไข้หวัดที่ทำให้ป่วยไข้แค่เพียงชั่วครู่ยาม และผมจะปล่อยให้คุณอาศัยอยู่ต่อไป

 

 

 

………………

 

 

วันนี้ ผมฝันถึงคุณอีกครั้ง 
ผมเพียรค้นหาความหมาย
ทำไมและอย่างไร


แต่พบเพียงความว่างเปล่า
การคาดเดาที่ไร้แก่นสาร
จากสมการความซ้ำนับล้าน
..และชุดตัวเลขเด็ด


ผมไม่อาจพบเหตุที่แท้ 
เป็นความจริงจากจิตไร้สำนึกเกินควบคุม
หรือความลวงจากสมองส่วนลึกที่แสนเที่ยงตรง


วันนี้ ผมฝันถึงคุณอีกครั้ง 
และยังคงเพียรหาจุดหมาย
ที่ไหนและอย่างไร

ที่ที่ความทรงจำเรื่องคุณ
ไม่อาจจะตามไปถึง
ไม่มีฝันร้าย
ไม่มีฝันดี
ไม่มีคุณอีกต่อไป


ที่ที่คุณจะเป็น
เพียงเส้นแสงที่สูญหาย
หลีกลี้จากถนนเปลี่ยวร้าง
และมืดมิดเช่นผม..

 

 

 

จองเซอุนนอนหนุนแขนขวาของตัวเองบนเตียงสีขาวสะอาด เขาหวนรำลึกถึงถ้อยคำที่อยู่ในเนื้อเพลงที่เขาเพิ่งฟังจบไป - เพลงของอิมยองมิน แขนข้างซ้ายถอดอุปกรณ์การฟังออกจากศีรษะโยนไว้ข้างตัว ก่อนจะใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางเช็ดคราบน้ำตาที่กระหน่ำไหลลงมาราวกับสายฝน

 

“พี่ก็ยังเป็นพี่จริงๆสินะ”

“อิมยองมินที่เอาแต่โทษตัวเอง”

“อิมยองมินที่ผมรักเหลือเกิน..”

 

 

 

The End

 

 

 

Talk : ฮืออออออออออออออ เขียนเองก็ร้องไห้เองไปอีก บ้าไปแล้วค่ะ TTT-TTT อันที่จริงเราพยายามอย่างมากที่จะเลิกเขียนอะไรแนวนี้ แต่มันทำไม่ได้จริงๆ เหมือนสนุกกับความดิ่งไปอี๊ก 5555555 หล่อนเป็นไบโพล่าหรอออ

Noteสำหรับท่านที่อาจจะงงนะคะ ตัวหนังสือสีดำคือปัจจุบัน สีเทาที่บทสนทนาในอดีต ส่วนสีน้ำเงินที่เอียงๆคือท่อนแรพ /เนื้อเพลงที่พี่ยองมินพยายามเขียนออกมาค่ะ ซึ่งที่จริงคือเราเขียนงมๆออกมามั่วๆ เหมือนกลอนเปล่าอะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ อ่านแล้วอาจจะมีรู้สึกแปล่งๆบ้าง ขออภัยด้วยนะคะ สุดท้าย ขอบคุณที่อ่านมาถึงจุดนี้เหมือนเดิมค่ะ ต่อให้ไม่มีเม้นเราก็จะเขียนต่อไป แค่มีวิวก็พอใจแร้ววววว

 

ด้วยรัก :D

ผลงานอื่นๆ ของ pijklm

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

13 ความคิดเห็น

  1. #13 Muan
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 18:47

    เราไม่งงนะคะ 555 วันนี้เปื่อยๆ แล้วเห็นว่ามีคนแนะนำฟิคพี่พิมมา เลยวนกลับมาอ่านอีกครั้งค่ะ คิดถึงปลาทองเลยเลือกอ่านตอนนี้ ปวดใจจัง เราชอบตอนที่เขารักกัน แต่พอเลิกกันไป ทิ้งความเจ็บปวดไว้ก็มีความสวยงามของความล่มสลายค่ะ ไม่รู้ว่าเรากำลัง romanticize มันไปหน่อยรึเปล่า แต่ชอบท่อนที่บอกว่าอยากให้คุณแปรสภาพเป็นไวรัส เป็นไขหวัดที่เป็นอยู่ชั่วคราว และจะปล่อยให้คุณอยู่ต่อไปมาก

    เผลอน้ำตาซึมเลยค่ะ มันดูจริงขึ้นมามากๆ สำหรับความรักที่ล่มสลายของพวกเขา

    ขอบคุณที่เขียนนะคะ

    ปล. หวังว่าพี่พิมจะสบายดีนะคะ /เราส่งจม.ไปให้ ไม่รู้ว่าส่งถึงมั้ย แต่สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่า

    #13
    0
  2. #12 amway1996
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 10:27
    ลบไปแล้วหรอคะTT
    #12
    1
    • #12-1 ahaha55
      21 สิงหาคม 2560 / 23:44
      ยังค่า
      #12-1
  3. วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 21:05
    ยกให้เป็นฟิคเรื่องแรกในชีวิตเราที่ให้คำนิยามว่า "love and hate" เลยค่ะ

    ชอบสำนวนชอบภาษาชอบการเปรียบเปรยชอบไปหมด แต่ไม่ชอบความอึดอัดความหน่วงความเจ็บปวดนี่เลยให้ตายเถอะ

    รักเรื่องราวในฟิคนี้มาก และก็เกลียดเรื่องราวในฟิคนี้มากเช่นกัน
    อ่านแล้วมัน flash back ความทรงจำออกมาเต็มไปหมด

    คนที่ไม่ยอม move on กับคนที่ move on ได้แล้ว มันต่างกันจริงๆ
    ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่เค้าอยู่รอบๆ ตัว หลับตาก็เห็นตื่นมาก็เห็น ออกไปไหนก็คอยมองหา
    ได้แต่หวังเล็กๆ ว่าบนโลกกว้างใบนี้อาจจะบังเอิญหมุนให้เรามาเจอกัน หวังเล็กๆ ว่าความบังเอิญนั่นอาจจะทำให้เราเป็นเหมือนเดิม

    แต่ในความคาดหวังมันก็มีความผิดหวัง...

    สิ่งที่เราคิด อีกฝ่ายอาจจะไม่คิดแบบเดียวกันกับเราก็ได้

    บางทีความฝันและจุดมุ่งหมายก็บีบบังคับให้เราต้องแยกทางกันเดิน... เจ็บปวดนะคะ...

    ขอบคุณสำหรับเรื่องราวค่ะ ขอบคุณมากๆ เลย
    #11
    1
    • #11-1 ahaha55
      25 กรกฎาคม 2560 / 00:25
      แวะมาขอบคุณตรงนี้อีกรอบ ดีใจจนไม่รู้จะพดอะไรเลยค่ะ ฮือออ TTTT
      ขอบคุณมากๆที่ชอบมันนะคะ แคปเม้นไว้อ่านซ้ำเลยค่ะ
      แนมาอึมโซเก ชอจัง กันเลยทีเดียว 5555
      #11-1
  4. #10 banoffeepie027 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 00:56
    แงงงงงงงงงงง คุณคะะะะะ นี่เปนฟิคมินอุนที่เราชอบที่สุดตั้งแต่อ่านมาเลยย น้ำตาจะไหลลลลล รู้สึกเหมือนค้นพบขุมสมบัติ ถูกจริตกับอะไรแบบนี้มากๆๆๆๆๆค่ะ ภาษาสวยแบบกำลังพอดี ท่อนแรพที่พิยองมินเขียนแต่ละอันมันก็พอดีกับเนื้อเรื่องทุกสิ่งอย่างมากเลย ชอบตอนย้อนอดีต แค่เรียกกันว่าคุณอิมกับคุณจองก็น่ารักมากแงยาองก็น่ารักกกกก ฮือ รู้สึกว่าก็ยังรักกันอยู่ทั้งคู่แต่เซอุนอยู่กับพิยองมินแล้วไม่สามารถทำตามความฝันได้หรอออ เส้าไปเพราะพิยองมินก็เอาแต่โทษว่าเป็นเพราะตัวเอง และก็คงจะเป็นแบบนี้ตลอดไปปปปป กรี๊ด แง พูดแล้วก็จะร้องไห้อีกเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะะชอบแรพพิยองมินมากพะฮืออออออ
    #10
    1
    • #10-1 ahaha55(จากตอนที่ 1)
      24 กรกฎาคม 2560 / 03:47
      TT____TT รู้สึกเป็นเกียรติมากเลยค่ะ จริงๆฟิคมินอุนมีที่เขียนดีๆเยอะมากเลยค่า 5555
      แต่ก็ดีใจมากๆๆๆที่คุณชอบมันนะคะ <3
      #10-1
  5. #9 Aniie
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 19:33
    ง่ารา ฟิคดราม่าในรอบเดือน แต่ชอบค่ะ ภาษาดีมากชอบบบบบ
    #9
    0
  6. #8 winter-wind12 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 03:09
    นึกถึงที่เซอุนพูดในรายการว่าจะไม่แนะนำน้องสาวให้กับคนที่ทำตามความฝัน มันก็ไม่เกี่ยวกันหรอก มั้งนะ แต่นึกถึงอ่ะ คนสองคนต่างมีความฝัน ไล่ตามความฝันนั้น ทำให้ต้องปล่อยมือกันและกัน ฮือออออออออ //คว้าทิชชู่
    #8
    1
    • #8-1 ahaha55
      13 กรกฎาคม 2560 / 10:29
      ใช่ค่า จริงๆคือเราเขียนจากประโยคนั้นเลย555555 คุณตีความถูกเป๊ะ /แจกทิชชู่1ซองง ?_?)/
      #8-1
  7. #7 pynex_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 14:43
    แงงงงงงงงงงวอยากให้เขาทั้งคู่สมหวังเหลือเกินนน ฮือนี่มันจะเศร้าเกินไปแล้วนะคะTT-TT
    #7
    0
  8. #6 krisnoon1990 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 08:56
    เฮ้ยยยย มันหน่วงมากกกกกกกกก ที่สุดในฟิคมินอุนที่เคยอ่านมาอ่ะ แต่ชอบมากกก อินมากกกก ร้องไห้ตามเลย อยากรู้สาเหตุมากอ่ะ ทำไมเค้าถึงเลิกกัน ทำไมเซอุนถึงทำแบบนี้ทั้งๆที่ยังรักพี่ยองมินอยู่ เป็นเพราะอยากมีอนาคตที่ดีอย่างนั้นหรอ? หรืออะไรยังไงงง รอติดตามนะคะไรท์
    #6
    0
  9. วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 02:37
    ไม่งงนะคะ แต่เศร้า มันอึดอัดไปหมดเลย
    #5
    0
  10. #4 tasinafafa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 15:37
    หน่วงเกินไปแล้ว ;___;
    #4
    0
  11. วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 15:21
    ดีมากเลยค่ะ ดีมากๆๆๆๆๆๆๆ ดิ่งมากใช้ภาษาดีมากอ่านละเข้าใจความคิดตัวละครเลยค่ะ เก่งมากๆ เราใช้คำว่ามากเยอะไปมั้ย แต่เราอ่านจบก็ได้แต่รู้สึกว่ามันดีมากๆๆๆๆตัวละครมีมิติ มีมุมมองที่แตกต่างให้เห็น มีความคิดเป็นคนจริงๆ เป็นเรื่องจริง เป็นงานเขียนที่ดีและมีคุณค่ากับใจเรามากเลยค่ะ อยากให้ผลิตออกมาอีกเราเป็นแฟนคลับตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะขอบคุณนะคะ สู้ๆค่ะ
    #3
    0
  12. วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 11:31
    คุณไรเตอร์คะ คุณทำเราร้องไห้ T____________________________T
    เรากะจะไม่ล็อกอินแล้วเลือกไปทวีตแล้วติดแท็กให้ แต่คิดว่ามาเม้นท์ในบทความให้คุณไรเตอร์เก็บไว้อ่านดีกว่า
    เราอยากเป็นหนึ่งข้อความที่ให้กำลังใจและชื่นชมว่าคุณไรเตอร์ทำได้ดีมากจริงๆค่ะ

    เราชอบการบรรยายมากๆ ในส่วนที่เหงาก็เหงาเหลือเกิน ในส่วนที่เศร้าเราก็อินจนน้ำตาซึม
    มันไม่ใช่ฟิคที่ถูกทำให้คนอ่านเศร้า แต่มันเป็นนิยายที่สามารถเกิดกับมนุษย์ปกติ
    เราไม่รู้สึกว่าถ้อยคำสละสลวยที่คุณไรเตอร์แต่งมันเกินจริงเลย(ทั้งๆที่มันสวยมาก) องค์ประกอบทุกอย่างมันทำให้เราเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกหม่น ๆ ของคุณอิมเลยค่ะ

    ปกติเราชอบเสพฟิคดราม่า พออ่านช่วงแรกๆเราสัมผัสได้เลยว่าคุณไรเตอร์กำลังสนุกกับการดิ่งแน่ ๆ 555
    ยิ่งอ่าน เราก็ยิ่งลุ้นว่าคุณไรตอร์จะขยี้ตรงไหนอีก ปรากฎว่าโดนไปเสียหมด นั่งน้ำตาซึมเลยทีเดียว ฮือ
    ถึงจะอ่านแล้วเศร้า แต่มันก็สนุกจริงๆค่ะ

    ขอบคุณที่สละเวลามาต่อลมหายใจให้มินอุนชิปเปอร์นะคะ 55 เราจะรออ่านเรื่องต่อไป
    ขอบคุณมากๆค่ะ
    #2
    1
    • #2-1 ahaha55
      20 กรกฎาคม 2560 / 12:22
      คอมเม้นนี้ของคุณก็ยังคงเป็นเม้นที่เราแคปไว้อ่านบ่อยที่สุดเวลาขี้เกียจเขียน
      ขอบคุณมากๆๆๆๆเช่นกันนะคะ TT
      #2-1
  13. #1 pppcheeze (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 08:45
    อ่านแล้วเศร้าเลยค่ะ;_;
    #1
    0