KHR : Tale of Love – Reminiscence of the Olden Times [1896]

ตอนที่ 8 : Songkran Special Part II : การต่อสู้ในวันที่สอง ผลตัดสินใกล้เข้ามาทุกที...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 เม.ย. 55

 14 เมษายน 2555 เวลา 09.05 น. ณ ชายหาดนามิโมริ
 
หลังจากที่เมื่อวานมีพิธีเปิด(แบบไม่เป็นทางการซักนิด) และแข่งกันสองแมทช์ อรุณและอัสนี ก็เป็นอันจบวันแค่นั้น ทุกคนต่างรับประทานมื้อเที่ยงกันอย่างสุขี บาเรียก็คลายออกทำให้คนพลุกพล่านอีกครั้ง ช่วงบ่ายก็พักผ่อนเที่ยวเล่นกันอย่างคนมาทะเล สานสัมพันธ์ระหว่างทีมนามิโมริกับทีมวาเรีย...ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะ? แต่ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ไม่มีใครต้องขึ้นรถฉุกเฉิน(ตามที่คาดเอาไว้แต่แรก)
 
หาดนามิโมริอยู่ใกล้ๆ ทุกคนจึงกลับไปพักผ่อนที่บ้าน โดยตามกำหนดการต้องกลับมารวมกันที่เดิมเวลาเดิมในวันถัดมา ซึ่งก็คือวันนี้ และขณะนี้ก็กำลังจะเริ่มศึกชิงแหวนสงกรานต์แมทช์ต่อไป ทุกคนต่างแต่งตัวในชุดชายหาด เพราะวันนี้...อากาศมันร้อน...
 
สึนะยืนมองขณะที่โกคุเดระกับเบลเฟกอลก้าวเข้าประจันหน้ากัน สายตาของเขาเลื่อนไปทางชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ข้างๆ บอสของวาเรีย
 
‘คนคนนั้น นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นตัวแทนแหวนเมฆาของฝั่งวาเรีย’ สึนะคิดในใจขณะมอง OC ของผมจากฟิค [สัปปะรดน้อยกับปีศาจ] ซึ่งจบไปแล้ว [อาร์เช่ ลูนาเอดจ์]
 
-ย้อนอดีตกันเล็กน้อย-
 
“นาย...! มาที่นี่ได้ยังไง!?” สึนะตกใจที่เห็นคนคุ้นเคย(คุ้นเคยในฐานะเป็นคนที่เคยจ้องจะฆ่าตัวเอง)
 
“ฉันเรียกมาเองแหละ” รีบอร์นตอบ “นี่เป็นเรื่องภายในแฟมิลี่ แน่นอนว่าต้องมีเจ้าหน้าที่ของเซเดฟเข้ามาสังเกตการณ์”
 
“เซเดฟ?”
 
“ที่จริงอิเอมิทสึกับบาจิลต้องมา แต่เจ้าพวกนั้นไปเล่นสงกรานต์ที่ประเทศไทย ก็เลยส่งอาร์เช่มาแทน” รีบอร์นอธิบาย แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบในหน้าที่ของผู้นำองค์กร(อุตส่าห์สั่งลูกน้องให้มาดู)
 
“แล้วโอกาสมันก็พอเหมาะ โกล่า มอสก้าเดี้ยงไปตั้งแต่ชาติที่แล้ว ตำแหน่งเมฆาของวาเรียว่าง ฉันก็เลยโยนหน้าที่นี้ให้เจ้าลูกชายซะเลย เพื่อความบันเทิง(ส่วนตัวคนเขียน)” ผมอธิบายเสริมส่วนสำคัญ
 
“หา!?”
 
-กลับสู่ปัจจุบัน-
 
“แมทช์ของแหวนวายุนี้จะต่างจากแมทช์อื่นนิดหน่อย ตัวแทนทั้งสองฝ่ายจะมีมิเตอร์ห้อยติดตัวคนละอัน เข็มมิเตอร์จะขยับตามปริมาณน้ำที่ถูกตัวผู้ถือ เข็มมิเตอร์ของใครเลื่อนไปจนสุดฝั่งก่อนจะถูกตัดสิทธิ์และเป็นฝ่ายแพ้ สำหรับอุปกรณ์ เพราะคอนเซปท์ของวายุคือ ‘จู่โจมดั่งพายุที่โหมกระหน่ำ’ หรืออะไรประมาณนี้ เราจึงอนุญาตให้ใช้อาวุธตามถนัด เพียงแต่จางนีนิจะปรับปรุงให้เป็นเวอร์ชั่นสงกรานต์”
 
โกคุเดระหยิบเฟลมแอโรว์(กะโหลกติดแขน)ซึ่งเป็นอาวุธกล่องชิ้นแรกของเขาขึ้นมาติดไว้กับแขนซ้าย ส่วนเบลเฟกอลถือมีดหลายเล่มเอาไว้ในสองมือพลางยิ้มน่าขนลุก แน่นอนว่าอาวุธทั้งสองต้องเป็นเวอร์ชั่นสงกรานต์
 
“ไม่มีการออกนอกเขตสนาม ศึกชิงแหวนสงกรานต์แห่งวายุ เริ่มได้!”
 
“เริ่มก่อนได้เปรียบ! รับไปซะไอ้เจ้าชายโรคจิต!” โกคุเดระเปิดฉากด้วยการยิงกระสุนออกมาจากปากหัวกะโหลกเหมือนปกติ เพียงแต่เป็นสายน้ำแทนที่จะเป็นไฟดับเครื่องชน
 
เบลเฟกอลตอบโต้ด้วยการปามีดเลียดสายน้ำสวนกลับไป ตัวเองโดนกระสุนน้ำเข้าไปเต็มๆ ขณะที่มีดสงกรานต์(?)เฉือนโดนแขนขวาของอีกฝ่าย
 
มิเตอร์ของทั้งคู่ขยับพร้อมๆ กัน ของเบลเฟกอลเลื่อนไปถึงหนึ่งในสามขณะที่ของโกคุเดระเลื่อนไปเพียงหนึ่งในแปด
 
“โอ๊ย! นี่มัน—!” โกคุเดระกุมแขนที่โดนบาด ฝ่ามือเขาเปื้อนเลือดจากบาดแผล
 
“ชิชิชิ~ เลือดก็เป็นของเหลว ถ้างั้นเจ้าชายจะให้แกนอนอาบเลือดต่างน้ำหมดสภาพแล้วรับแหวนไปซะเลย~” เบลเฟกอลหัวเราะน่าขนลุกสมฉายา ‘เจ้าชายนักเชือด’
 
“...เฮ้ย เบลเฟกอล” ผมเรียกเสียงเขียวจากที่นั่งผู้ตัดสิน
 
“จริงอยู่ที่มิเตอร์ขยับไม่ว่าของเหลวอะไรจะโดนตัวผู้ถือก็ตาม แต่ว่า...” ผมหยิบ ‘มิซไซล์ ลันเชอร์’ ออกมาจากที่ไหนซักแห่งเหมือนกับทอนฟาของฮิบาริ เคียวยะ ก่อนจะยกขึ้นเล็ง
 
“แต่เมื่อวานฉันบอกไปแล้วนะเฟ้ยว่าสำหรับสงกรานต์ ความรุนแรงเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่เข้าใจรึยังไง ไอ้องค์ชายสติแตก!!”
 
ซูม ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! (ควันตลบ)
 
“มิซไซล์ทั้งสี่นัดโดนเป้าหมาย มิชชั่นคอมพลีท!”
 
“มิชชั่นคอมพลีทกับผีอะไรเล่า! ไหนบอกว่าไม่เอาความรุนแรงไง! = =;!!” สึนะโวย
 
“มิซไซล์สงกรานต์หรอกเฟ้ย ไอ้ควันๆ น่ะไอน้ำ แล้วคนโดนก็ไม่เป็นอะไรมากกว่าเปียกม่อล่อกม่อแลก”
 
ไอน้ำจางลง เบลเฟกอลยืนเปียกม่อล่อกม่อแลก สภาพไม่เหมือนเป็นเจ้าชายซักนิด
 
“เอ้า เข็มมิเตอร์เลื่อนจนสุดแล้วแน่ะ” ผมชี้ถึงผลที่ตามมา ซึ่งมันแหงอยู่แล้วถ้าโดนมิซไซล์น้ำเข้าไปขนาดนั้น
 
“ศึกชิงแหวนสงกรานต์แห่งวายุ ผู้ชนะคือโกคุเดระ ฮายาโตะ!” ผมประกาศหน้าตายเหมือนทุกอย่างปกติดี
 
“โว้ย!! โกงชัดๆ! เบลเปียกน้ำจากแกไม่ใช่รึไง!” ผู้กองวาเรียพยายามเถียงแทนลูกน้อง
 
“ก็ไม่เคยบอกนี่ว่าต้องเปียกน้ำจากฝีมือคู่แข่งเท่านั้น”
 
...
 
>นามิโมริ 2 - 1 วาเรีย<
 
หลังจากการประกาศแบบเอาแต่ใจของคนเขียน(ผม) ก็ได้เวลาสำหรับแมทช์ต่อไป
 
ยอดฝีมือดาบจากสองฝั่งก้าวเข้าประจันหน้ากัน คนหนึ่งยิ้มเหมือนคนบ้าน ส่วนอีกคนหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนจะฟันทุกคนที่เข้าใกล้
 
“แมทช์แหวนแห่งพิรุณนี้ ในเขตสนามจะเป็นแอ่งน้ำลึกแค่ข้อเท้า อนุญาตให้ใส่เครื่องป้องกันส่วนเท้าได้ตามสะดวก และการเปียกตั้งแต่ส่วนใต้เข่าลงไปจะไม่นับ ดาบน้ำที่ทั้งสองฝ่ายใช้นั้นส่วนใบดาบทำขึ้นพิเศษ(โดยจางนีนิ) ทำด้วยน้ำที่ขึ้นรูปดาบ ฟันสิ่งของต่างๆ ได้เหมือนดาบจริง ยกเว้นร่างกายของสิ่งมีชีวิต เมื่อสัมผัสจะกลับเป็นน้ำดังเดิม ฉะนั้นเล็งคอเล็งหัวกันให้เต็มที่”
 
ยามาโมโตะกับสควอโล่ตั้งท่าของตัวเอง รอสัญญาณเริ่มการต่อสู้ และแล้วก็...
 
“เริ่มได้!”
 
ยามาโมโตะเปิดด้วยท่าพุ่งแทงจากระยะไกล เพลงดาบชิงุเระ โซเอน – กงล้อพิรุณ
 
แน่นอนว่าสควอโล่ซึ่งเคยเห็นมาก่อนต้องหลบได้ ก้าวไปด้านข้างและฟันตัดลำตัวอีกฝ่ายซึ่งยังเหลือดีเลย์จากท่าพุ่งระยะไกล
 
ยามาโมโตะรู้ดีว่าจะต้องเป็นแบบนี้ พลิกดาบเข้ารับการโจมตีโดยไม่รอดีเลย์ร่างกายของตัวเอง เสียงดาบปะทะกันดังอื้ออึง เพราะเป็นแค่น้ำ (นึกถึงไลท์เซเบอร์ในสตารวอร์ส)
 
ทั้งสองรุกรับกันอยู่พักหนึ่ง สควอโล่เห็นเป็นจังหวะจึงเงื้อดาบขึ้นเหนือหัวและฟาดลงไปเต็มแรงในท่ากระแทกอาวุธ แอทแทคโก ดิ สควอโล่ ที่ใช้ส่งแรงสะเทือนทำให้กล้ามเนื้ออีกฝ่ายชา
 
...แต่เพราะมันเป็นน้ำ ไม่ใช่โลหะ ท่านี้จึงค่อนข้างไร้ค่า
 
“เฮ้ย! อะไรฟะ!?” สควอโล่ตกใจที่ไม่มีแรงกระแทกใดๆ ถูกส่งออกไปหาอีกฝ่าย
 
ยามาโมโตะเห็นช่องโหว่ชัดเจนก็จับดาบในท่ารุกท่าเดิมที่เคยใช้ได้ผลมาแล้วในศึกชิงแหวนครั้งก่อน กระบวนท่าที่แปด พิรุณกระหน่ำแทง ฟันต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงหลายครั้งรอบตัวผู้ใช้
 
สควอโล่ถีบเท้าถอยหลังสุดตัว มือขวายกดาบขึ้นกันส่วนใบหน้าเอาไว้ แต่เมื่อวางดาบลงตั้งหลักก็เห็นม่านน้ำที่อีกฝ่ายใช้ดาบยกสาดขึ้นมากั้นเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับเงาร่างของอีกฝ่ายอยู่บนผิวหน้า
 
“ลูกไม้เดิมใช้กับฉันไม่ได้หรอกเฟ้ย! เงาสะท้อนของแกในกระบวนท่าที่เก้า ฝนสะท้อนเงา ตัวจริงแกอยู่ตรงนี้!” สควอโล่หันกลับไปด้านหลังเพื่อตอบโต้...ความว่างเปล่า?
 
“ฮะๆๆ เปล่าซะหน่อย ^ ^” ม่านน้ำตกลงสู่พื้นแต่ ‘เงาสะท้อน’ เมื่อครู่ยังคงยืนยิ้ม ก่อนจะพุ่งเข้าใส่นักดาบผมยาวที่ไม่ทันระวังตัว และฟันตัดขวางเข้าใส่ลำตัวอีกฝ่ายอย่างจัง
 
เกิดรอยเปียกขึ้นเป็นแนวยาวบนเสื้อสายหาดสีฟ้าที่สควอโล่สวมอยู่ขณะที่เจ้าตัวทำหน้าเหวอ เป็นอันจบการแข่งขัน
 
“ศึกชิงแหวนสงกรานต์แห่งพิรุณ ผู้ชนะ ยามาโมโตะ” ผมประกาศอย่างกระตือรือร้น...ในที่สุดก็มีแมทช์ที่ได้เรื่องได้ราวกับเขาซะที...
 
>นามิโมริ 3 - 1 วาเรีย<
 
“แมทช์ต่อไป เป็นแมทช์ที่ควรจับตามองเป็นที่สุด ศึกชิงแหวนสงกรานต์แห่งสายหมอก”
 
ควันขาวเข้าโอบล้อมร่างกายของโคลม เมื่อจางหายไปก็ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินที่มีตาสองสีแทนที่
 
“คุฟุฟุ กับอัลโกบาเลโน่คนนี้ผมขอเอง” มุคุโร่หัวเราะน่าขนลุก
 
“โรคุโด มุคุโร่ ถ้าชนะฉันจะทวงหนี้แค้นที่เจ้านั่นทำเอาไว้... รวมดอกด้วยก็สองแสนเยน” มาม่อน หรืออัลโกบาเลโน่ไวเปอร์พูดขณะที่ฮู้ดปิดหน้าปิดตา แต่ดูยังไงก็ไม่น่าขนลุก
 
“เดี๋ยวครับ” อาร์เช่ที่ยืนเงียบอยู่ตั้งแต่ต้นเดินเข้ามาหาก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูอัลโกบาเลโน่แห่งสายหมอก
 
“...หืม? ทำไมฉันต้องเชื่อแกด้วย ฉันจะสู้ตามวิธีของฉัน”
 
“งั้นก็” อาร์เช่ควักกระเป๋าเงินออกมาก่อนจะส่งธนบัตรให้สองใบ “ค่าจ้างสองหมื่นเยนครับ ^ ^”
 
“งั้นก็ได้ ฉันจะทำตามวิธีของแก” มาม่อนรับเงินมาเป็นอันเสร็จสิ้นการเจรจาธุรกิจ และทั้งสองฝ่ายก็เข้าประจันหน้ากันขณะที่คนเขียนอธิบายกฎ
 
“การต่อสู้ระหว่างสายหมอก สร้างตัวตนขึ้นจากความว่างเปล่า สร้างความว่างเปล่าขึ้นจากตัวตน นอกจากกฎห้ามความรุนแรงแล้วก็ไม่มีอะไรอีก ใครเปียกน้ำก่อนหมดสิทธิ์เหมือนทุกครั้ง เริ่มได้!”
 
“เชิญเริ่มก่อนได้เลยครับ ถือว่าต่อให้ ในฐานะที่ครั้งที่แล้วผมเป็นฝ่ายชนะ คุฟุฟุฟุ~” มุคุโร่ยิ้มยียวนใส่อีกฝ่าย
 
“สามหาวจริงนะ ลองดูซิว่าเจออย่างนี้แล้วจะยังปากดีอยู่อีกมั้ย”
 
มาม่อนเปิดฉากด้วยการสร้างภาพมายาชนิดเห็นทุกคน ภาพมายาที่มุคุโร่สวมชุดนักเรียนญี่ปุ่น...เป็นชุดนักเรียนหญิงพร้อมกับโพสท่าถ่ายรูป(แน่นอนว่าเป็นท่าของผู้หญิง)พร้อมกับตัวหนังสือ ‘ไอ้โรคจิต’ บนหัว
 
ทุกคนตะลึงงัน ยกเว้นคนสร้างกับผู้เสนอแผนการที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างๆ บอสวาเรีย
 
“ตามข้อมูลในช่วงสัมภาษณ์ฮารุฮารุของฮารุ นายชอบชุดนักเรียนญี่ปุ่นสินะ” มาม่อนยิ้มชั่วร้าย ข้อมูลที่เขาได้มาจาก ‘ผู้จ้างวาน’
 
มุคุโร่ยังคงยิ้มโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน แต่แท้ที่จริงเขารู้สึกเหมือนระเบิดลงกลางหัว ยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก
 
“ยังไม่หมดนะ มีแถมๆ”
 
มุคุโร่อีกคนหนึ่งปรากฏขึ้นข้างๆ คนเดิม คราวนี้ใส่ชุดมาสคอตสัปปะรดเต้นยักย้ายส่ายสะโพกแบบคาบาเร่ต์ ทำให้ทุกคนตะลึงงันอีกครั้ง (คราวนี้มีเสียงหัวเราะของเด็กห้าขวบลอดมาด้วยสองคน)
 
“คอมโบๆ”
 
มุคุโร่ทั้งสองคนหยุดยืนนิ่ง ก่อนจะชูแขนสองข้าง ขยับตัวทำท่าฟิวชั่น(ดูดราก้อนบอล) ซึ่งเป็นท่าที่...ถ้าพูดแบบสุภาพก็คืออุบาทว์สิ้นดี(สุภาพแล้วนะ)
 
มือขวาที่ถือสามง่ามเริ่มสั่น...สั่น...สั่น... แต่สีหน้ายังคงยิ้มไม่เปลี่ยน...หรือไม่ก็กล้ามเนื้อแข็งค้างจนขยับไม่ได้
 
และก่อนที่ใครจะทันรู้สึกตัว
 
ซ่า~
 
น้ำทะเลรดลงบนหัวของมุคุโร่ที่ยืนนิ่งเหมือนเป็นอัมพาต แฟนทาสมา สัตว์คู่หูของอัลโกบาเลโน่ไวเปอร์เป็นผู้อมน้ำและลอยขึ้นไปพ่นจากเหนือหัวของมุคุโร่ขณะที่ทุกคนถูกภาพลวงตาดึงความสนใจ(ได้ผลดีมาก)
 
“ศึกชิงแหวนสงกรานต์แห่งสายหมอก ผู้ชนะคือมาม่อน!! วะฮ่าๆๆ!!” ผมประกาศด้วยอย่างตื่นเต้นพร้อมกับหัวเราะดังลั่น
 
>นามิโมริ 3 - 2 วาเรีย<
 
หลังจากที่ทำการสงบสติอารมณ์กันเรียบร้อย มุคุโร่ก็เข้าไปคุยกับสึนะ แม้ว่าอาการช็อกจะยังคงอยู่ก็ตาม ทุกคนก็พยายามทำเหมือนกับแมทช์เมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
“วองโกเล่ ผมคงต้องขอเตือนคุณเอาไว้ ถ้านี่เป็นการต่อสู้แบบมาเฟียก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าเป็นอีเวนท์พิเศษแบบนี้ ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่หัวหน้าของวาเรียแต่เป็น...ตัวละครของคนเขียนตรงนั้น” มุคุโร่หันกลับไปมองอาร์เช่และมาม่อนจับมือแสดงความยินดีกัน
 
คนเขียนประกาศจบศึกชิงแหวนสงกรานต์สำหรับวันที่สิบสี่ และทั้งหมดก็แยกย้ายกันกลับบ้าน รอเวลาตัดสินในวันต่อมา การต่อสู้ของผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดและการต่อสู้ระหว่างบอส...
 
--
 
R:”ขออภัยด้วยถ้าเขียนไม่ดี เพราะต้องเร่งในวันเดียว นี่ก็เกินเวลามาจนถึงวันใหม่(หกทุ่มสิบกว่านาที) แต่ก็พยายามดำเนินตามพล็อตแต่แรกแล้ว ขอให้สนุก(ไม่สนุกก็ด่าคนเขียนเลย คนเขียนยังอยากด่าตัวเอง กระซิก กระซิก T^T)”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

187 ความคิดเห็น

  1. #160 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 / 18:16
    มุจัง ซวยไปน่ะลูกแม่ =w=
    #160
    0
  2. #63 Orume (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 23:37
    ฮารีบอร์น =3=
    สงสารมุคุ 5555555
    สึนะน่ารักนะ
    #63
    0
  3. #62 MillLz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 23:21
    สะใจมุคุมากก 555555555
    #62
    0
  4. #61 Shion Eliphas Levi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 20:38
    สะใจ มุโดนเล่นจนช็อก 555
    #61
    0
  5. #60 นักมายากลจากนรก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 19:58
    อา...การต่อสู้ของศึกสายหมอกนี้มัน...โดนใจอิชั้นมากค่ะ ฮามาก!!! >[ ]<
    #60
    0
  6. #59 Mafia principessa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 12:25
     อุ๊บ....(กลั่นหัวเราะอยู่แต่..)55555555555+ตลกจริงๆ55+
    #59
    0
  7. #58 furomi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 12:02
     การต่อสูระหว่างสายหมอกฮามาก555+
    #58
    0