{ os/sf produce101 } ♡ synchronization 100%

ตอนที่ 1 : it's rainy day #กุกนยอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 มิ.ย. 60

Title: it’s rainy day

Writer: admonGiiz

Paring: Yongguk x Jinyoung

Rate: PG-15







มันเป็นวันที่ฝนตกหนัก

และ เบจินยอง ไม่มีร่ม




โดยปกติแล้วเขาโอเคกับการที่จะยืนรอให้ฝนที่กำลังตกอยู่นั้นหยุดลงโดยอาศัยกันสาดจากร้านรวงข้างทางสักร้าน แต่ก็คงจะไม่ใช่ในเวลานี้


ในตอนที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นใครอีกคนที่กำลังจ้องมองมาที่เขาอยู่ที่หน้าร้านคาเฟ่เล็กๆฝั่งตรงข้าม เจ้าของดวงตารีเรียวและริมฝีปากบางเฉียบที่มักจะเป็นเส้นตรงไม่แสดงความรู้สึกใดๆ


คิมยงกุก


เบจินยองแทบอยากจะหายตัวไปสักที่ถ้าทำได้ ติดอยู่ที่ว่าเขาก็เป็นเพียงคนธรรมดาไม่ได้มีเวทย์มนต์หรืออิทธิฤทธิ์อะไรแบบนั้น การรอคอยให้หยาดน้ำฝนที่เทลงมาเหมือนอยากจะตั้งใจแกล้งกันให้หยุดลงดูเหมือนจะเป็นทางเลือกเดียวที่เขามีในตอนนี้


ฟันคมขบกัดกับริมฝีปากล่างอย่างเคยชิน เมื่อรู้สึกถึงความประหม่า และต้นเหตุนั้นก็ยังคงใช้สายตาแบบเดิมจ้องมองมาโดยไม่คิดที่จะหันเหทิศทางไปทางไหน


บ้าชะมัด


เขาไม่คิดว่าการยืนอยู่นิ่งๆ ยอมให้อีกคนใช้สายตาแบบนั้นจ้องกันมันจะเป็นความคิดที่ดีเท่าไรนัก คิดได้ดังนั้นแล้วก็ได้แต่ขยับตัวยุกยิก แต่เหมือนว่าจะมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก เมื่อพื้นที่ที่มีจำกัด เพียงแค่ขยับเท้าไปด้านข้างอีกก้าวเดียวเขาก็จะเปียก


หรือจะวิ่งลุยฝนออกไปเลยดีนะ


เบจินยองได้แต่คิดวกไปวนมาอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ แต่แล้วก็เลือกที่จะหยิบสมาร์ทโฟนของตัวเองขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีด


กดดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทั้งที่ความจริงแล้วสมาธิของเขาไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาในหน้าจอนั้นเลยสักนิด


คิมยงกุกยังลอบมองเขาอยู่รึเปล่า นี่ต่างหากคือสิ่งที่อยู่ในหัวตอนนี้ แต่ถ้าจะให้เหลือบสายตาขึ้นไปมองล่ะก็ ไม่เอาด้วยหรอก


ไม่รู้ว่ายืนกดมือถืออยู่นานแค่ไหน สัญญาณแจ้งเตือนว่าแบตเตอรี่ต่ำมันถึงได้เด้งขึ้นมาโชว์อยู่กลางหน้าจอ เบจินยองจิ๊ปากเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์ ระยะทางจากจุดที่เขายืนกว่าจะถึงบ้านก็อีกตั้งเกือบสามบล็อก ฝนเจ้ากรรมนี่ดูท่าแล้วก็คงจะไม่หยุดตกง่ายๆ แถมสิ่งเดียวที่ทำให้เขาเหมือนหลุดพ้นจากสายตาของเจ้าคนฝั่งตรงข้ามนี้ก็มีเพียงมือถือที่เหลือแบตเตอรี่เพียงสิบแปดเปอร์เซนต์


เอาไงดี?


ไม่ทันที่สมองจะประมวลผลอะไรไปได้มากอยู่ๆบุคคลที่ควรจะอาศัยหลังคาเล็กๆจากร้านคาเฟ่ฝั่งตรงข้าม ก็มาหยุดยืนอยู่ที่ด้านข้างของเขา ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ตัวเลย ส่งผลให้เท้าเล็กๆนั่นก้าวถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ และก็ทันทีเช่นเดียวกันที่เจ้าของดวงตารีเรียวนั้นยื่นฝ่ามือออกมาเพื่อดึงคนตัวเล็กกว่าเข้าหาตัว


เบจินยองหลับตาปี๋ ก่อนจะค้นพบว่ามันไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าที่คิมยงกุกเพียงต้องการให้เขาเข้ามายืนหลบฝนอยู่ด้วยกันดีๆเท่านั้น


ไม่ได้มีคำพูดอะไรออกมาระหว่างเรา จากเมื่อกี้ที่คิดว่าการยืนเป็นเป้านิ่งให้อีกฝ่ายยืนจ้องแบบนั้นน่าอึดอัดแล้ว เบจินยองขอเปลี่ยนความคิดเสียใหม่เลยก็ได้ว่า การยืนเฉยๆในระยะห่างเพียงหนึ่งช่วงแขน โดยไม่มีใครคิดจะเอ่ยอะไรออกมานั้นน่าอึดอัดกว่าหลายเท่านัก


ไอที่ว่าอยากจะหายตัวไปน่ะ เบจินยองชักอยากจะทำมันให้ได้จริงๆซะแล้ว


“หายหน้าไปไหนมาตั้งหลายวัน?” เป็นอีกฝ่ายที่เริ่มเปิดประโยคขึ้นมาก่อน เล่นเอาเขาเผลอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยังรักษาฟอร์มเอาไว้ได้เมื่อรู้สึกว่าคิมยงกุกคงไม่ทันได้สังเกตเห็น


ปากเล็กๆคว่ำลงเล็กน้อยเป็นสัญญาณนัยๆว่าไม่ได้อยากตอบคำถามนี้ เห็นดังนั้นแล้วคิมยงกุกก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ และเหมือนคนตัวเล็กกว่าจะมีปฏิกิริยา เพราะหลังจากนั้นอีกฝ่ายก็ตวัดสายตากลมๆนั่นมามองกัน แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียวก็หันกลับไปมองสายฝนที่ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเหมือนเดิม


คิดว่าจะล้มเลิกความตั้งใจที่จะรอคำตอบ แต่แล้วเสียงทุ้มหวานของใครอีกคนก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน “สนใจกันด้วยเหรอไง?” และนั่นคือคำตอบที่คิมยงกุกได้รับ


“ที่ถามก็เพราะว่าเป็นห่วงหรอก”


“…”


“แล้วสรุปว่าหายไปไหนมา?” คิมยงกุกยังคงใช้ความนิ่งของตัวเองให้เป็นประโยชน์ แล้วเขาก็ไม่คิดจะอ้อมค้อมใดๆอยู่แล้ว ซึ่งอีกฝ่ายก็น่าจะรู้ดี


“เปล่าหนิ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อคำตอบจากอีกฝ่ายออกมาในรูปแบบนั้น จะบอกว่าเปล่าได้อย่างไร ก็ในเมื่อตัวเขาเองไม่ได้เจอหน้าเบจินยองมามากกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว อย่างตอนออกไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านในตอนเช้า ก็ไม่เห็นว่าเจ้าตัวเล็กข้างกายนี้จะออกจากบ้านฝั่งตรงข้ามเพื่อไปโรงเรียนเหมือนอย่างเคยๆ


“แล้วทำไมพี่ไม่เห็นหน้าเรา” ยังคงใจเย็นถามถึงสิ่งที่ค้างคาใจทีละคำถาม คิมยงกุกไม่ใช่ประเภทที่จะหัวเสียง่ายๆกับการถามคำตอบคำแบบนี้


กลับกัน ดีเสียอีก เหมือนกับว่าได้ชดเชยเวลาที่หายไปสัปดาห์กว่าๆนั่นเลย


“ก็ผมมันไม่น่าสนจะ..”


“เบจินยอง”


“อะไรเล่า!” เผลอตวัดสายตามองอีกคนเมื่อคนอายุมากกว่าเรียกชื่อของเขาออกมาแบบนั้น แต่พอได้รับสายตานิ่งๆมองตอบกลับมา ก็ทำได้เพียงปิดปากของตัวเองลงแล้วก้มหน้ามองปลายรองเท้าผ้าใบเปียกชื้น


“ทำไมชอบประชด”


“ผลเปล่า”


“นี่พี่จริงจังนะ”


“ผมก็จริงจังเหมือนกัน” โอเค คิมยงกุกเหมือนจะพอเข้าใจ หลังจากใช้สายตาสำรวจสีหน้าของเด็กน้อยข้างๆกัน ที่เหมือนจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ ก็รู้ได้ทันทีว่าควรเปลี่ยนคำถาม


“งอนพี่เหรอ?”


ได้ผล.. เพราะถึงแม้คนตัวเล็กกว่าจะไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่อาการสะดุ้งเล็กน้อย แล้วก็ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ก็ไม่พูดแบบนั้น ให้คิมยงกุกเดาก็คงจะตรงจุด


เบจินยองกำลังงอน


“ว่าไงอ่ะ?”


“ผมจะไปงอนพี่เรื่องอะไร?”


“อ่า ก็เรื่อง.. ในข้อความ”


สนุก.. ทำไมการลอบมองปฏิกิริยาตื่นๆของเบจินยองถึงได้กลายเป็นเรื่องสนุกสนานแบบนี้ คิมยงกุกสามารถนั่งมองสีหน้าของเจ้าตัวเล็กข้างกายนี่ได้ทั้งวัน ยิ่งเป็นเรื่องที่เจ้าตัวพยายามจะปิดบัง หรือหลบซ่อนไม่ให้เขารู้ด้วยแล้ว คิมยงกุกยิ่งรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ทำให้เขามีความสุขได้มากจริงๆ


“เงียบแบบนี้แสดงว่าใช่”


“ผมจะมีสิทธิ์อะไรไปงอนพี่กันล่ะ” เบจินยองคว่ำปากตอบ ดวงตากลมๆนั้นก็แสนงอนเสียจนคิมยงกุกนึกอยากจะยื่นมือไปหยิกแก้มกลมๆนั่น ให้ได้รับค้อนกลับมาอีกสักครั้งสองครั้ง


อาการแบบนี้ถือว่าเป็นโรคจิตอ่อนๆได้หรือยัง คิมยงกุกก็ชักไม่แน่ใจ

แต่ถ้ามันจะทำให้เขาได้เห็นใบหน้าเหวี่ยงๆของคนข้างตัวได้แล้วนั้น จะเรียกเขาว่าโรคจิตอีกสักกี่ครั้ง คิมยงกุกก็ยินดีที่จะรับมัน


“แล้วทำไมจะไม่มีสิทธิ์ล่ะ” เอียงใบหน้าถามกลับไปแบบนั้น แล้วตัวเขาก็เกือบจะเผลอหลุดหัวเราะออกมา เมื่อเห็นเจ้าแมวน้อยได้แต่ขู่ฟ่อๆเพราะคงคิดว่าเขามันเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเอาเสียเลย


“ผมจะไม่คุยกับพี่แล้ว!”


“นี่ไง ตั้งใจจะหลบหน้ากันชัดๆ”


“ผมบอกว่าเปล่าไง”


“แล้วทำไมถึงจะไม่คุยกันล่ะ?” คิมยงกุกรู้สึกสนุกจริงๆอย่างที่ว่า ทำไมเบจินยองถึงทำสีหน้าไม่สบอารมณ์ได้น่ารักขนาดนี้เขาก็ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้


ให้ตายเถอะ


ชักอยากจะหลุดยิ้มออกไปจริงๆแล้วล่ะ


“พี่มันซื่อบื้อจริงๆ”


“เอ้า.. ทำไมมาว่ากัน” คิมยงกุกคิดว่าถ้าคนตรงหน้าเขาไม่ใช่เบจินยอง ตอนนี้เขาอาจจะได้รับหมัดหลุนๆสักหมัดสองหมัด แต่ก็อย่างว่า ถ้าไม่ใช่เบจินยอง คิมยงกุกก็คงไม่ทำตัวแบบนี้ใส่ใครเหมือนกัน


“เพราะผมชอบพี่ไง เข้าใจรึยัง!”


“ก็.. เข้าใจนะ”


“ฮื่ย! คิมยงกุก ผมจะไม่คุยด้วยแล้วจริงๆ” เบจินยองรู้สึกว่าความอดทนของตัวเองคงจะหมดลงไปแล้ว พร้อมกับที่เรียวขาเล็กก็ตั้งใจจะเดินหนีไปให้ไกลจากคนข้างตัวอย่างที่พูดจริงๆ


ถึงแม้ว่าจตัวจะเปียกก็ไม่เป็นไรหรอก ดีกว่าต้องทนอยู่กับคนใจร้าย ที่เอาแต่คิดว่าความรู้สึกของเขาเป็นเรื่องเล่นๆ


ใจร้าย ใจร้ายมากๆเลย คิมยงกุกใจร้ายจริงๆ


“จะไปไหน” ฝ่ามือใหญ่คว้าเข้าที่ข้อมืออีกคนได้ทัน ก่อนที่คนอายุน้อยกว่าจะวิ่งฝ่าฝนออกไปข้างนอกนั่น ออกแรงดึงจนอีกฝ่ายเข้ามาใกล้แล้วก็ไม่รอช้าที่จะตวัดเรียวแขนของตัวเองโอบรอบเอวเล็กๆนั่นเอาไว้


กันไว้ก่อนที่แมวจะหนี


“ปล่อยผม”


“จะปล่อยได้ไง นี่พี่ยังคุยกับเราไม่จบเลยนะ”


“แต่ผมไม่มีอะไรจะคุยแล้ว ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย” เบจินยองรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ เขารู้สึกหมดคำพูดกับคิมยงกุกแล้ว ขนาดว่าใบหน้าของอีกฝ่ายที่มักจะทำให้ใจเต้นแรง ในเวลาแบบนี้น่ะ เขาก็ยังไม่อยากจะมองเลย


เพราะถึงแม้ว่าจะชอบมากๆ แต่ว่าตอนนี้น่ะก็เจ็บมากๆเลย


“ฝนยังตกอยู่เลย เดี๋ยวก็เปียก”


“ก็ช่างผมสิ!” ปลายเสียงทุ้มหวานสะบัดอย่างแสนงอน แถมดวงตากลมใสก็เริ่มจะมีหยาดน้ำคลออยู่หน่อยๆแล้วด้วย


“..แล้วที่บอกว่าจะรออ่ะ ไม่อยากรอแล้วเหรอ?”


“…!?”


คิมยงกุกก้มหน้าลงถาม เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่นิ่งเงียบ ใบหน้าหวานที่ติดจะเหวี่ยงกันอยู่เป็นประจำก็เอาแต่ก้มหน้าลงต่ำ ไม่ยอมใช้สายตาตวัดมองเขาเหมือนอย่างเคย


“ไหนบอกว่าถึงยังไงก็จะไม่เป็นไรไง”


“…”


“นี่พี่ยังไม่ได้ตอบเราเลยนะว่าสรุปจะเอาไง.. เรื่องของเราอ่ะ”


“..ฮึก ไม่เอาแล้ว ไม่อ..ยากฟังแล้ว..”


“ทำไมขี้แย”


“..ผมเปล่า”


“แล้วก็ชอบไม่ยอมรับความจริงด้วย”


“นี่!” จนถึงตอนนี้คิมยงกุกก็ไม่อยากจะอดทนอีกต่อไปแล้ว เพราะเขาเผลอหลุดหัวเราะออกไปเสียงดัง หลังจากได้รับสายตาเหวี่ยงๆจากเจ้าลูกแมวตัวน้อยที่ค้อนเข้าให้วงโต


“เอาล่ะๆ ไม่แกล้งแล้ว” คิมยงกุกยกฝ่ามือขึ้นก่อนจะใช้หัวแม่มือเกลี่ยหยาดน้ำใสๆให้ออกไปจากพวงแก้มนิ่ม


“ไปไกลๆเลย”


“จะไปไหนได้อ่ะ ฝนก็ยังไม่หยุด”


“งั้นผมจะไปเอง”


“ก็บอกว่าพี่ยังไม่ได้ให้คำตอบเลย เรื่องของเรา” สาบานว่าคิมยงกุกเห็นว่าเบจินยองจิ๊ปากใส่เขา จนเขาเผลอหลุดยิ้มออกไปอีกแล้ว และแน่นอนก็ได้รับสายตาของอีกฝ่ายเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้แล้วภายในไม่ถึงชั่วโมง


“ถ้าจะปฏิเสธกันอ่ะ ก็ไม่ต้องลีลาหรอก ผมโอเค”


“ใครว่า?”


“งั้นจะเอาไง พี่จะบอกว่าพี่ก็ชอบผมเหมือนกัน เรามาคบกันเหอะ แบบนั้นเหรอ? ฝันกลางวันแน่ๆ” เบจินยองกลอกตา ก่อนจะก้มหน้าลงเบ้ปากอีกครั้ง


เจ็บจะตายอยู่แล้ว แต่คิมยงกุกนี่ก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย


“อื้อ.. ก็ว่าจะบอกแบบนั้นนะ”


“ว..ว่าไงนะ?”


“พี่ก็ชอบเราเหมือนกัน”


“เห๋?”


“ก็อยากได้ยินแบบนั้นไม่ใช่เหรอไง แล้วนี่ก็ไม่ได้ฝันกลางวันด้วยนะ นี่ไง” ไม่พูดเปล่าคิมยงกุกก็จัดการดึงแก้มกลมๆนั่นจนมันยืดออก


“โอ้ย!”


“น่ารัก” ไม่เสียแรง ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่เอ่ยพูดอะไรเลี่ยนๆแบบนี้ออกไปแล้ว แต่พอได้เห็นใบหูของคนในอ้อมแขนขึ้นเป็นสีแดงจัดแล้วคิมยงกุกก็นึกอยากจะชมอีกฝ่ายว่าน่ารัก น่ารัก น่ารักแบบนี้ไปทั้งวัน


“พี่เป็นบ้าหรือไงเนี่ย?” เบจินยองงงไปหมดแล้ว คิมยงกุกจะมาไม้ไหนกัน ถ้าหากกลัวว่าเขาจะโกรธกันจนต้องยอมฝืนใจตัวเองนี่นะไม่ต้องเลย


“ก็เป็นได้นะ ถ้าจินยองอยากให้เป็น”


“พี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ไม่ได้ชอบกันก็ไม่เห็นต้องมาพูดอะไรแบบนี้เพื่อถนอมน้ำใจกันเลย ผมโอเค”


“นี่เรามันไม่ชอบยอมรับความจริง จริงๆด้วยซินะ”


“ย่าห์! โอ้ย!” อีกแล้ว.. เบจินยองโดนอีกฝ่ายหยิกเข้าที่แก้มอีกแล้ว อะไรกันนะ คิมยงกุกน่ะ เขาสับสนไปหมดแล้ว


“ก็บอกว่าชอบไง แล้วก็ไม่ได้ถนอมน้ำใจอะไรด้วย พอพูดออกไปแล้วก็เป็นงี้อ่ะ หาว่าเป็นบ้าอีก จะเอายังไง?”


“…”


“ใครจะพูดเล่นเรื่องแบบนี้กัน เห็นพี่เป็นคนแบบนั้นเหรอ นี่จริงจังอยู่นะ”


“..ผม ผมเชื่อพี่ได้จริงๆเหรอ?”


“ร้อยเปอร์เซนต์”


“แล้วทำไมไม่ตอบข้อความผมล่ะ?” เบจินยองช้อนตาขึ้นถาม ถึงจะได้รับการยืนยันแบบนั้นแล้ว แต่ในใจก็ยังกังวลอยู่มาก ทั้งที่ก็เฝ้ารอคำตอบของอีกฝ่ายมาตั้งอาทิตย์กว่าๆ แต่ก็ไม่เห็นว่าคนอายุมากกว่านี่จะยอมตอบข้อความอะไรเขากลับมาเลย


แล้วตอนนี้ก็มายอมรับว่าชอบกันง่ายๆ จะให้เขาคิดยังไงกันล่ะ


“ก็ไม่อยากตอบ”


“เอาดีๆสิ ไหนว่าจริงจังอยู่ไง”


“นี่ก็จริงจังอยู่นะ ที่ว่าไม่อยากตอบก็หมายความว่าแบบนั้นเลย”


“ขอแบบเคลียร์กว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ?” คิมยงกุกรู้สึกดีจริงๆ เวลาเห็นว่าคิ้วทั้งสองข้างของเบจินยองขมวดเข้าหากัน ใบหน้ายุ่งๆนั่นดูจะหงุดหงิดจริงๆถึงได้แสดงออกทางสีหน้าอย่างไม่คิดจะปิดบังกันอย่างนี้


จัดการยกมือขึ้นไปดีดเบาๆที่หัวคิ้วทั้งสองข้างนั้นสักหนึ่งที ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง เมื่อมือเล็กนั่นได้แต่ยกขึ้นลูบปอยๆ


“ก็ช็อคอยู่นิดหน่อยอ่ะ ใครจะไปคิดว่าไอเด็กเปี๊ยกที่เดินตามกันต้อยๆตั้งแต่ตัวเท่าเนี้ยะ จะมาบอกชอบกัน” ไม่ว่าเปล่าคิมยงกุกก็ทำท่าประกอบ โดยการยกมือขึ้นมาในระดับเอว “ก็คิดว่าจะรอเราโตกว่านี้อีกสักหน่อย จริงๆแค่ขึ้นมหาลัยฯ พี่ก็ว่าจะสารภาพเราว่าชอบน่ะแหละ แต่ก็ดันมาโดนชิ่งบอกก่อนแบบนี้ก็เลยงงๆนิดหน่อย”


“แต่อย่างน้อยก็น่าจะส่งอะไรตอบกลับมาหน่อยสิ ไม่ใช่อ่านแล้วหายไปแบบนี้อ่ะ ใครจะไม่คิดมากวะ”


“เรื่องนั้นก็ขอยอมรับแล้วกันว่าพี่ผิดเอง แต่ว่าอยากจะเจอหน้าแล้วบอกกันมากกว่าหนิ” คิมยงกุกเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ดูจริงจังอย่างน่าประหลาด แถมมันยังทำให้หัวใจของเบจินยองที่คล้ายว่าจะเงียบสงบอยู่นานเต้นดังโครมครามขึ้นมาแข่งกันเสียงหยดน้ำกระทบหลังคา “แต่ก็ไม่เจอเราเลย ตั้งใจหลบหน้ากันจริงๆสินะ”


“ผมไม่..”


“ไม่ปฏิเสธ?” เอ่ยแซวอย่างนั้นแล้วก็ได้แต่หัวเราะหึหึในลำคอ เพราะอีกฝ่ายก็ดูจะใบ้กินขึ้นมาเมื่อเขาจี้ได้ถูกจุด


“ก็ยังไม่พร้อมจะโดนหักอกนี่นา”


“จินยอง..” คิมยงกุกเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเบา ก่อนจะใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งประคองซีกหน้าของคนที่เอาแต่ก้มหน้านั้นขึ้นมา


ดวงตารีเรียวมองสบไปที่แววตากลมใสติดจะสั่นระริกนั่น พร้อมกับพยายามจะถ่ายทอดความรู้สึกที่อยู่ข้างในให้อีกฝ่ายรับรู้ ไม่ได้อยากจะทำตัวเป็นพี่ชายที่มัวเอาแต่เล่น ดูเชื่อถือไม่ได้ในเวลาแบบนี้


“ชอบนะ ชอบมานานแล้ว คิดว่าต้องบอกให้ได้ในสักวันหนึ่ง แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว บอกวันนี้เลยก็ได้”


“..แล้วผมต้องทำไงอ่ะ ให้ตายนี่เขินนะเนี่ย” เบจินยองหลุดยิ้มออกมา แต่ก็ต้องรีบเอามืออีกข้างยกขึ้นมาปิดหน้าไว้


เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของเขามันเหมือนคนโง่ๆเลยจริงๆ


“ก็ไม่เห็นต้องทำอะไร เพราะว่าแค่นี้ก็น่ารักจะตายอยู่แล้ว”


“หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ”


“เป็นแฟนเหรอไง ถึงมาสั่งอ่ะ”


“ใช่! ตอนนี้เบจินยองเป็นแฟนคิมยงกุกแล้ว เพราะงั้นก็ต้องตามใจด้วย” เบจินยองยกนิ้วขึ้นมา เหมือนจะคาดโทษอยู่ในที แต่สุดท้ายก็เป็นเจ้าตัวเองนั่นแหละ ที่หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง จนคิมยงกุกทนไม่ไหวต้องดึงตัวน้องเข้ามากอดเอาไว้แน่นๆ ก่อนจะแอบหอมหัวไปหนึ่งที


“จะพยายามนะ” เบจินยองได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆอยู่ที่ข้างใบหู คิมยงกุกน่ะ ไม่ใช่สไตล์ที่จะมานั่งตามใจกันหรอก


แต่ก็ช่างเถอะ แค่รู้ว่าตลอดเวลาอีกฝ่ายก็มีความรู้สึกแบบเดียวกันกับเขาแค่นี้ก็พอแล้ว กลับกัน.. เขารู้สึกอยากจะเป็นเด็กดีของพี่ยงกุกมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำ


“กลับเถอะ” คิมยงกุกผละกอดออกมาก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอย่างนั้น


เบจินยองเลิกคิ้ว “ฝนยังตกอยู่เลย”


“พี่มีร่ม” คนเป็นพี่ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นร่มสีดำที่วางพิงอยู่ที่กำแพงของร้านไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืนมากนัก


“แล้วก็ไม่บอกอ่ะ ให้ยืนรอฝนหยุดอยู่ได้ตั้งนาน” เบจินยองบ่น


“ก็ถ้าไม่ทำอย่างนั้นแล้วจะได้สารภาพออกไปว่าชอบเหรอไง?” คิมยงกุกว่าอย่างนั้นแล้วก็ยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมชื้นๆของน้องจนมันยุ่งไม่เป็นทรงก่อนจะเดินไปหยิบร่มที่เจ้าตัวเป็นคนวางพิงไว้ขึ้นมากาง ส่วนมืออีกข้างก็กอบกุมมือเล็กๆนั่นเอาไว้ พร้อมกับสอดข้อนิ้วประสานกันให้แนบแน่น


ถึงร่มคันนี้จะไม่สามารถกันละอองฝนที่สุดท้ายก็กระเด็นเข้ามาโดนเนื้อตัว แต่เบจินยองก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวอีกแล้ว ตราบใดที่มีมือคู่นี้ของคนข้างๆกันนั้นกอบกุมเอาไว้อย่างนี้


เบจินยองคงจะจดจำวันนี้เอาในหัวใจ ไม่ใช่แค่เรื่องที่ทั้งเขาและคิมยงกุกได้รู้ว่าความรู้สึกของเรานั้นตรงกัน แต่มันเป็นวันที่ทำให้เขามีความรู้สึกทั้งเกลียดและก็ชอบสายฝนที่ตกลงมาได้ในวันเดียว



อ้อ.. แล้วก็ไม่ได้ชอบธรรมดานะ

ชอบมากๆเลยล่ะ



หมายถึงคิมยงกุก เอ้ย.. ฝนน่ะ



- end -



- ไม่ได้แต่งฟิคซะนานเลย

จริงๆตั้งบทความนี้ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก

เพราะคิดว่าจะเป็นเพียงหลุมหลบภัยของเราเอง

น้องๆเค้าน่ารักอ่ะเนาะ T ^ T ทำใจไม่ให้รักลำบากมากก

#ฟิค101stories

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #7 Nanharuda (@skyblueonly13) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 16:23
    น่ารักกกกน้องแพหนูน่ารักขนาดนี้พี่เค้าจะไม่ชอบหนูได้ไง พี่เค้าแค่ขี้แกล้งไง ก็หนูน่ารักอ่ะ งุ้ยยย
    #7
    0
  2. วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 00:34
    คู่นี้นี่มาแบบละมุนละไมตลอด ชอบบบบบบ น่ารัก 😍😍😍😍

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 มิถุนายน 2560 / 13:54
    #6
    0
  3. #5 plolex94 (@plolex94) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 08:23
    น่ารักจังเบยอ่ะแงงงง
    #5
    0
  4. #4 XXX9 (@won-hyuk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 03:54
    น้องน่ารักมากเลยยยยยย ;-; ภาษาน่ารักมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกได้กลิ่นฝนไปด้วยแหละ ฮือ เราชอบไดอะล็อคของจินยอฃที่บอกว่าเบจินยองเป็นแฟนยงกุกแล้ว เพราะงั้นต้อฃตามใจด้วย น่ารักจนเราอยากโดดเข้าไปในฟิคแล้วหยิกแก้มน้องด้วยอีกคน T_T สู้ๆกับเรื่องต่อไปนะคะ แง้
    #4
    0
  5. #3 Bellpm bpm (@_bpm) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 03:49
    เรื่องนี้พี่กุกขี้แกล้งจังอ่ะ แต่น้องน่ารักน่าแกล้งนี่เนอะะะ งุ้ย ชอบมากเลยยยยย
    #3
    0
  6. #2 kqua_ (@027525514) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 01:50
    น่ารักกกกกกกก งื้อ -/////////-
    #2
    0
  7. #1 tttarn (@echotarn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 23:10
    คนน้องก็น่ารัก คนพี่ก็ขี้แกล้งจริงๆ 555555
    #1
    0