KHR : Tale of Love – Reminiscence of the Olden Times [1896]

ตอนที่ 2 : Chapter 2 : สาบานได้ว่านี่ไม่ใช่ห้องสอบสวน?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 603
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    20 เม.ย. 55

นางิ เด็กสาวที่ถูกรับเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลฮิบาริได้รับมอบหมายหน้าที่อันทรงเกียรติ(?)ให้คอยปรนนิบัติรับใช้คุณชายตระกูลฮิบาริ และบัดนี้เธอก็มาอยู่ที่หน้าห้องของเขาแล้ว
 
องครักษ์หนุ่มเปิดประตูให้เด็กสาวก้าวเข้าไปข้างในก่อนจะปิดประตูตามหลังเธอ
 
นางิยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่แม้ว่าประตูจะปิดลงแล้ว เธอจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งคุกเข่าอยู่ตาไม่กระพริบ
 
ชายหนุ่มผมสีดำสนิทถือชามมิโสะอยู่ในมือซ้าย บนโต๊ะเตี้ยๆ ตรงหน้ามีจานสองสามใบวางอยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะกำลังรับประทานมื้อกลางวันอยู่ในห้องคนเดียว
 
...ทำไมเธอถึงไม่ฟังบรรยายคนเขียนเลย? แค่เห็นหน้าเขาก็เหม่อซะแล้วเหรอ ช่วยไม่ได้ก็เธอไม่เคยเจอผู้ชายหน้าตาดีอย่างกับผู้หญิงมาก่อนนี่นา...
 
ชายหนุ่มรับรู้ว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในห้องของเขา ดวงตาที่ปราศจากซึ่งความรู้สึกใดๆค่อยๆ เลื่อนไปมองเธออย่างช้าๆ
 
“...ยืนอยู่ทำไม” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
 
นางิหลุดจากภวังค์ แก้มสองข้างขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอายที่ทำอะไรเปิ่นๆ ออกไป
 
“ข—ขออนุญาตเจ้าค่ะ” เธอค่อยๆ นั่งลงตรงข้ามกับชายหนุ่ม
 
...เงียบ...ไม่มีใครส่งเสียงอะไร...
 
ชายหนุ่มเพียงดำเนินการรับประทานต่อไปอย่างสงบ สายตาชำเลืองมองเธอเป็นระยะๆ ส่วนเด็กสาวก็แค่ทำอะไรไม่ถูก
          
 
ราวสองนาทีผ่านไปเขาก็วางถ้วยมิโสะลงและเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน นางิผงะตามเสียงกระทบของก้นถ้วยกับพื้นโต๊ะ รู้ดีว่ามาตรฐานเขาสูงมากจากที่ได้ยินมา เธอรอฟังคำถามที่เหมือนกับการสอบสวนด้วยอาการตื่นตระหนก
 
“...สวมผ้าปิดตาทำไม?”
 
...
 
.....
 
หา? คำถามแรกของเขาคือนี่เหรอ? ทำไมมันไม่ใช่คำถามเบสิคๆ แบบ ‘เธอเป็นใคร?’ หรือว่า ‘เธอทำอะไรได้บ้าง?’ กันล่ะ? แต่จะงงแค่ไหนนางิก็ต้องตอบไปตามความจริง
 
“เอ๋? ค—คือว่ามัน...น่าอายนิดหน่อยนะเจ้าคะ ตอนฉัน—“
 
“ถ้างั้นก็ไม่ต้องบอก”
 
...
 
.....
 
แล้วทำไมเขาไม่รอฟังคำตอบ? ถ้าไม่ได้สนใจขนาดนั้นก็อย่าถามแต่แรกสิฟะ...(ไม่ใช่ความคิดของเธอหรอก ความคิดคนเขียนนี่แหละ)
 
“ค—ค่ะ...” นางิรู้สึกร้อนใจหนักขึ้นไปอีก เธอคิดว่าตัวเองเผลอทำอะไรไม่ถูกใจเขา
 
ชายหนุ่มยังคงจ้องมองเธอต่อไปเหมือนกับพยายามจับผิด ด้วยสายตาแบบเดียวกับองครักษ์หนุ่มผมดำแต่ไม่มีรังสีอำมหิต มันยิ่งทำให้เธอประหม่ามากขึ้นไปอีก
 
“...ไม่คิดจะแนะนำตัวรึไง?”
 
“ข—ข้าน้อยมีนามว่าฟูจิยูกิ นางิเจ้าค่ะ” เธอลนลานแนะนำตัวด้วยความเขินอายที่ไม่รู้มาจากไหนมากมาย
 
“...แล้วมีธุระอะไร?”
 
“...เอ๋?” เธองงสนิท ไม่ใช่ว่าเขารู้อยู่แล้วหรอกเหรอว่าเธอจะต้องมา?
 
“ตอบคำถามของฉัน” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่กลับส่งแรงกดดันออกมามากอย่างไม่น่าเชื่อ
 
“ข้าน้อย...เป็นย—หญิงรับใช้ของท่านเจ้าค่ะ!...” เธอตอบออกไปตรงๆ ในใจก็เตรียมรับคำติเตียนที่อาจจะตามมาแบบไม่มีปราณี
 
“...โกซาบุโร่ส่งเธอมาใช่รึเปล่า?”
 
“เอ๋? เอ่อ เจ้าค่ะ” ดูเหมือนว่าชายตรงหน้าจะทำอะไรผิดคาดเธอตลอด
 
“ทำไมเธอถึงทำตามที่โกซาบุโร่สั่ง?”
 
นางิรู้สึกแปลกใจมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่ชายหนุ่มเรียกบิดาของตัวเองห้วนๆ แต่เธอก็ไม่กล้าถามออกไป
 
“ท่านโกซาบุโร่ซ—ซื้อข้าน้อยมาเจ้าค่ะ...” เธออธิบายแบบอ้อมๆ ไม่เป็นจึงตอบตรงๆ แม้ในใจจะกลัวโดนดูถูกเหยียดหยามก็ตาม
 
“รัฐบาลประกาศเลิกทาสไปแล้ว ทำไมเธอถึงยังถูกขายอีก?” ในที่สุดคำถามเบสิคก็มาถึง แม้จะไม่ตรงตัวเป๊ะๆ แต่ก็เป็นการถามถึงประวัติว่าเธอเป็นใคร
 
“ตระกูลของข้าน้อยถูกรัฐบาลยึดทรัพย์สิน ท่านแม่จึงขายข้าน้อยให้กับที่นี่อย่างลับๆ เจ้าค่ะ...”
 
“ยังงั้นเหรอ ขุนนางฝ่ายบากุฟุสินะ” ชายหนุ่มทำความเข้าใจอย่างรวดเร็ว และเริ่มคำถามต่อไป
 
“สีผมกับสีตาของเธอ...” เป็นคำถามที่เธอไม่ต้องการที่สุด แต่ก็เลี่ยงไม่ได้
 
“บิดาของข้าน้อย...เป็นชาวอิตาลีเจ้าค่ะ...”
 
“ตระกูลขุนนางยอมรับการแต่งงานกับต่างชาติด้วยเหรอ?”
 
“...”
 
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวไม่ยอมตอบ เขาจึงทำความเข้าใจด้วยตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น
 
...ความเงียบเข้าโอบล้อมทั้งสองคนอีกครั้ง...
 
และคำถามที่ตามมาหลังจากเวลาสามนาทีที่นางิรู้สึกว่านานนับปีก็คือ
 
“...ทำไมถึงสวมผ้าปิดตา?”
 
...
 
.....
 
คล้ายๆ...ว่าเขาจะถามคำถามนี้ไปแล้ว ถึงคำพูดจะไม่เหมือนกันเป๊ะแต่ก็ถามแบบเดียวกัน แล้วเขาก็เป็นฝ่ายตัดบทเองด้วย
 
“เป็นอุบัติเหตุสมัยเด็กเจ้าค่ะ” เธอตอบแบบไม่ลงรายละเอียดมาก
 
“แล้วมันน่าอายตรงไหน?”
 
“คือ...คือว่าข้าน้อย...ถูกรถม้าชนเพราะ...จะออกไปช่วยแมวเจ้าค่ะ...” เธอตอบเสียงตะกุกตะกัก ถึงเธอจะไม่เสียใจที่วิ่งออกไปตอนนั้นแต่การเสียตาไปข้างหนึ่งเพราะเรื่องเล็กน้อยแบบนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจซักเท่าไร
 
“เหรอ...” ชายหนุ่มพูดแค่นั้นก็เงียบไป นั่งนิ่งครุ่นคิดราวกับกำลังหาคำถามมาทดสอบเธอ
 
“ถ้าอย่างนั้น...เธอคิดว่าจะทำหน้าที่นี้ได้ดีแค่ไหน?” คำถามที่เหมือนกับการสอบสัมภาษณ์มาถึงเธอในที่สุด
 
“ข้าน้อย...จะพยายามอย่างสุดความสามารถเจ้าค่ะ” เธอใช้คำตอบเดิม แต่พูดกับชายหนุ่มคนนี้ยากกว่าครั้งแรกมากมายนัก
 
“แค่สุดความสามารถเหรอ? ความมั่นใจล่ะ?”
 
“คือว่าข้าน้อย...” นางิไม่กล้าบอกความจริงหรอกว่า ‘แทบจะไม่มี’
 
“...เธอทำอะไรได้บ้าง?”
 
“งานบ้านงานเรือน...ข้าน้อยพอทำได้เจ้าค่ะ...” เธอเรียนภาคทฤษฎีกับปฏิบัติมาบ้าง “หากท่านมีประสงค์อื่นใดก็บอกข้าน้อยได้เจ้าค่ะ”
 
“คิดว่าจะทำให้ฉันพอใจได้แค่ไหน?”
 
...
 
“เอ๋?” เธอไม่เข้าใจคำถามแม้แต่น้อย
 
“เธอคิดว่าเธอจะใช้ความเป็นผู้หญิงทำให้ผู้ชายพอใจได้มากแค่ไหน?” คำถามขยายขึ้นทำให้คนส่วนใหญ่—รวมทั้งเด็กสาว—เข้าใจ
 
นางิรู้สึกว่าเลือดที่แล่นขึ้นใบหน้าของตัวเองกำลังเดือด สีแดงได้ยึดครองพื้นที่บนใบหน้าของเธอไปกว่า 90% เว้นแต่ดวงตาเท่านั้นที่ยังเป็นสีม่วงอเมธิสต์อยู่
 
“ค—คือว่า...! ข้าน้อย...! ข้าน้อยไม่—! เอ่อ...” สมองเธอรวนจนไม่รู้ว่าจะตอบยังไง
 
ชายหนุ่มสังเกตปฏิกิริยาของเด็กสาวอย่างใจเย็น และก่อนที่นางิจะหมดสติจากอุณหภูมิใบหน้าที่สูงเกินขีดจำกัดเขาก็เอ่ยขึ้น
 
“เอาเป็นว่า...เธอทำตามที่ฉันสั่งก็พอ”
 
“ค—ค่ะ!” นางิไม่อยากอายไปมากกว่านี้จึงยอมรับอย่างว่าง่าย
 
และแล้วคำถามที่ยิงเป็นชุดๆ ก็จบลงด้วยข้อสรุปที่...ไม่คุ้มเวลาที่เสียไปซักเท่าไร...เดี๋ยวนะ...
 
“ม—หมายความว่าท่าน...ข้าน้อย...?” นางิไม่กล้าพูดสิ่งที่คิดออกไปเพราะกลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้วมันจะไม่เป็นความจริง
 
“ถ้าคิดจะรับหน้าที่นี้ต่อไปก็พยายามอย่าถามอะไรเยิ่นเย้อ ฉันไม่ชอบพูดมาก”
 
วินาทีนั้นเองที่เธอมั่นใจ ว่าปาฏิหาริย์มีจริง คุณชายตระกูลฮิบาริที่ว่ากันว่าไม่ยอมให้หญิงใดเข้าใกล้เพิ่งจะเอ่ยปากยอมรับเธอ
 
“ป—เป็นกระคุณอย่างสูงเจ้าค่ะ!” เธอกราบลงกับพื้นด้วยความตื่นเต้นยินดี แล้วเธอก็ได้รู้สึกตัวว่า...
 
“เอ่อ แต่ว่า...ท่าน...ท่าน...”
 
ชายหนุ่มผู้มีความสามารถในการสันนิษฐานอันล้ำเลิศเข้าใจสิ่งที่เด็กสาวพยายามบอกได้ทั้งที่มันไม่เป็นประโยคด้วยซ้ำ
 
“จะเป็นหญิงรับใช้แต่กลับไม่รู้ชื่อของนาย ไม่คิดว่ามันเป็นความบกพร่องบ้างเหรอ?” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ เขาไม่ได้ใส่ความรู้สึกใดๆ ลงไปแต่เด็กสาวก็รู้สึกว่าเธอถูกกดดันด้วยแรงมหาศาล
 
“ข—ข้าน้อยขออภัย!” เธอลนลานกล่าวขอโทษ
 
“[ฮิบาริ เคียวยะ]”
 
“ท—ท่านเคียวยะ...?” เธอมองหน้าอีกฝ่ายเป็นขออนุญาต
 
“อยากเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ” ฮิบาริตอบอย่างไม่ใส่ใจ
 
“ข—ขอบพระคุณเจ้าค่ะ!” เธอเอ่ยขอบคุณด้วยความโล่งใจ ดูเหมือนว่าถ้าเธอจะอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปเธอก็ต้องรับสถานการณ์ทรมานประสาทแบบนี้ให้ได้
 
“มีอีกเรื่องหนึ่งที่เธอควรรู้ไว้ ห้องพักของเธอคือห้องนี้”
 
...
 
คำพูดเรียบๆ ราวกับไม่ใส่ใจของชายหนุ่มทำให้เด็กสาวตกอยู่ในสถานะที่ใกล้เคียงกับคำว่าช็อก
 
“ห—ห้องนี้!?”
 
สมองเธอคิดไปถึงประเด็นสนทนาที่เกือบทำเธอเป็นลมเมื่อครู่ แล้วใบหน้าของเธอก็แดงเถือกอีกครั้ง
 
“หึ” เสียงหัวเราะในลำคอกับรอยแสยะยิ้มที่มุมปากของฮิบาริไม่ได้ช่วยอะไรเธอขึ้นมาเลย นอกจาก...
 
ตุบ
 
...ช่วยตัดฟางเส้นสุดท้ายให้เธอหมดสติคาพื้นเสื่อ
 
ฮิบาริจ้องมองเด็กสาวที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นห้องด้วยแววตาเป็นนัย
 
‘...ผู้หญิงคนนี้คงจะใช้ได้...’
 
--
 
แนะนำตัวละคร
 
  
ฮิบาริ เคียวยะ
เผ่าพันธุ์ : เทพบุตรสุดโหด (ล้อเล่น มนุษย์ตะหาก)
เพศ : ชาย
อายุ : 19 ปี
ส่วนสูง : 174 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 62 กิโลกรัม
ชอบ : แฮมเบอร์เกอร์สเต็ก, สัตว์เล็กสัตว์น้อยและเด็กๆ, อะไรที่มันญี่ปุ่นๆ
เกลียด : เสียงดัง, ฝูงชน, การถูกขัดขวาง, [พวกสัตว์กินพืช]
 
ข้อมูล : คุณชายตระกูลฮิบาริและเป็นว่าที่หัวหน้าตระกูลรุ่นต่อไป เติบโตขึ้นมาโดยยอมทำตามคำสั่งโกซาบุโร่แม้ว่าจะไม่เต็มใจก็ตาม สาเหตุเป็นเพราะรักเกียรติและศักดิ์ศรีมาก เมื่อไม่สามารถเอาชนะอาเคซากะในการต่อสู้แบบตัวต่อตัวได้จึงจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของโกซาบุโร่ตามสัญญาที่ทำไว้และความเชื่อในคอนเซปท์ ‘ผู้ล่าและเหยื่อ’ เมื่อใดที่สามารถเอาชนะองครักษ์หนุ่มได้เมื่อนั้นเขาจะได้รับอิสระอย่างแท้จริง ในวันที่เขาอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ถ้าหากเขายังไม่สามารถเอาชนะอาเคซากะในการต่อสู้ตัวต่อตัวได้เขาจะเสียสิทธิ์ในการรับตำแหน่งหัวหน้าตระกูลคนต่อไปตามประเพณี(หัวหน้าตระกูลต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด)
 
สุขุมเยือกเย็นและรอบคอบ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถมุทะลุได้อย่างไม่น่าเชื่อ หงุดหงิดง่าย เชื่อคนยาก แบ่งสิ่งมีชีวิตออกเป็นสองประเภทคือ [สัตว์กินพืช] ที่อ่อนแอ ชอบรวมกลุ่ม และสนใจแต่เอาตัวรอด [สัตว์กินเนื้อ] ที่แข็งแกร่ง ไม่ต้องพึ่งใคร และเป็นฝ่ายล่าสัตว์กินพืช และประเภทพิเศษ [สัตว์เล็กสัตว์น้อย] รวมไปถึงตัวอ่อนของสัตว์หลายชนิด ที่อ่อนแอและต้องการการปกป้อง เขาจัดคนรอบตัวส่วนใหญ่เป็นประเภทแรก ตัวเองและองครักษ์หนุ่มเป็นประเภทที่สอง และนอกจากที่กล่าวไว้ข้างต้น(สัตว์เล็กเด็กน้อย)แล้ว เขายังรู้สึกถึงออร่าของ ‘ประเภทที่สาม’ จากตัวของหญิงรับใช้คนใหม่ของเขาด้วย ถึงแม้ว่าทางกายภาพเธอจะเข้าข่าย ‘ประเภทที่หนึ่ง’ เต็มร้อยก็ตาม
 
*หมายเหตุ : อาหารที่ฮิบาริชอบ ตามแฟนบุ๊คคือ “ฮัมบากุ” (han-baa-gu) เป็นคาตาคานะหมายความว่าต้องอ่านแบบภาษาต่างประเทศ(ในที่นี้คืออังกฤษ) แปลเสียงได้ว่า “แฮมเบิร์ก” ซึ่งตัดมาจาก [แฮมเบอร์เกอร์ สเต็ก] อาหารที่มีถิ่นกำเนิดคือประเทศญี่ปุ่น เป็นเนื้อทอดกับส่วนผสมอื่นๆ(แล้วแต่สูตร)จากนั้นจึงราดซอสชนิดต่างๆ ลงไป(แล้วแต่สูตร) ส่วนสำคัญที่แยกออกจากแฮมเบอร์เกอร์ก็คือ “ไม่มีขนมปังประกบ” และ อย่าสับสนกับ [แฮมเบิร์ก สเต็ก] แม้ว่าจะรูปร่างคล้ายกัน อันนั้นมีถิ่นกำเนิดที่เมืองฮัมบูร์กของของเยอรมณี ไม่เกี่ยวอะไรกับที่ญี่ปุ่น
 
...แต่ทางตะวันตกเองบางคนก็ยังเข้าใจว่า [แฮมเบอร์เกอร์] ในภาษาญี่ปุ่นนั้นเป็นอันเดียวกับ [แฮมเบอร์เกอร์] ที่เป็นอาหารฟาสต์ฟู้ดอเมริกัน(อาจต้องโทษคนแปลเป็นอังกฤษที่ไม่มีความรู้) [แฮมเบอร์เกอร์] ที่เป็นฟาสต์ฟู้ดนั้น อ่านเป็นคาตาคานะว่า “ฮัมบากะ” (han-ba-ga) ซึ่งถ้าแปลเสียงเป็นอังกฤษก็คือ “แฮมเบอร์เกอร์” ตรงตัว
 
(คำอธิบายนั้นสามารถพิสูจน์ได้ แค่ไปหาในกูเกิ้ลก็จะรู้ ส่วนวิธีการอ่านเสียงคาตาคานะนั้น คนเขียนเรียนมาและสามารถอ่าน/แปลเสียงได้)
 
--
 
R:”จบช่วงแนะนำแล้ว”
 
DX:”ตอนนี้คุยกันอย่างเดียวเลยเหรอ?”
 
R:”มันต้องเร่งให้รู้เรื่อง เพราะเนื้อเรื่องจริงคือจากนี้ไป จะเห็นตัวละครบางตัวเข้ามาผสมโรงกันตามใจคนเขียน อย่างเช่น [ฮิเบิร์ด] นี่ยังไงก็ต้องมี แต่ตอนนี้ยังไม่มี รอดูว่าตอนไหนจะออก”

DX:”ฟิค Another Universe คนละมิติกับเรื่องต้นแบบ การที่เขียนฟิคประเภทนี้ขึ้นมาก็หมายความว่าคนเขียนต้องการจะละเลงให้มันมือ”

R:”ว้ายตายแล้ว! รู้ได้ไงฮ้า!?”

DX:”...ท่าทางสนุกมากเลยนะ”
 
R:”...ใช่ นู้กหนุก!”
 
--

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

187 ความคิดเห็น

  1. #172 Euretrit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 / 23:38
    ฮิบะจัง เธอคิดจะทำอะไรนางิที่น่ารัก
    #172
    0
  2. #154 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 / 13:19
    ได้ฟิคสุด
    #154
    0
  3. #153 Snow Flake (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 07:47
    อ่านแล้วความรู้เพียบ ><
    #153
    0
  4. #36 1896 บันไซ!! (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 10:29
    สงสารนางิ กว่าจะผ่านมาได้ 555
    คนอ่านเองยังลุ้นตัวแทบโก่งเลย (อินจัด - -)
    #36
    0
  5. #31 ++TuNazZ++ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 21:30
    ชอบการแนะนำตัวละครแบบนี้จัง ได้ฟีลชะมัด =w=b
    #31
    0
  6. #20 MillLz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2555 / 00:01
    เห้ ขอบคุณมากค่า

    เราเคยถามคำถามนี้กับหลายคนละ

    ว่าทำไมมันถึงเรียกแฮมเบอร์เกอร์ทั้งๆที่ขนมปังก็ไม่มี = =

    ได้ความรู้เยอะเลยแห้ะ :-)


    และ ฮิ คิดอะไรกับโคลมอยู่นั่นนน
    #20
    0
  7. #13 Shion Eliphas Levi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 10:46
    ไม่รู้ว่านางิซื่อบื้อ... หรือเคียวยะรับมือยากและหล่อเกินไปกันแน่ = =;;
    #13
    0
  8. #11 001 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 09:45
    อึกกกก..อัพเร็วๆนะ จะรออ่าน >
    #11
    0
  9. #10 Mafia principessa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 16:01
    เคียวยะนายถามแบบนั้นทำไมน่ะ=o=
    #10
    0
  10. #8 furomi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 14:06
    ดีใจด้วยนะโคลม^^
    #8
    0
  11. #7 Orume (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 13:59
     ให้ตายยยยย 

    ท่านฮิถามอะไรอย่างน้านนนนน -//////////////-
    #7
    0
  12. #6 นักมายากลจากนรก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 07:06
    สถานการณ์ราวกับเป็นการสอบสัมภาษณ์ยังไงยังงั้น = =;;
    และหนูโคลมก็สอบผ่าน~!!!
    #6
    0