Aquaman fanfiction Arthur x Orm : Confess for a sin

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 40 Views

  • 1 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    40

    Overall
    40

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ



ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Aquaman fanfiction

Arthur x Orm

Confess for a sin

Note:

-สมมุติว่าราชาออร์แวกซ์ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของอาเธอร์และจากไปอย่างสงบ ราชินีแอตแลนน่าไม่ได้ถูกเนรเทศ

-พอน้องออร์มขึ้นครองราชย์ แอตแลนน่าก็บอกความจริงกับลูกพร้อมกับพาอาเธอร์มาปรากฎตัวและขอกลับขึ้นบกไปหาโทมัส

-ออร์มเสียใจมาก สติแตกประกาศตัดสัมพันธ์แม่ลูก

-พอเวลาผ่านไปอาเธอร์มาตื้อ ประกอบกับเมร่ากับวัลโก้คอยหว่านล้อม ออร์มก็ยอมใจอ่อนขึ้นมาฉลองคริสมาสตร์กับแม่และพี่ชายบนบก

เพราะแม่อยู่บนบกออร์มเลยไม่กล้าก่อเรื่องโลกสงบสุขเหมือนอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ค่ะ

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 14 ม.ค. 62 / 19:44

บันทึกเป็น Favorite


Aquaman fanfiction

Arthur x Orm

Confess for a sin

Note:

-สมมุติว่าราชาออร์แวกซ์ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของอาเธอร์และจากไปอย่างสงบ ราชินีแอตแลนน่าไม่ได้ถูกเนรเทศ

-พอน้องออร์มขึ้นครองราชย์ แอตแลนน่าก็บอกความจริงกับลูกพร้อมกับพาอาเธอร์มาปรากฎตัวและขอกลับขึ้นบกไปหาโทมัส

-ออร์มเสียใจมาก สติแตกประกาศตัดสัมพันธ์แม่ลูก

-พอเวลาผ่านไปอาเธอร์มาตื้อ ประกอบกับเมร่ากับวัลโก้คอยหว่านล้อม ออร์มก็ยอมใจอ่อนขึ้นมาฉลองคริสมาสตร์กับแม่และพี่ชายบนบก

เพราะแม่อยู่บนบกออร์มเลยไม่กล้าก่อเรื่องโลกสงบสุขเหมือนอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ค่ะ





“Welcome your highness”



ถ้อยวาจาเชื้อเชิญให้เกียรติหากด้วยเนื้อเสียงระรื่นร่าเริงเกินเหตุ ประโยคที่ควรนอบน้อมก็กลับกลายเป็นการหยอกเย้าไปในทันที และทำให้ผู้ที่ยังเหยียดยืนครึ่งร่างอยู่ในน้ำย่นขนงจนขมวดเป็นปม ออร์ม เมเรียสกษัตริย์ผู้จริงจังแห่งแอสแลนติสส่งสายตาขุ่นยุ่งให้กับเจ้าชายอีกองค์ของนครใต้บาดาลผู้ยืนกอดอกเอียงท่าเท่ห์อยู่เหนือสะพานไม้เบื้องบน ไม่พอยังยื่นมือลงมาหาคล้ายจะเชิญชวนให้จับซึ่งทำให้กษัตริย์โลกใต้น้ำหน้าตึงไปกันใหญ่ ออร์มปัดมือข้างนั้นเต็มแรงแล้วส่งตัวเองขึ้นจากน้ำอย่างไม่คิดจะพึ่งพาความช่วยเหลือจากพี่ชาย

ชั่วขณะหนึ่งก่อนฝ่าเท้าจะสัมผัสพื้นราบ ราชาหนุ่มรูปงามชะงัก สูดหายใจเข้าลึกคล้ายข่มกลั้นบางสิ่ง ก้าวเหยียบลงบนบก…


ครั้งแรกที่เหยียบย่างสู่โลกเบื้องบน…


โลกที่ออร์มชิงชังจากหลายๆสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน อีกทั้งทิฐิที่มากล้นแบ่งกั้นผืนดินออกจากผืนน้ำ



บัดนี้จะบรรจบ...



สัมผัสแข็งทื่อจากไม้ แรงโน้มถ่วงกดลงบนร่างเต็มส่วน ความแปลกใหม่ไม่คุ้นเคยทำให้ร่างสง่างามเสียจังหวะซวนเซ แขนข้างหนึ่งพุ่งเข้าโอบประคองพร้อมกับเสียงอารมณ์ดีร้องเตือน



“ระวังหน่อยไอ้น้อง”



ออร์มหันไปมองเห็นรอยยิ้มกว้างประดับอยู่บนริมฝีปากหยักลึกคือสิ่งแรกที่เห็น นัยน์ตาสีสวยซ่อนอยู่หลังแพขนตางอนงามหรี่ยิบหยี ก่อกวนโทสะผู้มองนัก ถึงจะยอมขึ้นมาพบแม่ก็ใช่ว่าจะยอมญาติดีด้วยเสียเมื่อไหร่ ถือสิทธิ์อะไรมาแตะต้อง


“อย่าจับข้า!”



ลำแขนแข็งแรงถูกปัดออกเป็นครั้งที่สอง ออร์มก้าวเดินฉับๆหลังจากตั้งตัวติด

พี่ชายผู้ถูกปฏิเสธความหวังดียักไหล่พลางโคลงศีรษะ ดื้อรั้น อวดดี เย่อหยิ่งจองหอง คุณสมบัติแห่งราชาผู้อยู่เหนือปวงประชา

กระนั้นในสายตาคนเพิ่งเคยมีน้องชายยังไม่พอปีมันกลับเป็นอะไรที่ชวนให้หัวใจคันยุบยิบ

อาเธอร์ เคอร์รี่ก้าวตามร่างน้องน้อยแต่อายุและขนาดตัวไม่น้อยไปติดๆ มือใหญ่กางโฉบลงบนเส้นผมสีทองสุกสว่างรวบจนเรียบกริบบ่งบอกอุปนิสัยเข้มงวดเจ้าระเบียบจัดการยีขยี้ให้เสียทรง



“ไอ้เลือดผสม!”


ชื่อที่นิยามให้เฉพาะกับมนุษย์น้ำร่างใหญ่ของชาวบกหลุดออกมาทันที ดวงตาสีไพลินวาววับแต่พอรวมกับผมสีทองกระจัดกระจายที่ควรน่ากลัวกลับน่าเอ็นดูขึ้นมา ออร์มแยกเขี้ยวขาว สาบานว่าถ้าเรียกสึนามิมาถล่มพี่นอกคอกได้ตอนนี้ออร์มคงไม่ลังเลที่จะทำ แต่จะทำอะไรอควาแมนได้รึเปล่านั่นอีกเรื่องนะ



“ไม่เอาน่าไอ้น้อง ตอนอยู่ในน้ำนายอาจเป็นราชายิ่งใหญ่ แต่ตอนนี้นายเป็นแค่น้องชายของฉัน”



“ข้าไม่มีวันนับขยะบกอย่างเจ้าเป็นพี่!”



“ก็นับซะซิ ยากอะไร”



สนเสียเมื่อไหร่ อาเธอร์ยักไหล่มือคว้าโอบรอบไหล่ของราชาผืนน้ำ โนสนโนแคร์กิริยาแสดงออกถึงความรังเกียจเดียดฉันท์จากออร์ม เอียงร่างเล็กน้อยกระซิบบางสิ่งเพื่อกระตุ้นเตือนความทรงจำอีกฝ่าย



“หรือนายอยากจะนิยามฐานะอีกอย่างระหว่างพวกเราก็ไม่ว่ากัน”



นัยน์ตาสีฟ้าทรงอำนาจดุจัดตวัดมาทันที ส่วนอาเธอร์ก็ยังคงท่าทีหยอกเอินทำเป็นเล่นไปกับทุกเรื่องจนดูยากเสียแล้วว่านอกจากเรื่องการใช้กำลังปราบผู้ร้ายอควาแมนคนดังของชาวโลกเคยคิดจะจริงจังอะไรกับเขาบ้างไหม



“มันไม่มีอะไรนอกจากความผิดพลาด”



เรื่องผิดพลาดที่สุดในชีวิตข้า



“เอ๊ะ ทำไมฉันรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องประสบความสำเร็จนะ อย่างน้อยฉันก็ลากนายขึ้นมาบนบกสำเร็จนี่ ใช่ไหม?”



ออร์มขบกรามพูดรอดไรฟันเมื่อเชษฐาต่างพ่อเอ่ยอ้างไปถึงเหตุแห่งความผิดพลาดระหว่างกัน



“สักวันข้าจะเอาตรีศูลเสียบขั้วหัวใจเจ้า!”



“อู๊ว นับเป็นเกียรติ แต่ก็ต้องลองดูกันอีกทีว่าใครจะเสียบใคร"



คิ้วผู้ฟังกระตุก สายตาอาฆาตมาดร้ายถูกส่งมาต่อเนื่อง ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะเสียงร้องของราชินีแอตแลนน่าที่ดังขึ้นทักทายอย่างสดใสมีหวังพี่น้องต่างพ่อได้ฟาดปากกันตรงนี้ให้รู้ดำรู้แดง ถึงจะมีแค่ออร์มฝ่ายเดียวที่อยากจะฟาดไอ้หนวดหน้าทะเล้นให้ดั้งยุบก็เถอะ



“มาถึงกันแล้วเหรอเด็กๆ?”



ออร์มหันไป แม่ผู้สง่าและงดงามในความทรงจำของเขาเสมออยู่เบื้องหน้า ยามนี้ที่เพิ่มพูนเข้ามาคือความสุขที่ฉายอยู่ในประกายตาทั้งคู่

สิ่งที่แม่ไม่เคยมียามเมื่ออยู่กับพ่อ พ่อของเขา แอตแลนน่าเป็นราชินีผู้สมบูรณ์แบบเสมอ เยือกเย็น สุขุม เปี่ยมด้วยอำนาจ แต่ไม่มีสักครั้งที่จะเปี่ยมสุขและมีชีวิตชีวาเหมือนเช่นตอนนี้

แม่เหมือนไข่มุกที่แอตแลนติสเก็บซ่อนเอาไว้ยังก้นสมุทร มันจะไม่เปล่งประกายใดๆจนกว่าจะต้องอาทิตย์ของโลกเบื้องบน

ใต้ทะเลไม่ใช่สถานที่เหมาะสมกับแม่…

ยามที่คิดเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเดือดดาล ที่ความรักทั้งหมดของแม่เป็นของพวกโลกเบื้องบนน่าชัง เป็นของไอ้มนุษย์นั่น เป็นของไอ้ลูกผสมน่ารำคาญ



แล้วตัวตนของออร์ม เมเรียสคืออะไร?



หน้าที่ที่ต้องแบกรับ ภาระที่ไม่อาจละทิ้ง



ออร์มไม่เคยนึกทุกข์ตรมต่อตำแหน่งราชาของตนมากเท่ากับวันนี้มาก่อน



“ท่านแม่…”



ถึงอย่างนั้นความว้าวุ่นในใจก็ไม่อาจเอาชนะความรู้สึกเอ่อท้นในอก ข้างกายที่เคยมีมารดาเสมอไม่เคยขาด แต่ด้วยทิฐิตนที่ผลักไสจนไม่ได้เจอหน้านานนับปี

ออร์มก้าวไปหา ลังเลเล็กน้อยเมื่อนึกถึงวาจาร้ายกาจที่ตนต่อว่ามารดาต่างๆนานาวันนั้น ขับไล่ออกไปจากอาณาจักรให้พ้นหูพ้นตา แม้ความจริงจะแค่ยอมรับไม่ได้ว่าในหัวใจของแม่อาจไม่นับแอตแลนติสเป็นบ้านและครอบครัว…



“ออร์ม…”



ไม่มีถ้อยคำมากไปกว่านั้นนอกจากอ้อมแขนที่โอบรัดไปรอบกายเขาทำลายความคิดฟุ้งซ่านตลอดปีลงหมดสิ้น ออร์มซบหน้าลงกับบ่าบอบบาง พ่ายแพ้ให้ความโหยหาของตัวเอง และมันคงจะเป็นความซาบซึ้งตรึงใจอย่างที่สุดถ้าไม่มีไอ้ผมฟูบางคนยืนแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนเป็นแบล็คกราวด์อยู่เบื้องหลัง โดยมีมนุษย์ชายคนรักของแม่คอยห้ามปรามอยู่ข้างๆ

ออร์มสาบานกับตัวเองว่านอกจากเสียบหัวใจแล้วเขาควรเอาไปย่างลาวาโยนให้ฉลามกินด้วย






“เมร่าล่ะ?”



ออร์มถามถึงราชนิกุลสาวผมแดงคนละราชวงศ์อีกทั้งรั้งตำแหน่งคู่หมั้นของราชาออร์มที่ขึ้นบกมาพร้อมกันแต่กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่มาตั้งหลักกันที่ประภาคารอันเป็นบ้านของโทมัส ชายคนรักชาวมนุษย์ของแม่



“ไปท่องราตรีกับเพื่อนซิ”



เมร่าเทียวไปเทียวมาเป็นกาวใจให้ครอบครัวบ้านแอสแลนติสมาเป็นปีย่อมจะคุ้นเคยกับชาวบก แต่ออร์มไม่คาดคิดว่าจะคุ้นเคยขนาดพากันท่องเที่ยวได้



“ปล่อยนางไปได้ยังไง ถ้าเกิดพวกชาวบกทำร้ายนางล่ะ”


“ชาวบกคงทำร้ายผู้หญิงที่สร้างลูกศรน้ำกับพกพาปืนรังสีพลาสมาได้หรอก”



ก็จริง แต่ออร์มไม่มีวันยอมรับอะไรที่สรรเสริญสติปัญญาไอ้เคราเฟิ้มนี่เด็ดขาด

อาเธอร์เหลือบมองอย่างแปลกใจที่ออร์มไม่เถียงกลับเหมือนอย่างเคย แต่การประคองพวงมาลัยขับรถไม่เอื้อให้เขามองนานเท่าที่ใจอยาก

พวกเขาอยู่บนรถบุโรทั่งของอาเธอร์ กำลังตรงไปที่ย่านการค้าของเมืองเพื่อตระเตรียมข้าวของสำหรับค่ำคืนขอบคุณพระเจ้า โดยมีราชาแอสแลนติสที่ติดตามมาเพราะคำขอร้องแกมบังคับของแอตแลนน่าที่เจตนาอยากให้ออร์มเรียนรู้เรื่องบนบก

ไม่รู้ด้วยเหตุที่เศรษฐีใจบุญแห่งก็อทแทมบางคนส่งไวน์หรูหราราคาแพงมาเป็นของขวัญหรือเรื่องที่มีจ้าวแห่งท้องทะเลเข้าร่วมพ่อจึงคิดจัดงานฉลองให้ใหญ่กว่าทุกปี แต่สำหรับอาเธอร์แล้วย่อมต้องเป็นข้อหลัง

รถขับเลียบไปตามถนนติดชายฝั่ง ออร์มมองดูทิวทัศน์ภายนอกด้วยความสนอกสนใจในขณะที่คนขับก็ลอบชำเลืองมองเขาอีกทอดหนึ่ง

ออร์มใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์แน่นอนว่าเป็นของอาเธอร์ มันดูหลวมนิดหน่อยและไม่เข้ากันกับมาดเจ้าระเบียบไปบ้างแต่โดยรวมก็ถือว่าไม่เลวร้ายนัก

ออร์มกำลังใส่เสื้อผ้าของเขา ความคิดแบบนั้นทำให้ใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง อาภรณ์ที่ตนสวมใส่ทุกวันทาบทับบนเรือนร่างของอีกฝ่าย แนบไปกับผิวกาย ยับย่นตามกล้ามเนื้อยามขยับตัว

กลิ่นเฉพาะของชาวแอสแลนติสอาจฝังติดตามใยผ้า อาเธอร์มีภาพตัวเองฝังจมูกและขยำขยี้เสื้อตัวนั้นผุดขึ้นในหัวก่อนจะถูกขัดจังหวะโดยคนร่วมทาง



“คริสมาสตร์คืออะไร?”


“หา?”



พ่อปลาใหญ่ทำหน้าคนเพิ่งตื่นจากภวังค์



“ข้าถามว่าคริสมาสตร์คืออะไรเจ้าขยะบก หูเจ้าหนวกรึไง”



“ได้ทีเอาใหญ่เชียวนะ คริสมาสตร์เหรอ ก็วันขอบคุณพระเจ้าไง เฉลิมฉลองวันประสูติพระบุตรเยซูคริสตร์”



“หึ ไม่อยากเชื่อว่าชาวบกไร้อารยะจะรู้จักนับถืออะไรเป็น”



“ก็เหมือนที่ชาวแอสแลนติสนับถือเทพแห่งท้องทะเลนั่นแหละ ไม่ว่าใครต่างก็มีสิ่งที่ยึดเหนี่ยว จริงไหม”



ออร์มเลิกคิ้ว ประหลาดใจมาก ใครจะเชื่อล่ะว่าไอ้หนวดเฟิ้มเหม็นกลิ่นขยะบกจะมีมุมนี้กับเขา อาเธอร์สังเกตเห็นสายตานั้นก็ประท้วง



“อะไร ทำไมทำสายตาแบบนั้น เห็นแบบนี้ฉันความรู้แน่นนะ ประวัติศาสตร์ก็ดี ภาษาก็เยี่ยม ไม่ได้มีดีแค่ใช้กำลังไปวันๆนะเฟ้ย”



ก็รู้ตัวหรอกเรอะ แม้ไม่อยากยอมแต่ออร์มก็เห็นจริงกับคำพูดนั้นจนกระทั่งคำพูดถัดไปดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี



“อีกอย่าง ฉันหล่อมาก หุ่นก็ดีด้วย ใช่ไหมล่ะ”



ราชาท้องทะเลเหยียดปาก

ถ้าขยะบกชิ้นนี้ถูกทิ้งลงทะเลเขาจะยอมใช้พลังทำสึนามิกวาดขึ้นมาเลยเอ้า…




เหงื่อเย็นเฉียบไหลอาบทั่วแผ่นหลังอาเธอร์ขณะมองดูข้าวของท่วมพูนรถเข็นที่ออร์มคว้าลงมาใส่ไม่ยั้ง ใจคิดคำนวณจำนวนเงินในบัญชีอย่างตุ้มต่อม

จะว่าแกล้ง แต่เห็นการพิจารณาพลิกซ้ายขวา บางครั้งก็หันมาถามจริงจังก็คิดว่าคงไม่ใช่ แต่นายจะคว้าทุกอย่างที่กินได้ลงรถเข็นไม่ได้นะเฮ้ย!



“ออร์ม ฉันว่านี่มากพอแล้วนะ”



คิงแอสแลนติสผู้ยิ่งใหญ่ย่นคิ้ว มองห่อช็อกโกแลตในมืออย่างสองจิตสองใจ ขณะเผลอส่งสายตาเสียดายให้พี่ชายผมฟู อาเธอร์ยื่นมือไปดึงของหวานในมือน้องมาใส่รถเข็นทันที



“ชิ้นนี้ชิ้นสุดท้ายนะไอ้น้อง”



และมนุษย์ปลาคนดังคิดว่าตนคิดถูกเมื่อเห็นรอยยิ้มบนมุมปากบนใบหน้าเคร่งขึงขังแว่บหนึ่งก่อนจะเลือนหายไปแทนที่ด้วยวาจาเย่อหยิ่ง



“ใช่ว่าข้าจะอยากได้นักหรอกนะ”



อาเธอร์ยู่ปากและพึมพำว่าไอ้เด็กปากไม่ตรงกับใจเอ้ย

ขากลับอาเธอร์พารถผ่านต้นคริสมาสตร์ประดับกลางเมืองที่คนเป็นพี่แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นว่าออร์มเหลียวมองตามจนสุดสายตา



“อยากดู ปีหน้าก็ขึ้นมาอีกซิ”



อวาแมนกล่าวกับราชาแอสแลนติสที่ยอมหันกลับมานั่งตัวตรงเหมือนเดิมแล้ว ออร์มเชิดคอแข็งเอ่ยปฏิเสธเสียงกร้าว



“ขึ้นมาสูดกลิ่นขยะบกน่ะหรือ วันเดียวก็มากพอแล้ว”



“ไอ้ที่นายขนลงรถเข็นมาจากคอนวีเนี่ยนนั่นเดี๋ยวก็จะกลายเป็นขยะทั้งนั้นเลยนะ”



“...”



“พบกันครึ่งทางไม่ได้เหรอ? มันต้องมีสักทางซิที่เราจะอยู่ร่วมกันได้ ฉันเข้าใจว่าอะไรที่ทำให้พวกนายเกลียดคนบนบก แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทิ้งขยะลงทะเล ยังมีคนที่รักธรรมชาติ ช่วยเก็บขยะจากทะเลทุกปี ช่วยตรวจตราดูแลอนุรักษ์สัตว์ทะเล ปลูกปะการังเพิ่ม การที่นายจะสาดโทสะเหมารวมตราหน้าพวกเราว่าชั่วร้าย ทำลายท้องทะเล ทำร้ายบ้านของนาย แล้วคนพวกนี้ล่ะผิดอะไร พวกเขาควรได้รับมันจริงๆเหรอ?”



“...”



“เชื่อซิ โลกที่แม่ของพวกเรารักไม่มีทางจะเป็นโลกที่ชั่วร้ายหรอก ผู้คนก็เช่นกัน”



ออร์มไม่โต้ตอบอะไรเลย แต่ประกายตาดุดันที่อ่อนแสงลงกว่าที่เคยก็ทำให้อาเธอร์คลี่ยิ้มออกมาบางเบา











“เป็นยังไงบ้างลูก ออกไปข้างนอกสนุกมั้ยจ๊ะ?”



แอตแลนน่าย่อกายลงนั่งข้างลูกชายคนเล็ก ควีนคนสวยถูกโทมัสไล่ออกมาจากครัวหลังเธอพยายามเติมน้ำตาลลงในสลัดของเขา



“ท่านแม่ไม่ช่วยพวกนั้นเหรอ?”



“แม่โดนไล่ออกมา พวกเขาพิถีพิถันในการปรุงอาหารมาก จะทำอะไรก็ผิด โดนห้ามไปหมด”



แอตแลนน่าตอบกลั้วหัวเราะ มือลูบเส้นผมสีทองงดงามไปด้วย



“แล้วเป็นยังไงบ้างจ๊ะ? ออกไปกับพี่เขาสนุกไหม”



เธอถามอย่างรู้ทัน ไม่ยอมให้ลูกชายคนเล็กเปลี่ยนเรื่องง่ายๆหรอก



“ก็...ไม่แย่”



ออร์มขยับตัวเอียงศีรษะลงหามารดาหลังความพยาามเปลี่ยนเรื่องไม่สำเร็จ



“วิทยาการล้าหลังพวกเราเป็นพันปี ใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง นิสัยมักง่าย แต่…”



“แต่?”



“แต่...ต้นคริสมาสตร์สวยดี”



แอตแลนน่าเลิกคิ้ว เธอพยายามกลั้นยิ้มในเหตุผลนั้นเพื่อไม่ให้เจ้าชายองค์น้อยของเธอเขิน ซึ่งออร์มแสร้งตาบอดมองไม่เห็นอาการมารดาชั่วขณะ



“แล้วพี่ของลูกล่ะ?”



“ขยะบกนั่นน่ะรึ ท่านแม่ถามทำไม?”



แอตแลนน่าแสร้งเมินสรรพนามที่ออร์มแทนตัวลูกชายคนโต ถือว่าชดเชยกับที่เขาไม่ปฏิเสธว่าอาเธอร์เป็นพี่ก็แล้วกัน



“ก็ ลูกคิดเขาเป็นยังไงล่ะ”



“จะเป็นอะไรได้นอกจากขยะบกสมองกลวง”



ออร์มตอบพลางตีหน้าบึ้ง หากเพียงครู่ก็พึมพำออกมาแผ่วเบา



“แต่บางครั้ง ก็มีเชาว์ปัญญาคาดไม่ถึงอยู่บ้างล่ะมั้ง…”



คราวนี้แอตแลนน่ากลั้นไม่อยู่เผลอหัวเราะเสียงใสจนสองพ่อครัวหัวป่าก์ต้องชะโงกหน้ามาตรวจเช็คสภาพความเรียบร้อยก่อนจะกลับเข้าครัวไปทำอาหารต่อหลังจากเห็นว่าทุกอย่างเป็นปกติดี





งานฉลองจบลงตอนเที่ยงคืน แอตแลนน่าส่งออร์มเข้านอนแล้วกลับไปช่วยสามีเก็บทำความสะอาดต่อ

ราชาแอตแลนติสนอนลืมตาโพลงมองเพดาน ข้างนอกคือความมืดที่แอตแลนติสไม่เคยมี สิ่งที่เรียกว่าดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ สีสันใต้ทะเลงดงามกว่า แต่ดาวพวกนี้มีมนตร์ขลังมากกว่า



“เอ้า ฮึบ”



เสียงที่ดังขึ้นกับน้ำหนักของบางสิ่งที่กระทบแผ่นพื้น ออร์มละความสนใจจากภาพทิวทัศน์ทะลึ่งกายลุกและเห็นพี่ชายต่างพ่อปีนข้ามหน้าต่างมาหยุดอยู่ปลายเตียง

สิ่งก่อสร้างที่เรียกว่าประภาคารนี่มันสูงน้อยเสียเมื่อไหร่ แต่ไอ้ปลาบกนี่มันปีนต้านแรงโน้มถ่วงขึ้นมาได้ยังไง?

แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่า มันมาทำไม

ออร์มสอดส่ายสายตาหาทางหนีทีไล่ ไม่กลัว ไม่เคยคิดกลัวมันเลยแต่เกรงลูกบ้าของมันมากกว่า



“เข้ามาทำไม ออกไป!”



“แหม ตกใจไปได้ ใช่ว่าครั้งแรกซะหน่อยที่ฉันลอบเข้าห้องนาย”



“ไอ้ขยะเปียก!”



“อ๊ะ ๆ เบาโวลลุมหน่อยไอ้น้อง หรือนายอยากให้แม่กลับขึ้นมาดูเราสองคนล่ะ?”



ออร์มหน้าตาบูดเบี้ยวด้วยความเดือดดาลแต่ทำอะไรไม่ได้ เขาอยากตะคอก อยากด่า อยากอาละวาดแต่เมื่อคิดว่ามารดาจะได้ยินและกลับมาดูเขาก็เงียบปากได้ทันที



“อย่าเข้ามา! ไม่งั้นข้าจะฆ่าเจ้าซะ!”



“ม่ายย”



อาเธอร์ลากเสียงปฏิเสธยียวน ทำในสิ่งตรงข้ามอย่างการย่างสามขุมเข้าใส่ราชาท้องทะเลบนเตียง สอดมือเข้าดึงเสื้อยืดออกทางศีรษะในท่วงท่าที่พวกแม่สาวชาวบกมาเห็นคงหวีดร้องว่าฮอตแทบขาดใจ แต่กับคนเดียวที่เห็นตอนนี้ออร์มระทึกใจอย่างยิ่ง



“นายจะไม่ฆ่าฉัน และจะร้องขอฉันรวมทั้งเข้ามาหาฉันด้วยตัวเอง อยากรู้ไหมว่าทำไม?”



ออร์มย่นคิ้วทั้งที่ควรโต้ตอบว่าไม่มีทาง ไม่มีวันเสียล่ะแต่ความสงสัยครอบงำเขาเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากพี่ชายที่ตนไม่อยากยอมรับ

ฉับพลันออร์มดีดตัวจากเตียงพุ่งเข้าหาไอ้ลูกผสม ตะปบปิดปากที่คิดจะทำอะไรชั่วร้าย


ตะโกนฟ้องแม่ นั่นแหละที่มันจะทำ



“อย่าแม้แต่จะคิด”



เสียงทุ้มลึกขู่คำรามดุดันใส่อควาแมนที่ทำสายตาเห็นไหมนายยอมเข้ามาแล้ว

อาเธอร์สบโอกาสคว้าข้อมือทั้งสอง เรี่ยวแรงและรูปร่างทั้งคู่ทัดเทียมกัน แต่ที่เขาได้เปรียบคือออร์มจะไม่กล้าออกฤทธิ์ออกเดชหรือใช้พลังเต็มที่

น้องชายสะบัดข้อแขนสุดแรง กวาดไปโดนโคมไฟตกแตกและเสียงของแอตแลนน่าก็ดังขึ้นไวปานพายุ



“ออร์ม! มีปัญหาอะไรรึเปล่าลูก!”



เสียงแม่ฟังดูไกลๆ หล่อนคงอยู่ที่ชั้นล่างแต่เสียงฝีเท้าที่ได้ยินกำลังก้าวขึ้นมา พี่น้องต่างสายเลือดสบตากัน คู่หนึ่งท้าทาย คู่หนึ่งก่นด่า

แววตาของอาเธอร์วาววาบ มาดหมายอย่างแรงกล้า ออร์มรู้ในนาทีนั้นว่าเขากำลังจะต้องลำบาก



“หยุดนะ...”



ออร์มกัดฟันพูดกับไอ้ลูกครึ่งจอมก่อกวนที่สาวเท้าเข้ามาใกล้เขาอีกครั้ง



“ขอร้องซิ”



อาเธอร์พบว่ามันน่าสนุกนักเมื่อสายตาเดือดจัดของน้องชายต่างพ่อคนนี้ส่งมาที่เขา ออร์มดื้อด้านเสียยิ่งกว่าอะไร จนอดไม่ได้ที่จะกลั่นแกล้ง



“พูดดีๆ นายเคยขอว่ายังไง ต้องเรียกฉันว่าอะไรฉันถึงจะทำตาม รู้ใช่ไหมออร์ม?”



เสียงแหบพร่าของอาเธอร์กระซิบ กุมข้อมือที่สะบัดหนีออกไป ตรึงเอาไว้หลวมๆเพราะรู้ว่าน้องชายจะไม่กล้าสะบัดออกอีก

ออร์มส่งสายตาจะกินเลือดกินเนื้อให้เขา ราชาท้องทะเลผู้ตกเป็นรองกัดฟันกรอด เสียงของแอตแลนน่าดังเข้ามาใกล้ทุกที



“ออร์ม! ทุกอย่างเรียบร้อยรึเปล่าลูกรัก?”



จวนตัวแล้ว ไม่อาจประวิงเวลาได้อีก ออร์มจำต้องละทิ้งศักดิ์ศรีของตนลง



“พี่...ท่านพี่อาเธอร์ ได้โปรดหยุด”



“น่ารักมาก”



มนุษย์ปลาของชาวบกยิ้มร่าชม ขโมยจูบหน้าผากกลมเกลี้ยงด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยวเต็มทนโดยไม่สนใจว่าจะได้รับตาเขียวอื๋อส่งมาให้แค่ไหนเพราะออร์มคงทำได้แค่นั้นเนื่องจากติดธุระกับมารดา



“ข้าไม่เป็นอะไรท่านแม่ แค่ไม่ชินกับเตียงเท่านั้นเอง”



“ถ้าอย่างนั้นจะเปลี่ยนที่นอนไหมจ๊ะ ลูกไปนอนที่ห้องแม่ดีไหม?”



“ท่านแม่อย่าลำบากเลย นี่มันก็ดึกแล้ว แค่คืนเดียวข้าอดทนได้”



แอตแลนน่าถามย้ำอีกสองสามคำก็ยอมกลับลงไปข้างล่างปล่อยให้ลูกชายคนเล็กพักผ่อนดังเดิม ควีนแห่งแอตแลนติสหารู้ไม่ว่าที่ออร์มกล่าวว่าอดทนนั้นก็รวมถึงขยะบกตัวโตที่โอบรัดรอบกายตน เครารกครึ้มปัดป่ายไปบนผิวบอบบางข้างลำคอที่อาเธอร์แนบริมฝีปากลงจูบซับจนขนอ่อนบนกายลุกซู่จนเกือบจะหลุดเสียง

มือสากและหยาบเยี่ยงชาวบกลอบเร้นเข้าใต้อาภรณ์เนื้อนุ่มที่ไร้การป้องกันใดๆต่างจากเครื่องทรงกษัตริย์โลหะกล้าประจำกายที่ก็เคยถูกถอดมาแล้วใต้เงื้อมมือไอ้ลูกผสมน่าชัง

และทันทีที่พ้นจากการรับรู้ของแอตแลนน่าอาเธอร์ดันร่างน้องชายต่างพ่อลงนอนราบกับเตียง ประทับริมฝีปากตัดหน้าราชาแอสแลนที่เตรียมร้องประท้วง

ออร์มร้องอู้อี้ไม่ดังนัก มือทุบตีแผ่นหลังกว้างซึ่งก็ออมแรงไว้ครึ่งหนึ่งไม่ได้ทำให้อาเธอร์เจ็บคันเท่าที่ควร พี่ชายร่างยักษ์เลยได้ใจถือโอกาสกดตรึงข้อมือทั้งสองลงติดเตียงแล้วละเลียดรสกษัตริย์หนุ่มให้ลึกกว่าเดิม



“อึก!...อื้อ”



ออร์มสำลักลมหายใจ ชาวน้ำที่เพิ่งเคยขึ้นฝั่งครั้งแรก เวลาผ่านไปยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงการปรับตัวยังไม่สมบูรณ์ เขาเหมือนปลาที่จู่ๆก็ถูกจับโยนขึ้นบกที่ต่อให้ดิ้นรนแค่ไหนมันก็ไร้ค่า

ยิ่งมีสิ่งกีดขวางทางเดินหายใจอย่างลิ้นที่กวาดควานภายในช่องปากอย่างตะกรุมตะกราม สูบกินทุกรสชาติไปจากราชาชาวน้ำ

จูบไม่ใช่สิ่งที่ออร์มไม่เคยรู้จัก แต่จูบบนบกมันแตกต่าง ไม่ใช่มวลน้ำที่กั้นขวางแทรกซึมระหว่างกัน แต่เป็นอากาศแทบไม่มีน้ำหนักที่ราวจะยิ่งผลักให้ความใกล้ชิดนั้นยิ่งเกี่ยวแน่น

ถูกบังคับให้รับมือกับความแปลกใหม่นี้ ถูกยัดเยียดให้อย่างไม่เต็มใจ เพราะยิ่งต่อต้านก็ยิ่งดูเหมือนจะทรมาน มันคือความพ่ายแพ้ที่ไม่อยากยอมรับ ราชาที่ไม่เคยสยบต่อใครกำลังนอนหอบอยู่ใต้ร่างชายที่ได้เปรียบตนทุกประตู



พลั่ก!



เป็นเหตุว่าทำไมอาเธอร์จึงได้รับหมัดหนักๆไปที่ครึ่งปากครึ่งจมูกเป็นรางวัลหลังจูบมาราธอนจบลง



“ไอ้ขยะบกนอกคอก!”



แม้แต่จะด่าก็ทำได้เพียงกระซิบลอดไรฟัน ออร์มรู้สึกเสียเกียรติ เสียศักดิ์ศรี ชาวแอสแลนที่เย่อหยิ่งกว่าอะไรมีหรือจะไม่เดือดดาล

หากเจ้าชายเลือดผสมไม่ได้นำพา อาเธอร์คลี่ยิ้มระรื่นไม่ต่างจากเคยขณะเช็ดเลือดออกจากจมูกแล้วป้ายลงบนแก้มขาวๆ ซึ่งออร์มก็ตอบสนองด้วยการสะบัดหนีทันควันมาพร้อมคำถามก่นว่า



“แล้วพระเจ้าของชาวบกป่าเถื่อนอย่างพวกเจ้าไม่มีคำสอนเรื่องต้องห้ามระหว่างพี่น้องรึยังไง!”



“มี”



เป็นคำตอบที่สั้นและดูไม่ค่อยใส่ใจอะไรดุจเคยหรือไม่ก็เพราะอาเธอร์กำลังยุ่งกับการถอดเสื้อยืดออกจากตัวน้องชาย ดวงตาขี้เล่นหรี่แคบลงด้วยถูกผิวขาวใสเนียนละเอียดจนแทบจะเปล่งแสงออกมาท่ามกลางความมืดได้ดึงดูดความสนใจไปสิ้น ช่างขัดกับร่างกายกำยำแข็งแรงด้วยการฝึกฝนสมบุกสมบันนั่นสิ้นดี อาเธอร์รู้ว่าเป็นเพราะแสงแดดที่แทบไม่เคยกระทบกล้ำกราย ความงดงาม ความเย่อหยิ่งทระนง ทั้งหมดนั้นเป็นเหตุผลที่ตั้งแต่แรกพบอาเธอร์ก็อยากจะครอบครองอนุชาผู้เป็นกษัตริย์แห่งแอสแลนคนนี้ไว้เพียงคนเดียว จึงได้ลงมือทำในสิ่งที่ตนก็ไม่คาดคิดมาก่อนลงไป



“และเรามีสิ่งที่เรียกว่าสารภาพบาป...ซึ่งฉันจะทำมันหลังจากนี้”



“ถึงอย่างนั้นพระเจ้าจะไม่มีวันอภัยเจ้า!”



เสียงหัวเราะทะเล้นไม่สู้จริงจังนัก ท่าทีเหมือนคนไม่เคยคิดอะไร ไม่มีสติปัญญาไตร่ตรองมันน่าหงุดหงิดพลุ่งพล่านนัก แต่ถ้านั่นว่าน่าหงุดหงิดแล้ว ออร์มคงอยากสำลักอากาศบกตายเพราะคำพูดของพี่ชายต่างพ่อ



“ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ”



ยอมรับหน้าตาเฉย และก็เป็นการแสดงเจตนากรายๆว่าทุกสิ่งที่ล่วงไปแล้วหรือกำลังดำเนินอยู่เป็นความตั้งใจของเขาจริงๆไม่ใช่ความพลั้งเผลอใดๆ



คริสมาสตร์และบาปที่หอมหวาน…



จูบที่จั๊กจี้ด้วยหนวดเครารกครึ้มบดเบียด ปัดป่ายแผ่นผิว หยอกล้อ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลงมาจนขนลุกขนชัน เส้นผมหยักหยิกยิ่งกว่าเมร่ากรายผ่านเนื้อตัว ร่างของกษัตริย์ธาราสั่นเทา คิ้วที่มีรอยแผลพาดผ่านอยู่ตรงหน้ายามใบหน้าของพี่ชายต่างพ่อก้มต่ำลงไปละเล่นกับร่างกายของตน

เจ้าคนบกเหมือนฉลามหิว ฉีกกระชาก บดเขาจนละเอียดและกลืนลงท้องในท้ายที่สุด เหมือนกับคืนนั้น ใต้สมุทร ภายในห้องของเขา เหตุกระอักกระอ่วนใจที่ถูกพบเห็นโดยบังเอิญ คำหยอกแกมขู่เอาแน่เอานอนไม่ได้ จนสุดท้ายก็เลยเถิดไปไกล



แท้จริงแล้วก็ไม่ได้ต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเองมากเท่าที่ควร



กลิ่นผิวกายพราวเหงื่ออวลจมูก ออร์มจิกเล็บลงบนผิวหนังเปรอะด้วยรอยหมึก กลั้นเสียงในลำคอยามคนเกิดก่อนกระทบกระทั่งในกายดุจคลื่นที่ซัดหาฝั่ง ส่วนตนเคว้งคว้างอยู่ภายในลูกคลื่นโคลงเคลง ม้วนและหมุนวนอยู่ในห้วงทะเลลึก



พี่ชาย...กลิ่นของแดดบนบกและไอเค็มทะเลหลอมรวมเป็นหนึ่ง



ครึ่งหนึ่งชัง ครึ่งหนึ่งรัก ต่อต้านเท่ากับที่โหยหา ไม่เคยยอมรับแต่ใจหนึ่งกระหวัดเกี่ยวเกาะ ริษยาความหวังของแม่ที่จะหลอมรวมโลกทั้งสองในกายบุรุษผู้นี้ หากภาคภูมิที่ตนเป็นหนึ่งเดียวที่อีกฝ่ายปรารถนา



กำเนิดมาด้วยภาระหน้าที่ ทำทุกสิ่งเพื่ออาณาจักรในฐานะราชาแห่งแอสแลน


แต่ในฐานะออร์ม เมเรียส ก็อยากถูกรักจนสุดก้นบึ้งในใจใครสักคนเช่นกัน



แว่วเสียงระงมงึมงำที่พยายามกดให้แผ่วเบาที่สุด กลิ่นคาวคละคลุ้ง ไม่มีสิ่งใดถูกน้ำพัดพาหายเช่นใต้สมุทร ทั้งหยาดเหงื่อ น้ำตาหรือคลาบไคลใดๆยังอยู่ครบถ้วนเป็นประจักษ์พยานต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

อาเธอร์จูบหน้าผากกลมนูน ออร์มหลับสนิทไปแล้วจากการถูกเขากล่อมอย่างยาวนานหัวเราะเมื่อนึกว่าสุดท้ายก็ยกเอาจุดอ่อนของน้องชายขึ้นมาใช้ประโยชน์อีกแล้ว



“พระเจ้างั้นหรือ...เมอรี่คริสมาสตร์ออร์ม”





ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ไอคาลิป จากทั้งหมด 33 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น


  1. อยากให้มีต่อออออออ
    #1
    0