KHR : Tale of Love – Reminiscence of the Olden Times [1896]

ตอนที่ 13 : Chapter 10 : ประชุมใหญ่ ณ คฤหาสน์ซาซางาวะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 เม.ย. 55

ล้อมรอบด้วยทุ่งนาป่าเขา รถม้าที่กำลังวิ่งอยู่บนถนนสายหนึ่ง นางินั่งเหม่อมองออกมานอกหน้าต่าง สายตาเธอว่างเปล่า สีหน้าหม่นหมองของคนคนอมทุกข์ เป็นเช่นนี้มาได้สองเดือนแล้วนับแต่วันที่นายของเธอ ฮิบาริ เคียวยะหมั้นกับเด็กสาวจากตระกูลขุนนางซาซางาวะ
 
แต่สาเหตุที่เธอตกอยู่ในสภาพอย่างนี้ไม่ใช่เพราะเหตุนั้นซะทั้งหมด มันเป็นเพราะเหตุการณ์หลังจากที่เธอหนีภาพอันบาดใจ และค้นพบห้องลับที่มีอัลบั้มรูปของครอบครัวฮิบาริเข้าโดยบังเอิญ
 
-ย้อนอดีต-
 
นางิถูกร่างลึกลับล็อกตัวจากด้านหลังและปิดปากไม่ให้เธอส่งเสียงร้อง ในความมืดเช่นนี้เธอไม่อาจมองเห็นรูปร่างของผู้เข้าทำร้ายเธอได้เลย
 
“...ถ้าไม่อยากทิ้งชีวิตของตัวเองและคนรอบข้างล่ะก็ห้ามบอกเรื่องของห้องนี้ให้ใครรู้...”
 
‘!? เสียงนี้...เคยได้ยินที่ไหนกันนะ...’
 
ก่อนที่เธอจะทันได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นท้ายทอยของเธอก็ถูกกระแทก สติของเธอเลือนหาย เมื่อเธอรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าตัวเองอยู่ที่ห้องกับนายของเธอและองครักษ์ผมรีเจ้นท์ นกขมิ้นตัวเหลืองยืนมองเธออยู่ข้างๆ หมอน
 
“ตื่นซะทีนะ เธอไปทำอะไรอยู่ที่ทางเดิน?” ฮิบาริเอ่ยถามเสียงดุ
 
เด็กสาวได้แต่เงียบ เพราะคำพูดของชายปริศนาที่ทำร้ายเธอในห้องมืดนั้นบ่งว่าไม่ได้ล้อเล่นแม้แต่น้อย
 
“...ช่างเถอะ ตื่นมาก็ดี ใกล้จะได้เวลามื้อเย็นแล้ว” ฮิบาริพูดจบก็หันกลับไปสนใจหนังสือที่ตัวเองอ่านค้างอยู่
 
นางิมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง เสียงที่คุ้นหูของเธอย่อมหมายความว่าเป็นคนใดคนหนึ่งในคฤหาสน์หลังนี้ อันตรายอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกแต่เธอกลับไม่สามารถบอกกับใครได้
 
-กลับสู่ปัจจุบัน-
 
ตั้งแต่นั้นมาจากเดิมที่เธอเป็นคนเงียบอยู่แล้วก็ยิ่งเป็นหนักเข้าไปอีก ความทุกข์เรื่องนายของเธอมีคู่หมั้นถูกเก็บเอาไว้ก้นบึ้งของหัวใจ ตอนนี้เธอเป็นห่วงความปลอดภัยของคนรอบตัวเธอ โดยเฉพาะชายหนุ่มผมดำที่นั่งอยู่ในรถม้าข้างเธอตอนนี้
 
‘รูปถ่ายพวกนั้นเป็นรูปของท่านเคียวยะ หมายความว่าต้องมีความลับอะไรบางอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับท่านเคียวยะ...’
 
จนป่านนี้เธอยังนึกอะไรไม่ออก เธอรู้แค่ว่าในรูปพวกนั้นมีอะไรบางอย่างที่แปลกประหลาดแต่ก็เป็นแค่ความรู้สึกที่บอกชัดไม่ได้
 
หลังจากเดินทางอันยาวนาน ในที่สุดรถม้าก็มาถึงคฤหาสน์ทรงญี่ปุ่นหลังหนึ่งแถบชานเมืองโอซาก้า แม้อาณาบริเวณจะเล็กกว่าของตระกูลฮิบาริ แต่ก็นับว่าใหญ่โตไม่น้อย
 
โกซาบุโร่เดินนำขบวน อาเคซากะอารักขาอยู่ข้างๆ ด้านหลังคือฮิบาริและผู้ติดตามทั้งสาม(รวมก้อนขนสีเหลืองบนบ่าของฮิบาริ)
 
“เคียวยะ ข้ามีเรื่องต้องปรึกษากับท่านเรียวเฮ เจ้าจงไปพบคู่หมั้นของเจ้าซะ”
 
ที่สี่แยกของทางเดินด้านในคฤหาสน์ ชายสูงวัยเดินตรงไปพร้อมกับองครักษ์หนุ่ม ส่วนฮิบาริเลือกทางขวาอย่างไม่ลังเล
 
ถึงหน้าห้องห้องหนึ่ง ฮิบาริเลื่อนประตูเปิดออกอย่างไม่เกรงใจ
 
ภายในเป็นห้องที่ปูด้วยเสื่อทาทามิและตกแต่งอย่างเรียบๆ ด้วยดอกไม้ประดับแจกันใบหนึ่ง นั่งพับเพียบอยู่ที่กลางพื้นห้องคือหญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนในชุดกิโมโนเรียบๆ เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็เดาได้ แต่ที่เกินคาดคือตรงข้ามเด็กสาวมีเด็กหนุ่มอีกคนนั่งอยู่ ผมฟูสีน้ำตาลและสูทดำทำให้รู้ทันทีว่าเป็นใคร
 
“ท่านซาวาดะ?” นางิไม่คาดคิดว่าจะได้เจอเด็กหนุ่มที่นี่ ต่างกับฮิบาริที่มีท่าทีสงบราวกับรู้ล่วงหน้า
 
“นางิ คุซาคาเบะ ไปที่สวนด้านหลังคฤหาสน์ และอยู่ที่นั่นจนกว่าฉันไปหา” ฮิบาริออกคำสั่งแบบกะทันหัน
 
เด็กสาวยังงงอยู่แต่รองประธานฯปฏิบัติตามด้วยดี พาทั้งตัวเองและเด็กสาวไปตามที่ได้รับคำสั่ง
 
ในห้องเหลือเพียงสามคน...กับตัวเหลืองขนปุยอีกหนึ่งตัว... ซึ่งก็เป็นไปตามที่ชายหนุ่มต้องการ
 
“ซาวาดะ สึนะโยชิ มาตามนัดได้ดีมาก” ฮิบาริเริ่มจากการเอ่ยชมเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล
 
“พอผมได้รับจดหมายจากเคียวโกะจังผมก็รีบมาทันที ส่วนนึงเพราะตกใจที่ทั้งสองคนกลายเป็นคู่หมั้นกันลับหลังผมน่ะสิครับ” สึนะยิ้มบางๆ
 
“เรื่องกระจิบกระจ้อยตัดทิ้งไป ที่ผ่านมาทั้งหมดก็เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในวันนี้”
 
เด็กหนุ่มและเด็กสาวพยักหน้า ทั้งสามเริ่มประชุมแผนการที่ล่วงรู้กันอย่างลับๆ ไม่กี่คน
 
--
 
มาทางด้านสองคนที่ถูกส่ง(ไล่)ไปที่หลังคฤหาสน์ พวกเขาได้พบกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน
 
บ้านทำด้วยไม้หลังใหญ่อยู่ในสภาพทนทานแข็งแรงดีตั้งอยู่ภายในสวนหลังคฤหาสน์ซึ่งเป็นลานกว้าง เด็กๆ ต่างเพศต่างวัยจำนวนมากกระจายอยู่ทั่ว บ้างก็นั่งเฉยๆ บ้างก็นอนบนระเบียงทางเดิน บ้างก็วิ่งเล่นกันในสวน
 
ทั้งสองตกใจที่สุดเมื่อเด็กคนหนึ่งหันมาเห็นทั้งสองคนแล้วยิ้มกว้างออกมาพร้อมทั้งร้องเสียงดัง
 
“พี่คุซาคาเบะ!!”
 
เด็กๆ หันมามองทั้งคู่กันหมด บางคนวิ่งเข้ามาหาองครักษ์หนุ่มที่ยืนตะลึงอยู่ สมาชิกบ้านเด็กกำพร้าทุกคนอยู่ที่นี่กันพร้อมหน้า
 
นางิยืนมองการหวนกลับมาพบกันอันแสนสุขีด้วยรอยยิ้มปิติ
 
‘ที่แท้คนที่รับเด็กๆ ไปก็คือครอบครัวคุณเคียวโกะนี่เอง ท่านเคียวยะให้พวกเรามาที่นี่เพื่อพบกับพวกเขาสินะ’
 
เธอทักทายเด็กๆ บ้าง บางคนก็จำเธอได้ เล่นกับเด็กๆ ทำให้เธอลืมเรื่องร้ายๆ ผ่อนคลายความเครียดไปได้ สีหน้าเธอดีขึ้นทันตา สิ่งนี่อยู่ในการคาดเดาของฮิบาริหรือไม่ก็ไม่อาจรู้ได้ แต่เรื่องดีๆ แบบนี้ไม่ต้องสนใจรายละเอียดหยุมหยิมมากนักหรอก
 
“นี่ๆ แล้วพี่ชายอีกคนนึงมาด้วยรึเปล่าฮะ?” เด็กชายคนนึงถามนางิถึงผู้เป็นนายของเธอ
 
เด็กสาวยิ้มเมื่อเธอเห็นว่าเด็กๆ จำชายหนุ่มได้ เธอตัดสินใจไปเรียกเขาให้มาพบกับเด็กๆ ด้วยตัวเอง ลืมคำสั่งที่บอกให้คอยอยู่เฉยๆ ไปสนิท
 
--
 
“งั้นเหรอครับ ผมคิดถูกสินะที่ขอร้องคุณดีโน่เป็นครูฝึกให้กับคุณฮิบาริ” สึนะเอ่ยด้วยความพึงพอใจหลังจากได้รู้ว่าการฝึกของชายหนุ่มไปได้สวย
 
“ประเด็นแรกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ส่วนสำคัญคือประเด็นที่สอง แผนการที่จะดำเนินการในวันตัดสินอีกสองสัปดาห์ข้างหน้าจำเป็นจะต้องรัดกุม จะต้องมั่นใจว่าโกซาบุโร่ดิ้นไม่หลุด แผนการที่เป็นรูปเป็นร่างชัดเจนยังต้องใช้เวลาอีกหน่อย เสร็จแล้วฉันจะส่งเป็นจดหมายไป” ฮิบาริพูดถึงสิ่งที่พวกเขาเตรียมการกันมาตั้งแต่ก่อนเริ่มเรื่อง คนนอกย่อมไม่รู้ว่าเวลาสามปีที่ต้องปิดปากเงียบมันยาวนานขนาดไหน
 
สึนะนิ่งไป ลุกขยับตัวแก้เมื่อยครั้งหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น
 
“แต่เป็นเพราะคุณโกซาบุโร่ ตระกูลซาซางาวะถึงได้รอดจากผลกระทบหลังสงครามปฏิรูปมาได้ ผมยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรนะครับ” เขาพูดพลางชำเลืองมองเด็กสาวข้างๆ ด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง
 
สองคนที่เหลือหันมามองเขาแล้วก็เงียบ ก่อนที่ฮิบาริจะเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นก่อน
 
“เอาไว้แค่นี้ก่อนก็พอ เรื่องที่ฉันอยากพูดมีอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องของฟูจิยูกิ นางิ”
 
ทั้งสองคนให้ความสนใจขึ้นมาทันที ไม่ใช่แค่พวกเขา แต่เด็กสาวคนหนึ่งที่มาถึงหน้าประตูห้องในเวลานี้พอดีเองก็เช่นกัน
 
‘เรื่องของ...เรา...’ นางิพยายามเงี่ยหูฟังอย่างเงียบเชียบที่สุด
 
“ไม่ใช่แค่ฉัน แต่เคียวโกะก็สังเกตได้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีความรู้สึกแบบชายหญิงกับฉัน” ฮิบาริเอ่ยแบบทื่อๆ เหมือนกับคนไม่มีความละเอียดอ่อน
 
‘! ท่านเคียวยะรู้เหรอ...’ นางิรู้สึกเย็นสันหลังขึ้นมาทันที
 
“แต่พวกนาย โดยเฉพาะสึนะโยชิต่างรู้ดี ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเพียงเครื่องมือของฉันเท่านั้น” ฮิบาริเอ่ยพลางยกชาขึ้นจิบอย่างไม่แยแสอะไร ราวกับคำที่ตัวเองพูดออกไปมันธรรรมดาเหลือแสน
 
“ผมรู้แล้วล่ะคุณฮิบาริ ว่าเรื่องคราวนี้สำคัญมากถึงขนาดที่คุณสามารถทิ้งเด็กคนนั้นได้อย่างไม่ลังเล” สึนะเอ่ยอย่างสงบ เขาเองก็ไม่แสดงท่าทีต่อคำพูดของชายหนุ่มเช่นกัน
 
“นางิจังน่าสงสารจริงๆ แต่ความรู้สึกที่เคียวคุงมีต่อฉันก็เหมือนกับของเธอ ฉันรู้สึกว่าช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ” เคียวโกะเอ่ยหน้าสลด
 
‘...’
 
ขาของเด็กสาวอ่อนแรงจนแทบจะค้ำยันตัวเอาไว้ไม่อยู่ ตอนนี้ความจริงกระจ่างชัดต่อสองหูของเธอแล้ว ว่าความรู้สึกของเธอไร้ค่าต่อเขาเพียงใด
 
เธอเดินจากไปอย่างเงียบๆ ไม่ให้พวกเขารู้ว่าเธออยู่ตรงนั้น น้ำตาก็ไม่ไหลออกมาซักหยด เธอหมดเรี่ยวแรง ไม่อาจทำได้แม้แต่ร่ำไห้
 
--
 
บนรถม้าที่วิ่งบนถนนสายเดิมแต่ในทิศทางตรงกันข้าม เพื่อที่จะกลับไปยังคฤหาสน์ฮิบาริในเกียวโต เด็กสาวผมม่วงแย่ลงกว่าขามาในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง หรือแม้แต่ออร่าที่แผ่ออกมา ทั้งหมดบ่งบอกแต่ความโศกเศร้า จนส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง
 
คุซาคาเบะ อารมณ์ดีที่เกิดจากการเล่นกับเด็กๆ ก็หายวับไป ความรู้สึกเป็นห่วงเด็กสาวเข้ามาแทนที่
 
ฮิบาริ... เหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นอกจากสายตาที่ชำเลืองมองเด็กสาวด้วยความสงสัยเป็นครั้งเป็นคราวว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ?
 
ฮิเบิร์ด ได้รับผลกระทบรุนแรงถึงขนาดหายตัวไป...?
 
--
 
ประตูห้องเลื่อนเปิดออก ชายหนุ่มผมสีขาวก้าวเข้าไปในห้องของผู้เป็นน้องสาวหลังจากที่แขกกลับไปกันหมดแล้ว
 
“พี่คะ เป็นยังไงบ้าง?”
 
“นั่งคุยนิ่งๆ ฉันไม่ถนัดสุดขั้วเลย” เรียวเฮเอ่ยเสียงเนือยๆ ก่อนจะนั่งล้อมวงกับน้องสาวและเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล
 
“ฮิบาริว่าไงมั่ง?”
 
“คุณฮิบาริบอกว่าจะส่งจดหมายมาบอกอีกทีนึงน่ะครับ”
 
ทั้งสามเงียบไป ตกอยู่ในห้วงความคิด(เป็นอะไรที่ทรมานมากสำหรับชายหนุ่ม เนื่องจากคำว่า ‘นั่งคิด’ นั้นเข้ากับเขาไม่ได้อย่างแรง)
 
“ฮิบาริ! ฮิบาริ!”
 
เสียงแหลมทำให้ทั้งสามตกใจ ลนลานมองหาต้นเสียง สุดท้ายพบว่าผู้พูดเป็นสัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดที่ทั้งคู่เคยเจอตั้งแต่เกิดมา ...ก้อนขนสีเหลืองลอยอยู่กลางอากาศ...
 
“หนูเคยเห็นมาก่อน เป็นนกของเคียวคุง”
 
ฮิเบิร์ดเริ่มส่งเสียงเจื้อยแจ้ว และเอ่ยในสิ่งที่ทำให้ต่างก็ตกใจกัน
 
“รวมตัว! รวมตัวผู้พิทักษ์ทั้งห้า! รวมตัวผู้พิทักษ์ทั้งห้า!” พูดจบนกขมิ้นตัวเหลืองก็บินออกไปทางประตูติดสวนที่เปิดอยู่
 
--
 
R:”...เอ่อ...อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจอะไรสิครับ รีบเกลียดฮิบาริไปไหน ต้องเกลียดคนเขียนสิถึงจะถูก อะไรที่เกิดขึ้นเป็นความผิดคนเขียนทั้งนั้นเลยนะครับ...”
 
DX:”มาแปลกแฮะ? ยอมรับเรื่องทั้งหมดไว้เองได้ไง?”
 
R:”เฮ้ย! หยุด!”
 
DX:”เอ๋? อะไร?”
 
R:”หึหึหึ”
 
R:”นายหยุดเดี๋ยวนี้เลย! กล้าปลอมตัวเป็นฉันแล้วมาพล่ามไม่เข้าท่างั้นเหรอ!”
 
R:”ไม่ได้ปลอมตัวซะหน่อย ตัวย่อของชื่อฉันก็แบบนี้ถูกแล้ว”
 
R:”เงียบไปเลย! ฉันใช้ก่อนก็ต้องมีสิทธิ์ก่อน! Reborn ก็ใช้ Rb สิเฟ้ย!”
 
Rb:”ชิ เห็นว่าเป็นคนเขียนนะ จะยอมซักครั้ง”
 
R(เช็ดเหงื่อ):”เอาล่ะครับ ที่รีบอร์นพูดก็ไม่ผิดซะทีเดียวหรอกนะครับ อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจอะไรกันไป อย่าเกลียดฮิบาริ แล้วก็อย่าเกลียดคนเขียนด้วยนะครับ ปริศนาใกล้จะคลายลงแล้ว อดใจรอกันซักนิด ^ ^;”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

187 ความคิดเห็น

  1. #179 Euretrit (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 / 00:13
    มุคุโร่ มาเอาเด็กนายกลับไปเลยเจ้าฮิมันกำลังจะทำร้ายนางิผู้น่ารัก
    #179
    0
  2. #165 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 / 18:37
    โว้ยยยยยยยยยย
    #165
    0
  3. #145 LazyGirl* (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 10:59
    สงสารโคลมอ่า แง TT ช้านจะฆ่าแก ฮิบาริบ้า T____T
    #145
    0
  4. #118 001 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2555 / 18:35
    มันเศร้า...ความเจ็บปวดมันเกินทน (พูดยังกับเคยรู้สึก--ก็เคยอะดิ--ล้อเล่นน่า ^^;)
    #118
    0
  5. #111 สาวหน้ากากดำ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2555 / 16:44
    เศร้าจังเลยT-T
    #111
    0
  6. #106 Orume (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2555 / 16:19
     เศร้าาา
    #106
    0
  7. #102 นักมายากลจากนรก (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2555 / 07:31
     แอบฮาตรง "ฮิเบิร์ด ได้รับผลกระทบรุนแรงถึงขนาดหายตัวไป"
    #102
    0
  8. #100 Mafia principessa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2555 / 02:26
     ผู้พิทักษ์...เดาได้เลยว่าเกิดเรื่องยุ่งแน่ๆ- -
    #100
    0
  9. #97 sonata (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 19:26
    ตอนนี้ซมาก
    #97
    0
  10. #96 furomi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 19:03
    ฮิเบิร์ดคงไม่ได้รับผลกระทบนั้นจนหายไปหรอกน่า==
    #96
    0