คัดลอกลิงก์เเล้ว

ซ่อนรักปรารถนา

เมื่อรักไม่อาจเปิดเผย ความรู้สึกร้อนลึกจึงแผดเผาหัวใจดวงเล็กๆให้มอดไหม้เป็นเถ้าธุลี

ยอดวิวรวม

94

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


94

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 เม.ย. 60 / 11:11 น.
นิยาย ͹ѡö ซ่อนรักปรารถนา | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องสั้นเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตผู้คนรอบข้างกาย แต่งแต้มขึ้นตามจินตนาการของคนเขียนมิได้เจตนาพาดพิงถึงชีวิตผู้ใดเป็นหลัก

ความรักเป็นสิ่งสวยงาม
ความรักเป็นแรงผลักดันให้ใครหลายคน
ความรักในด้านบวกย่อมสรรสร้างให้เกิดสิ่งดีๆมากมาย

หากแต่.....ความรักมิได้มีเพียงแค่ด้านเดียว เมื่อมีด้านบวกย่อมมีด้านลบแอบติดตามมาด้วย และพลังงานด้านลบที่เป็นเงามืดแฝงเร้นในจิตใจส่วนลึกย่อมมีความน่ากลัวซ่อนตัวอยู่เสมอ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 เม.ย. 60 / 11:11



            หากบอกว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก ตอนนี้ฉันกำลังเผชิญหน้าอยู่กับสิ่งที่เรียกว่า ความตายเลือดสีแดงเข้มแผ่กระจายเต็มหน้าอกเสื้อของฉัน กลิ่นคาวคลุ้งน่าสะอิดสะเอียนใกล้อาเจียนเต็มทน หากแต่ความเจ็บปวดถาโถมที่ศีรษะหนักขึ้นจนสติของฉันแทบไม่มีเหลือ โศกนาฏกรรมนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นหากฉันใจแข็งไม่ออกมาพบกับพี่ไอศูรย์อีก

            ความตายมาเยือนชีวิตเราได้ง่ายๆ บางครั้งมาแบบไม่ทันให้เราได้ตั้งตัว เมื่อรู้ตัวอีกครั้งทุกอย่างก็สายเกินไป สติฉันพร่าเลือนเต็มทน หากแต่ฉันยังอยากจะเล่าเรื่องราวก่อนหน้านี้ให้คุณได้รับรู้

            ฉันชื่อพรรษารู้จักกับพี่ไอศูรย์เกือบสิบปีนับตั้งแต่ที่ฉันเหยียบเข้ามาทำงานกับบริษัทนี้ พี่ไอศูรย์อายุมากกว่าฉันเกือบ 12 ปี ตอนนั้นฉันยังเป็นแค่นักศึกษาจบใหม่ไฟแรง ไม่คิดสนใจคนมีครอบครัวอย่างเขา เราแค่รู้จักกันในฐานะเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งไม่ได้มีอะไรพิเศษมากไปกว่านั้น ฉันทำงานได้เกือบปีมีโอกาสได้พบกับพี่ศรันย์ เขาอายุมากกว่าฉัน 5 ปี เป็นผู้ชายที่มีบุคลิกโดดเด่นดีกรีวิศวกรไฟฟ้าจากต่างบริษัท เรียกได้ว่าโปรไฟล์ครบเครื่องในแบบที่ผู้หญิงหลายๆคนใฝ่ฝันเลยทีเดียว เราคบกันได้ 3 ปี เขาก็ขอฉันแต่งงาน แต่ฉันกลับปฏิเสธ ไม่รู้เป็นเพราะอะไรฉันรู้สึกว่ายังไม่พร้อมที่จะมีครอบครัว มีหลายอย่างในชีวิตที่ฉันอยากทำอีกมากมาย ฉันลืมบอกไปว่าฉันเป็นนักปาร์ตี้ตัวยง ติดเพื่อน และรักอิสระเป็นชีวิตจิตใจ โลกส่วนตัวค่อนข้างสูงมาก สูงพอๆกับความมั่นใจที่ลงได้ตัดสินใจไปแล้วไม่มีอะไรมาเปลี่ยนความคิดได้

            นั่นถือเป็นข้อเสียซึ่งฉันก็รู้ แต่ก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนเสียด้วย ฉันใช้ชีวิตอยู่กับพี่ศรันย์เข้าปีที่ 5 เรามีความสุขร่วมกันด้วยดี ในที่สุดเขาก็ขอฉันแต่งงานอีกครั้ง

            “แต่งงานกับพี่นะษา”

            ฉันได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนตัวเองแช่อยู่ในถังน้ำแข็งขนาดใหญ่ เย็นเยียบไปทั้งตัว สัมปชัญญะเหมือนถูกแช่แข็งไม่รับรู้ทุกความรู้สึก ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้ลังเลกับการมีครอบครัวนัก ในเมื่อตลอดเวลากว่า 5 ปีที่ใช้ชีวิตร่วมกับพี่ศรันย์ฉันมีความสุขดี

            “ตกลงเถอะนะ” เสียงพี่ศรันย์กระซิบอยู่ข้างหู ฉันไม่รู้ตัวว่าพยักหน้าตอบรับไปตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็อยู่ในอ้อมกอดของเขาเสียแล้ว งานแต่งถูกจัดขึ้นภายในปีนั้นแขกเหรื่อมากมายสมฐานะฝ่ายเจ้าบ่าวที่เป็นลูกผู้ดีเก่า แต่ฉันสิ...ความรู้สึกเหมือนก้าวเข้าไปอยู่ในกรงขังอย่างช้าๆ ฉันเคยใช้ชีวิตอิสระมาโดยตลอด แต่ตอนนี้กำลังจะมีอีกหนึ่งครอบครัวที่ฉันต้องเข้าไปเกี่ยวดอง แค่คิดชีวิตฉันก็ดูยุ่งวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ

            หลังแต่งงานเราแยกตัวออกมาใช้ชีวิตกันตามลำพัง พี่ศรันย์ลงทุนซื้อบ้านหลังใหม่อย่างที่ฉันต้องการ ชีวิตครอบครัวดูมีความสุขเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันทั่วไป ฉันทำงานตามปกติแต่ลดการเที่ยวเตร่และคบเพื่อนน้อยลง สามปีหลังจากแต่งงานฉันกลายเป็นคนไม่มีเพื่อน เพียงเพราะต้องแคร์ความรู้สึกของอีกคนที่ใช้ชีวิตร่วมกัน คำว่าครอบครัวเปลี่ยนตัวตนฉันไปแทบสิ้นเชิงถ้าไม่ใช่เพราะคำว่า รัก ฉันคงไม่ต้องทน หลายคนแปลกใจในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ฉันต้องบอกเลยว่าฉันแพ้ความดีของพี่ศรันย์ เขาเป็นทุกๆอย่างให้ฉันเป็นผู้ชายที่ดีพร้อมทั้งในฐานะหัวหน้าครอบครัวและที่พึ่งพิงแก่คนในปกครอง แรกๆอาจจะดีแต่เมื่อนานไปเราไม่อาจฝืนตัวตนของตัวเองได้นานนักหรอก ทุกคนมีข้อดีและย่อมมีข้อเสียด้วย พี่ศรันย์เป็นคนบ้างานและไม่ชอบเที่ยวเตร่ ทุกวันหยุดเขาชอบใช้เวลาอยู่กับบ้าน อ่านหนังสือหรือจัดสวน ผิดกับฉันที่ชอบออกไปท่องเที่ยว แม้ตอนนี้จะเลิกเที่ยวกลางคืน แต่ฉันก็ยังชอบไปเที่ยวตามต่างจังหวัดอยู่ดี การได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติทำให้ฉันรู้สึกถึงความอิสระและมันคือความสุขของฉัน

            ความชอบที่สวนทางกันคือจิ๊กซอว์เพียงตัวเดียวที่หายไปจากชีวิต ช่องว่างเล็กๆกลับก่อเกิดปัญหาได้มากมาย ดูเหมือนโชคชะตาเล่นตลกเมื่อฉันตอบตกลงไปเที่ยวกับกลุ่มของพี่ไอศูรย์ เราได้พูดคุยทำความรู้จักกันมากขึ้นและนั่นคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ฉันไปเที่ยวกับพี่ไอศูรย์บ่อยขึ้น ได้รู้จักความเป็นตัวตนของเขาและรู้สึกว่าเรามีบางอย่างที่ทดแทนสิ่งที่ขาดหายได้เหมือนกัน เขามีปัญหาภายในครอบครัวที่ไม่สามารถบอกให้คนอื่นรับรู้ได้ ความทุกข์ที่กัดกินหัวใจของผู้ชายตัวโตเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันนับถอยหลัง เมื่อมีฉันเดินเข้าไปในชีวิตโลกของพี่ไอศูรย์ก็เปลี่ยนไป เขามีความสุขอยู่ในโลกใบใหม่ที่ฉันร่วมสร้างทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดีขึ้นจนบางครั้งฉันแอบกลัวอยู่ลึกๆ หากว่าวันหนึ่งทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปเขาจะทำอย่างไรกับชีวิตที่ยึดฉันไว้เป็นศูนย์กลาง เราเคยคุยกันถึงเรื่องนี้ว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ก็นั่นแหละตัณหาและส่วนที่ขาดในชีวิตผลักดันให้ฉันก้าวเดินในทางที่ผิด ฉันตกอยู่ในความสับสนหลายครั้งคิดอยากจะหยุดความสัมพันธ์ซ่อนเร้นนี้เสีย แต่ความรู้สึกส่วนลึกกลับบอกให้ฉันเดินต่อไป

            ฉันใช้ชีวิตกับพี่ศรันย์ตามปกติแต่จะรู้สึกผิดทุกครั้งที่ต้องแอบติดต่อกับพี่ไอศูรย์ จนเวลาผ่านไปเกือบปีฉันเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับการต้องแอบซ่อน สติส่วนดีของฉันกลับคืนมาส่วนหนึ่ง เริ่มรู้ตัวว่าควรหยุดทุกอย่างที่มันผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นนี้เสียที ฉันติดต่อกับพี่ไอศูรย์น้อยลง อ้างทุกอย่างสารพัดเพื่อจะออกจากชีวิตของเขา ฉันใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ต้องไปทำงานต่างจังหวัดเป็นข้ออ้างที่จะไม่พบกับเขาอีก ระยะหลังฉันรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่พี่ไอศูรย์ติดต่อมา ฉันตัดสินใจเด็ดขาดที่จะบอกเลิกกับเขาระหว่างที่เรารับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่บริษัทในวันหนึ่ง

            “ษาว่าเราควรหยุดเรื่องของเราแค่นี้นะคะ” ฉันเห็นใบหน้าของพี่ไอศูรย์ซีดลงถนัดตา เขาเงียบไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา มีเพียงแววตาร้าวรานที่กำลังตัดพ้อฉันอยู่ เขารวบช้อนในมือแล้ววางมันลงในจาน

            “พี่เข้าใจ” พี่ไอศูรย์พูดเพียงเท่านั้นแล้วก็ลุกขึ้นเดินจากไปโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองฉันอีก ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนถูกกระชากหัวใจติดไปกับเขาด้วย มันเจ็บปวดจนน้ำตาไหลออกมา ฉันได้แต่บอกตัวเองว่าทุกอย่างมันคงดีขึ้นหลังจากนี้ เพราะถึงยังไงเราสองคนก็เป็นได้แค่เส้นขนานไม่มีมีวันมาบรรจบกันได้อยู่ดี จากกันไปเสียตั้งแต่วันนี้คงจะดีกว่า ทำไมฉันเพิ่งมาคิดได้เอาป่านนี้ ทำไมไม่คิดเสียตั้งแต่ที่ทุกอย่างยังไม่ได้เริ่มต้น ไม่อย่างนั้นวันนี้ก็ไม่มีคนต้องเจ็บ ฉันรู้ดีว่าคนที่เจ็บปวดที่สุดคือพี่ไอศูรย์ เขาเคยบอกว่าฉันคือทุกอย่างที่เขามีอยู่ตอนนี้

            เวลาผ่านไปเกือบสองสัปดาห์ที่ฉันไม่ได้เห็นพี่ไอศูรย์ในที่ทำงานรู้แค่เพียงว่าเขาลาพักร้อน นั่นยิ่งทำให้ความรู้สึกฉันแย่ลงไปมากกว่าเดิม แล้วเขาก็ติดต่อมาเรานัดเจอกันที่รีสอร์ทเดิมในจังหวัดนครนายก ครั้งแรกที่ฉันเห็นพี่ไอศูรย์เปิดประตูรถยนต์ลงมาหัวใจฉันหล่นวูบ เขาเคยเป็นผู้ชายที่ดูดีมากคนหนึ่ง ใบหน้าจะมีรอยยิ้มเสมอ ไม่ใช่ผู้ชายที่เคร่งขรึมดูเครียดจัดเหมือนตอนนี้ ฉันยกมือขึ้นไหว้เหมือนทุกครั้งที่เราเจอกันทักทายกันตามปกติ เขาฝืนยิ้มแห้งๆให้ฉัน

            “พี่ดูแย่มากมั้ย” เขาถาม

            ฉันรู้สึกผิดจนต้องเอ่ยขอโทษออกไปที่ฉันเป็นคนทำให้ชีวิตเขาเป็นเช่นนี้ เรานั่งพูดคุยกันอยู่ในห้องพัก ได้รับรู้เรื่องราวหลังจากที่ฉันบอกเลิกกับเขาจนฉันอดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้

            “ษาเป็นทุกอย่างของพี่จำได้ไหม” พี่ไอศูรย์เอ่ยขึ้นอีกครั้งสายตาจับจ้องมาที่ใบหน้าของฉัน ฉันทำได้แค่พยักหน้ารับ หยาดน้ำตายังคงเอ่อล้น

            “แล้วทำไมถึงทำกับพี่แบบนี้” คราวนี้น้ำเสียงเขาดูเกรี้ยวกราดขึ้นจนฉันตกใจกลัว ฉันเหลือบไปเห็นปืนสีดำในมือของเขาซึ่งไม่รู้ว่ามันมาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่

            “พี่เอาปืนมาทำไมคะ” ฉันทำใจดีสู้ถามออกไปอย่างคนโง่ที่ไม่ว่าใครที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมรู้คำตอบอยู่ในใจ “ษายังไม่อยากตาย” จบคำฉันลุกพรวดขึ้นวิ่งไปที่ประตูห้อง แต่รู้สึกถึงแรงกระชากจากต้นแขน ความรู้สึกต่อมาคือใบหน้าซีกซ้ายชนเข้ากับของแข็งๆ ตอนแรกฉันไม่รู้สึกเจ็บสักนิดแต่หลังจากที่ล้มลงไปกองกับพื้นฉันถึงรู้ว่าตัวเองถูกพี่ไอศูรย์ตบพร้อมกับปืนที่อยู่ในมือของเขา ฉันเอามือจับใบหน้าที่เริ่มรับรู้ถึงความเจ็บปวด เลือดสีแดงเข้มไหลออกจากบาดแผลบริเวณโหนกแก้ม วินาทีนั้นความกลัวถาโถมเข้าสู่จิตใจ นี่ฉันกำลังจะตายจริงๆใช่ไหม

            “ษากลัวพี่เหรอ” เขาถามพร้อมย่อตัวลงนั่งใกล้ๆ ใบหน้าปราศจากรอยยิ้ม มีเพียงแววตาเท่านั้นที่ฉันยังคงสัมผัสได้ว่าเขาคือพี่ไอศูรย์คนเดิม คนที่เคยรักฉัน เทิดทูนฉันไว้เหนือสิ่งอื่นใด

            “พี่เคยบอกว่าษาคือทุกอย่างในชีวิตของพี่ ตอนแรกพี่เจ็บพี่แค้นมากนะรู้ไหมที่รัก แต่พี่มาคิดดูอีกที ษายังมีชีวิตที่ดีได้แต่สำหรับพี่หากไม่มีษาชีวิตมันก็ไม่มีความหมายอะไร”

            ฉันยังคงมองเขาพูดอยู่ตรงหน้า แทนที่จะเข้าใจในสิ่งที่พี่ไอศูรย์กำลังบอก แต่ความกลัวกลับกัดกินความรู้สึกมากกว่าที่จะอยากฟังเขาพร่ำบอกรัก ฉันไม่กล้าขยับตัวหนีตอนที่เขาก้มลงมาจูบปากฉัน คำพูดสุดท้ายที่ฉันได้ยินมันชัดเจนอยู่ในความทรงจำ

            “พี่รักษามาก แล้วจะรักตลอดไป”

            เสียงปืนดังกึกก้องในโสตประสาททุกอย่างเหมือนหยุดลงอยู่ตรงหน้า ฉันหวีดร้องอย่างคนเสียสติเมื่อร่างของพี่ไอศูรย์ล้มลงไปทางด้านหลัง ฉันนั่งมองวงเลือดที่เริ่มแผ่กระจายออกจากศีรษะของเขา ฉันหวีดร้องออกมาอีกครั้งเมื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้ามันติดตาและน่ากลัวเกินกว่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะเคยเห็นคนตายอยู่ในระยะประชิดเช่นนี้ ฉันพยายามลุกขึ้นพาตัวเองไปที่ประตูแสงสว่างจ้าส่องเข้ามาเมื่อบานประตูถูกผลักออก ฉันคลานออกไปนั่งพิงขาโต๊ะนั่งเล่นหน้าห้องพักสายตาเหลือบไปมองร่างไร้วิญญาณของคนที่เพิ่งบอกรักฉันไม่ถึง 5 นาทีแล้วเขาก็จบชีวิตตัวเอง

            ฉันรู้สึกเหมือนจะเป็นลมขึ้นมาเสียดื้อๆ ใบหน้าเริ่มกลับมารับรู้ถึงความเจ็บปวดอีกครั้ง สิ่งที่ฉันเจอมันมากเกินกว่าที่จะรับได้ เลือดสีแดงเข้มแผ่กระจายเต็มหน้าอกเสื้อของฉัน กลิ่นคาวคลุ้งน่าสะอิดสะเอียนใกล้อาเจียนเต็มทน หากแต่ความเจ็บปวดถาโถมที่ศีรษะหนักขึ้นจนสติของฉันแทบไม่มีเหลือ โศกนาฏกรรมนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นหากฉันใจแข็งไม่ออกมาพบกับพี่ไอศูรย์

            ฉันนอนพักอยู่ในโรงพยาบาลสองคืน สภาพจิตใจทรุดโทรมอย่างหนักจนหมอต้องให้ยากล่อมประสาท ฉันกลายเป็นคนนอนไม่หลับหวาดผวากับสิ่งที่ได้เห็นอยู่ตลอดเวลา พี่ศรันย์มารับฉันกลับไปอยู่ที่บ้านของเราคอยดูแลฉันอยู่ใกล้ๆไม่ห่างไปไหน เขาให้อภัยกับสิ่งที่ฉันทำลงไปและสัญญาว่าจะปรับตัวเองเพื่อให้ฉันมีความสุข แต่ทุกอย่างมันกลับไม่เหมือนเดิมฉันไม่ได้มีความสุขกับสิ่งรอบๆตัว มีแต่ความรู้สึกหวาดกลัว ใบหน้าของพี่ไอศูรย์คอยวนเวียนอยู่ในจิตสำนึกของฉันทั้งยามหลับยามตื่นจนฉันไม่เป็นอันทำอะไร

            ฉันลาออกจากงานมาอยู่บ้านไม่สามารถลืมเรื่องราวของพี่ไอศูรย์ได้ ฉันกลายเป็นคนเก็บตัวตัดขาดจากสังคมโดยสิ้นเชิงฉันใช้เวลาหมดไปกับการนั่งดูนกที่บินมาเกาะบนต้นไม้ เฝ้ามองว่าพวกมันคุยกันว่าอะไร หรือบางทีฉันก็ใช้เวลาส่วนใหญ่กับการถอนหญ้าหน้าบ้าน ฉันมีความสุขกับการได้อยู่กับธรรมชาติและตัวเอง นั่นแหละคือความสุขที่ฉันตามหา

 

จบ

ธารากร

22 เมษายน 2560

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ธารากร จากทั้งหมด 4 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น