KHR : Tale of Love – Reminiscence of the Olden Times [1896]

ตอนที่ 3 : Chapter 3 : ผู้มาเยือนจากต่างแดน ลูกชายคนโตกับบอสมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 เม.ย. 55

นางินั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ห้องรับแขกของคฤหาสน์ ห้องที่เธอเข้ามาในวันแรก ด้านขวาของเธอคือฮิบาริผู้เป็นนาย หัวหน้าตระกูลผู้สูงวัยกับองครักษ์อยู่ฝั่งตรงข้ามมีโต๊ะเตี้ยๆ คั่นกลาง
 
สามวันมาแล้วที่เธอดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรติ(?) เป็นหญิงรับใช้ของฮิบาริ เคียวยะ เป็นงานที่ง่ายกว่าที่เธอคาดเอาไว้ เพราะเธอไม่ต้องทำอะไรที่เกินความสามารถ...
 
...อันที่จริงเธอแทบไม่ได้ทำอะไรเลย เธอแค่ตามชายหนุ่มไปยังที่ต่างๆ ขณะที่เขาทำกิจวัตรของตัวเองและรับคำสั่งเล็กๆ น้อยๆ ยกตัวอย่างก็ ‘ชา’, ‘เก็บ(ที่นอน)ด้วย’, ‘นั่งอยู่เฉยๆ’ และคำสั่งเบ็ดเตล็ดตามเหตุการณ์ ทำให้เธอใช้เวลากว่าครึ่งไปกับการจ้องมองชายหนุ่มจากด้านข้าง/หลังและนั่งเฉยๆ และก็เป็นผลให้เธอ แบบว่า ‘เบื่อ’ แต่เธอก็แอบดีใจอยู่อย่างลับๆ ที่ชายหนุ่มสัญญาว่าตอนนอนจะไม่ทำอะไรเธอ (‘ถ้าเธอไม่เป็นฝ่ายเสนอเอง’ เขาพูดต่อ ทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นกะทันหัน)
 
หลังกิจวัตรยามเช้าเช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วไป(อาบน้ำและมื้อเช้า) ก็จะเป็นการเรียนภาคความรู้ เช่น วิชาคำนวณเป็นต้น หลายคนอาจจะคิดว่า ‘พระเจ้ากล้วยช่วยจอร์จด้วย! AU ยังหนีการเรียนไม่พ้นเหรอเนี่ย!?’ ถึงจะน่าเศร้าไปซักหน่อยแต่ก็ต้องขอบอกว่า ‘ทำใจซะ’
 
หลังการเรียนภาคความรู้ในช่วงเช้าก็คือเวลาพักกลางวัน อาหารของฮิบาริและของเธอจะถูกยกมาให้ถึงห้อง จากนั้นทั้งคู่ก็จะเริ่มลงมือรับประทานพร้อมๆ กันบนโต๊ะไม้กลางห้อง ทีแรกเธอพยายามชี้แจงว่าบ่าวกับนายร่วมโต๊ะกันมันไม่เหมาะสม แต่ฮิบาริก็บอกเธอว่า ‘ไม่เป็นไร’ และคำสั่งของเขาถือเป็นที่สุด
 
และถ้าคิดว่าการที่เธอเป็นลูกขุนนางมาก่อนจะทำให้ไม่มีฉากที่เธอตื่นเต้นกับอาหารแบบในการ์ตูนล่ะก็ คิดผิดแล้ว เพราะถึงเธอจะอยู่ดีกินดีมาก่อน เธอก็ไม่เคยแม้แต่จะได้เห็นของจริง ‘อาหารตะวันตก’ เพราะเรื่องของการแอนตี้ต่างชาติซึ่งที่บ้านเดิมเธอมี แต่ที่นี่ค้าขายกับตะวันตกจึงไม่มีในเรื่องนั้น
 
การเรียนภาคบ่ายเป็นช่วงที่ชายหนุ่มชอบที่สุด เธอรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ? ก็เพราะมันคือวิชาเกี่ยวกับการต่อสู้ล้วนๆ แถมยังเป็นภาคปฏิบัติ ทีนี้เห็นแล้วใช่มั้ยว่าเธอรู้ได้ยังไง ผู้สอนก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นองครักษ์หนุ่มนามว่าอาเคซากะ ริวจินั่นเอง เห็นได้ชัดว่าผู้สอนมีฝีมือสูงกว่า(เอาน่า~)
 
แต่วันนี้ไม่มีเรียนภาคบ่ายหรอก เพราะเป็นโอกาสพิเศษ ลูกชาย ‘คนโต’ ของฮิบาริ โกซาบุโร่จะกลับจากการติดต่อค้าขายที่ต่างประเทศ ...เธอก็เพิ่งจะรู้ว่านายของเธอมีพี่ชายนี่แหละ ทั้งคู่จึงต้องมานั่งรออยู่ที่นี่อย่างที่อธิบายไปตอนต้น
 
เวลาผ่านไปไม่นานประตูก็เปิดออก ชายสองคนเข้ามาในห้อง ทั้งคู่สวมสูทสีดำแผ่ความเป็นตะวันตกออกมาเต็มที่
 
ชายหนุ่มคนแรกมีผมสีเงินสวมแว่นกรอบสี่เหลี่ยมและต่างหูสีแดงโค้งคำนับตามมารยาทของสุภาพบุรุษตะวันตกพร้อมกับเอ่ยอย่างนุ่มนวล
 
“กลับมาแล้วครับคุณพ่อ”
 
อีกคนเป็นเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่ออกจะแหลมๆ ฟูๆ หน่อย แม้จะสวมสูทดำตะวันตกจ๋าแต่ใบหน้าเป็นของคนญี่ปุ่นมากกว่าคนแรก เขาเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ
 
“สวัสดีครับ คุณโกซาบุโร่ แล้วก็สวัสดีคุณฮิบาริด้วยครับ”
 
“ไม่ต้องเคร่งมากก็ได้นะทั้งสองคน เชิญนั่งๆ” ชายผู้สูงวัยเชิญให้ชายหนุ่มทั้งสองคนนั่งลงบนเก้าอี้รับแขก คนหนึ่งนั่งลงด้านขวามือของเขา ส่วนอีกคนนั่งลงตรงข้ามกัน หันหน้าเข้าหากันสี่ด้าน
 
“จริงสิ จะแนะนำให้รู้จักนะ นางิ นี่คือลูกชายคนโตของข้า [นาโอกิ]”
 
“กระผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างอย่างยิ่งที่ได้รู้จักกับหญิงสาวผู้งดงามเช่นคุณ” ชายหนุ่มผู้ได้รับการแนะนำว่านาโอกิคว้ามือของเด็กสาวผมม่วงไปและจุมพิตลงที่หลังมืออย่างแผ่วเบา

(...อยากฆ่าใช่มั้ยล่ะ รู้นะ...คนเขียนก็อยากเหมือนกัน แต่ช่วยอดใจหน่อยเถอะนะ...)
 
แก้มของนางิขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ไม่เคยมีใคร(หน้าด้าน)ปฏิบัติกับเธอแบบนี้มาก่อน
 
ฮิบาริชำเลืองมองการกระทำของผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายของตัวเองโดยไม่แสดงสีหน้าท่าทางใดๆ
 
“แล้วก็ท่านผู้นี้ นาโอกิได้ทำความรู้จักเอาไว้เมื่อครั้งที่ไปอิตาลีเมื่อสามปีก่อน ตั้งแต่นั้นก็ได้ทำการค้าด้วยกันมาตลอด บางครั้งบางคราวก็จะให้เกียรติมาเยี่ยมถึงที่นี่ เป็นผู้นำกลุ่มอำนาจที่ชื่อว่า [วองโกเล่แฟมิลี่] [ซาวาดะ สึนะโยชิ]”
 
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผู้ที่คนอ่านทุกคนรู้จักดีในนาม [สึนะ] ก้มหัวเล็กน้อยพร้อมทั้งเอ่ยทักทาย ไม่มีกริยาที่แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ(ขี้หลี)เหมือนคนแรก
 
“แล้วก็เด็กสาวคนนี้ ข้ารับอุปการะมา เป็นลูกครึ่งอิตาลี” ชายสูงวัยเอ่ยแนะนำเด็กสาว
 
“ฟูจิยูกิ นางิเจ้าค่ะ” เธอคำนับอย่างมีมารยาท
 
วองโกเล่หนุ่มเอ่ยทักทายองครักษ์และทำความรู้จักกับเด็กสาวอย่างเป็นมิตร ทั้งหกนั่งคุยถามสารทุกข์สุขดิบกันอย่างคนรู้จัก และนางิก็ได้รู้ว่าชายทั้งสองคนนั้นทั้งเป็นมิตรและอัธยาศัยดีมาก โดยเฉพาะเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยกับคนรอบข้างตลอดเวลา แสดงว่าแม้จะอายุน้อยแต่เขาจะต้องเป็นผู้นำที่ดีแน่ๆ
 
“นายท่าน ถึงเวลาแล้วครับ” องครักษ์หนุ่มที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้น
 
“จริงด้วย คุยเพลินจนลืมเวลาไปเลยนะเนี่ย” โกซาบุโร่มองนาฬิกาคุณปู่เรือนใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างผนังห้อง
 
“ท่านซาวาดะ ข้าคงต้องขอตัวก่อน วันนี้ข้ามีนัดสำคัญ” โกซาบุโร่เอ่ยพลางลุกขึ้นยืน
 
“ครับ ขอให้เดินทางปลอดภัยนะครับ” สึนะลาตอบ
 
เมื่อหัวหน้าตระกูลกับองครักษ์ออกไปจากห้อง สี่คนที่ยังเหลืออยู่ก็ลุกขึ้นยืน
 
“คุณฮิบาริ ไหนๆ ผมก็มาแล้ว ไปนั่งคุยกันซักหน่อยมั้ยครับ” สึนะเอ่ยชวนผู้พิทักษ์—ไม่สิ ไม่ใช่ผู้พิทักษ์—ไปนั่งคุยด้วย
 
“ก็ได้ ไปที่ห้องฉันก็แล้วกัน”
 
...มีบางคนคิดอะไรแปลกๆ ขึ้นมา บอกก่อนนะว่าที่นี่ไม่ Yaoi ...อาจมีบ้างแค่สะเก็ดเล็กๆ ให้จิ้นเอาเอง...
 
ชายหนุ่มผมเงินได้ยินดังนั้นก็หันมาพูดกับเด็กสาวผมม่วงที่ยืนอยู่ข้างๆ ผู้เป็นน้องชาย
 
“ถ้าอย่างนั้น มายเลดี้ ให้เกียรติผมพาคุณชมคฤหาสน์นะครับ” เขายื่นหงายมือมาตรงหน้านางิ
 
...ด้านมั้ยครับ?...คนเขียนเห็นในหนังก็สงสัยเหมือนกันว่าไอ้แบบนี้มันสุภาพบุรุษจริงเหรอวะ? หรือแค่มันเป็นวิธีหลีหญิงแบบสุภาพโดยอ้างความเป็นสุภาพบุรุษเท่านั้น? ไม่เคยเรียนมารยาทมาก่อนจึงไม่อาจเข้าใจได้...
 
นางิไม่รู้จะตอบรับหรือปฏิเสธยังไงก็หันไปทางฮิบาริเป็นเชิงถาม และก็ได้คำแนะนำที่มีประโยชน์มา
 
“ไม่ต้องขออนุญาตฉันหรอก วางมือบนขาหน้าหมอนั่นก็พอ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเหมือนทุกที แต่ถ้าเธอไม่ได้หูฝาดไป เหมือนจะมีความหงุดหงิดแฝงอยู่
 
นางิทำตามโดยไม่ได้เอะใจถึงความหมายแฝงแม้แต่น้อย ส่วนนาโอกิก็พยายามจะทำเป็นไม่สนใจคำเสียดสีนั้น และพา ‘มายเลดี้’ ออกไปจากห้อง
 
สึนะซึ่งมองดูอยู่โดยตลอดก็หันมาถามฮิบาริ
 
“คุณฮิบาริ เด็กคนนั้น...?”
 
“เรื่องของผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ก่อน นายมีเรื่องจะคุยกับฉันไม่ใช่รึไง”
 
ทั้งสองคนจึงออกจากห้องไปยังจุดหมาย คือห้องของชายหนุ่ม
 
--
 
นางิเดินตาม(กึ่งถูกบังคับจูง)นาโอกิลูกชายคนโตไปทั่วคฤหาสน์ฮิบาริ มองในแง่ดีก็คือเธอได้ทำความคุ้นเคยกับสถานที่และผู้คนในบ้านแม้ผู้หญิงบางคนจะมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ ก็ตาม แต่ถ้ามองในแง่ร้าย เธอไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรแต่ก็ตามไปด้วยความเกรงใจจึงรู้สึกอึดอัดตลอดทาง
 
“คิดว่าคุณคงจะเมื่อยล้ากับการเดิน ให้เกียรติไปนั่งดื่มชากับผมที่ห้องนะครับ” ชายหนุ่มผมเงินหน้าตาลูกครึ่งเอ่ยชวนอย่างนุ่มนวล แต่เป็นคำชวนที่ทำให้สมองของคนอ่านหลายคนส่งสัญญาณอันตรายกันเสียงดังลั่น
 
“เอ่อ...ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ แต่ข้าน้อยต้องกลับไปหาท่านเคียวยะแล้วล่ะเจ้าค่ะ” นางิเอยปฏิเสธอย่างมีมารยาทที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้
 
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรครับ แต่รอซักครู่นะครับ ผมมีอะไรจะให้คุณ” ชายหนุ่มต่อรองพลางล้วงลงไปในกระเป๋าเสื้อและหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินกล่องเล็กๆ ขึ้นมา เขาเปิดกล่องนั้นออกข้างในเป็นแหวนเงินวงเล็กๆ วงหนึ่ง
 
“ยื่นมาซ้ายมาซิครับ”
 
นางิทำตาม และชายหนุ่มก็ใช้มือหนึ่งจับมือเธอยกขึ้นและบรรจงสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างแผ่วเบา
 
“เอ๋ น—นี่...!” เด็กสาวตกใจที่ได้รับของมีราคาแบบนี้
 
“ไม่เป็นไรครับ ถือว่าเป็นของขวัญในฐานะที่เราได้รู้จักกัน ถ้าคุณไม่รับไว้ผมจะเสียใจมากนะครับ” ชายหนุ่มยิ้มอย่างสุภาพ ทำให้เด็กสาวต้องรับเอาไว้
 
“ข—ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ”
 
ทั้งสองจึงแยกกันตรงนั้น นางิที่มัวแต่มองแหวนบนนิ้วด้วยความประหม่าไม่ได้สังเกตสายตามีเลศนัยที่มองเธอจากด้านหลังแม้แต่น้อย
 
นางิไม่เคยสวมแหวนมาก่อนในชีวิต ไม่ว่าจะนิ้วไหนก็ตาม เมื่อได้รับมาเป็นวงแรกจึงรู้สึกตื่นเต้นประหม่ามาก ไม่ได้รู้ธรรมเนียมตะวันตกเรื่องการสวมแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายเลยแม้แต่น้อย เพราะในญี่ปุ่นธรรมเนียมนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักกันมาก
 
เธอมาถึงหน้าห้องของเธอและฮิบาริ แต่ยังไม่ทันจะเปิดประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียงคนสองคนจากข้างใน
 
“...ผู้หญิงคนนั้นใช้การได้ อีกไม่นานก็จะได้เวลาเริ่มแผนการแล้ว นายเตรียมตัวเอาไว้ก็แล้วกัน...” เสียงนายของเธอพูด
 
“...คุณฮิบาริคิดอะไรไม่บอกผมเลยนะครับ แต่ผมจะทำตามที่คุณบอกก็แล้วกัน...” คราวนี้เป็นเสียงของเด็กหนุ่มที่ชื่อสึนะโยชิ
 
นางิชั่งใจว่าจะเข้าไปดีรึไม่ เธออาจจะไปรบกวนการสนทนาของพวกเขาก็ได้ ในระหว่างที่เธอกำลังตัดสินใจอยู่นั้น เสียงจากด้านในก็เรียกให้เธอเข้าไป
 
“ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น เข้ามาสิ” ฮิบาริจับสัมผัสเด็กสาวได้ตั้งแต่แรกแล้ว ถึงแม้ว่าเสียงฝีเท้าเธอจะแทบไม่มีเลยก็ตาม
 
เมื่อเข้าไปนั่งด้านในแล้วเธอก็รีบร้อนกราบขอโทษเพราะรู้ว่าตัวเองทำผิด
 
“ข—ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง”
 
“ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณฟูจิยูกิ” สึนะเอ่ยให้อภัย จากนั้นจึงหันไปพูดกับชายหนุ่ม
 
“คุณฮิบาริ ผมขอตัวก่อนนะครับ คราวหน้าผมจะแนะนำคนรู้จักของผมให้ด้วย”
 
“อย่าให้เป็นสัตว์กินพืชก็แล้วกัน” ฮิบาริตอบเสียงเรียบ
 
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ คนนี้เขาเก่ง ผมไปก่อนล่ะครับ”
 
หลังจากวองโกเล่หนุ่มออกจากห้องไปแล้ว ฮิบาริก็หันมาให้ความสนใจเด็กสาวที่เพิ่งจะเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แหวนบนนิ้วนางซ้ายของเธอ
 
“...แหวนนั่นน่ะ นาโอกิให้เธอสินะ”
 
“เอ๋? ใช่เจ้าค่ะ แต่ข้าน้อยไม่กล้ารับของราคาแพงอย่างนี้ ถ้าท่านเคียวยะอยากได้ข้าน้อยยกให้ คิดว่าพี่ชายของท่านเคียวยะคงจะไม่ว่าอะไร” เธอเอ่ยพลางมองแหวนเงินบนนิ้วของตัวเองด้วยความอึดอัดใจ
 
“ไม่ต้อง ฉันไม่อยากได้ของจากหมอนั่น เธอเก็บเอาไว้เถอะ” ว่าแล้วฮิบาริก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านอย่างไม่สนใจใยดีนางิแม้แต่น้อย
 
‘ท่านเคียวยะไม่ชอบพี่ชาย...หรือว่าจะโกรธที่เรารับแหวนจากท่านนาโอกิกันนะ...’
 
--
 
แนะนำตัวละคร
 
 
 
ซาวาดะ สึนะโยชิ
เผ่าพันธุ์ : มนุษย์
เพศ : ชาย
อายุ : 17 ปี
ส่วนสูง : 172 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 58 กิโลกรัม
ชอบ : ???
เกลียด : แมลงสาบ, ค้างคาว, คนที่ทำร้ายเพื่อนๆ
 
ข้อมูล : บอสของแก๊งมาเฟียสัญชาติอิตาลีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก แท้จริงเป็นแค่เด็กหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่มีชีวิตสามัญชนธรรมดามาตลอดจนกระทั่งจับพลัดจับผลูได้เป็นว่าที่บอสถูกฝึกสอนโดยครูพิเศษสุดโหดจนในที่สุดก็ได้เป็นบอสรุ่นที่สิบของแก๊งมาเฟีย วองโกเล่แฟมิลี่ และได้ย้ายไปอยู่ที่อิตาลีกับครอบครัวและเพื่อนๆ ได้เปลี่ยนแปลงแก๊งมาเฟียที่ทรงอิทธิพลและน่ากลัวเป็นแก๊งที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามเคารพ ทำแต่ธุรกิจการค้าที่ถูกกฎหมาย ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากในที่ที่กฎหมายไม่สามารถเอื้อมถึงได้
 
มีนิสัยอ่อนโยนและโอบอ้อมอารีจนไม่น่าจะมาเป็นบอสมาเฟียได้ แต่แท้จริงเป็นคนที่เข้มแข็งและเก่งกาจสามารถ เป็นที่รักและเคารพของลูกน้องทุกคน รู้จักกับบุตรชายคนรองของตระกูลฮิบาริมาได้สามปีแล้ว(ตั้งแต่ปีแรกที่ขึ้นรับตำแหน่งบอส) ทั้งคู่พบกันโดยบังเอิญในสถานที่ที่แสนจะธรรมดาภายในโตเกียวเมืองใหญ่
 
*หมายเหตุ: ภายในวงการมาเฟียแล้วจะเหมือนเดิมเป็นส่วนมาก รอดูต่อไป
 
 
 
ฮิบาริ นาโอกิ
เผ่าพันธุ์ : มนุษย์
เพศ : ชาย
อายุ : 24 ปี
ส่วนสูง : 186 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 71 กิโลกรัม
ชอบ : ของหรูราคาแพง, ผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดี
เกลียด : ของไร้ราคา, คนจน, สิ่งสกปรก
 
ข้อมูล : ...คิดว่าผู้อ่านหลายคนน่าจะไม่ชอบหน้าตัวละคนตัวนี่อยู่แล้ว เอาเป็นว่าดูรูปแล้วจินตนาการเอาเองเลยละกัน คิดว่าน่าจะตรงกันเป็นส่วนใหญ่...
 
--
 
R:"แหม ก็ขอสวัสดีนักอ่านหน้าเก่าทุกๆ คนนะครับ (หรือเงาเก่า? วะฮ่าๆๆ!) ห่างหายไปนานมาก แต่นักเขียนด้วยกันคงเข้าใจ ว่าอารมณ์ศิลปินมันไม่ได้ผุดขึ้นมาง่าย แต่ผมก็มาแล้ว ตอนที่สาม ตอนสำคัญแล้วด้วย!" 

DX:"อะไร้? ตัวละครเพิ่มมาอีกละ?"
 
R:”นี่ล่ะ จุดสำคัญของพล็อตเรื่องนี้ อยู่ตรงวองโกเล่เดซิโม่นี่แหละ"
 
DX:”ยังจะมีอีกนะ"
 
R:”ที่จริงช่วงนี้น่าจะเป็นพรีโม่ แต่ก็อย่างว่า เป็นฟิค AU แล้วก็ท่านซาวาดะผู้นี้จะเป็นตัวแปรสำคัญของพล็อตเบื้องหลังร่วมกับตัวเอกทั้งสองและตัวละครอื่นอีกสองสามตัวที่ยังไม่ออก"
 
DX:”...ละเลง..."
 
R:”เยส ละเลง..."
  
R:”แล้วก็ ผมอาจจะไม่อยู่ซักสามวันนะครับ เพราะต้องไปเป็นศพ—เอ๊ย! ไปเคารพศพญาติประจำปี(ที่เรียกกันว่าเชียงเม้ง)ที่กาญจนบุรี(บ้านผมอยู่อุดรธานี ใกล๊ใกล้เนอะ) แต่ก็จะเขียนไปด้วย(เปลี่ยนบรรยากาศไปสุสานอาจจะไอเดียกระฉูดก็ได้ ใครจะรู้?)”
--
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

187 ความคิดเห็น

  1. #173 Euretrit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 / 23:45
    สองคนนี้วางแวนอะไรทำร้ายลูกสาวข้าพเจ้าหรือเปล่าเนี่ย
    #173
    0
  2. #155 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 / 16:38
    นาโอกิแกบังอาจมาก ท่านฮิฉันยังไม่ได้จับมือไอ่นี่สวมแหวน -*-
    #155
    0
  3. #37 1896 บันไซ!! (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 10:40
    นาโอกิ ช้านจะฆ่าแกรรรรร
    บังอาจมาหลีน้องโคลมของเราได้ยังไงกัน ชิๆๆ

    แล้วสึนะกับฮิคิดจะทำอะไรกันน่ะ คงไม่ได้จะหลอกใช้นางิใช่มั้ย T^T
    #37
    0
  4. #30 ++TuNazZ++ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 21:29
    รูปภาพของนาโอกิมันส่อว่านายเป็นคนเลวดีจริงๆเลย =w=
    #30
    0
  5. #22 นักมายากลจากนรก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2555 / 19:54
    นาโอกิเปิดตัวมาได้ชวนหมั่นไส้ดีจัง = =;;
    น่าจับไปโยนทิ้งดัง คห.ที่ 20 ว่าจริงๆ
    #22
    0
  6. #21 MillLz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2555 / 00:15
    เอานาโอกิมันไปโยนทิ้งที  = =

    แล้วฮิ กับสึนะวางแผนอะไรกันอยู่นั่นน OO
    #21
    0
  7. #18 Orume (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 19:31
    เป็นหนึ่งคนแอบสะใจ 

    ชอบให้พระเอกหึง 55555555 5/โดนตรฟฟฟฟ
    #18
    0
  8. #17 Shion Eliphas Levi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 13:37
    กระตื้บนาโอะแล้วเอาไปทิ้งทะเลซะ
    #17
    0
  9. #16 Mafia principessa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 00:55
     = =อยากฆ่านาโอกิ!!!!!!!!!! ยุ่งอะไรกับนางิจังของเคียวยะ!!!
    #16
    0
  10. #15 furomi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 20:52
    นาโอกิออกตัวปุ๊ปก็ให้แหวนนางิเลยเหรอมีอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่าเนี่้ย==!
    #15
    0
  11. #14 God (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 20:23
    สึน้าาาาาาาาาาา
    #14
    0