[one shot] when I'm missing you : เพิร์ธ x เซ้นต์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 419 Views

  • 8 Comments

  • 12 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    419

    Overall
    419

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ



ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 16 ก.ย. 61 / 22:39

บันทึกเป็น Favorite


One shot: When I’m missing you

Paring: เพิร์ธ x เซ้นต์


Warning: .ใดๆ ในนิยายล้วนมโนค่ะ

 

 

              ตุบ

           

              ที่นอนผืนหนายวบตามน้ำหนักตัวที่ทิ้งลงนอนแผ่หราท่ามกลางแสงสลัว ร่างเพรียวบางนอนหงายมองเพดานหลังจากทำงานมาทั้งวัน แต่ทั้งที่ควรเหนื่อย นัยน์ตากลมโตกลับยังคงเปล่งประกายสดใสในช่วงเวลาเกือบตีหนึ่ง ราวกับร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟินออกมาไม่จบไม่สิ้น เซ้นต์รับรู้ถึงความตื่นเต้นในอกว่าสนุกแค่ไหนกับงาน BOBAW 2018


              เป็นอีกครั้งที่ได้รวมตัวกับเพื่อนที่แสดงซีรีย์บังเอิญรักด้วยกัน ขาดก็แค่พี่ชายเมืองเหนืออย่างพี่เอิร์ธที่มาไม่ได้ แน่นอนว่าคนที่ไม่ค่อยได้เจอเพื่อนคนอื่นบ่อยนักย่อมดีใจมากเป็นธรรมดา แต่ว่าระยะเวลาค่อนข้างกระชั้นชิดไปนิด เลยออกแนวทักทายผิวเผินเสียมากกว่า เพราะต่างคนต่างต้องไปหาแฟนคลับของใครของมัน


              วันนี้ค่อนข้างพิเศษกว่าวันอื่นที่ผ่านมา หลังจากไม่ได้ทักทายแฟนๆ บ้านคู่ร่วมกับเพิร์ธมาสักพักใหญ่ คราวนี้ได้มีโอกาสคุยกับแฟนคลับของพวกเราสองคน เขาก็มีหยอกน้องไปตามประสาคนชอบแหย่ตามปกติ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน โดยที่ไม่ได้คุยอะไรกันเพราะต่างคนต่างรีบ โดยเฉพาะเขาที่ต้องเตรียมพร้อมกับมีตติ้งครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้


              “นอนไม่หลับ..” พอกลับถึงบ้านก็ซ้อมโน่นนี่นั่นนิดหน่อย ก่อนจะเช็คของแจก เช็คคิว สารพัดอย่างที่มือใหม่หัดจัดมีตติ้งควรจะทำ จนกระทั่งเที่ยงคืนครึ่ง เขาก็พึ่งคิดได้ว่าควรอาบน้ำนอน แต่ออกจากห้องน้ำเท่านั้นแหละ...จากที่ไม่ค่อยง่วงแต่แรก เลยกลายเป็นว่ายิ่งตาสว่างกว่าเดิม จนต้องควานมือไปหาปัจจัยห้าของชีวิต


              โปรแกรมที่เป็นรูปนกสีขาวในกรอบพื้นหลังฟ้าถูกกดเข้าไปแล้วเลื่อนดูความเป็นไปของผู้คน เขาเห็นรูปภาพตัวเองจำนวนมากที่ถูกรีทวิต เช่นเดียวกับของเพื่อนคนอื่นที่เต็มหน้าฟีด ริมฝีปากสีชมพูเรื่อระบายยิ้มไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นทวิตของใครบางคนเข้า

 

              เข้ามาดู #เพิร์ธมาร์ค จะบอกว่าเห้ยยยนี่พี่น้องกันจริงๆ บอกกี่ทีแล้วว่าพี่น้องงงงงง5555555555 แต่ไม่รู้ดูทำไมละเขิน แต่พี่น้องกันจริงๆนะ ใช่ป่ะ @perthppe โว้ะะะะ

             

              เป็นทวิตของมาร์ค ซึ่งทวิตไว้เมื่อสามวันก่อนโดยแท็กหาเพิร์ธ อันที่จริงเขาคุ้นๆ ว่าเหมือนพี่เก่งเคยเล่าให้ฟังอยู่ว่ามีกระแสอะไรสักอย่างนี่แหละ เพียงแต่เขางานยุ่ง เลยไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่นัก แถมไลน์กลุ่มและไลน์ส่วนตัวก็ดองเอาไว้เพียบ มีตอบเฉพาะเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเพราะต้องคุยเรื่องเรียน ส่วนคนอื่น ถ้าสำคัญมากจริงจะโทรหามากกว่า


              เกิดอะไรขึ้นนะ...นิ้วเรียวยาวกดเข้าไปอ่านตรงส่วนคอมเม้นท์ทันที เพิร์ธไปตอบว่าเป็นแค่พี่น้องกัน ส่วนไตเติ้ลก็บอกว่าตัวเองคือคนที่กุมความลับของสองคนนี้เอาไว้ ยังมีพี่นิวเข้ามาแซวอีก ก่อนจะตามมาด้วยแฟนคลับอีกนับไม่ถ้วนจนอ่านแทบไม่หวาดไม่ไหว ซึ่งเท่าที่จับใจความได้ น่าจะมาจากการที่มาร์คเข้าไปดูแท็กคู่ของตัวเองกับเพิร์ธเลยเอามาพูดในทวิต เลยทำให้แฟนคลับพากันกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่


              ก็นะ...เป็นเรื่องปกติของแม่ยกทั้งหลายที่มีการจับคู่จากความใกล้ชิด โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทและพี่น้อง เขาไม่แปลกใจเลยที่เห็นคนเชียร์คู่เพิร์ธมาร์ค เพราะเขาเองก็โดนจับคู่กับมีนเหมือนกัน คู่มีนเซ้นต์ ติณณ์พีท เขาเคยเห็นบ้างตามทวิตเตอร์ เพียงแต่อาจจะไม่ได้ดูโด่งดังเท่ากับคู่ของน้องสองคนนี้ที่มาแรงเหลือเกิน...


              มาแรงจนเขาอดคิดไม่ได้ว่า...เฮ้ย ตัวเองไม่สนิทกับเพิร์ธหรือเปล่านะ


              คิ้วเรียวเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อฉุกคิดขึ้นมาเช่นนี้ เขาหวนนึกย้อนไปวันแรกที่เจออีกฝ่าย เขากับเพิร์ธไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อยู่คนละสังกัด แถมยังอายุห่างกันสามปีอีก พูดง่ายๆ ก็คือจับเอาคนแปลกหน้าสองคนมาเล่นเป็นคนรักกัน


              ช่วงแรกบอกตรงๆ เลยว่ากระอักกระอ่วนนิดๆ เพราะน้องก็ดูเกร็งที่ต้องคุยด้วย แต่เพื่องาน เขาเลยพยายามเข้าหา คุยด้วยตลอดถ้ามีโอกาส จนรู้สึกว่าสนิทกับน้องจริงๆ เหมือนอย่างที่ให้สัมภาษณ์ไปว่าคนที่เซ้นต์ศุภพงษ์สนิทที่สุดก็คือเพิร์ธ


              แต่ว่า...เราสนิทกับเขา แล้วเขาสนิทกับเราหรือเปล่า


              รู้ตัวว่าความคิดชักไปกันใหญ่แล้ว เขาคงไม่ค่อยได้เจอน้องเลยฟุ้งซ่าน แต่มันก็อดคิดขึ้นมาไม่ได้ ที่จริงทุกคนในกองถ่ายต่างสนิทสนมเท่าๆ กัน แต่ถ้าต้องเลือกจริงๆ เขาก็เลือกเพิร์ธ ถึงจะมีความแตกต่างด้วยวัยและนิสัย หากในระยะเวลาที่ถ่ายทำซีรีย์ด้วยกันนั้น มันมีความผูกพันที่เชื่อมโยงพวกเขาเอาไว้ ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือเรื่องร้าย ทั้งเขาและเพิร์ธต่างให้กำลังใจกันและกันเสมอ เราสองคนรู้สึกอุ่นใจเพราะมีอีกฝ่ายอยู่เคียงข้าง จนถึงวันที่ปิดกองถ่ายและได้พบกันน้อยลง...


               หรือว่าในอนาคตต้องกลายเป็นแค่คนรู้จักเฉยๆ เท่านั้นนะ


              “ไร้สาระ คิดอะไรงี่เง่า” เสียงงึมงำดังขึ้นในลำคอระหว่างกดออกจากทวิตของมาร์ค เขาไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอน ไม่ได้น้อยใจ แต่แค่รู้สึกโหวงๆ ในใจแปลกๆ บางที...เขาอาจจะห่างกับพวกเพื่อนๆ และน้องๆ จนเหมือนมีระยะห่าง โดยเฉพาะกับเพิร์ธที่แสดงคู่กัน เขาจำไม่ได้แล้วว่าคุยกันจริงๆ จังๆ กันครั้งล่าสุดเมื่อไหร่


              แอพพลิเคชั่นทวิตเตอร์ถูกกดออก ก่อนจะเป็นแอพพลิเคชั่นไลน์ที่กดเข้าไปดู เขาเป็นคนชอบดองไลน์จริงๆ...นี่ปาไปพันกว่าข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน แค่ข้อความของแต่ละกลุ่มก็ปาไปกลุ่มละสามร้อยกว่า เห็นผ่านๆ ว่ากลุ่มเพื่อนคณะเศรษฐศาสตร์คุยกันไปห้าสิบข้อความ แต่ว่า...เขากดเลื่อนผ่าน แล้วเข้าไปยังแชท เพิร์ธแทน


              เซ้นต์:

            ถึงบ้านรึยัง


              คำถามสิ้นคิดอย่างที่ไม่เคยถามอีกฝ่ายเลยสักครั้ง...ถูกส่งไปหลังจากไม่ได้คุยเป็นการส่วนตัวกันนานเป็นเดือน ร่างเพรียวบางเปลี่ยนเป็นนอนคว่ำแล้วจ้องหน้าจอที่ยังปรากฏแชทกับคนเดิม รออยู่พักหนึ่งข้อความนั้นจึงขึ้น read แล้วคนอายุน้อยกว่าก็ตอบมา


              เพิร์ธ:

              ถึงนานแล้วพี่ ยังไม่นอนอีกเหรอ

             

              เซ้นต์:

              พึ่งอาบน้ำเสร็จ เลยยังไม่ง่วงอ่ะ

 

              เพิร์ธ:

              เจอน้ำแล้วตาสว่างเลยล่ะสิ ผมก็เป็นเหมือนกัน

 

              เซ้นต์:

              นี่ก็นอนไม่หลับเหรอ

 

              เพิร์ธ:

              เปล่าพี่ พอดีผมผมพึ่งทบทวนบทเรียนเสร็จ อีกไม่กี่วันจะมีควิซ ต้องขยันหน่อย

 

              เซ้นต์:

              นี่พี่กวนเพิร์ธอยู่หรือเปล่า เอาไว้คุยกันคราวหน้าแล้วกัน ไม่กวนละๆ

 

              เพิร์ธ:

              ไม่ได้กวนจริงๆ ผมคุยได้

             

              ไม่รู้จะตอบยังไงเลย...เซ้นต์เสยผมพลางครุ่นคิดว่าจะตอบอย่างไรดีเพราะรู้สึกเกรงใจเด็กที่จะมีสอบ ทว่าผ่านไปยังไม่ถึงสิบวินาทีหลังจากส่งข้อความมา เสียงร้องเตือนว่ามีคนโทรเข้าก็ดังขึ้น ร่างเพรียวบางสะดุ้งโหยง และรีบกดรับทันที


              (พี่เซ้นต์ สะดวกคุยมั้ย) เสียงคุ้นหู เป็นเสียงที่ทุ้มน่าฟังและเปี่ยมด้วยความสดใส เซ้นต์พูดไม่ออกเพราะไม่คิดว่าน้องจะโทรผ่านเบอร์โทรศัพท์เพื่อคุยกับเขา ทีแรกว่าจะตำหนิว่าโทรมาทำไม รีบไปพักผ่อนซะ แต่ว่าเขาเป็นคนทักน้องไปก่อนเอง เลยทำให้ต้องยอมตอบไปว่า “สะดวก ยังไงตอนนี้ก็นอนไม่หลับอยู่ดี”


              (ผมก็นอนไม่หลับ งั้นมาคุยกันจนกว่าจะง่วงแล้วกัน) แว่วเสียงหัวเราะและเสียงกุกกัก คาดว่าคงกำลังเก็บอุปกรณ์การเรียนนั่นล่ะ ริมฝีปากอวบอิ่มเผลออมยิ้มเมื่อพอนึกภาพออก เลยแกล้งแซว


              “น้องม.หกขยันจังน้า สงสัยนายธนพนธ์ สุขุมพันธนาสารคงได้คะแนนสูงสุดของประเทศแน่เลย”


              (สาธุ ถ้าได้จริงนี่ผมปิดซอยเลี้ยงอ่ะ ทุกวันนี้เวลาสอบผมยังต้องนั่งจ้ำจี้มะเขือเปาะแปะระหว่างข้อเอ บี ซี ดี อยู่เลย) น้องว่ามาแบบนี้ ทำเอาเซ้นต์หลุดหัวเราะออกมา มันคือเรื่องจริงของชีวิตนักเรียนทุกคน และเขาก็ทำเหมือนน้องเวลาทำข้อสอบปรนัยไม่ได้เช่นกัน


              “แล้วเป็นยังไง ช่วงนี้สบายดีมั้ย เรียนหนักหรือเปล่า”


              (ก็เหนื่อยนิดหน่อย พอดีมีงานตอนเย็นแทบทุกวันเหมือนพี่ แต่ยังดีที่เพื่อนในห้องช่วยสอนวิชาที่ไม่เข้าใจให้ ผมเลยยังเอาตัวรอดได้บ้าง ส่วนเรื่องเรียนก็ดี หนักหน่วงดี)


              “ฮ่าฮ่าฮ่า ระดับเพิร์ธสอบเข้าได้ทุกที่อยู่แล้ว”


              (ไม่รู้สิ ผมอยากไปเรียนที่ที่นึง ยังไงก็ต้องพยายามให้มากที่สุด ว่าแต่พี่เซ้นต์ล่ะ ช่วงนี้พักผ่อนพอหรือเปล่า ไหนจะเรียนไหนจะเตรียมตัวจัดงานมีตติ้งอีก เหนื่อยแย่เลยดิ นอนบ้างนะ)


              ทั้งที่ตัวเองก็งานเยอะทุกวัน ยังเป็นห่วงเขาอีก เซ้นต์อดยิ้มกว้างไม่ได้ ก่อนจะอ้อนให้อีกฝ่ายมางานมีตติ้งตัวเอง “มางานมีตติ้งพี่สิ รับรองว่าพี่จะหายเหนื่อยเลย พี่สัญญาว่าจะเลี้ยงดูเป็นอย่างดี มาหาพี่เถอะนะ นะนะ”


              (โหย พูดแบบนี้เดี๋ยวผมก็ไปยึดงานมีตติ้งพี่เป็นงานมีตติ้งผมเองซะเลยนี่) เจ้าตัวหยอกกลับ เรียกเสียงหัวเราะจากทั้งทางฝั่งคนพูดและคนฟัง ก่อนคนพี่จะชักชวนต่อ


              “ถ้าว่างก็มาหาพี่ แฟนๆ ต้องอยากเจอเพิร์ธแน่ๆ แถมดีไม่ดีคงได้ย้ายไปเป็นแฟนคลับเพิร์ธกันหมดแน่ถ้าเห็นเพิร์ธบนเวที”


              (จะดีเร้ออ พี่เซ้นต์จะยกแฟนคลับให้ผมหมดเลยจริงอ่ะ)


              “เออ ขอแค่มาแล้วกัน” คนโดนท้าตอบกลับไปตรงๆ อย่างที่ยอมทุ่มหมดหน้าตัก เขาอยากให้น้องไปร่วมงานด้วยจริงๆ ซึ่งคนโดนตื้อก็ได้แต่หัวเราะ ก่อนจะกรอกเสียงมาให้ได้ยินในลำโพง


              (ถึงแฟนคลับพี่ย้ายมาหาผมหมดจริงๆ แต่พี่ก็ยังมีผมเป็นแฟนคลับเซ้นต์ซุปนะ)


              น่าแปลกที่จู่ๆ หัวใจก็เต้นแรงและถี่รัว ความคิดที่อยากล้อเด็กอายุน้อยกว่าสามปี กลับกลายเป็นว่าตัวเองนี่แหละที่หน้าร้อนผ่าว และได้ยินเสียงก้อนเนื้อในอกดังตุบๆ ท่ามกลางความเงียบในห้องนอน


              “ถ้าเป็นแฟนคลับก็ต้องมีของมาให้พี่สิ นี่ไม่เห็นจะให้อะไรเลย” ก่อนที่หัวใจจะเต้นแรงจนปลายสายได้ยิน เขาก็แหย่อีกฝ่ายโดยการร้องขอขนมหรือของกระจุกกระจิกที่มักได้จากแฟนๆ ทว่า..


              (มีแต่หัวใจอ่ะ รับมั้ย)


              ให้ตายเถอะ ใครสั่งใครสอนให้พูดกับพี่ชายแบบนี้ ตามปกติแล้วเวลาอยู่ต่อหน้าแฟนคลับคู่เพิร์ธเซ้นต์มักเป็นเขาที่เป็นฝ่ายพูดหยอดเพื่อเรียกเสียงกรี๊ด ส่วนเพิร์ธก็จะมีหน้าที่เขินกับหัวเราะเป็นหลัก แต่พออยู่ด้วยกันสองคนเท่านั้น..


              หน้ามือเป็นหลังมือ

              “ไม่รับ รับแต่เงิน” เขาเองก็ใช่จะยอมให้น้องแกล้งอยู่เพียงฝ่ายเดียว เลยอ้างโน่นอ้างนี่ไปเรื่อย แล้วก็เป็นน้องคนเดิมอีกนั่นแหละที่ทำให้เขาแพ้


              (ได้นะ ขอหาเงินก่อน ค่าสินสอดเท่าไหร่ล่ะ จะได้รู้ว่าต้องรับงานอีกเยอะแค่ไหน)


              คราวนี้นอกจากจะทำให้ใจสั่น ยังทำให้ร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าและใบหู เซ้นต์รู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเขินจนพูดไม่ออก เขาไม่สามารถหัวเราะกลบเกลื่อนได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา มันรู้สึกแปลกๆ ในอกจริงๆ จนทำได้เพียงแค่เงียบ เช่นเดียวกับปลายสายที่เงียบลงเช่นกัน


              (ฟังเพลงมั้ย) แค่ไม่กี่วินาที แต่ให้ความรู้สึกว่านานราวกับผ่านไปเป็นชั่วโมง เพิร์ธพูดขึ้นหลังจากปล่อยให้เขาตกอยู่ในภวังค์ไปครู่หนึ่ง เขาทำได้เพียงพึมพำตอบไปว่า “เอาสิ” แล้วก็ได้ยินเสียงกุกกักอีกครั้ง น้องกำลังเปิดเพลงตามที่เจ้าตัวเสนอ


              (อยากขยับเข้าไปใกล้เธอ อยากรู้จักตั้งแต่ได้เจอ ใจฉันสั่นเมื่อได้ยินเสียงเธอ ตั้งแต่วันแรกเจอ ก็หลงเอาไปคิดละเมอ)


              เพลง ไม่บอกเธอดังผ่านลำโพงมาให้ได้ยิน เซ้นต์เม้มปากทันทีที่ได้ยินน้องชายร้องเพลงคลอเพลงดังกล่าวไปด้วย ถ้าเพิร์ธเลือกเพลงที่เคยร้องในไลฟ์สดยังจะดีเสียกว่าอีก เพราะเขาคงไม่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนพีทในซีรีย์ที่กำลังจะตัวแดงเป็นกุ้งในไม่ช้า


              (เงียบไปเลย ผมร้องไม่เพราะเหรอถึงไม่ยอมพูดอะไร)


              “เปล่า...” เสียงแผ่วเบาตอบคนที่หยุดร้องถึงแค่ท่อนฮุกเพื่อถามเขา มือเรียวบางลูบแก้มตัวเอง...รับรู้ว่ามันร้อนสุดๆ จนกลัวว่าใบหน้าจะละลายจริงๆ “พี่ก็แค่คิดว่าเพิร์ธน่าจะร้องเพลงที่เคยร้องให้แฟนๆ ฟัง นี่ดันร้องเพลงอื่นซะงั้น”


              (เพลงนั้นผมอยากร้องให้แฟนๆ ไม่ได้อยากร้องให้พี่เซ้นต์ฟัง) คล้ายกับจะเริ่มหาเรื่องกวนประสาทขึ้นมาเสียดื้อๆ คนอายุมากกว่าอ้าปากหมายจะตัดพ้อด้วยความน้อยใจที่เจ้าตัวพูดจาใจร้าย หากก็เป็นเพิร์ธที่พูดแทรกขึ้น (เพลงนี้น่ะ ผมตั้งใจร้องให้พี่ฟังคนเดียว ไม่ได้อยากให้ใครได้ฟังนอกจากพี่เซ้นต์)


              “นายนี่มัน...” อับจนจะเถียงเด็กที่กำลังทำให้เขาไปไม่ถูก ก้อนเนื้อในอกเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงด้วยความรู้สึกทั้งเขินทั้งงอนที่แพ้เพิร์ธตลอด ทว่า..เขายังมีไม้เด็ดอยู่นะ “คงไม่ได้พูดกับพี่คนเดียวหรอกมั้ง น่าจะพูดกับมาร์คด้วย”


              (โธ่ ทีพี่ยังมีเรือมีนเซ้นต์ ผมยังไม่ว่าอะไรเลยนะ) คนอายุน้อยกว่ารีบเถียงอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้เซ้นต์กลั้นยิ้มเมื่อคิดว่าเรื่องนี้แหละที่เขาจะเอาชนะเพิร์ธได้ เลยได้ทีรีบนำโมเม้นต์ต่างๆ ของเพิร์ธมาร์คมาไล่ต้อนอีกฝ่าย


              “เห็นสนิทกันขนาดนี้ ถ่ายรูปด้วยกันก็บ่อย ไปไหนด้วยกันก็บ่อย ไม่ใช่พี่น้องแล้วมั้ง เกินพี่น้องแน่ๆ”


              (ก็บอกแล้วไงว่าพี่น้อง พี่น้องก็พี่น้องสิ พี่ไม่เชื่อผมเหรอ)


              “ไม่เชื่อ มีพยานกับหลักฐานเยอะจะตาย สงสัยว่าพี่ต้องย้ายไปอยู่เรือเดียวกับมีนแล้วแหละ” ยิ่งพูดก็ยิ่งได้ใจ คนที่แพ้มาโดยตลอดเวลาอยู่กันสองต่อสองคิดว่างานนี้แหละชนะชัวร์ เซ้นต์ซุปคนนี้ไม่มีทางแพ้เด็กม.หกหรอกน่า


              (เฮ้อ ผมจะบอกอะไรให้นะ)


              ทว่า...ท่ามกลางความมั่นใจของตัวเอง เสียงถอนหายใจหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางลำโพง ดูเหมือนอีกฝั่งจะอ่อนใจกับการแกล้งตัดพ้อของเขา เซ้นต์รอฟังในขณะที่มือก็หยิบเอาตุ๊กตาที่ได้จากแฟนคลับมาเล่น และในจังหวะที่คิดว่าอย่างเพิร์ธน่ะคงแก้ตัวไม่ได้หรอก...


              (กับคนที่ชอบใครเค้าเปิดเผยกันง่ายๆ ล่ะ เขินจะตาย เอ้อ แล้วถ้าพี่เซ้นต์มีเวลาช่วยมาติวให้ผมหน่อยนะ ผมว่าจะเข้ามศว. อยากตามไปเป็นรุ่นน้องพี่)


              เท่านั้นเอง...พีทก็พีทเถอะ เซ้นต์ก็ได้กลายเป็นกุ้งอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงสั่นๆ รีบละล่ำละลั่กตัดบทสายฟ้าแลบทันที “จะบ้าเหรอ! แค่นี้นะ! พี่ง่วงแล้ว!


              (อ้าว ทำไมต้องเกรี้ยวกราดใส่ผมด้วยล่ะ แล้วผมก็ยังไม่ง่วงเลยนะ)


              “เออ แค่นี้แหละ แล้วก็มางานมีตของพี่ด้วย ไม่มาจะโกรธ”


              (เดี๋ยวสิพี่)


              “ไปละๆ แล้วก็..” กลั้นใจไปสองวินาที แล้วก็ยอมพูดออกไป “พี่คิดถึงเพิร์ธนะ ฝันดี”


              พลันสิ้นประโยคก็กดปุ่มสีแดงวางสายไป เซ้นต์ซุกหน้าลงกับหมอนเมื่อได้ยินเสียงไลน์เด้งติดต่อกันสามสี่ครั้ง เขาเม้มปากแน่นและรอจนกระทั่งเสียงตุบตุบตรงอกซ้ายกลับมาสงบลงอีกครั้ง ก่อนจะยอมเงยหน้าขึ้นพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือมากดดู

 

              เพิร์ธ:

              นิสัยไม่ดี ชิ่งหนีไปนอนก่อน

              แทนที่จะรอผมบอกลาก่อนก็ไม่ได้

              ยังไงก็อย่าลืมที่ผมขอนะ ว่างๆ มาติวให้ผมหน่อย

              ยังไงคืนนี้ก็..ฝันดีครับ ผมคิดถึงพี่เหมือนกัน เราไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยก็จริง แต่เจอกันในฝันทุกคืนแทนนะ

 

              จากที่ไม่ง่วง เลยกลายเป็นว่าเซ้นต์ศุภพงษ์ตาสว่างยันเช้า เขาได้แต่บ่นตัวเองว่าไม่น่าไลน์หาเพิร์ธเลย..ไม่น่าเลยจริงๆ


End. ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ <3

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ AR.ageha จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. #8 น้ำ
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:48

    ฟินเฟ่อร์

    #8
    0
  2. #7 mokolika
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 19:29
    แต่ว่า...เราสนิทกับเขา แล้วเขาสนิทกับเราหรือเปล่า 

    ประโยคนี้จิ้มใจดำมากเลยค่ะ ฮือ ขอบคุณที่แต่งนะคะ ดีมากๆเลย 

    #7
    0
  3. #6 Keemod
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 01:14

    ชีวิตจริงมันเจ็บปวดนัก ก็อ่านฟิคแทนแล้วกัน

    ขอบคุณจ้า ช่วยเยียวยาจิตใจเราได้มากเลย

    แต่งมาอีกน้า รออ่านจ้า

    #6
    0
  4. #5 Beau
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 16:03

    ชอบมากกกกก น่ารักสุดดด


    อ่านแล้วยิ้มได้ทั้งวัน พูดเลยยยย


    ขอบคุณนะคะ

    #5
    0
  5. #4 Tikwarari
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 23:39

    ชอบมากกกก ขอบคุณนะคะ อ่านไปยิ้มไปเขินไป ฟินไป รออ่านตอนต่อไปอยู่จ้าาาา ^^

    #4
    0
  6. วันที่ 17 กันยายน 2561 / 13:28

    เขินนนนนน แค่นี้ก้เขินได้ แงงงง ดีมากๆเลยคะแต่งอีกนะไรต์จ๋า

    #3
    0
  7. วันที่ 17 กันยายน 2561 / 03:05

    โอ้ย จะเรียวจะฟินอะไรเบอร์นี้

    สถานการณ์นี่เรียว และอัพเดทมากกกก

    เราก็เคยคิดทำนองนี้เหมือนกัน 5555

    แต่พอได้อ่านนิยาย มันเหมือน คนเขียน เขียนเอาความมโนที่เรามีออกมาให้ได้จิ้น ฟินไปอีก ระดับ 10 ยิ่ฝอ่านยิ่งชอบ

    #เรื่องนี้ต้องขยาย ต้องบอกต่อ ให้คนมาร่วมกันฟิน

    #2
    0
  8. #1 Bow
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 23:33

    น่ารักมากค่ะ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะ แต่งมาอีกนะคะ :)

    #1
    0