รักสุดแสนวุ่นวายของยัยคุณหนู

ตอนที่ 27 : 26

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 มี.ค. 63

คำเตือน

เนื้อหาบางฉากในเรื่องนี้อาจจะไม่เหมาะสมในเรื่องของศีลธรรม

อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18+ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

**************************************************** 

 

Chapter 26

 

 

 

@ โอซาก้า บ้านตระกูลอายาโกะ

 

[แล้วนี้คุณหนูฮานะจะกลับมาที่โตเกียวอีกไหมคะ?] ฉันนอนกลิ้งอยู่บนที่ และก็กำลังคุยโทรศัพท์กับยูเมะจัง

“อาทิตย์หน้าว่าจะกลับไปที่โตเกียวน่ะ” ฉันน่ะแอบหนีมาพักใจที่บ้านที่โอซก้า เพราะว่ามาปุ๊บปั๊บไม่ได้บอกกล่าวกับใครเลยทำให้ทุกคนเป็นห่วง

[แล้วคุณหนูฮานะจะไม่มาเรียนคลาสที่โรงเรียนวาทานาเบะต่อแล้วหรอคะ?] ยูเมะถามฉัน พอได้ยินคำว่าวาทานะเบะ มันทำให้ฉันพาลนึกถึงพี่ฮิโรชิขึ้นมา (>_< ‘) ( ‘>_<) ฉันสลัดหัวตัวเองเบา ไม่ๆ เราต้องเลิกนึกถึงเขาไปก่อนน่ะ ฮานะ

“ไม่หรอกจ๊ะ ฉันบอกกับทางคุณเลขาที่ดูแลโรงเรียนแล้วจ๊ะ” ไม่ใช่ว่าอยากจะยกเลิกคลาสเรียนหรอกน่ะ เพราะว่าฉันเองนั้นก็อยากเรียนให้จบคลาส เพื่อที่จะได้เปิดร้านคาเฟ่เป็นของตัวเองได้

[อ่า...แบบนี้นี่เอง ถ้าคุณหนูฮานะมาโตเกียวแล้วบอกยูเมะด้วยน้า จะชวนไปทานข้าวด้วยกัน ^^] ยูเมะบอกเสียงสดใส

“ได้เลย ชวนสาวๆไปกันครบทุกคนเลยดีไหม?” ฉันเสนอไอเดียขึ้นมา ความจริงตอนนี้เหงามากๆเลย นึกอยากจะเจอะเจอกับสาวๆ 

[จริงๆด้วย ชวนพวกสาวๆไปด้วยดีกว่า >_< อย่าลืมนะคะ คุณหนูฮานะมาโตเกียวบอกกันด้วยน้า]

“จ้า ^^ แล้วเจอกันน่ะ”

 

ตรู๊ด...ตรู๊ด...

 

“เฮ้อ...เหงาชะมัดเลย *-*” ฉันยังคงนอนอยู่บนเตียงไม่ลุกไปไหน สายตามองไปยังเพดานห้อง สีขาวของเพดานห้องนั้นช่างดูว่างเปล่า ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้งก่อนจะเข้าไปเช็คข้อความที่ส่งมา

มีข้อความมากมายที่ส่งเข้ามา หนึ่งในนั้นมีของพี่ฮิโรชิด้วยฉันเปิดเข้าไปอ่านแต่ก็ไม่ได้ตอบกลับเขาไป เขาโทรเข้ามาฉันก็ไม่รับสาย 

ถ้าถามว่าคิดถึงเขาไหมก็คิดถึง แต่ฉันเองก็ยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าเขาเองเช่นกัน T^T

 

ครืด...ครืด...

โทรศัทพ์ในมือสั่นเพราะมีสายเรียกเข้า ฉันมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ก่อนที่จะกดรับสาย

“โมชิโมชิ ว่าไงคะ? โอก้าซัง” (*โมชิ โมชิ - ฮัลโหล ใช้พูดเวลารับสายโทรศัพท์) เป็นคุณแม่นั้นเองที่โทรเข้ามา

[ฮานะจังจ๊ะ วันนี้ไปทานข้าวข้างนอกกับคุณแม่หน่อยน่ะ ^^] เสียงปลายสายของคุณแม่ที่ชวนไปทานข้าวเย็น

“โอโต้ซังละคะ?” (*โอโต้ซัง - คุณพ่อ) ฉันถามหาคุณพ่อ

[อ่า...โอโต้ซังมีประชุมรอบเย็นนะจ๊ะ วันนี้เราเลยต้องไปกันแค่สองคน ^^]

“อ่อ ค่ะ”

[ตอนเย็นแม่ให้คนขับรถไปรับนะจ๊ะ ตอนเย็นคุณแม่จะไปรอหนูที่ร้านอาหารรอนะจ๊ะ ^^]

“ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ ^^” ฉันตอบรับก่อนจะกดวางสายไป เย็นนี้ไปทานข้าวนอกกับคุณแม่ก็ดีเหมือนกันแหะ

“เลิกคิดถึงเขาไปก่อนล่ะกัน...” ฉันบอกกับตัวเองให้เลือกคิดถึงพี่ฮิโรชิได้แล้ว นี้เรากลับมาบ้านเพื่อพักผ่อนน่ะ จะคิดเรื่องเขาให้ปวดหัวทำไม >< ว่าแล้วฉันก็ลุกขึ้นจากเตียง เดินไปเลือกชุดเพื่อที่จะไปทานข้าวเย็นกับคุณแม่วันนี้

 

 

ช่วงเย็น...

@ ร้านอาหาร

 

“ดูสิใครกันน่ารักจริงๆ เลย ^^” ฉันเดินเข้าไปหาคุณแม่ที่มาถึงร้านก่อนแล้ว

“โอก้าซังสั่งอะไรหรือยังคะ?” 

“ยังเลยจ๊ะ แม่ว่าจะรอฮานะจังมาก่อนค่อยสั่ง ฮานะจังอยากทานอะไรลูก ^^” เราสองคนนั่งลงที่โต๊ะ ก่อนจะเริ่มสั่งเมนูอาหารกัน

“แค่นี้ล่ะจ๊ะ ^^” คุณแม่หันไปบอกพนักงานเมื่อเราสั่งอาหารไปเรียบร้อยแล้ว

“คุณป้าครับ...” เราสองคนแม่ลูกหันไปทางต้นเสียง ก็พบว่าเป็นรุ่นพี่เรียวนั้นเอง

“อ้าว...เรียวคุง มานานยังจ๊ะ? แล้วนี้เรามากับใครล่ะ” คุณแม่หันไปถามรุ่นพี่เรียวอย่างคุ้นเคย

“พอดีผมนัดเพื่อนเอาไว้ครับ บังเอิญจังเลยนะครับ ^^ ส่วนเราสบายดีนะ” เมื่อทักทายคุณแม่แล้ว รุ่นพี่เรียวก็หันมาทักทายฉันบ้าง

“ค่ะ รุ่นพี่เรียวก็สบายดีนะคะ?” ฉันหันไปยิ้มให้เขาตามมารยาท อันที่จริงก็ไม่ได้เตรียมใจเอาไว้เมื่อเจอกับรุ่นพี่เรียว มันเลยทำให้ฉันเกร็งๆ เมื่อเจอเขาในตอนนี้

“ครับ ^^”

“ขอโทษที่มาช้าครับ คุณอายาโกะ... อ๊ะ!” ระหว่างบทสนทนาของพวกเรานั้นกำลังดำเนินไปเรื่อยๆ ก็มีเสียงนึงทักคุณแม่แทรกขึ้นมา

 

พลั่ก!

“นายยังเสนอหน้ามาที่นี่อีกหรอ?!” รุ่นพี่เรียวต่อยเข้าที่หน้าของพี่ฮิโรชิไปนึงที ฉันตกใจมากก่อนจะห้ามไม่ให้ทั้งสองทะเลาะกัน

“ห้ามมีเรื่องกันนะคะ!” ถึงแม้จะตกใจกับการกระทำของรุ่นพี่เรียว แต่ฉันก็เอาตัวเองขว้างรุ่นพี่เรียวเอาไว้ ไม่ให้เข้าใกล้พี่ฮิโรชิ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทั้งสองเคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกันหรือเปล่า เจอหน้ากันรุ่นพี่เรียวถึงได้ต่อยพี่ฮิโรชิแบบนี้

“คุณหนูฮานะครับ หลีกไปก่อน พี่มีเรื่องจะคุยกับหมอนั้น” รุ่นพี่เรียวหันมามองฉันก่อนจะบอกเสียงเรียบ

“ไม่ค่ะ!” ฉันตอบและไม่หลีกทางให้ทั้งสองคนเผชิญหน้ากัน

“คุณอายาโกะครับ ผมขอยืมตัวน้อง แปปนึงนะครับ...” พี่ฮิโรชิบอกกับคุณแม่โดนไม่หันไปสนใจรุ่นพี่เรียว ก่อนจะออกแรงฉุดมือฉันให้เดินตามเขาไป 

 

อีกด้านนึง...

“เรียวคุง ป้าว่าให้สองคนนั้นคุยกันตามลำพังเถอะจ๊ะ” เสียงของหญิงสูงวัยห้ามชายหนุ่มเอาไว้

“ก็ได้ครับคุณป้า แต่ผมอดห่วงน้องไม่ได้...” ชายหนุ่มรับคำกับหญิงสูงวัย แต่ก็อดเป็นห่วงสาวเจ้าไม่ได้

“ไม่ต้องห่วงน่ะเรียวคุง เพราะฮิโรชิคุงเองเขาสัญญากับป้าเอาไว้แล้วน่ะ” เธอบอกชายหนุ่มให้คลายกังวล

“ครับ” เสียงที่ตอบรับไปนั้นยังมีท่าทีเป็นห่วง

“เวลาที่ฮานะจังไม่สบายใจ ฮิโรชิคุงน่ะ เขาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันหรอกน่ะ” เสียงของสาวสูงวัยพูดความรู้สึกออกมาตามที่เธอเคยรับรู้ได้จากฮิโรชิที่เจอกันในครั้งแรกนั้น

“ครับ”

“ป้าต้องขอโทษเรียวคุงเรื่องงานหมั้นหมายของเรากับฮานะจังที่ต้องยกเลิกด้วยนะจ๊ะ” หญิงสูงวัยบอกด้วยความกังวลและเห็นใจชายหนุ่มตรงหน้า

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจเรื่องของหัวใจเราบังคับไม่ได้หรอกครับ” รอยยิ้มแสนเศร้าของชายหนุ่มนั้นทำให้หญิงสูงวัยพลอยกังวลใจไปด้วย

 

‘นั้นสิน่ะ เรื่องของหัวใจจะไปบังคับคนที่เขาไม่ได้รัก ให้มารักเราไม่ได้หรอก’

 

ทางด้านของฮานะจัง...

 

พี่ฮิโรชิพาฉันเดินออกมาระเบียงด้านนอกของร้าน ที่ดูสงบและไม่มีใคร

“เจ็บไหมคะ?” ฉันเงยหน้าถามเขา และเอื้อมมือไปสัมผัสเบาๆตรงมุมปากเขา ฉันได้เห็นหน้าเขาชัดๆ หลังจากที่ฉันหลบหน้าเขามาตอนนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ดูเขาสิดูปล่อยตัวยังไงไม่รู้ ทำไมปล่อยให้หนวดขึ้นแบบนั้น ไหนจะหน้าที่ดูเหมือนจะซูบผอมลง เป็นเพราะฉันงั้นหรอ? เขาถึงได้มีสภาพแบบนี้

“ไม่ครับ แค่นี้เองพี่ทนได้ แต่พี่ทนไม่ได้ที่ทนเห็นเราเจ็บมากกว่า...” เขาจับมือของฉันเบา สายตาจับจ้องมองลงมานัยตาของฉัน

“เรื่องวันนั้น... พี่ขอโทษครับ” เขาเริ่มพูดก่อน 

“...” ฉันฉันเงียบไม่ได้ตอบอะไรเขา มีคำพูดมากมายที่อยากจะพูดกับเขา แต่พอได้เห็นเขาแล้วนั้นน้ำตาก็พลันจะไหลให้ได้ ความรู้สึกข้างในทั้งดีใจที่ได้เจอเขา แต่ก็แอบโกรธเคืองที่เขาทำกับเราเมื่อตอนนั้น

“คือว่าวันนี้พี่เจอคุณแม่ของคุณหนูฮานะน่ะ เลยขอร้องให้เขาพาเรามาเจอพี่...” คุณแม่เองสิน่ะที่เป็นคนวางแผนให้เราสองคนมาเจอกัน

“พี่ฮิโรชิกลับไปก่อนนะคะ...” ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากเจอเขา แต่ขอเวลาสักพักแค่นั้น

“คุณหนูฮานะ...” เขาหันมามองฉันด้วยสายตาเว้าวอน

“หนูสัญญาค่ะว่าจะกลับไป... แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ค่ะ” เสียงของฉันที่เปร่งออกไปสั่นคลอเล็กน้อย

“ก็ได้ครับ พี่จะรอน่ะ รอจนกว่าเราจะกลับมาหาพี่...” เขาบอกอย่างจำนน ก่อนจะค่อยๆปล่อยมือฉัน สายตาที่เขามองมาที่ฉันอ่อนล้าเต็มที 

“ก่อนไปพี่ขอกอดหน่อยได้ไหมครับ?” เขาถามขึ้นมา และก็เหมือนเดิมฉันเงียบแทนคำตอบ 

 

สวบ!

 

แม้ได้ไม่ได้ให้คำตอบกับเขา แต่ฉันเป็นฝ่ายสวมกอดเขาก่อน เมื่อได้สัมผัสอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของเขาแล้วนั้นหัวใจก็ตื้นตันด้วยความดีใจ

“พี่จะรอนะครับ...” เมื่อเขาพูดอีกครั้งว่าจะรอ หยอดน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ล่วงเผาะลงมา อ้อมกอดเขากระชับขึ้นเหมือนกับย้ำว่าจะรอฉันจนกว่าฉันจะกลับไป....

 

 

 

****************************************************

TALK

ยัยน้องใจแข็งมาก ฮ่าาาา...

ตอนนี้เริ่มสงสาร ท่านพี่แล้วล่ะ ^^

 

****************************************************

ฝากคอมเม้นให้กำลังใจ ส่งสติ๊กเกอร์ หรือจะกดหัวใจให้ก็ได้ค่ะ :) 

ขอบคุณสำหรับการเข้ามาอ่านนะคะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น