STOP IT รักต้องห้ามอาจารย์ที่รัก

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 : มาทำให้โดะกิโดะกิ (ใจเต้นแรง) ทำไมกัน?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ธ.ค. 62

คำเตือน

เนื้อหาบางฉากในเรื่องนี้อาจจะไม่เหมาะสม

เนื้อหาในเรื่องมีเรื่องศีลธรรมมาเกี่ยวข้องอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18+

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

(เนื้อหาในเรื่องอ้างอิงเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น)

ในส่วนของเนื้อหาหากเกิดข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

 

****************************************************

 

บทที่7 : มาทำให้โดะกิโดะกิ (ใจเต้นแรง)ทำไมกัน?

 

 

 

หลังจากที่เมื่อวานฉันกับมัตซึโอมิซังเจอกันอีกครั้ง จู่ ๆ เขาก็มาชวนฉันออกเดท อืม เรียกว่างั้นได้ไหม? แต่เขาก็ไม่ได้ระบุนิว่าการนัดหมายของเราในวันพรุ่งนี้คืออะไร? -///-

 

อ่า...แล้วแบบนี้ฉันจะแต่งตัวยังไงดีละ? โจทย์ยากเลยแฮะ *0*

 

วันถัดมา

 

วันนี้ฉันเลือกชุดกระโปรงสีขาวยาวประมาณเข่า มีลวดลายสีชมพูน่ารักๆตัดกับชุดสีขาว ฉันเก็บผมด้านหน้าด้วยการติดกิ๊ฟโบว์สีขาวขนาดพอดี

 

ฉันยืนส่องอยู่หน้ากระจกสักพักเพื่อเช็คความเรียบร้อยของตัวเอง หลังจากนั้นจึงหยิบกระเป๋าขนาดพอดีขึ้นมาสะพาน ฉันยกนาฬิกาข้อมือมาดูเวลา ว้าย...จะสายแล้วรีบไปดีกว่า

“คุณแม่วันนี้หนูไปเที่ยวกับเพื่อนที่ฮาราจุกุนะคะ เย็นนี้อาจจะกลับบ้านค่ำนิดหน่อยนะคะ” ฉันหันไปบอกแม่และเตรียมใส่รองเท้า

 

“เดินทางปลอดภัยน่ะจ่ะยูอิจัง” คุณแม่ชะโงกหน้ามาจากห้องครัว

“ค่ะ ไปแล้วนะคะ” ฉันขานรับแล้วรีบเดินออกมา เพราะตอนนี้เหมือนฉันกำลังจะไปที่นัดหมายกับมัตซึโอมิซังสาย

 

เวลา 10 โมง หน้าสถานนีรถไฟxx

 

ตึก ตึก ตึก

 

โอ้ย...สายจนได้ยัยยูอิ ฉันที่เพิ่งออกจากบ้านรีบวิ่งไปนัดหมายกับมัตซึโอมิซัง

 

นั่นไงเขาอยู่ตรงนั้น

 

“แฮ่ก แฮ่ก...มัตซึโอมิซัง รอนานไหมคะ? ขอโทษที่มาช้านะคะ” ฉันหอบด้วยความเหนื่อยพร้อมกับก้มหัวขอโทษเขา เขาหันมาหาฉันพร้อมกับดับบุหรี่ที่สูบอยู่ทันที

“ไม่หรอกฉันก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน” วันนี้เขาแต่งตัวที่ดูสบายๆ จริงเขาแค่ใส่เสื้อยืดสีดำสรีนลายกราฟฟิกกับกางเกงยีนส์สีเข้มๆ กับหมวกแก๊ปสีดำแค่นั้นเอง แต่ไม่รู้สิเขาดูเท่ชะมัด_

 

“คะ?” ฉันถามขึ้นเมื่อจู่ๆเขาก็มองฉันแล้วเงียบ

“ไปกันเหอะ” มัตซึโอมิซังพูดขึ้น

“เดี๋ยวค่ะ ว่าแต่เราจะไหนกันคะ?” ฉันถามเขาก่อนที่เขาจะเดินออกไป แต่เขากับชะงักแล้วหันมาหาฉัน

“ไม่รู้สิ ฉันให้ยูอิเป็นคนเลือกละกัน” ห๊า? ไม่รู้จะไปไหนเนี้ยนะ?

“อ้าว...ฉันเองก็คิดว่ามัตซึโอมิซังรู้แล้วซะอีกว่าจะไปไหน” แล้วที่เขาชวนฉันก็คือเขาก็ยังไม่รู้ว่าจะไปไหนเนี้ยนะ?

“แล้วเธออยากไปไหนละ?” เขาถามกลับมา

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” ฉันตอบกลับไป เพราะฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปที่ไหน เห้อ... -*-

“อ่ะ มัตซึโอมิซังงั้นไปร้านคาเฟ่ที่ชิบูย่ากันไหมคะ? พอดีฉันเจอรีวิวในทวิตเตอร์ว่ามีร้านคาเฟ่ชื่อดังของเกาหลีมาเปิดใหม่ที่นั่นเราลองไปกันดูไหมคะ? _” ฉันเสนอไอเดียขึ้นมาเพราะว่าเมื่อคืนฉันดันไปเจอร้านคาเฟ่ชื่อดังที่เกาหลี ซึ่งตอนนี้มีมาเปิดสาขาที่โตเกียวด้วย

 

“อืมงั้นก็ได้” มัตซึโอมิซังขานรับแล้วเดินนำฉันไป

ย่านชิบูย่า - โตเกียว

ร้านคาเฟ่ที่ฉันชวนมัตซึโอมิซังมานั้น ชื่อว่าApeachOmotesando เป็นร้านคาเฟ่ที่ดังมากๆในเกาหลี และตอนนี้มาเปิดสาขาใหม่ที่โตเกียว ย่านชิบูย่า

 

กรุ๊ง กริ๊ง ...

“อิรัชชัยมะเสะApeachOmotesandoสวัสดีค่ะ” พนักงานในร้านส่งเสียงทักทายให้กับพวกเราขณะที่เดินเข้ามาในร้าน

บรรยากาศภายในร้านถูกแต่งแต้มสีไปด้วยสีชมพูและลายApeach ซึ่งเป็นตัวละครหลักของKakaotalk

ที่ร้านนี้แบ่งออกเป็น 2 โซน ชั้น1 เป็นโซนของที่ระลึกน่ารัก ๆ ของApeachมีทั้งตุ๊กตา เครื่องสำอาง และสินค้าต่าง ๆที่เป็นลิมิเต็ดของญี่ปุ่น ของที่ระลึกที่นี่ทุกอย่างล้วนเกี่ยวกับตัวละคร Apeach ในKakaotalkส่วนชั้น2เป็นApeach Café นอกจากจะมีขนมและเครื่องดื่มที่เน้นคอนเซ็ปโทนสีชมพู

หลังจากที่ฉันและมัตซึโอมิซังเดินมาที่ชั้นสองซึ่งเป็นโซนคาเฟ่ ก็เดินไปสั่งออเดอร์ที่เคาน์เตอร์พอเสร็จแล้ว เราสองคนก็เลือกมานั่งโต๊ะที่ติดกับริมกระจก

ฉันมองสำรวจภายในร้านอย่างสนอกสนใจ จะบอกว่าบรรยากาศที่ร้านน่ารักเป็นบ้าเลย ฉันชอบที่นี้มากๆ_ เอาไว้คราวหน้าชวนนามิจังมาด้วยดีกว่า เชื่อสิยัยนั้นต้องชอบมากแน่ๆ

“นี่ ยูอิชุดเธอเขากับที่ร้านนี้เลยนะ” มัตซึโอมิซังพูดแล้วมองไปรอบๆร้าน ใช่เขาพูดถูกเลยเหมือนรู้ว่าจะมาร้านแบบนี้เลยแต่งชุดแบบนี้มา

“ส่วนมัตซึโอมิซังก็แต่งตัวตัดกับสีร้านเลยนะคะ ^^” ฉันหันไปแซวเขาคืนบ้าง

“คราวหลังเวลาเรียกฉัน แค่ ไทจิก็พอ” เขาพูดขึ้น

“หื้ม จะดีหรอคะ?” ฉันหยังใจถามไป ก็ปกตินะชื่อเล่นเขาจะเรียกแค่เฉพาะคนสนิทเท่านั้นนิ แล้วที่สำคัญมัตซึโอมิซังก็ยังอายุมากกว่าฉันอีก

“ได้สิ ก็ฉันให้เรียกไง” เขายักไหล่ให้แบบเชิงสบายๆ กันเอง

“งั้นก็ได้ค่ะ ไทจิซัง” ฉันรับคำจากเขาอย่างว่าง่าย

พวกเรานั่งรอสักพักออเดอร์ที่สั่งไปพนักงานก็เดินมาเสิร์ฟให้

“ว้าว...คาวาอี้ (น่ารัก) มากๆ เลย *-*” ฉันก้มหน้าลงพลางกุมมือประสานที่อกมองไปยังขนมและน้ำที่เราสั่งมาด้วยสายตาเป็นประกายน่ารักมาก คาวาอี้สุดๆ

ทุกอย่างเป็นสีชมพูจริงๆ แม้แต่ออเดอร์ที่สั่งไปยังเป็นสีชมพูเลยยอมแล้วค่ะ ยูอิคนนี้ยอมแพ้ให้กับความน่ารัก ของApeach แล้วค่ะ_

 

แชะ!

 

เอ๊ะ...เสียงถ่ายรูปนี้น่า ฉันเงยหน้าขึ้นมามองคนตรงหน้าก็เห็นไทจิซังยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปฉันแถมกำลังหัวเราะให้กับท่าทีดีใจของฉันอีก

“นี่ไทจิซังแอบถ่ายรูปฉันหรอคะ?” ฉันหันไปเอ็ดเขา แล้วเผลอทำแก้มพองลมใส่เขาอีกต่างหากซึ่งฉันชอบทำเวลาโมโห

“โทษทีฉันว่ามันดูตลกนะ เอ้ย น่ารักดีต่างหาก ฮ่าๆ” คนตรงหน้าฉันหัวเราะแถมยังไม่หยุดถ่ายรูปอีกต่างหาก

“นี่ไทจิซังหยุดถ่ายรูปได้แล้วค่ะ” ฉันหันไปยื่นมือบังกล้องของเขาเอาไว้ไม่ให้ถ่ายต่อ ซึ่งเขาก็ยอมหยุด่ายแต่โดยดีแต่ก็ยังมีเสียงหัวเราะอยู่

“ว่าแต่ฉันให้หยุดถ่าย เธอเองก็ไม่หยุดนะ” ไทจิซังพูดขึ้นมาขณะที่ฉันกำลังถ่ายรูปออเดอร์ที่เราสั่งมา

“ขอถ่ายรูปเก็บไว้อัพลงอินสตราแกรมก่อนนะคะ หิหิ” ฉันหันไปขออนุญาตไทจิซัง

“เราจะกินมันได้หรือยังเนี้ย?” เขาเรื่มบ่นฉันอีกครั้ง

“เดี๋ยวค่ะ ฉันรบกวนไทจิซังถ่ายรูปให้ฉันนิดนึงสิค่ะ” ฉันว่าแล้วยื่นโทรศัพท์ส่งไปให้ไทจิซังเขาบ่นแต่ก็รับหน้าที่เป็นตากล้องให้โดยดี^^

ฉันหยิบจานขนมขึ้นมาพร้อมกับโพสท่าที่คิดว่าน่ารักที่สุด (คิดเอาเองอ่ะน่ะ ฮ่า..) ให้กับกล้องโทรศัพท์ที่ไทจิซังกำลังกดชัตเตอร์ถ่ายรูปให้ฉัน แต่คนที่กำลังถ่ายรูปให้ฉันอยู่กับทำหน้าเซ็งๆซะงั้น ฮ่าๆ

“อ๊ะ เดี๋ยวนะคะไทจิซัง ขออีกรูปค่ะ” ฉันว่าแล้วก็เปลี่ยนพร็อพถ่ายรูปจากที่ถือจานขนมก็เปลี่ยนเป็นแก้วน้ำสีชมพูสุดน่ารักลาย Apeach

“ใช้มือถือฉันดีกว่ารู้สึกว่าจะชัดกว่ากล้องของยูอิ” เขาว่าละเปลี่ยนมือถือที่ใช้ถ่ายรูปให้ แต่ฉันก็ไม่ขัดคล่องหรอกเพราะคิดว่าเดี๋ยวไปขอให้เขาส่งรูปมาให้ทางไลน์ละกัน

เอ๊ะ...เรายังไม่มีไลน์ของไทจิซังเลยนี่น่าเดี๋ยวค่อยขอละกัน ว่าแล้วฉันก็โพสท่าต่อให้ไทจิซังถ่ายรูป

“ไทจิซังค่ะ ฉันขอไอดีไลน์ของไทจิซังได้ไหมคะ? พอดีว่าจะให้ไทจิซังส่งรูปที่ถ่ายเมื่อกี้มาให้ฉันทีค่ะ” ฉันบอกกับไทจิซังแล้วเขาก็ยื่นQR LINE ของเขามาให้ฉันสแกน แล้วเขาก็ส่งรูปมาให้ฉัน

“ได้รับแล้วนะคะ ขอบคุณมากค่ะ” ฉันนั่งมองรูปอย่างพอใจ หงื้อ เขาถ่ายรูปเก่งมากๆเลย ดูสิสวยทุกรูปเลย

“เป็นไงรูปโอเคใช่ไหม? จะถ่ายใหม่หรือเปล่า?” เขาถามขึ้น

“อ่า..ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็โอเคแล้วค่ะ ฉันขอเวลาแปบนึงนะคะ จะอัพรูปลงอินสตราแกรม_” ฉันว่าแล้วก็นั่งแต่งรูปสักพักแล้วก็อัพลงอินสตราแกรม แต่ไม่ลืมที่จะเช็คอินร้านที่เรามาด้วย

“งั้นฉันขอชื่อแอคเคานท์อินสตราแกรมของยูอิได้ไหม?” ไทจิซังยื่นโทรศัพท์ของเขามาตรงหน้าฉันเพื่อให้ฉันพิมพ์ชื่อแอคเคานท์อินสตราแกรมของฉันให้กับเขา

ฉันรับโทรศัพท์จากไทจิซังแล้วพิมพ์ชื่อแอคเคานท์อินสตราแกรมของตัวเองให้กับไทจิซัง เสร็จแล้วก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้เขา เขารับโทรศัพท์คืนไป

ตึ๊ง...

เสียงแจ้งเตือนข้อความในอินสตราแกรมของฉันดังขึ้น ทำให้ฉันเปิดเข้าไปดู ก็เห็นข้อความที่แจ้งเตือนมานั้นของไทจิซังที่มากดไลค์ที่รูปของฉัน

เห็นดังนั้นฉันก็นั่งอมยิ้มให้กับจอโทรศัพท์ของตัวเอง โดยไม่มองหน้าไทจิ

พอเราทานของหวานกันเสร็จแล้วก็ลงมาโซนด้านล่าง ฉันเห็นสินค้าที่นี้บางชิ้นก่อนที่เราจะเดินขึ้นไปชั้นบน ทุกชิ้นน่าซื้อมาก

“ไทจิซังค่ะ ฉันขอดูของแปบนึงนะคะ” ฉันหันไปบอกกับไทจิซังซึ่งเขาก็พยักหน้าให้

กรี๊ดดด

ฉันหันไปเจอเคสโทรศัพท์ที่ตกแต่งด้วยกลิตเตอร์ลายChibiApeachเห็นที่ป้ายเขียนว่าเป็นเคสที่ออกแบบลายพิเศษสำหรับiPhone X และXS เท่านั้น ซึ่งฉันใช้รุ่นXS พอดีเลย ฉันหยิบตัวเคสขึ้นมาดู ราคา2,350 เยน โอเคฉันเอาชิ้นนี้แหละ

ว่าแล้วฉันก็เดินดูไปเรื่อยๆ สินค้าที่นี่มีแต่ของน่ารักไม่แพ้กันเลย แถมยังมีให้เลือกมากมายอีกต่างหาก เช่น รองเท้า ถุงเท้า พวงกุญแจ อุปกรณ์เครื่องเขียน เป็นต้น

หงื้อ น่ารักมาก ยูอิคนนี้แพ้ของน่ารักๆ แบบนี้_

“ยูอิ ฉันซื้อให้” เสียงของไทจิดังขึ้นทำให้ฉันหันไปมองเขา

เอ๊? เขาไปจ่ายเงินตอนไหนนะ? ฉันมองพวงกุญแจตุ๊กตาที่ไทจิซื้อให้ฉัน

พวงกุญแจตุ๊กตาที่เขาให้ฉันเป็น หน้าของChibiApeachมีดีไซน์น่ารัก ๆ มีทั้งหมด3 แบบ ใบหน้าหลับตาพลิ้ม ใบหน้าฟันยื่นนิด ๆหรือจะเป็นใบหน้ายิ้มน่ารัก ๆ

แต่ไทจิซังกับเลือกแบบใบหน้าฟันยื่นนิด ๆให้ฉัน -*-

“น่ารักจะตาย ฉันว่าเหมาะกับยูอิดี” พระเจ้าดูเขาสิ แกล้งฉันอีกแล้ว

“ขอบคุณนะคะ เชอะ” ฉันรับเจ้าพวงกุญแจนั้นมา แล้วก็เดินไปจ่ายเงินเพื่อซื้อเคสโทรศัพท์ที่เลือกเอาไว้

หลังจากที่ออกจากร้านคาเฟ่ เราก็เดินเล่นรอบๆ ชิบูย่ากันต่อ

“ยูอิจะกลับกันเลยไหม?” ไทจิซังหันมาถาม เพราะตอนนี้เป็นเวลาทุ่มนิดๆแล้ว

“อ่า...งั้นกลับกันเลยดีกว่าค่ะ”

“อืม”

ตอนนี้เราสองคนก็มาถึงสถานนีรถไฟใต้ดินแถวบ้าน และกำลังเดินผ่านสวนสาธารณะแถวบ้าน

“งั้นแยกกันตรงนี้นะคะ วันนี้ขอบคุณมากๆเลยค่ะ” ฉันกล่าวขอบคุณและก้มหัวนิดๆให้ไทจิซัง

“เดี๋ยวก่อนยูอิ” ไทจิรั้งแขนฉันเอาไว้ ทำให้ฉันหันกลับไปมองเขาด้วยความสงสัย

“คะ...?” ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ถามอะไร ก็ถูกคนตรงหน้าจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว

วินาทีนั้นริมฝีปากของไทจิซังทาบลงมาประกบที่ริมฝีปากของฉัน ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมากจนฉันตั้งตัวไม่ทัน มือของไทจิจับที่ท้ายทอยช้อนให้หน้าฉันเงยขึ้นเพื่อรับรสจูบของเขา ไทจิซังไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าขยับไล้ริมฝีปากไปมาอย่างแผ่วเบา แต่ลมหายใจของเขานั้นกลับหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ คล้ายกับกำลังอดทนอย่างสุดความสามารถ

ไม่เพียงแค่จุมพิตแต่กลิ่นน้ำหอมจากกายเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนจะเป็นลม จนสองมือเผลอขยำคอเสื้อเขาไว้แน่นเพื่อไม่ให้เสียการทรงตัว แต่ถึงอย่างนั้นไทจิซังเขายังเอือมมือมาประคองหลังฉันไว้ไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น

คราวนี้เขาจูบฉันหนักหน่วงและร้อนแรงขึ้นกว่าเดิม ฉันหลับตาแน่นรับรู้ได้ถึงปลายลิ้นนุ่มๆของไทจิซังที่กำลังเคลื่อนไหวแทรกซึมเข้ามาในโพรงปากของฉัน ไม่เพียงแค่นั้นเขายังใช้ปลายลิ้นดุนดันมาที่ลิ้นของฉันหยอกเหย้าเคล้าเอาแต่ใจ ฉันที่อ่อนประสบการณ์ก็ทำได้เพียงแค่ยืนนิ่งรับสัมผัสที่ร้อนแรงจากเขาเท่านั้น

“อื้อ...” ฉันครางออกมาเบาๆ เขาเว้นระยะให้ฉันได้หายใจแค่แปบเดียวก็กลับช่วงชิงริมฝีปากฉันไปอีกครั้งราวกับได้ชิมของหวานที่ไม่อยากให้หมดไป สติของฉันถูกพรากไปด้วยจุมพิตอันเร่าร้อนจากไทจิซัง

ตอนนี้จุมพิตที่เร่าร้อน รุนแรง และหนักหน่วงพัวพันดื่มด่ำจนหัวใจเต้นตึกตักอลหม่านไปหมด และตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกเหมือนริมฝีปากมันกำลังระบมไปหมด

 

สัมผัสจากไทจิซังมันช่างรุนแรงและยั่วยวนจนฉันไม่อาจต้านทานไหว

เนิ่นนานจนฉันหายไม่ทันเขาถึงปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ

“ยูอิคบกับฉันนะ” เขาพูดขึ้นหลังจากที่ถอนริมฝีปากออกฉัน

“คือว่า...” ฉันที่ยังดึงสติกลับมาไม่ได้ ยังไม่ทันที่ฉันตอบเขา ไทจิซังก็เอานิ้วชี้มาแตะที่ริมฝีปากฉันไม่ให้พูดอะไร

“ยังไม่ต้องตอบฉันตอนนี้ก็ได้ ฉันแค่อยากให้ยูอิรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับยูอิ” เขาพูดและมองฉันด้วยสายตาหนักแน่นเพื่อย้ำกับฉันว่าเมื่อกี้ที่เขาพูดกับฉันคือเรื่องจริง ไม่ได้เป็นเรื่องล้อเล่น

“ฉันจะรอคำตอบจากยูอินะ” พูดจบเขาก็ปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ

“กลับบ้านดีดีล่ะ” เขาว่าแล้วรอให้ฉันเดินกลับบ้านไปก่อน ฉันที่ตอนนี้หัวใจเต้นรัว กำลังฉันเดินกลับบ้านและเหมือนวิญญาณฉันหลุดออกจากร่างเลย

 

ช่วยด้วยค่ะทุกคนตอนนี้ -//- ยูอิคนนี้ไม่ไหวแล้วค่ะลมจับไปหมดแล้ว กรี๊ดดดดด

หลังจากวันนั้นที่ฉันถูกเขาจูบอย่างเร่าร้อนและรุนแรง -///- มันทำให้ความรู้สึกฉันที่มีต่อเขามันเป็นเปลี่ยน

หัวใจเจ้ากรรมดัน เต้นตึกตัก ตึกตัก ผิดจังหวะทุกครั้งที่ผลันนึกถึงรสจูบของไทจิซัง

ไทจิซังคนบ้า!! ทำไมต้องมาทำให้หัวใจดวงน้อยๆของยูอิคนนี้เต้นตึกตักรุนแรงแบบนี้ด้วย _

 

 

****************************************************

Talk

คุณพี่ไทจิของเราเริ่มอ่อยเด็กแล้วนะคะ ฮิ้ววว

นางร้ายนะอิอิ..แค่ช่วงแรกๆ นี้ยังไม่แสดงออก เท่าที่ควร

ตอนต่อไปคุณพี่จะยิ่ง...ขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ -.,- ค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะคะ

เดี๋ยวแม่หนูยูอิของเราแตกตื่นไปซะก่อน ฮ่าาาา ^^

 

****************************************************

ฝากคอมเม้นให้กำลังใจ ส่งสติ๊กเกอร์ หรือจะกดหัวใจให้ก็ได้ค่ะ :)

ขอบคุณสำหรับการเข้ามาอ่านนะคะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น