KHR : Tale of Love – Reminiscence of the Olden Times [1896]

ตอนที่ 17 : Final Chapter : เรื่องราวทั้งหมดเปิดเผย การรัวไอเดียสุดพิศวงงงงวยของคนเขียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    25 เม.ย. 55

หลังจากการทดสอบในพิธีส่งมอบอำนาจจบลงด้วยชัยชนะของฮิบาริ เคียวยะ ประตูกระดาษจากห้องที่รายรอบอยู่ก็พังทลาย กลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบกรูกันออกมาพร้อมด้วยอาวุธครบมือเข้าล้อมปิดทางออกเอาไว้
 
ผู้คนแตกตื่นพยายามจะหนีออกไปแต่ก็ถูกดันให้กลับเข้ามา
 
“บอกตามตรงข้าตกใจจริงๆ ทึ่เจ้าสามารถเอาชนะอาเคซากะได้ แต่ถ้าคิดว่าข้าไม่ได้เตรียมการอะไรเอาไว้เลยล่ะก็คิดผิดแล้ว! ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ทุกคนในคฤหาสน์นี้ ฆ่าให้หมด!!”
 
คมหอกคมดาบนับสิบตรงเข้าหาเหล่าผู้อาศัยในคฤหาสน์ด้วยหมายจะเอาชีวิต แต่ความวุ่นวายเช่นนี้ ประธานคณะกรรมการรักษาระเบียบผู้เคร่งในกฎย่อมไม่ปล่อยไปเฉยๆ
 
ทอนฟาที่หวดไปมาในสนามรบส่งศัตรูลงไปกองกับพื้นนับสิบในไม่กี่วินาที ถ้าเขาตัวคนเดียวเรื่องนี้คงง่ายเหมือนกระดิกนิ้ว
 
คมหอกคมดาบแห่งความตายพุ่งตรงเข้าหาชีวิตน้อยของเด็กสาวผมม่วงที่ยืนตัวแข็งด้วยความกลัว กว่าฮิบาริจะหันกลับมาเห็น มัจจุราชก็อยู่ห่างกับเธอแค่คืบ...
 
ฉึก! ฉัวะ! ฉึก!
 
ใบดาบที่คมกริบเฉือนเนื้อจนยูคาตะสีเทาชุ่มเลือด ชายหนุ่มผมรีเจ้นท์ใช้ร่างกายรับหอกดาบแทนเด็กสาวผมม่วง
 
“อึก!”
 
“คุณคุซาคาเบะ!”
 
ฮิบาริมองดูองครักษ์ของตัวเองจากท่ามกลางวงล้อมของศัตรู ดวงตาของเขานิ่ง ปราศจากความเป็นห่วงกังวลใดๆ
 
“ฮึ่ย~” สองมือรวบดาบหอกที่ฝังอยู่ในร่างกายของตัวเองเอาไว้ และด้วยพลังมหาศาล เหวี่ยงผู้ถือปลิวทะลุประตูกระดาษไปสามห้อง
 
แม้จะมีบาดแผลหลายแห่งและเสียเลือดไปไม่น้อย แต่รองประธานคณะกรรมการรักษาระเบียบยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ไม่มีท่าทางโงนเงนให้เห็น
 
“ประธานครับ! ผมจะไม่ยอมให้ใครต้องเป็นอะไรไปเด็ดขาด ไม่ต้องเป็นห่วงครับ!”
 
“หึ กับนายฉันเคยเป็นห่วงเมื่อไรกัน รองประธาน”
 
ชายสูงวัยผู้เป็นตัวร้ายใหญ่ของเรื่องมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของตัวเองอย่างตกตะลึง
 
‘บ้าน่า... เจ้าคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้านั่น... ตอนที่แพ้อาเคซากะยังไม่เห็นมีกำลังมากขนาดนี้เลย...หรือว่าเจ้านี่เองก็ออมแรงเอาไว้!’
 
การต่อสู้ทำท่าจะไม่จบลงง่ายๆ แต่การปรากฏตัวของใครคนหนึ่งก็ทำให้ทุกอย่างหยุดนิ่ง ประตูห้องข้างๆ เปิดออกพร้อมกับที่ชายหนุ่มผมเงินก้าวออกมา
 
“ดีมากนาโอกิ! พาซาซางาวะ เคียวโกะออก—“
 
ตุบ
 
ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่พร้อมรับคำสั่ง เพราะร่างกายล้มคว่ำหน้าลงไปไม่กระดิก
 
เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลก้าวเข้ามาในห้อง มือขวากันตัวเด็กสาวด้านหลังจากการปะทะที่กำลังรุนแรง
 
“ใช้เคียวโกะจังเป็นเครื่องมือ ร้ายกาจมาก แต่ไม่ได้ผลหรอก เพราะฉันไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ‘แย่ง’ เคียวโกะจังจากใครเลย” สึนะพูดกับชายสูงวัยที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดเหงื่อผุดเป็นเม็ดๆ
 
“โกซาบุโร่ ที่นายใช้อาเคซากะให้แอบฟังพวกเราที่คฤหาสน์ ซาวาดะ สึนะโยชิรู้สึกตัวและส่งสัญญาณให้พวกเรารู้ สึนะโยชิไม่มีทางพูดเข้าข้างนายเด็ดขาด อะไรที่พูดหลังจากนั้นทั้งหมดนับเป็นเรื่องโกหก
 
สึนะนิ่งไป ลุกขยับให้ฮิบาริจับสัมผัสผู้ที่ซ่อนตัวอยู่หลังประตูได้ถนัดตา
 
แต่เป็นเพราะคุณโกซาบุโร่ ตระกูลซาซางาวะถึงได้รอดจากผลกระทบหลังสงครามปฏิรูปมาได้ ผมยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรนะครับ เขาเอ่ยโดยใส่น้ำเสียงให้ดูผิดปกติที่สุดพร้อมทั้งส่งสายตาให้เคียวโกะอย่างจงใจให้เด็กหกขวบมองออก
 
‘เรื่องหลังจากนั้น...โกหก...?’
 
แต่พวกนาย โดยเฉพาะสึนะโยชิต่างรู้ดี ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเพียงเครื่องมือของฉันเท่านั้น ฮิบาริเอ่ยพลางยกชาขึ้นจิบอย่างไม่แยแสอะไร ราวกับคำที่ตัวเองพูดออกไปมันธรรรมดาเหลือแสนแต่แท้ที่จริงแล้วเป็นเพราะคำพูดนั้นเป็นเพียงเปลือกนอกที่ไม่ได้ใส่ความรู้สึกลงไป
 
ผมรู้แล้วล่ะคุณฮิบาริ ว่าเรื่องคราวนี้สำคัญมากถึงขนาดที่คุณสามารถทิ้งเด็กคนนั้นได้อย่างไม่ลังเล สึนะเอ่ยอย่างสงบ เขาเองก็ไม่แสดงท่าทีต่อคำพูดของชายหนุ่มเช่นกัน เป็นเพราะคำพูดที่เขาเอ่ยนั้นมันไร้สาระสิ้นดี
 
นางิจังน่าสงสารจริงๆ แต่ความรู้สึกที่เคียวคุงมีต่อฉันก็เหมือนกับของเธอ ฉันรู้สึกว่าช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ เคียวโกะเอ่ยหน้าสลดแม้จะรู้ว่าทุกคนกำลังพูดโกหกกันอยู่ แต่เธอก็อดเศร้าใจไม่ได้ที่ทั้งคู่ต่างพูดสิ่งเหล่านี้ออกมา
 
ชายสูงวัยหายใจหอบด้วยความตื่นเต้นตกใจกับเหตุการณ์ แต่เมื่อสงบใจลงได้ก็เริ่มเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเลศนัยราวกับตัวเองเป็นต่ออยู่อีกครั้ง
 
“...อย่างนี้นี่เอง ถ้าคำพูดทั้งหมดนั่นมีเพื่อให้เข้าใจในทางตรงกันข้าม แท้ที่จริงแล้วเจ้าไม่ได้รักซาซางาวะ เคียวโกะเลยยังงั้นล่ะสินะ และที่เจ้าจงใจพูดแบบนั้นก็เพื่อให้ข้าละความสนใจจากผู้หญิงนั่น นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเป็นห่วงเป็นใยกับแค่เด็กไร้ค่าที่ถูกพ่อแม่ขาย”
 
นางิรู้สึกเหมือนถูกหอก(สามง่ามซะด้วย)ทะลวงอก เพราะไม่ว่าจุดประสงค์ของคำพูดนั้นจะเป็นอะไร มันก็คือความจริง เธอเองก็คิดเช่นกัน...ว่าตัวเธอนั้นไร้ค่า ไม่มีใครต้องการ...
 
...แต่ดูเหมือนฮิบาริจะคิดต่างออกไป
 
“โกซาบุโร่ ในที่นี้มีคนที่ไร้พ่อแม่ หรือถูกขายมาอยู่มากมาย แต่ตัวนายเองที่บอกว่ามีค่านักหนายังไม่เห็นว่าจะมีใครที่ไหนสนใจใยดีเลย?”
 
ชายสูงวัยผงะกับประโยคที่ไม่คาดคิดว่าจะถูกโต้กลับมา
 
“ซาวาดะ สึนะโยชิโดยบุคคลแล้วก็เป็นแค่สัตว์กินพืชตัวจ้อยตัวหนึ่งแต่ก็ยังถูกสายตาจำนวนนับไม่ถ้วนคอยจับจ้อง คุซาคาเบะ เท็ตสึยะที่กำพร้าพ่อแม่ก็ยังมีเด็กคนอื่นๆ ชื่นชม ฟูจิยูกิ นางิ เด็กที่นายบอกว่าไร้ค่า ในที่นี้มีคนรักเธอที่เป็นตัวเธออยู่มากมาย โกซาบุโร่ นายมีอะไรกับตัวบ้าง?”
 
นางิตกตะลึง ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอคิดว่าตัวเองเป็นเด็กที่ไม่มีใครต้องการถึงได้พยายามทำให้ตัวเองมีค่า แต่ฮิบาริ เคียวยะคนนี้เป็นคนแรกที่บอกว่าเธอนั้นมีค่าเพียงเพราะเธอคือตัวเธอเอง
 
โกซาบุโร่กัดฟันกรอดโมโหสุดขีดกับคำดูถูกของชายหนุ่มที่มีชีวิตอยู่มาไม่ถึงครึ่งของตัวเอง
 
“หุบปาก!! เก้าอี้ผู้นำตระกูลฮิบาริจะต้องเป็นของข้า! เรื่องอะไรข้าจะยกให้เด็กอวดดีอย่างเจ้า!!” หัวหน้าใหญ่องค์กรช็อกเกอร์(?)เอ่ยอย่างเดือดดาลก่อนจะตะโกนด้วยเสียงอันเกรี้ยวกราด
 
“ยอดฝีมือ ได้เวลาแล้ว!!”
 
กลุ่มคนปริศนาในผ้าคลุมปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ต่างคนต่างเข้าประกบแต่ละสถานที่สำคัญ คนหนึ่งด้านหลังวองโกเล่หนุ่มและซาซางาวะ เคียวโกะ คนหนึ่งข้างชายหนุ่มผมรีเจ้นท์ที่กำลังบาดเจ็บ คนหนึ่งอยู่ท่ามกลางผู้อาศัยในคฤหาสน์ที่รวมกันอยู่ และอีกคนหนึ่งเข้าข้างหลังเด็กสาวผมม่วงที่กำลังตกใจ
 
ในตอนสุดท้ายผู้ที่ปรากฏตัวออกมาคือผู้นำตระกูลซาซางาวะอยู่ข้างๆ ชายผู้บงการเรื่องทั้งหมด
 
“ทำได้ดีมาก” โกซาบุโร่พูดกับเรียวเฮ “ยอดฝีมือทั้งสี่คนนี้รวมทั้งซาซางาวะ เรียวเฮ บวกกับตัวประกันทั้งหมดในห้อง ถึงเป็นเจ้าก็ไม่มีทางทำอะไรได้ สวดมนต์ก่อนตายซะเคียวยะ!”
 
“นายตะหากที่ต้องสวดมนต์ให้สุดหูรูด!! โกซาบุโร่!!”
 
ผัวะ!!
 
หมัดซ้ายสุดขั้วซัดเข้าที่ปลายคางของชายสูงวัยกระเด็นขึ้นไปชนเพดานอย่างรุนแรงจนคนที่ได้เห็นไม่แน่ใจว่าหลังจากนี้แล้วเพดานตรงนั้นช่างจะรับซ่อมหรือไม่(เรื่องคนไม่ต้องพูดถึง)
 
“จ—เจ้า...!” โกซาบุโร่(ที่รอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์)พูดตะกุกตะกักด้วยความตื่นตระหนกปนสับสน
 
เพื่อให้เรื่องทั้งหมดเฉลยออกมา กลุ่มคนปริศนาในผ้าคลุมต่างเผยร่างจริงออกมา
 
ผมเงิน คิ้วขมวด ตาแข็งกร้าวให้บรรยากาศจริงจังสมเป็นมือขวาของบอส โกคุเดระ ฮายาโตะ ผู้พิทักษ์แห่งวายุของวองโกเล่แฟมิลี่
 
ผมดำ เขาวัว ตาที่หลับข้างหนึ่งเสมือนโปรยเสน่ห์ให้สาวใจละลาย แรมโบ้ ผู้พิทักษ์แห่งอัสนีของวองโกเล่แฟมิลี่
 
ร่างสูง หน้าคม ผมดำ รอยยิ้มที่สบายๆ ยามาโมโตะ ทาเคชิ ผู้พิทักษ์แห่งพิรุณของวองโกเล่แฟมิลี่
 
ผมม่วง สามง่าม สัปปะรด(?) ตาสองสีและรอยยิ้มอาบยาพิษที่ดึงดูดคนรอบข้างให้หลงใหล โรคุโด มุคุโร่ ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกของวองโกเล่แฟมิลี่
 
“ฉันด้วย! คติประจำใจคือ สุดหูรูด!! ซาซางาวะ เรียวเฮ ผู้พิทักษ์แห่งอรุณที่สุดขั้วของวองโกเล่แฟมิลี่!!” ชายหนุ่มผมขาวชูมือออกไปด้านหน้ากำหมัดแน่น
 
“ฉันคือบอสแห่งนภาของวองโกเล่แฟมิลี่” สึนะแนะนำตัวสั้นๆ “และไม่ใช่แค่นั้น แม้จะยังไม่เป็นทางการ ฮิบาริ เคียวยะ ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาของวองโกเล่แฟมิลี่”
 
นางิตกใจกับความลับที่ยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด แม้แต่คนเขียน(เหรอ?) แต่ที่ทั้งตกใจทั้งหวาดผวาคือโกซาบุโร่ เขาไม่คิดเลยว่าตลอดมาตัวเองทำสงครามเย็นกับแก๊งมาเฟียที่มีอิทธิพลยิ่งใหญ่ที่สุดของอิตาลี อาจจะมีถึงขนาดที่อำนาจสูงเหนือรัฐบาลเมจิของญี่ปุ่นในปัจจุบัน
 
“ทีนี้เธอเข้าใจรึยัง ว่าทำไมฉันถึงปกปิดเรื่องทั้งหมดไม่บอกเธอ” ฮิบาริหันมาพูดกับเด็กสาวผมม่วงที่ยืนตะลึงอยู่ เธอพยักหน้าตอบอย่างเข้าใจ
 
“จ—เจ้าค่ะ! ถ้าข้าน้อยรู้เรื่องใหญ่เหนือจินตนาการของข้าน้อยเป็นจำนวนมากขนาดนี้ ข้าน้อยคงไม่มีทางเก็บเป็นความลับได้ตลอดรอดฝั่ง” นางิมั่นใจในความเป็น ‘นักโกหกยอดห่วยแห่งศตวรรษ’ ของตัวเองมาก
 
“...หึหึหึ เคียวยะ เจ้าไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเหมือนกับข้ามากขนาดไหน...”
 
ทุกสายตาหันไปมองชายสูงวัยที่เสียงสั่นคล้ายกับใกล้จะเสียสติเต็มที
 
“ทำถึงขนาดนี้เพื่อจะขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลฮิบาริ เจ้าไม่คิดบ้างเหรอว่าความทะเยอทะยานของเจ้านั้นเหนือล้ำกว่าข้าไปมาก”
 
ฮิบารินิ่งเงียบไม่ตอบ แต่แววตาของเขาบ่งบอกว่าคำตอบของคำถามนั้นน่ะ เขาคิดได้นานจนจะลืมอยู่แล้ว
 
“ตำแหน่งปกครองพวกสัตว์กินพืชในรังแออัดนี่น่ะเหรอ ฉันไม่อยากได้หรอก” ฮิบาริพูดถึงตำแหน่งหัวหน้าตระกูลอย่างเสียทิ้งเสียขว้างตรงกันข้ามกับสิ่งที่ทายาทควรจะทำ
 
“แต่การปล่อยให้คนน่ารังเกียจอย่างนายปกครองบ้านที่เป็นของครอบครัวฉันเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎ ฉันปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้ นายจะต้องเข้าไปอยู่ในคุกชดใช้ความผิดที่ติดสินบนคนของรัฐบาลฝ่ายสำมะโนครัวให้เปลี่ยนประวัติตระกูลฮิบาริ และที่ร้ายแรงที่สุด แอบอ้างว่าเป็นพ่อ และนาโอกิเป็นพี่ชายของฉัน”
 
คำประกาศอันน่าตกใจนี้ทำให้นางินึกไปถึงรูปถ่ายครอบครัวที่น่าจะเป็นของทั้งสามคนและหญิงสาวผู้เป็นแม่
 
เด็กชายทั้งสองคนที่อยู่ในรูป ทารกผมดำคนนั้นเป็นนายของเธอไม่ผิดแน่ ปัญหาอยู่ที่เด็กชายอีกคน ตอนนั้นเธอไม่ได้ใส่ใจมากแต่ตอนนี้เธอเห็นชัดเจนว่าผมของเด็กทั้งคู่เป็นสีดำ และถึงรูปจะเป็นแบบขาวดำ นาโอกิก็ไม่ได้มีสีผมใกล้เคียงกับสีดำเลยซักนิด
 
“พ่อของฉันคือน้องชายของนาย ฮิบาริ ชินเงกิ และพี่ชายของฉันก็ไม่ใช่คนน่ารังเกียจอย่างเจ้าหมอนั่น” ฮิบาริมองชายหนุ่มที่นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น...ดาบที่หักสองเล่มในมือ
 
“ฮิบาริ อาเคซากะ หมอนี่จะเป็นหัวหน้าตระกูลฮิบาริเอง”
 
ตกใจแล้วตกใจเล่า แต่นางิก็ยังไม่ชินซะที ถ้ามานึกดูดีๆ แล้ว ทั้งเสียงและสัมผัสตอนที่ถูกจู่โจมในห้องมืด เธอรู้สึกคุ้นเคยเพราะมันคล้ายกับผู้เป็นนายของเธอ ที่แท้เพราะองครักษ์หนุ่มเป็นพี่ชายแท้ๆ นี่เอง
 
โกซาบุโร่ตอนนี้หมดสภาพ ท่าทางอวดดีที่แสดงออกมาราวกับเป็นฝ่ายชนะหายวับไปเหลือแต่แววตาที่เต็มไปด้วยความกลัว กลัวชายหนุ่มผมดำตรงหน้าราวกับเขาเป็นปีศาจ
 
“ตั้งแต่สิบปีก่อน ในห้องลับนั่น นายโง่จริงๆ ที่ไม่เผามันไปซะ นายทำอะไรไปหรือคิดจะทำอะไร คิดจะส่งคนมาจับตาดูฉัน หรือจงใจให้รอบตัวฉันมีแต่คนอ่อนแอ เรื่องที่นายปิดเอาไว้ฉันรู้ทั้งหมด ฉันรู้ว่านายใช้ฉันเป็นตัวประกันบังคับอาเคซากะ ฉันถึงได้รอจนกระทั่งฉันแข็งแกร่งขึ้นมาได้”
 
นางิรู้สึกทึ่งกับแผนการอันซับซ้อนนี้ และทึ่งยิ่งกว่ากับชายผู้คิดมันทั้งหมด ...ซึ่งก็คือคนเขียน
 
(R:รับเครดิตคนเดียวเต็มๆ วะฮ่าๆ!] DX:ยัยนั่นพูดถึงคนเป็นพระเอกหรอกเฟ้ย)
 
“ชิ! ทำไมฉันต้องถ่อมาถึงนี่เพื่อเรื่องแค่นี้ด้วย!” โกคุเดระบ่นเมื่อเห็นว่าเรื่องทั้งหมดจบลงแล้ว สองพ่อลูกจอมลวงโลกก็โดนขนส่งสันติบาล
 
“เอาน่า โกคุเดระ ได้ออกก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ^ ^” ยามาโมโตะตบไหล่เพื่อนให้ใจเย็นๆ
 
“พี่สาวสวยๆ ในเมืองมีตั้งเยอะ ผมน่าจะเอาเวลาไปเดินชมมากกว่านะครับ -_-+” แรมโบ้พูดเสียงเนือยๆ
 
“คุฟุฟุ~ เป็นละครที่สนุกไม่เลวทีเดียวครับ มีการหลอกตลบหลังซ้อนแผนกัน คนที่คิดขึ้นมาได้คงเหมาะจะเป็นนักต้มตุ๋นนะครับ~” มุคุโร่เอ่ยพาดพิงคนคิดแผนการ...
 
(R:เฮ้ย! ฉันนี่หว่า! เจ้านักมายาพันธุ์สัปปะรดนั่น ให้บทแล้วปากมากยังงี้เหรอ!)
 
ที่มุมหนึ่งของห้อง สองพี่น้องนั่งคุยกันหลังจากที่ต่างฝ่ายต่างเงียบใส่กันตลอดหลายปีที่ผ่านมา
 
“...”
 
“...”
 
...เฮ้ย จะพูดกันมั้ยเนี่ย กินหน้ามาเยอะแล้วนะ -_-*...
 
“...เคียวยะ ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้ ฉันจะจัดการเอง...” อาเคซากะเอ่ยเสียงเรียบไร้สีหน้าเหมือนอย่างเคย แต่บรรยากาศอึดอัดที่เคยแผ่ออกมาบัดนี้คลายลงแล้ว
 
“ทำให้ฉันต้องลำบากทำเรื่องน่ารำคาญพวกนี้ นายสมควรจะต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว” ฮิบาริเอ่ยเหมือนไม่ใยดีฝ่ายตรงข้าม
 
สำหรับพี่น้องตระกูลฮิบาริ แค่นี้ก็คงเข้าใจกันทั้งหมดแล้ว...
 
“โอ๊ะ อะไรกันครับเนี่ย สาวน้อยที่น่ารักคนนี้~”
 
นางิสะดุ้งหันกลับไปหาเจ้าของเสียง ชายหนุ่มผมสีม่วงตาสองสีส่งยิ้มให้เธอที่ยังตื่นตกใจไม่หาย มือข้างหนึ่งที่กำสามง่ามเลื่อนเข้ามาจะสัมผัสใบหน้าขาวของเด็กสาวผมม่วง
 
“โรคุโด มุคุโร่ นายคิดจะทำอะไร” ฮิบาริเข้าแทรกระหว่างทั้งสองคน
 
“อะไรกันครับ ฮิบาริ เคียวยะ ผมก็แค่จะทักทายสาวน้อยน่ารักน่าทะนุถนอมคนนี้เท่านั้นเอง เข้ามายุ่งแบบนี้เสียมารยาทนะครับ คุฟุฟุ~”
 
“ดูเหมือนว่าก่อนจะไปอิตาลีฉันคงมีเรื่องต้องจัดการทำให้ชัดเจนซะที่นี่” ฮิบาริเอ่ยเสียงเย็นก่อนจะหันหน้ากลับมาหานางิที่ยืนตกใจกับคำว่า ‘อิตาลี’
 
“ท่านเคียวยะจะไป อุ๊บ—!”
 
ท่ามกลางสายตาและเสียงกรีดร้อง ชายหนุ่มผมดำดึงกดริมฝีปากของตัวเองเข้ากับเด็กสาวอย่างแนบแน่น
 
เพียงไม่กี่วินาทีทั้งคู่ก็ผละออกจากกัน ฮิบาริตัดสินใจว่านี่เป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการพูดคำนี้
 
“จำไว้ให้ดี ไม่ใช่แค่โรคุโด มุคุโร่ แต่พวกนายทุกคน ฟูจิยูกิ นางิ ผู้หญิงคนนี้เป็นของฉัน” พร้อมกับแสยะยิ้มอย่างผู้มีชัย
 
‘ท—ท่านเคียวยะ o///o ทำอะไรไม่บอกเราอีกแล้ว!’
 
--
 
R:”จบแล้ว! เป็นไปตามที่วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นจนท้าย!”
 
DX:”ยาวมากๆ เลยตอนนี้”
 
R:”ให้เรื่องมั้นจบๆ ไปซะ จะได้เข้าสู่ปัจฉิมบท ว่าแต่อาวุธเยอะกันจังนะตอนที่แล้วเนี่ย ทั้งดาบ ทั้งธนู ทั้งมีด แม้กระทั่งระเบิดแสวงเครื่อง ทำไมดุกันจังฟะ(ถึงจะชอบธนูก็เถอะ) =_=;”
 
DX:”ความผิดแกนั่นแหละ ดันเล่นอะไรไม่เข้าท่า”
 
R:”ก็นะ รู้ปะว่าเขียนหมดนั่นเพื่อจะดูปฏิกิริยาคนอ่านเท่านั้น ได้ผลตามคาด อะคุคุคุคุ~”
 
DX:”ทุกคนคงจะเข้าใจนิสัยของคนเขียนมากขึ้นแล้วสินะครับ =_=;”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

187 ความคิดเห็น

  1. #182 Euretrit (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 / 00:28
    ผู้พิทักษ์ มาทำไมกันหรอ หวานมดขึ้นคอมเหลือหลาย
    #182
    0
  2. #169 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 / 18:55
    แผนการก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก =w=;;
    แต่ตอนจบหวานสุดขั้วววว /// เรียวเฮเข้าสิง
    #169
    0
  3. #149 LazyGirl* (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 11:22
    สนุกกก ตอนจบนังมุแอบมาหม้อโคลม-*- แต่ให้มันรู้ไปซะบ้างว่าโคลมของท่านฮิคนเดียว >___<
    อร๊ายยย ฟินนนน >/////<
    #149
    0
  4. #140 นักมายากลจากนรก (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2555 / 17:57
    ถึงกับตะลึงกับแผนที่ช่างซับซ้อนซ่อนเงื่อน!!!
    พวกโกคุเดระเหมือนมาเป็นตัวประกอบ 55+ (โดนจ้องตาขวาง)
    #140
    0
  5. #138 ++TuNazZ++ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2555 / 11:31
    ' ถ้าแผนมันจะซับซ้อนขนาดนี้ ' 55555555
    #138
    0
  6. #135 Orume (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 23:33
    แผนลึกลับบบบบ
    หวาน =//////=
    #135
    0
  7. #132 สาวหน้ากากดำ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 20:20
    สนุกมากๆเลยค่า
    #132
    0
  8. #130 Mafia principessa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 19:33
     แหมๆ เคียวยะเนี่ยนะ แผนซ้อนแผนเยอะดีนะสนุกดีและดีใจมากกกกที่มุคุรั่วเป็นแค่ตัวประกอบ
    #130
    0
  9. #129 furomi (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 18:06
    ถึงแม้แผนมันจะซับซ้อนไปหน่อยแต่ก็จบแบบ happy end!!
    #129
    0
  10. #126 มากิ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 13:04
    ส..สนุกมากค่ะ ถ้าแผนมันจะซับซ้อนขนาดนี้555 สนุกกก >
    #126
    0