คัดลอกลิงก์เเล้ว

[1-Short Twice] The Girl Next Door { Mina x Nayeon }

โดย pixppd

#มินายอนเฟิร์สแดซังโปรเจ็กต์

ยอดวิวรวม

1,930

ยอดวิวเดือนนี้

7

ยอดวิวรวม


1,930

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


92
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 เม.ย. 60 / 22:23 น.
นิยาย [1-Short Twice] The Girl Next Door { Mina x Nayeon } [1-Short Twice] The Girl Next Door { Mina x Nayeon } | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



미나  X  나연















Writer  Talk  :
สวัสดีค่ะรีดเดอร์  กลับมาในรอบเดือนกับวันชอตเรื่องนี้  เป็นโปรเจ็กต์สุดท้ายของไรท์เอง
จะบอกว่ารีบเอามาลงเพราะกลัวจะไม่มีเวลา  ไรท์งานยุ่งมาก  ละยิ่งช่วงนี้ติดเกมส์5555
มีรีดคนไหนเล่นRoVบ้างคะ  แอดไรท์มาได้นะไรท์ติดมากช่วงนี้  =>  Pimm  Pmn  (เฟสไรท์เองแอดได้)


ส่วนเรื่อง  Vampmiho  กัน  Fake Girlfriend  สำหรับรีดที่รออยู่จะบอกว่าไรท์กำลังแต่งอยู่ค่ะ  ไม่ทิ้งแน่นอนแต่คงต้องดอง  TT
ขอบคุณรีดทุกๆคนที่ติดตามฟิคของไรท์มากๆเลยนะคะ  ไรท์ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรมากมาย
ภาษาเขียนของไรท์สำหรับบางคนอาจไม่ถูกใจก็ขออภัยมา  ณ  ที่นี้ด้วย
แต่ไรท์ซาบซึ้งจริงๆค่ะ  TT  ขอบคุณนะคะ  :)



Thanks  For  Theme







* เกิดจากจินตนาการอันล้ำลึกของไรท์เตอร์เท่านั้น ไม่มีเจตนาทำให้ผู้ถูกกล่าวถึงทุกคนในเรื่องเสียหาย *





พูดคุย  ติชมได้ที่  @pixppd  หรือ  #มินายอนเฟิร์สแดซังโปรเจ็กต์

ขอบคุณที่แวะเข้ามาไม่ว่าบังเอิญหรือตั้งใจ  :)

b e r l i n ?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 เม.ย. 60 / 22:23







เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นกลางอพาร์ตเม้นท์ย่านฮงแดในคืนหนึ่งที่ทุกคนกำลังหลับไหล  ช่วงเวลาย่างเข้าวันใหม่เป็นช่วงที่ทุกคนต่างต้องการพักผ่อนเพื่อตื่นขึ้นมาทำงานในเช้าวันรุ่งขึ้น รวมถึงเด็กสาวผู้มาจากแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง  'เมียวอิ  มินะ'  เช่นกัน


 

ต้นตอเสียงกัมปนาทที่ปลุกเธอขึ้นมากลางดึกก็ไม่ได้มาจากไหนไกล...  ข้างห้องเธอนี่เอง



 

เด็กสาวชันตัวขึ้นขยี้ตา  เอื้อมเปิดโคมไฟที่หัวเตียง  นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนตรงทำให้เธอรู้สึกหัวเสียที่ต้องตื่นขึ้นมาอย่างกระทันหัน  ลุกขึ้นสวมรองเท้าแตะและเสื้อกันหนาวคลุมกายแล้วไปยืนหน้ามึนอยู่ที่หน้าห้องเจ้าปัญหาแล้วออกแรงกดออดเรียกบุคคลข้างใน






 

ครั้งที่หนึ่ง...  ไร้การตอบรับ





 

ครั้งที่สอง...  ไร้การตอบรับ





 

ครั้งที่สาม...  ไร้การตอบ--




 

จู่ๆบานประตูก็ถูกกระชากจากด้านในอย่างรุนแรง  ปรากฎร่างเจ้าของห้องที่ตัวเล็กกว่าเธอนิดหน่อยในสภาพมือหนึ่งข้างถือขวดเหล้า  อีกหนึ่งข้างถือรีโมท  ใบหน้าขาวแดงก่ำ  ดวงตากลมโตปรือได้ที่




 

"พี่นายอน  เมาอีกแล้วหรอคะ"

 


เจ้าของห้องหรี่ตามองมินะก่อนฉุดเธอเข้ามาในห้องแล้วใช้เท้าดันปิดประตูเสียงดัง





 

"พี่นายอนมีอะไรหรือเปล่าคะ?"

 

 

                        ผู้มีศักดิ์แก่กว่า(แต่ดูสภาพไม่น่าเคารพ)เริ่มเกาะแกะไปตามลำตัวของคนเด็กกว่าตามประสาคนเมา  เมื่อเห็นดังนั้น  มินะจึงพาร่างของพี่สาวไปที่ห้องนอนของเจ้าตัว พยายามยัดร่างเล็กที่ไม่รู้ไปเอาน้ำหนักมาจากไหนนักหนาเข้าไปใต้ผ้าห่มก่อนรีบวิ่งออกมาจากห้องแล้วลงกลอน


 

เพราะขืนยังอยู่ในห้องต่อ  เธอว่าเธอคงไม่ได้กลับไปที่ห้องของเธออย่างแน่นอน


หมายถึงพี่นายอนจะกลายร่างเป็นเด็กน้อยแล้วให้เธอโอ๋ยันเช้าต่างหาก








 

                        เช้าวันต่อมา  มินะตื่นขึ้นมาอย่างไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่จากการตื่นนอนอย่างกระทันหันเมื่อเที่ยงคืนวานนี้ ลุกขึ้นมาชำระร่างกายเพื่อเตรียมตัวไปเรียนในคลาสแรก

 


                        การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศญี่ปุ่นมาอาศัยอยู่ตัวคนเดียวในประเทศเกาหลีใต้ไม่ได้ยากสำหรับเธอนัก  เพราะมินะเองก็มีพื้นฐานภาษาเกาหลีมาจากการติ่งนักร้องแดนกิมจิมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  ประกอบกับที่เธอเป็นเด็กขยันมาตั้งแต่ทุนเดิมทำให้การศึกษาโดยใช้ภาษาอังกฤษและเกาหลีซึ่งไม่ใช่ภาษาบ้านเกิดของตัวเองนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น  ส่งผลให้ผลการเรียนของเธอเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก  พ่อและแม่ของมินะจึงตัดสินใจให้เธอเรียนต่อที่เกาหลีจนจบปริญญา


 

                        ส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้มาจากพี่สาวข้างห้องอย่าง  'อิมนายอน'  ด้วย  นายอนเป็นรุ่นพี่ที่คณะของเธอ คอยช่วยเหลือเธอทั้งเรื่องเรียนและภาษา


 

                        นั่นเป็นสาเหตุที่มินะและนายอนสนิทกันถึงขั้นเข้าออกห้องนอนของอีกฝ่ายได้ แต่ต้องเป็นตอนที่เจ้าของห้องอยู่เท่านั้น


 

                        แต่สำหรับเธอ  ไม่ว่าเธอจะอยู่หรือไม่อยู่ในห้องก็ตามเถอะ  พี่นายอนก็สามารถเข้าออกห้องของเธอได้อยู่แล้ว

 


                        ก็พี่แกเล่นแอบเอากุญแจห้องของเธอไปปั๊มสำรองไว้เป็นของตัวเองแถมยังออกกฎที่ว่าสามารถเข้าออกห้องได้ก็ตอนที่มีเจ้าของห้องอยู่เท่านั้นอีกต่างหาก!

 


                        ตั้งหม้อน้ำเตรียมทำซุปแก้แฮงค์ไว้ให้พี่ข้างห้องพร้อมๆกับงับคิมบับในมือ  ใส่เครื่องปรุงส่วนผสมแล้วคนให้เข้ากันจนเสร็จสรรพก่อนที่คิมบับในมือจะหมดเสียอีก

 


                        จัดการยัดคิมบับก้อนสุดท้ายเข้าปากแล้วยกหม้อลงพัก  ระหว่างนั้นมินะก็คว้าเอากระเป๋าและเสื้อกันหนาวที่พาดไว้บนพนักเก้าอี้ขึ้นมาสวมเตรียมตัวไปมหาวิทยาลัย

 


                        ขาสองข้างพามินะกับกล่องซุปแก้แฮงค์มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของนายอน  เธอออกแรงกดออดหน้าประตูพลางตะโกน


                        “มินะเองค่ะ  พี่นายอนมาเปิดประตูหน่อยน้า”

 


                        บานประตูถูกเปิดออก  เผยให้เห็นร่างเล็กที่แอบอยู่หลังประตูชะโงกใบหน้าของจนพ้นจากขอบประตูนิดหน่อย  เมื่อพบว่าเป็นน้องสาวข้างห้อง  นายอนจึงยอมโผล่ออกมาจากหลังประตูอย่างเต็มตัว

 

                        ใบหน้ากลมดูอิดโรยกว่าเมื่อคืนมาก  ขอบตาบวมช้ำผ่านการร้องไห้อย่างหนักหน่วง  ไหนจะผมเผ้ารุงรังเหมือนไม่ได้หวีมาเป็นสิบชาติอีก

 


                        "ว่าไงมินะ"  น้ำเสียงที่เคยสดใสอยู่เสมอดูแหบแห้งไปทันตา

 

                        "เมื่อวานฉันเห็นพี่นายอนเมาหนักเลยทำซุปแก้แฮงค์มาให้ค่ะ"


 

                        "อ้อ  ขอบคุณนะ" 



                        รอยยิ้มเนือยๆถูกส่งมาให้น้องสาวข้างห้องอย่างฝืนๆ  รับกล่องน้ำซุปมาจากมินะแล้วผงกหัวทีหนึ่งเป็นเชิงขอบคุณอีกที


 


                        "วันนีพี่นายอนมีเรียนมั้ยคะ?"

 

                        "ไม่มีนะ  ทำไมหรอ"

 

                        "พรุ่งนี้ฉันมีสอบภาษาอังกฤษค่ะ  อยากจะให้พี่นายอนช่วยติวให้ฉันหน่อย  คืนนี้ได้ไหมคะ?"

 

                        "ยินดีอยู่แล้ว"

 


                        น้ำเสียงแหบแห้งนั้นพยายามดัดให้ดูร่าเริงขึ้น  แต่สำหรับบุคคลที่ได้ยินเสียงของเจ้าตัวแทบทุกวันอย่างเมียวอิ  มินะนั้น  ไม่ว่าเจ้าตัวพยายามดัดเสียงตัวเองเท่าไหร่ ก็ แปลว่าเจ้าตัวมีอะไรปิดปังตัวเธอเองมากเท่านั้น

 

                        คงจะทะเลาะกับแฟนอีกสิท่า

 


                        "งั้น  ฉันไปเรียนแล้วนะคะ"

 


                        นายอนพยักหน้าตอบรับ  มินะจึงโค้งลาทีหนึ่งแล้วเดินออกมา  เธอหันหลังกลับไปมองพี่ข้างห้องอีกครั้ง  นายอนส่งยิ้มและโบกมือให้เธอ

 

                        แววตาโศกเศร้าประสานกับเธอ  เหมือนกับว่ามีคำพูดมากมายหลั่งไหลมาตามแววตานั้น  มินะยืนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ย

 

 

                        "เย็นนี้ฉันจะรีบกลับมาหานะคะ"

 

                        "อื้อ"  นายอนฉีกยิ้มฟันกระต่าย

 



                        ที่แท้ก็เหงานี่เอง

 

 




                        เย็นวันนั้น  มินะรีบกลับห้องพักโดยที่ไม่ลืมซื้อจาจังมยอนกึ่งสำเร็จรูปของโปรดพี่นายอนไปฝากเจ้าตัวด้วย  แวะซื้อต๊อกโปกกีข้างทางเผื่อตัวเองและเผื่อพี่สาวไว้คนละถุง

 


                        ยืนกดกริ่งได้สักพักเจ้าของห้องถึงมาเปิด  สีหน้าของพี่นายอนดีขึ้นกว่าเมื่อเช้ามาก  ให้เดาก็คงขลุกตัวนอนอยู่ในห้องทั้งวันแน่ๆ

 


                        บนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กกลางห้องมีกล่องซุปแก้แฮงค์ที่เธอทำให้พี่สาววางอยู่  เธอจึงอาสาเป็นคนเก็บมันไปไว้ที่ซิงค์ล้างมือและลงมือล้าง  ส่วนพี่นายอนก็หมกมุ่นอยู่กับการต้มน้ำร้อนเพื่อลวกเส้นจาจังมยอน

 


                        กว่ามื้อเย็นจะผ่านไป  เวลาก็ล่วงเลยเข้าเกือบสามทุ่ม  ทั้งคู่ถึงเริ่มต้นติวภาษากันอย่างจริงจัง

 


                        ผ่านไปสองชั่วโมง  การติวอย่างเข้มข้นดูท่าว่าจะไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ  ต่างฝ่ายต่างเริ่มเหนื่อยล้า  แต่ก็ยังคงฝืนความง่วงในการติวต่อไป

 


                        แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของครูสอนพิเศษจะไม่ไหวเสียแล้ว...

 


                        "พี่นายอน  คำนี้มันแปลว่าไร--"

 

                        "คร่อก..."

 


                        นายอนฟุบลงกับโต๊ะไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้  มินะจึงยอมเก็บหนังสือและถ้วยชามไปไว้ที่ซิงค์  เธอนั่งยองๆลงข้างนายอน  นิ้วเรียวถูกยื่นออกไปสะกิดร่างเล็กที่กำลังหลับไหล

 


                        "พี่นายอน..."

 

                        ครั้งที่หนึ่ง...  ไร้การตอบรับ




 

 

                        "พี่นายอน..."

 

                        ครั้งที่สอง...  ไร้การตอบรับ



 

 

                        "พี่นายอน..."

 

                        ครั้งที่สาม...  ไร้การตอบ—

 


 

                        จู่ๆนายอนก็พลิกตัว  และด้วยพื้นที่ที่มีอยู่น้อยนิด  ทำให้ตัวเธอร่วงลงไปจากโต๊ะ แต่มินะสามารถประคองร่างของนายอนไว้ได้ทันก่อนที่จะกระทบลงพื้น

 


                        กลายเป็นว่านายอนตกอยู่ในอ้อมกอดของมินะอย่างเต็มรูปแบบ

 





                        ตึกตัก...






 

                        มินะกลั้นหายใจ  พยายามระงับอาการประหลาดที่ส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ

 


                        บ้าน่า...  เธอก็แค่ตกใจเท่านั้นแหละ

 





                        มินะออกแรงอุ้มร่างที่ตกอยู่ในห้วงนิทราไปวางบนเตียงของเจ้าตัว  ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่จนเสร็จสรรพแล้วจึงจะกลับห้องของตนแต่...

 


                        "อย่าไป..."

 



                        เสียงละเมอจากคนบนเตียงล่องลอยมาตามลมอย่างแผ่วเบา

 



                        "อย่าไปนะ...  ขอร้อง"

 


                        มินะเดินย้อนกลับมาดู  คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันยุ่งเหยิง  เธอใช้นิ้วของตัวเองจิ้มไปที่ปมคิ้วนั่นทีหนึ่ง

 



                        "อย่าเครียดสิคะ  แฟนพี่ไม่ไปไหนหรอก"

 

                        "เขาไปแล้ว  เขาบอกเลิกพี่แล้ว”

 


                        นายอนลืมตาขึ้น  ดวงตากลมโตสั่นระริก

 

 

                        "อยู่กับพี่ก่อนได้มั้ย  พี่ไม่อยากอยู่คนเดียว"

 

                        "ก็ได้ค่ะ"


 

                        มินะตัดสินใจนั่งลงที่เตียง  แต่แรงสะกิดที่ชายเสื้อกับแววตาอ้อนวอนนั่นทำให้เธอจำเป็นที่จะต้องถดตัวลงไปใต้ผ้าห่มแล้วยอมให้นายอนใช้แขนของเธอต่างหมอน

 

                        เหมือนว่าเรานอนกอดกันเลยแฮะ

 

 





                        เช้าวันต่อมา  มินะลืมตาขึ้น  เธอชันตัวลุกขึ้นมองหาร่างที่ควรนอนอยู่บนเตียงแต่ก็ไม่พบ

 



                        อะไรกัน  พี่นายอนตื่นเช้าเป็นด้วยหรอ



 

                        นึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องสอบเช้าก็รีบวิ่งกลับห้อง  รีบชำระร่ายกายของตนแล้วผลัดชุดจากชุดนอนเป็นเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์เตรียมตัวไปเรียน

 


                        มินะรีบวิ่งมาที่มหาวิทยาลัยโดยไม่ลืมส่งข้อความไปบอกพี่นายอน  พี่เขาตอบกลับมาว่า

 


                        'ไม่เป็นไร  พอดีพี่ออกไปซื้อโจ๊กมาให้  เผื่อเธอจะได้ไม่ต้องท้องว่างไปสอบ'

 

                        โครก...  นั่นไง



 

                        มินะวิ่งเข้ามาทันก่อนที่อาจารย์จะแจกข้อสอบพอดี  ระหว่างที่เธอกำลังทำข้อสอบนั้น  เธอต้องทรมาณจากการหิวเป็นระยะๆ  ทำให้แทนที่เธอจะออกจากห้องสอบด้วยความมั่นใจอย่างเช่นปกติกลับกลายเป็นความเสียดายที่ไม่ได้ทำข้อสอบอย่างเต็มที่แทน

 


                        คิดแล้วก็ไม่น่าใจอ่อนยอมนอนเป็นเพื่อนพี่นายอนเลย...

 



                        มินะตรงไปที่ร้านขายอาหารใต้ถุนคณะเพื่อหาอะไรใส่ท้องไม่ให้มันส่งเสียงร้องจนเธอเริ่มรำคาญ  เหลือบเห็นจาจังมยอนกึ่งสำเร็จรูปก็อดคิดถึงใบหน้ากลมๆของพี่นายอนไม่ได้

 



                        เอ้ะเดี๋ยว...  เธอจะคิดถึงพี่นายอนไปทำไม

 

                        ว่าแล้วก็ซื้อจาจังมยอนกึ่งสำเร็จรูปไปให้พี่นายอนดีกว่า

 

 

 






                        เสียงโหวกเหวกโวยวายดังข้ามห้องขณะที่มินะกำลังอ่านหนังสือ  นาฬิกาแขวนผนังบอกเวลาห้าทุ่มกว่าทำให้มินะขมวดคิ้ว

 

                   พี่นายอนควรหลับแล้วไม่ใช่หรอ?  อย่าบอกนะว่าพี่เขากินเหล้าอีก

 


                        ไวเท่าความคิด  ขาสองข้างของมินะพาร่างของเธอมายืนอยู่ที่หน้าห้องของนายอน  กดออดเรียกเป็นสิบทีเจ้าของห้องก็ไม่ยอมมาเปิด  ยังคงแหกปากเสียงดังอยู่ข้างในห้องอย่างต่อเนื่อง

 


                        ความเป็นห่วงพี่สาวข้างห้องทำให้มินะรู้สึกกังวล  เธอวิ่งเข้าไปในห้อง  ลงทุนปีนระเบียงข้ามมาที่ห้องของนายอนได้อย่างปลอดภัย

 


                        ภาพที่เห็นก็เป็นอย่างที่เธอคิดไว้...  ร่างเล็กของพี่สาวยืนบนโซฟา มือข้างหนึ่งถือรีโมทแล้วร้องเพลงเสียงดัง


 

                        มินะรีบวิ่งเข้าไปอุ้มนายอนลงมาจากโซฟา  นายอนมีท่าทีขัดขืนอย่างรุนแรงแต่สุดท้ายก็ยอมสยบอยู่ภายใต้วงแขนของมินะ  เธอพานายอนเข้าไปนอนในห้องนอนแล้วออกมาเก็บบรรดาขวดเหล้าและหนังสือที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นห้องให้เรียบร้อย

 


                        สมุดเล็กเชอร์สีพาสเทลเล่มโปรดของพี่นายอนกางอยู่บนโต๊ะตัวเล็ก หน้ากระดาษมีแต่ลายมือขยึกขยือของเจ้าตัวอยู่เต็มแผ่น  มินะนั่งยองๆลงหยิบขึ้นมาอ่านด้วยความสนใจ

 

                        แต่ลายมือพวกนั้นกลับทำให้มินะขมวดคิ้ว



 

                        มินะ


                        มินะ


                        มินะ

 




                        เอ้ะ...  ทำไมพี่นายอนถึงเขียนชื่อของเธอกันนะ

 


                        ไวเท่าความคิด  มินะพลิกหน้ากระดาษแผ่นต่อไปทันที

 




                        มินะ


                        มินะ


                        มินะ

 




                        ทุกแผ่นกระดาษในสมุดของนายอนมีแต่ชื่อของมินะเต็มไปหมด  แม้แต่ตัวการ์ตูนตัวเล็กๆตรงมุมกระดาษที่ยืนยิ้มชนิดเหงือกแห้ง  ขนาดขี้แมลงวันยังตำแหน่งเดียวกันกับเธอเป๊ะๆ

 

                        ทั้งหมดนี้มันหมายความว่าไง?





-----------------  50  %  -----------------












                        เราทะเลาะกันอีกแล้ว...


 

                        อิมนายอนนั่งกอดเข่าอยู่ที่ใต้ถุนคณะโดยมี  ปาร์ค  จีฮโย  เพื่อนสนิทนั่งเป็นเพื่อน  ใบหน้าขาวที่เคยปราศจากความโศกเศร้ามีแต่คราบมาสคาร่าไหลเปรอะเป็นทาง  นัยน์ตาแดงก่ำอย่างคนช้ำรัก


 

                        เหลือบมองโทรศัพท์ที่มักจะมีแจ้งเตือนอย่างสม่ำเสมอ  แต่ตอนนี้กลับเงียบเชียบราวกับป่าช้า  อิมนายอนโยนโทรศัพท์ลงที่โต๊ะก่อนก้มหน้าซุกท่อนแขนตัวเอง


 

                        “เห้ย  พี่เขาเป็นสุภาพบุรุษป่าววะ  ทะเลาะกันก็ต้องง้อดิ”

 

                        “ไม่เป็นไรหรอก  ฉันทำให้พี่เขาเป็นงี้เอง  ฉันก็ต้องยอมรับ”

 


                        น้ำตาอีกหลายหยดร่วงลงมาจากดวงตาคู่สวย  นายอนสะอึ้นจนตัวโยน 

 


                        “แล้วแกจะทำยังไง  แกกับพี่แทคทะเลาะกันกี่รอบละลองนับดูตั้งแต่คบกันมา  แล้วใครเป็นคนชวนทะเลาะบ่อยสุด”

 

                        “..........”

 

                        “ถ้าจะให้ถามว่าระหว่างแกกับพี่แทคใครเปลี่ยนไปนะ  กูว่าทั้งแกทั้งพี่แทคนั่นแหละ  คิดเอาเองละกัน  ฉันไม่อยากเห็นแกร้องไห้อีกแล้ว”

 

                        “ฉัน...  ไม่รู้”

 


                        จีฮโยถอนหายใจ  ก่อนค่อยๆสวมกอดร่างเล็กที่ยังคงสะอึ้นไม่หยุด

 

 

 






 

                        ร้านหมูกะทะเปิดใหม่?

 


                        อิมนายอนยืนมองร้านอาหารข้างคอนโด  ปกติตำแหน่งตรงนี้จะว่างเปล่าเพราะเป็นที่ดินของทางคอนโด  แต่ไหนๆก็มีร้านอาหารมาเปิดใกล้คอนโดขนาดนี้ละ  จะไม่ให้ลองประเดิมชิมเอาฤกษ์เอาชัยให้ร้านก็กระไรไป

 


                        หลังจากซัดหมูกระทะคนเดียวจนอิ่มแปล้แล้ว  นายอนก็ขึ้นมาที่ห้องของตัวเองพร้อมกับโซจูสี่ขวด  ถึงแม้ว่าหมูกระทะจะบรรเทาความเจ็บปวดภายในหัวใจได้แล้วส่วนหนึ่ง  แต่ก็ไม่ได้แปลว่าแค่นั้นจะทำให้เธอโอเคขึ้นจากตอนเย็นหรอกนะ

 


                        ห้องพักของเธออยู่ติดกับห้องพักของเมียวอิ  มินะ  เด็กสาวผู้มาไกลจากญี่ปุ่นเพื่อมาศึกษาต่อ  มินะมีนิสัยน่ารัก  อัธยาศัยดีแถมยังเรียนที่เดียวกันกับเธออีกด้วย  ครั้งแรกที่เราสองคนเจอกัน  วันนั้นนายอนเธอกำลังยกถุงขยะไปทิ้งไว้ที่หน้าหอพัก แต่ด้วยพละกำลังแขนที่เกิดหมดลงกลางคัน ทำให้เธอเผลอปล่อยถุงขยะตกลงที่พื้นจนถึงแตกกระจายก่อนถึงจุดทิ้งขยะไม่กี่เมตร

 


                        แอปเปิ้ลที่กินไม่หมดกลิ้งหลุนๆไปหยุดอยู่ที่ปลายเท้าของมินะ เธอย่อตัวลงหยิบซากแอปเปิ้ลจากการกัดกินแล้วขี้เกียจกัดต่อของอิมนายอนขึ้นมาดูแล้วก็เอาไปทิ้งถังขยะ

 


                        มินะเดินตรงเข้ามาหานายอนพร้อมกับโค้งหัวลงจนผมแตะพื้น

 



                        'สวัสดีค่ะคนเกาหลี' เธอเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษ

 

                        'อ่า... สวัสดี' นายอนตอบกลับไปด้วยภาษาเดียวกัน

 

                        'ฉันพึ่งย้ายมาจากประเทศญี่ปุ่น เมียวอิ มินะค่ะ'

 

                        'อ้อ ฉันอิมนายอนนะ'

 



                        บทสนทนาแนะนำตัวของเรามีเท่านั้น เพราะจู่ๆถุงขยะใบที่สองก็เกิดขาด เศษขยะต่างๆนานาจึงหล่นร่วงลงมากระจายเต็มถนน ทำเอานายอนและมินะวิ่งไล่เก็บแทบไม่ทัน

 


                        หลังจากนั้น  เราทั้งสองก็สนิทกันทันที  พวกเราไปมาหาสู่กันทั้งห้องของมินะและห้องของเธอเองจนแทบจะหลอมรวมห้องทั้งสองห้องเป็นห้องเดียวกัน  เธอจะชอบไปติวหนังสือให้มินะที่ห้องของมินะ  ส่วนมินะจะชอบมานอนเล่นที่ห้องของเธอ

 


                        ด้วยความที่เราใกล้ชิดกันแทบทุกเวลาล่ะมั้ง...  เลยทำให้เธอสัมผัสถึงอะไรบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นภายในจิตใจ

 


                        จะให้เรียกมันว่า  ความรัก  ก็อาจจะเร็วไปหน่อย  แต่นายอนคิดว่ามันคือสิ่งนั้นจริงๆ

 


                        และนั้นก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่เธอกับ  รุ่นพี่แทคยอน  ทะเลาะกันเป็นประจำ  พี่เขาบอกว่าเธอเปลี่ยนไป  ซึ่งเธอก็เห็นด้วยอย่างที่พี่เขาพูด

 


                        เพราะตั้งแต่ที่เธอรู้ตัวว่าหลงรักน้องสาวข้างห้อง  เธอก็เริ่มออกอาการเบื่อหน่ายและต่อต้านรุ่นพี่แทคยอน  เธอยอมรับว่าเธอเป็นคนผิดที่ไม่ได้มีแค่พี่เขาในใจเพียงคนเดียว  แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเธอไม่รักพี่เขาหรอกนะ

 


                        ทันทีที่หลังพิงพนักโซฟา  นายอนก็กระดกโซจูเข้าปาก  รสชาตขมปร่าทำให้เธอรู้สึกเหมือนลืมโลกไปชั่วขณะ  อึกที่สองและอึกทีสามตามลงไปติดๆ  รู้ตัวอีกทีก็หมดไปหนึ่งขวดแล้ว

 


                        อิมนายอนจำไม่ได้ว่าคืนนั้นเธอกินไปกี่ขวด  แต่พอเธอลืมตาตื่น  แทนที่เธอจะนอนเอกเขนกอยู่กลางห้องกลับกลายเป็นบนเตียงในห้องนอนของเธอแทน 

 


                        ใครกันนะที่พาเธอเข้ามานอนในห้อง?

 


                        ใบหน้าเล็กที่มีขี้แมลงวันและรอยยิ้มเหงือกแห้งลอยเข้ามาในหัว  นายอนยกยิ้มพลางชันตัวขึ้นเตรียมลุกไปอาบน้ำ  แต่อาการปวดหัวหนึบที่พุ่งเข้าเล่นงานอย่างกระทันหันทำให้เธอเลิกล้มความตั้งใจแล้วล้มตัวลงนอนแทน

 


                        ติ้งหน่อง...

 


                        เสียงออดหน้าประตูดึงสติของนายอนได้ทันท่วงทีก่อนที่เธอจะหลับอีกครั้ง  ความหงุดหงิดจากเสียงออดทำให้นายอนหน้ามุ่ย  ยอมฝืนอาการปวดหัวลุกออกมาจากเตียง

 


                        แต่น้ำเสียงเล็กๆจากบุคคลผู้เสียมารยาทกลับทำให้ใบหน้ายุ่งๆของนายอนคลายลงจนได้

 





                        มินะเองค่ะ  พี่นายอนมาเปิดประตูหน่อยน้า

 





                        ให้ตาย  เธอชักจะแพ้เข้าไปใหญ่แล้วนะ

 

 

 






 

                        ไม่กี่วันหลังจากวันนั้น  พี่แทคยอนพาเธอไปกินข้าวที่ร้านอาหารข้างมหาวิทยาลัย  เราสองคนต่างนั่งเงียบแม้กระทั่งตอนกินข้าว  พอผละจากช้อนส้อมได้ก็จับแต่โทรศัพท์ของตนเอง

 


                        และสุดท้าย  พี่แทคยอนก็บอกเลิกเธอหลังจากที่เราออกมาจากร้านอาหารนั้น

 


                        นายอนจำได้ว่าเธอเสียใจมาก  เธอเดินตรงเข้าไปซื้อโซจูมาแปดขวด  ตั้งใจว่าจะซัดให้หมดภายในคืนนั้นเลยแต่ก็นึกขึ้นได้ว่ามีสอนภาษาให้มินะเลยเก็บไว้ก่อน




                        ทุกครั้งที่มินะตั้งใจจดจ่อกับบทเรียน  นายอนจะใช้โอกาสนั้นในการลอบมองเธออยู่เสมอ  แววตามุ่งมั่งและจริงจังนั่นทำให้นายอนรู้สึกหลงใหล  ไหนจะขี้แมลงวันบนใบหน้าของเจ้าตัวที่มักสะกดสายตาของนายอนตลอดนั่นอีก

                       


                        และอะไรก็ไม่รู้ดลดาลจิตใจให้นายอนเอ่ยปากขอให้มินะอยู่เป็นเพื่อนกับเธอ  จนสุดท้ายเธอก็ผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของมินะ

 


                        เช้าวันต่อมา  นายอนสะดุ้งตื่นขึ้นก่อนพบว่าทั้งตัวของเธอนั้นถูกครอบครองโดยมินะอย่างสมบูรณ์แบบ  แขนเล็กที่ก่ายลำตัวของเธอไว้ขยับเล็กน้อยเมื่อเธอขยับตัว 

 


                        นายอนแทบจะหยุดหายใจ  ลมหายใจอุ่นๆของมินะทำให้เธอรู้สึกสั่นไหวไปทั้งร่างกาย  หัวใจของเธอสูบฉีดเลือดอย่างบ้าคลั่ง  นึกชั่งใจอยู่นานจึงยอมออกมาจากอ้อมกอดนั่น  เกรงว่าถ้าเธอยังอยู่ตรงนั้น  มินะอาจจะตื่นเพราะเสียงหัวใจของเธอก็เป็นได้

 


                        นายอนออกมาซื้อโจ๊กที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อให้เป็นอาหารเช้าของเธอและน้องสาวข้างห้อง  แต่กลับมาอีกทีมินะก็ไม่อยู่แล้ว  หัวใจที่ฟูฟ่องมาตั้งแต่เช้าห่อเหี่ยวลงทันที

 


                        ข้อความเข้าจากมินะพอทำให้เธออุ่นใจขึ้นได้บ้างว่ามินะแค่รีบออกไปสอบ  นายอนจัดการทานอาหารเช้าที่ตนเองตั้งใจเตรียมมาเผื่อมินะจนหมดทั้งสองถุง  วันนั้นเธอไม่มีเรียนเนื่องจากอาจารย์ยกคลาส  เธอเลยถือโอกาสขลุกตัวอยู่ในห้องนอนเกือบทั้งวัน

 


                        ชีวิตประจำวันของเธอดำเนินไปอย่างเบื่อหน่าย  คงอาจเป็นเพราะช่วงนี้เธอเจอหน้ามินะน้อยลง  ส่วนหนึ่งก็มาจากตารางเรียนของเราที่ไม่ค่อยว่างตรงกันอยู่แล้ว  อีกส่วนก็มาจากตัวเธอเองทั้งนั้นที่ตั้งใจหลบหน้าน้องเขา

 


                        “เห้ยนายอน  ทำไมช่วงนี้แกโทรมจังเลยวะ  ยังไม่หายเฮิร์ทอีกหรอ” 

 


                        จีฮโยเดินเข้ามาพร้อมกับโคล่าสองกระป๋อง  ยื่นให้นายอนที่ทำหน้าเบื่อโลกพลางถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อย  เธอรับมันมากระดกทันที

 



                        “ไม่รู้อ่ะ  รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง”

 

                        “ขาดที่ว่านี่พี่แทคยอนหรือน้องมินะ”

 


                        นายอนตาโต  หันมามองเพื่อนสนิทที่กำลังดูดโคล่าอย่างสบายๆ

 


                        “เดี๋ยว...  ที่แกพูดหมายความว่าไง”

 

                        “ก็หมายความว่าฉันรู้ว่าแกคิดเกินเลยกับน้องมินะตั้งแต่ที่แกยังคบกับพี่แทคยอนอยู่  และแกก็พยายามตีตัวออกห่างจากน้อง”

 


                        ดวงตาที่โตอยู่แล้วเบิกกว้างขึ้นพร้อมๆกับรีมฝีปาก  จีฮโยยักไหล่ก่อนเอ่ยต่อ

 


                        “ฉันดูออกตั้งนานละ  พี่แทคยอนก็อีกคน  เขามีกิ๊กอยู่เธอไม่เคยรู้เลยหรอ”

 

                        “ห้ะ...” 



                        นายอนอยู่ในอาการช็อคอย่างสมบูรณ์แบบ

 


                        “ถ้าจะให้ฉันพูดนะ  ไอ้วิธีที่แกตีตัวออกห่างน้องเพื่อไม่ให้คิดกับน้องไปมากกว่านี้อ่ะ  โคตรเด็กเลย  ทางที่ดีแกควรทำตามหัวใจของตัวเอง  ไม่งั้นแกก็จะมานั่งเหงาหงอยอยู่แบบเนี้ยะ”  จีฮโยบ่นยาว 

 

                        “อือ...  ก็ได้” 

 







                        จีฮโยขับรถมาส่งนายอนที่คอนโดโดยไม่ลืมกำชับให้นายอนเลิกหลบหน้าน้องเขาได้แล้ว  เธอยืดอกแล้วฉีกยิ้มฟันกระต่ายเพื่อให้จีฮโยแน่ใจว่าเธอจะปฏิบัติตามคำแนะนำจริงๆ  แต่พอรถของจีฮโยหายลับสายตาไปแล้ว  นายอนก็ห่อไหล่ลงด้วยความไม่มั่นใจ

 


                   จะให้เดินเข้าไปบอกว่าชอบเลยงี้หรอ?  ไม่สิ  มันต้องมีวิธีที่ดีกว่านี้

 


                        แต่สุดท้ายความคิดทั้งหมดก็หยุดอยู่ที่โซจูทั้งแปดขวดที่ซื้อมาครั้งก่อน  ขวดโซจูขวดแล้วขวดเล่าถูกเปิดและกระดกดื่มโดยนายอน  เธอเลือกที่จะดื่มให้ลืมๆคำแนะนำของจีฮโยไปเสีย 

 


                        นายอนรู้สึกว่าโลกทั้งใบหมุนติ้วเมื่อเข้าสู่ขวดที่หก  เธอเห็นใบหน้าที่มีขี้แมลงวันจุดเล็กๆอย่างเรือนราง  โสตประสาทรับรู้ได้ถึงเสียงเล็กๆที่มักจะสั่นไหวหัวใจของเธอทุกครั้งที่ได้ยิน  แต่หลังจากนั้นเธอก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลยจนวันรุ่งขึ้น

 


                        นายอนลืมตาตื่นขึ้นบนเตียง  อาการปวดหัวหนึบเล่นงานจนเริ่มชินชา  เธอลุกจากเตียงตรงไปยังห้องน้ำ  ชำระร่างกายแล้วเริ่มต้นชีวิตประจำวันที่แสนน่าเบื่อต่อไป

 

                       

 







 

 

                        ติ้งหน่อง...

 


                        เสียงออดยามวิกาลทำให้นายอนที่กำลังแทะเม็ดวอลนัทอยู่หน้าทีวีขมวดคิ้วมุ่น  ลุกขึ้นไปเขย่งส่องที่ประตูก็พบว่าเป็นน้องสาวข้างห้องกับถุงต๊อกที่เจ้าตัวชูขึ้น  หัวใจดวงน้อยสูบฉีดเลือดแรงขึ้นแทบจะในทันที

 


                        นายอนพามินะเข้ามาในห้อง  มินะวางถุงต๊อกไว้ที่โต๊ะแล้วจัดแจงจัดใส่จานอาหาร  นายอนทำท่าว่าจะเข้ามาทำแต่มินะกลับใช้สายตาสั่งให้เธอไปนั่งรอที่โซฟา

 


                        ต๊อกโปกกีร้อนๆถูกยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะตัวเล็กก่อนที่มินะจะทิ้งตัวลงที่ว่างข้างนายอน  เธอเปิดประเดิมต๊อกชิ้นแรกแล้วจึงเพยิดหน้าให้นายอนกินด้วย

 



                        “มาหาพี่ถึงห้องนี่มีไรป่าวเนี่ย”  นายอนถามขณะเคี้ยวต๊อกในปาก

 

                        “ฉันมีเรื่องอยากจะถามพี่”

 

                        “อื้ม  ว่ามา” 

 

                        “วันก่อนฉันเห็นในสมุดเล็กเชอร์ของพี่...  ฉันเลยสงสัย”

 



                        มือที่กำลังจิ้มต๊อกเข้าปากหยุดค้างกลางอากาศ  นายอนลอบกลืนน้ำลาย  วางต๊อกลงที่เดิมแล้วตีหน้านิ่ง

 



                        “ทำไมหรอ”

 

                        “อ่อ  เปล่าค่ะ”

 



                        จู่ๆมินะก็เงียบไปดื้อๆ  นายอนเห็นมินะกลืนน้ำลายตัวเองอยู่หลายครั้ง  แต่เธอก็ยังคงจิ้มเส้นต๊อกเข้าปากอยู่เรื่อยๆ

 



                        “นี่มินะ  เธอมีอะไรหรือเปล่า”

 

                        “พี่นายอนคะ”

 



                        มินะวางส้อมลงที่จาน  เงยหน้าขึ้นสบตากับนายอนอย่างตรงๆ  แววตาของเธอดูมุ่งมั่น  รีมฝีปากบางนั่นเม้มเข้าหากันอยู่หลายครั้ง

 



                        “พี่นายอน...  คิดอะไรกับฉันหรือเปล่า”

 



                        คำถามที่ไม่คิดว่าจะหลุดออกมาจากมินะแทงเข้าสู่โสตประสาทของนายอนอย่างจัง  นายอนหูตื้อ  รีมฝีปากอวบอิ่มค้างเติ่งราวกับจะพูดอะไรออกมา 

 



                        “ทำไมเธอถึงถามพี่—“

 

                        “ตอบฉันหน่อยนะคะ  ฉันอยากรู้”

 



                        ความคิดหลายอย่างประเดประดังเข้ามาในสมองจนตีกันวุ่น  นายอนไม่รู้ว่าเธอควรจะตอบคำถามนี้อย่างไรดี  ตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่ประโยคแปลกๆที่ไม่ควรใช้เป็นคำตอบสำหรับคำถามของมินะเลยสักอัน

 

                        และสุดท้าย  รีมฝีปากอวบอิ่มนั่นก็เอ่ยคำตอบที่ตรงกับความรู้สึกของเธอที่สุดออกไป

 





                        “พี่ชอบเธอ”

 





                        คนเป็นน้องชะงัก  แววตามุ่งมั่นของมินะสั่นไหวเล็กน้อยราวตกใจ  พอรู้ตัวว่าพลาด  นายอนก็รีบหลบสายตา

 


                        “เอ่อ...”

 


                        มีเพียงเสียงลมหายใจแรงๆของนายอนที่ดังอยู่ในห้องในเวลานี้  คนเป็นพี่ห่อไหล่ลง  ก้มหน้าคางแทบชิดอกเพื่อบดบังใบหน้าของตนไว้ใต้ผม

 

                        คงจะพังแล้วสินะ

 






                        ..........






                        “ความจริงแล้ว...  ฉันก็ชอบพี่เหมือนกันค่ะ

 










                        อิมนายอนแทบไม่อยากจะเชื่อในหูของตัวเอง  เธอเงยหน้าขึ้น  ความสับสนงุนงงฉายเต็มใบหน้ากระต่าย  คิ้วบางขมวดมุ่น

 

                        มินะค่อยๆคลี่ยิ้มก่อนเอ่ย

 


                        “ที่ฉันถามก็เพื่ออยากมั่นใจว่าพี่คิดเหมือนกับฉันจริงๆ  อ่า...  ฉันคิดว่าฉันจะนกแล้วนะเนี่ย”

 


                        คราวนี้เป็นมินะบ้างที่พยายามซ่อนใบหน้าของตัวเองไว้ใต้ผม  นายอนเห็นแก้มขาวๆนั่นขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับผลแอปเปิ้ล  เห็นอย่างนั้น  เธอก็รู้สึกเห่อร้อนขึ้นที่ใบหน้าทันที

 



                        “เอ่อ...  แล้ว...  มันจะเป็นไงต่อหรอ” 

 

                        “หมายถึงอะไรคะ?”

 

                        “ความสัมพันธ์ของเรา...”

 



                        นายอนบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย

 



                        “ใช้คำว่าแฟนนี่มันจะเร็วไปไหมคะ”

 



                        คำตอบของมินะยิ่งทำให้นายอนเขินยิ่งขึ้นไปอีก  อุณหภูมิใบหน้าขึ้นสูงซะจนนายอนกลัวว่าใบหน้าของเธอจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ  ไม่ต่างจากคนพูดสักเท่าไหร่นัก

 



                        “อึ้ม  เอางั้นก็ได้  ><





_____________________________________________________________________________________________


ขอตัดจบแบบนี้นะคะ  ไรท์หาทางจบไม่ได้  TT






#มินายอนเฟิร์สแดซังโปรเจ็กต์

ผลงานทั้งหมด ของ pixppd

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 16:35
    ไรท์เอาสเปเชียวมาเถอะนะๆ มันค้าง
    #5
    0
  2. #4 beambiim (@pitchayaporn_p) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 23:14
    หูยย ไรท์อ่าา จะตัดจบแบบนี้ไม่ได้นะคะ โยนสเปเชียลมาเลอออ 5555555555 // ล้อเล่นนะคะ
    #4
    0
  3. วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 15:46
    งื้ออออ รอค่า
    #3
    0
  4. #2 lukminayeon
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 14:10
    งะ รออีก 50 เปอรฺนะ ตกลงมันยังไงค่ะ พี่นายอน
    #2
    0
  5. วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 12:12
    โครตค้างงงอารมณ์ค้าง ..ทำไมไรท์ทำแบบนี้ แต่สนุกดีคะติดตามผลงานไปเรื่อยๆน้า นายอนชอบมินะใช่ไหมละรู้น้าาา
    #1
    0