แรงตะวัน

ตอนที่ 74 : แรงตะวัน : บทที่ 18 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 645
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    31 มี.ค. 61


๑๘(๒)

 

หลายวันนี้ทานตะวันสะดุ้งตื่นกลางดึก ระแวงว่าโทรศัพท์เธอจะมีเสียงดัง แต่สุดท้ายเธอก็เริ่มรู้ว่าต่อให้ทุกข์และคิดมากอย่างไรก็ช่วยพี่ชายไม่ได้ สิ่งที่เธอทำได้ในเวลานี้คือตั้งใจทำงานและดูแลหลานชายให้ดี

“วันนี้นายภูของแม่อุ่นก็ยังไม่กลับมาที่บ้านเหรอคะ” เช้าวันที่สามทานตะวันก็ยังเห็นอุ่นศรีจัดอาหารเช้าใส่ตะกร้าให้จ้อนเหมือนดั่งเคย บ่งบอกว่าเมื่อคืนสุริเยนทร์ไม่ได้กลับเข้าบ้าน

“มีบ้านแต่ก็ไม่ยอมนอน มัวแต่หนีหน้าหลานแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่จะเข้ากันได้ล่ะ”

หญิงสาวไม่เข้าใจพฤติกรรมของเจ้าของบ้านภูทับดาว กระทั่งได้คุยกับวิสุทธิ์

“ภูห่วงความรู้สึกของน้องพีท เขาสังเกตพฤติกรรมแกตลอดเวลา รู้ว่าเวลามีบอดีการ์ดอยู่ในบ้านมากๆ น้องพีทจะเครียดและคอยระแวง มองประตูตลอดเวลา ต่อให้ไม่กรีดร้องเหมือนตอนที่เห็นหน้าภู แต่ก็มองออกว่าแกไม่มีความสุข”

“เขาเลยเลือกที่จะไปอยู่ที่อื่นเหรอคะ”

“ครับ”

“แล้วเขาจะทำอย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่คะ”

“ก็จนกว่าจะหาทางให้น้องพีทดีขึ้นมั้งครับ คงต้องอาศัยเวลา เพราะดูเหมือนเสือโคร่งจะช่วยไม่ได้มาก”

“อ้อ พูดถึงเสือโคร่งเคทก็นึกขึ้นได้ แกชอบพูดว่าวันนี้นายภูก็ไม่มาซ้อมอีกละ บ่นบ่อยๆ แต่พอเคทถามว่าซ้อมอะไรก็ไม่ยอมบอก คุณวิสุทธิ์รู้มั้ยคะว่าเสือโคร่งหมายถึงอะไร”

วิสุทธิ์ยิ้ม “แกล้งตายครับ”

“คะ?” ทานตะวันเลิกคิ้ว ทำเสียงสูง ประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูก “อย่าบอกนะคะว่า...”

“ครับ วันที่เกิดเรื่องนายภูกับเสือโคร่งลองแล้วครั้งหนึ่ง แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จ”

“ก็เลยต้องมาซ้อมกันใหม่”

“ครับ” วิสุทธิ์พยายามไม่ให้ตัวเองหลุดหัวเราะออกมา แต่ก็ยากเมื่อภาพในวันนั้นลอยขึ้นมาในหัว

“คุณวิสุทธิ์ขำอะไรคะ”

“คุณเคทไม่ขำเหรอครับ แค่นึกภาพนายภูเล่นกับเด็กผมก็ขำแล้วละ”

“เคทไม่ขำค่ะ แต่รู้สึกสยองๆ คงน่ากลัวพิลึก”

“เชื่อผมเถอะ ถ้าคุณเคทเห็นจะต้องขำ หรืออาจจะเรียกว่ามองนายภูต่างไป ผมว่าเขาน่ารักดีนะครับ แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กัน เจ้านั่นหน้าตายไปหน่อย คงต้องฝึกต้องซ้อมอย่างที่เสือโคร่งบอก”

“เคทว่าเอาปืนจริงให้เสือโคร่งกับน้องพีทยิงเจ้าพ่อจะง่ายกว่าให้เขามาแสดงนะคะ” คราวนี้ทานตะวันยิ้มออกบ้าง

“ผมก็ว่างั้น แล้วนั่นก็คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้นายภูไม่ยอมกลับเข้าไปนอนที่บ้าน เพราะไม่อยากเจอเสือโคร่ง กลายเป็นตอนนี้เจ้าพ่อกลัวเด็กสองคนในบ้าน”

สองหนุ่มสาวนึกภาพตามแล้วหัวเราะ บรรยากาศผ่อนคลายนี้อยู่ในสายตาของเจ้าพ่อที่มองผ่านกล้องซึ่งอยู่ในห้องอาหาร ตลอดหลายวันที่ผ่านมาทั้งคู่จะมารับประทานอาหารเช้าร่วมกันเสมอ

 “แต่จะว่าไปน้องพีทดูกลัวนายหมีพูห์มากกว่าคนอื่นๆ แค่เห็นก็กลัวจนไม่ยอมรับรู้ ไม่ยอมฟังอะไรเลย ไม่แน่ใจว่าถ้าเห็นรูปจะกลัวมั้ย อ้อ...แปลกนะคะ บ้านทั้งหลังไม่มีรูปของนายหมีพูห์เลย เคทเห็นแต่รูปคุณอาทิตย์”

“เขาให้เก็บน่ะครับ”

จากการพูดคุยกับวิสุทธิ์ ทานตะวันเริ่มมั่นใจว่าสำหรับสุริเยนทร์แล้วน้องพีทคือความพิเศษ คือคนที่เขาให้ความสำคัญจนยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมากมาย รวมถึงเปลี่ยนผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ที่เขาทำไว้ และยังเปิดบัญชีสะสมทรัพย์ให้ สั่งให้ทนายโอนเงินเข้าบัญชีทุกเดือนหลังจากนี้เป็นจำนวนเงินไม่น้อย

“ภูมีทรัพย์สมบัติอีกมาก ซึ่งถ้าเกิดเขาเป็นอะไรไปจริงๆ มันก็จะตกเป็นของน้องพีทโดยปริยาย แต่เขารู้ว่าถ้าเป็นอย่างนั้นแกจะเจอความยุ่งยากมากมาย เพราะสมบัติที่มีถ้าเจ้าของไม่แกร่งจริงก็ดูแลยาก แล้วมันก็จะย้อนกลับมาทำลายน้องพีท นั่นคือสิ่งที่ภูไม่ต้องการ ตอนนี้เขาร่างพินัยกรรมขึ้นมาใหม่ ผมไม่รู้รายละเอียดมาก รู้แค่ว่าถ้าเกิดเขาเป็นอะไรไป ทรัพย์สินที่เขามีจะไม่ตกไปเป็นของน้องพีท”

“แล้วมันจะเป็นของใครคะ”

“ก็หลายส่วนครับ ผมรับรู้แค่ในส่วนของผม แต่ส่วนใหญ่ก็จะตกไปเป็นของสาธารณะ”

“ดูใจบุญนะคะ” ทานตะวันไม่ได้ตั้งใจประชดแต่ก็หลุดปากออกไป

“ไม่ใช่หรอกครับ ภูทำเพราะปกป้องน้องพีทต่างหาก ที่นี่เต็มไปด้วยอิทธิพล เอาแค่ปัญหาในโรงงานน้ำตาลก็มีคนจำนวนไม่น้อยหวังจะฮุบ มันคือขุมสมบัติย่อยๆ น่ะครับ เพราะธุรกิจนี้ไม่ใช่ว่าใครจะตั้งก็ตั้งขึ้นมาได้ มีการคานอำนาจกัน การแย่งชิงพื้นที่ปลูกอ้อย แย่งผลผลิต ยังไม่รวมเรื่องอื่นๆ อีก ภูเคยคิดจะให้ผมเข้าไปช่วยดูแล แต่ผมขอบาย มันดูเครียด ปัญหาที่ต้องคอยแก้เยอะแยะไปหมด...”

“เคทพอมองภาพออกค่ะ แล้วเคทก็เข้าใจที่คุณวิสุทธิ์จะบอก ถ้านายหมีพูห์ไม่ห่วงน้องพีท เขาไม่จำเป็นต้องทำพินัยกรรมแบบนั้นขึ้นมาก็ได้”

 “แต่สิ่งที่ภูมอบให้น้องพีทในรูปกรมธรรม์และเงินสะสม ผมมั่นใจว่าแกจะไม่ลำบากไปตลอดชีวิต เมื่อแกโตขึ้น จะมีเงินก้อนหนึ่งไว้ลงทุนและดูแลตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ภูวางแผนไว้ให้คร่าวๆ”

คำพูดของวิสุทธิ์ทำให้ทานตะวันรู้ว่าสุริเยนทร์พยายามปกป้องหลานชายของเธอให้ไกลจากความยุ่งยากรอบตัวเขา เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายหยาบกระด้างจะคิดได้ถึงขนาดนี้ เคยคิดว่าเขาแค่ต้องการเอาชนะ เป็นพวกไม่ยอมเสียหน้า แต่วันนี้เธอเริ่มคิดต่างไปจากเดิม แม้จะยังไม่มั่นใจ...

“น้องของพี่สุรีย์รักน้องพีทจริงๆ ใช่มั้ยคะ...”

คำตอบของคำถามอยู่ในใจทานตะวันแล้ว เธอเริ่มเชื่อว่าสุริเยนทร์ไม่ใช่คนไร้หัวใจ 

“แล้วความรักที่เขามีให้น้องพีท จะทำให้เขาอ่อนลงได้มั้ยคะพี่สุรีย์ ถ้าเคทยอมลงให้ จะเชื่อใจเขาให้ดูแลน้องพีทได้มั้ย...เคทจะขอเดิมพัน ถ้าเขารักษาสัญญา ถ้าหยุดล่าพี่นพจริง เคทจะให้โอกาสเขา ถ้าเขาสามารถเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อที่จะดูแลน้องพีท เคทก็จะยอมให้เขาเข้ามาในชีวิตแก จะยอมเจรจาแล้วจะช่วยกันดูแล เลี้ยงดูน้องพีทให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี”

ทานตะวันสบตาสุรีย์ผ่านรูปภาพแล้วรู้สึกว่าพี่สะใภ้กำลังยิ้มให้เธอ

นั่นอาจเป็นการอวยพรและสนับสนุนสิ่งที่เธอกำลังจะทำ...

 

 ‘คุณเคทเชื่อผมรึยังล่ะครับ ภูอาจจะดูรั้นๆ ไม่ฟังใคร แต่ถ้าเราทำให้รู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันผิด เขาก็พร้อมจะแก้ไข แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราแรงใส่ นอกจากภูจะไม่เห็นความผิดพลาดตัวเองแล้วเขายังจะโต้กลับให้แรงกว่า ยังไม่สายนะครับคุณเคท หาโอกาสคุยกับภู ปรับความเข้าใจ ผมยังเชื่อว่าน้ากับอาสามารถช่วยกันเลี้ยงดูน้องพีทให้โตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้

นั่นคือสิ่งที่วิสุทธิ์พยายามบอก ทานตะวันคล้อยตามค่อนข้างมาก แต่ความไม่ชอบหน้า ไม่ชอบใจก็ยังรั้งหญิงสาวให้วางตัวเฉย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่สนใจว่าสุริเยนทร์จะอยู่ในบ้านภูทับดาวหรือไม่ ทั้งที่เธอเฝ้าดูเขาทั้งตอนออกจากบ้านและเข้ามาในบ้าน และสังเกตเห็นว่าใครคนหนึ่งที่อยู่ข้างตัวชายหนุ่มเสมอหายไป

จ่ายักษ์กลับไปเยี่ยมแม่ที่ป่วย แม่ของจ่าอยู่ที่อุดรน่ะครับ จ่าอยู่กับนายภูตลอด แทบไม่มีเวลากลับบ้าน นี่เห็นว่านายภูให้พักยาวเลย เขารับปากจ่าว่าจะไม่ออกไปข้างนอก คุณถึงเห็นเขาอยู่แต่ในไร่ หรืออย่างมากก็ไปที่โรงงาน

แล้วสิ่งที่ทานตะวันเห็นและรับรู้อีกอย่างคือ สุริเยนทร์ยังคงให้อุ่นศรีเตรียมของตักบาตรให้ทุกเช้า จ้อนบอกว่าจากนั้นเขาก็จะแวะไปที่สุสาน เปลี่ยนน้ำกับดอกไม้ด้วยตัวเอง

นายจะอยู่คุยกับคุณสุรีย์วันหนึ่งก็เป็นสิบนาทีเลยครับ ผมเคยแอบฟัง ส่วนมากก็เป็นเรื่องคุณพีท นายขอให้คุณสุรีย์ดลใจให้คุณพีทเลิกกลัวนาย ขอคุณพีทมาเป็นคนในครอบครัว

เมื่อวานหญิงสาวตื่นแต่เช้าเพื่อพาน้องพีทไปตักบาตรโดยนัดแนะกับวิสุทธิ์ไว้ เธอแอบคาดหวังว่าจะได้เจอสุริเยนทร์ แต่ดูเหมือนเมื่อเขารู้เรื่องก็เลี่ยง โดยให้เหตุผลแกอุ่นศรีว่าไม่อยากให้เสียบรรยากาศ เพราะมั่นใจว่าถ้าน้องพีทเจอเขาต้องร้องลั่นอีกแน่ ทานตะวันกังวลว่าสักวันสุริเยนทร์จะหมดความอดทน และแสดงความโมโหอย่างที่เคยทำกับเสือโคร่ง แต่เมื่อเวลาผ่านเธอก็ยิ่งได้เห็นว่าเขาคงอยากได้น้องพีทมาเป็นครอบครัวจริงๆ  

อย่าว่าแต่คุณเคทจะแปลกใจเลยครับ ผมยังแปลกใจ...ไม่คิดว่านายภูจะทนกับน้องพีทได้ขนาดนี้

จะว่าไปแล้วน้องพีทดูเหมือนจะเป็นญาติคนสนิทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของสุริเยนทร์ ทานตะวันเริ่มมองชายหนุ่มต่างไปจากเดิม แต่ดูเหมือนเขาจะยังคงมองเธอไม่ต่างจากวันแรกที่พบกัน ชายหนุ่มยังใช้งานเธอหนักยิ่งกว่าคนรับใช้และคนงานในไร่ ไม่พอใจนิดหน่อยก็สั่งทำโทษ แล้วยังแสดงออกเพื่อให้คนรอบตัวเข้าใจผิดว่าเธอเป็นนางบำเรอขัดดอกของเขาไม่เปลี่ยน โดยเฉพาะคำตอกย้ำของส้มกับผิวซึ่งมักจะพูดส่อเสียดหวังให้เธอขุ่นใจอยู่เสมอ แต่เพราะหญิงสาวไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วยตามคำแนะนำของเพ็ญสิริ ทั้งสองจึงเหมือนยิ่งร้อนรนไปเอง

และอาจเพราะมีเรื่องอื่นเข้ามามากมาย ทานตะวันจึงลืมเรื่องที่ว่าจะถามพินเกี่ยวกับ แขไข และพี่สาวไป ส่วนพินเองก็ยังไม่มีโอกาสได้เล่าหรือถามอะไรอีก บวกกับระยะหลังแขไขไม่ได้มาที่ไร่ เด็กสาวคิดไปเองว่าไม่น่าจะมีอะไร เพราะถ้ามีคงมีไปนานแล้ว 




๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

รบกวนฝากเรื่องใหม่ด้วยนะคะ  




To be love เธอคือของขวัญ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เขาคือผู้ชายที่ไม่เคยพิสมัยของขวัญใดๆ นับตั้งแต่วันที่สูญเสียครอบครัว กระทั่งได้พบเธอ ของขวัญ ที่ถูกยัดเยียดให้มาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จนกลายมาเป็นครอบครัว เป็นดั่งน้ำทิพย์หยดเดียวที่หล่อเลี้ยงหัวใจแห้งผากให้ชุ่มฉ่ำ แต่วันนี้เขากำลังจะสูญเสียเธอไป อีกทั้งที่ผ่านมาเขาทำให้เธอรู้สึกว่าเป็น ตัวภาระ’ สายเกินกว่าจะใช้แค่คำสารภาพรักรั้งเธอไว้ ด้วยตอนนี้เธอไม่ใช่แค่เด็กสิ้นหนทางที่ประกาศขายชีวิตแลกเงิน แต่เธอคือทายาทของมหาเศรษฐีต่างแดนที่ต้องการตัวลูกสาวกลับไปด้วยเช่นกัน ถ้าคิดแย่งชิงทางนั้นพร้อมทำทุกทางที่จะให้เขาพินาศ การต่อสู้เพื่อรักษา ของขวัญ มีเพียงสิ่งเดียว คือทำให้เธอรู้ว่าสำคัญกับเขาแค่ไหน  นั่นคือสิ่งที่พร้อมจะทำ แต่ก็ถูกตอกย้ำว่า ผู้ชายที่ประกอบธุรกิจสีเทามีค่าพอหรือ? เขาที่ไม่ได้ขาวสะอาดมีแต่จะทำให้ของขวัญบริสุทธิ์ชิ้นนี้แปดเปื้อน...เขาจะทำเช่นไรกับกำแพงที่กั้นความรู้สึกรักนี้?  ในเมื่อไม่มีใครสามารถเปลี่ยนชาติกำเนิดและอดีตได้!   

++++++++++++++++++++++++++



ปรมัตถ์ บ่วงบวร (ซัน) : ผู้ชายมาดดี ขรึม มีภาวะผู้นำสูง อายุสามสิบนิดๆ เป็นพวกพูดน้อยต่อยหนัก มักทำหน้าตาบึ้งตึงจนถูกนางเอกเรียก “ลุงหน้าบูดหรือลุงบูด” มีภาพลักษณ์เจ้าพ่ออ่าง จึงถูกเพ่งเล็งจากทางการว่าพัวพันยาเสพติดและการค้ามนุษย์ แต่ไม่มีหลักฐานสาวถึงตัว เนื่องจากไม่ผิด เพราะต่อให้ประกอบธุรกิจสีเทาแต่ก็ไม่ผิดกฎหมาย ถึงอย่างนั้นก็เรียกว่าทำงานที่หมิ่นเหม่ด้านศีลธรรม จึงถูกสังคมตราหน้าว่าเลว กระนั้นเขาก็ไม่ได้แคร์ ไม่เคยสนใจว่าจะถูกมองอย่างไร เพราะรู้ว่าสิ่งที่ทำก็เพื่อให้คนที่เขารักและเคารพเทิดทูนขาวสะอาด ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเธอสะอาดบริสุทธิ์ คนแปดเปื้อนอย่างเขาก็ไม่มีค่าคู่ควร จึงยอมตัดใจเรื่องรัก สุดท้ายกลายเป็นถูกมองว่าเย็นชาไม่มีหัวใจ ไม่เคยให้ใครก้าวข้ามความเป็นส่วนตัว เป็นที่รู้กันว่าถ้ายังไม่อยากตายก็ห้ามยุ่งกับโลกส่วนตัวคุณซัน กระทั่งได้เจอกับยาย “ลูกแมวดื้อ” เด็กสาวก๋ากั่นปากดี เธอเป็นคนประเภทที่เขารำคาญและไม่คิดจะยุ่งด้วย แต่กลับต้องทำในสิ่งตรงข้าม เมื่อลูกแมวดื้อเป็นเด็กที่พิมพ์มาดาซื้อตัวมาเพื่อเป็นของขวัญให้เขา พร้อมห้ามปฏิเสธ ถ้าไม่เอาเธอจะยกเด็กคนนี้ให้คนอื่น แม้ไม่ชอบหน้าแต่เขาก็ไม่อยากเห็นเด็กคนหนึ่งต้องตกนรก จึงต้องทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองของเจ้าตัวอันตรายที่ทำตัวเหมือนหลุดออกมาจากอดีตร้อยปี ชีวิตไม่เคยเจออุปกรณ์อำนวยความสะดวกในโลกสมัยใหม่ เธอสามารถทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นในมือเป็นอาวุธทำลายล้างสูงได้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินส่วนตัวที่หวงแหน เขาต้องจับตาดูเธอทุกฝีเท้า  



แก้วพาขวัญ เมืองโคตร (ลูกแมว) : ลูกครึ่งอังกฤษ-ไทย รู้จักพ่อแม่แค่ในรูปถ่ายใบเดียว ขาดความรัก ขาดการอบรมเอาใจใส่ ภาษาหลักที่ใช้คือภาษาอีสาน เป็นเด็กหน้าตาดีตามประสาลูกครึ่งทั่วไป แต่ผิวกร้านแดดกร้านลมเพราะไม่เคยได้ดูแลตามประสาเด็กบ้านนอก เธอมีดวงตากลมใสแป๋วเหมือนลูกแมว มีนิสัยซนแสบ ดื้อรั้น สู้คนสู้ชีวิต ถูกน้าสาวที่มองโลกในแง่ร้ายเลี้ยงดูมาจึงกลายเป็นคนไม่ไว้ใจคน  ตอนอายุสิบเจ็ดน้าที่เป็นเหมือนญาติคนเดียวป่วยหนัก เธอจำต้องออกตามหาแม่จึงถูกหลอกไปขายในซ่อง เพื่อเอาตัวรอดจึงพุ่งออกไปให้รถชน จนถูกปรมัตถ์ตั้งป้อมใส่เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกตกทรัพย์ ยิ่งเมื่อเห็นเธอเรียกเงินจากพิมพ์มาดา อีกทั้งยังบอกว่ายอมขายตัวให้เป็นทาส แม้ตอนหลังจะรู้ว่าเอาไปรักษาน้าที่ป่วยหนัก เขาก็ยังคงไม่ได้มองเธอต่างไปจากเด็กใจแตก อวดดี ดื้อด้านและเป็นตัวภาระ นั่นเป็นเหตุผลที่เธอยิ่งยียวนเขาอย่างต้องการเอาชนะลุงบูด 



ตามลิงค์นี้ค่ะ ลงตอนแรกแล้วค่ะ --> https://writer.dek-d.com/adel_ew/story/view.php?id=1788284


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

1,971 ความคิดเห็น