แรงตะวัน

ตอนที่ 72 : แรงตะวัน : บทที่ 17 (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 858
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    27 มี.ค. 61

๑๗(๔)

หลังจากจ้อนมารับเสือโคร่งออกไป อุ่นศรีกับทานตะวันก็เฝ้ารอว่าผลจะออกมาอย่างไร เวลาผ่านไปราวๆ สองชั่วโมงกระทั่งตกเย็นก็เห็นเสือโคร่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของจ้อนกลับมาอย่างอารมณ์ดี ในมือมีปืนเด็กเล่นกระบอกใหญ่ จ้อนถือถุงของเล่นตามมาด้วย

“เป็นไงลูก กลับมาแล้วเหรอ” อุ่นศรีกับพินออกมารอต้อนรับ “นายภูล่ะ”

“นายไปที่โรงยิมแล้วครับ” เขาตอบพลางยิ้มกว้าง มีของจะอวด “ยายครับ พี่พิน ดูนี่ นายภูซื้อปืนให้เสือโคร่งด้วยเท่มั้ยคับ” 

พินกับอุ่นศรีสบตากันแล้วยิ้มอย่างโล่งใจ “เท่มากเลยลูก แสดงว่านายยกโทษให้เสือโคร่งแล้วใช่มั้ย อนุญาตให้กินขนมได้แล้วใช่มั้ย”

“ครับ”

“เรานี่ก็เหลือเกิน ร้องไห้เป็นเผาเต่าแล้วก็ซึมเป็นลิงป่วยเพราะถูกห้ามกินขนม” พินแตะศีรษะเด็กชายอย่างหมั่นไส้พลางยิ้มกว้าง

“เสือโคร่งเปล่าร้องไห้เพราะไม่ได้กินหนมนะ”

“แล้วเราร้องเพราะอะไรล่ะ”

“เสือโคร่งทำให้นายภูเสียใจ วันนั้นน่ะนายภูทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลย เสือโคร่งสงสารนายก็เลยร้องไห้” เจ้าตัวน้อยพูดเจื้อยแจ้ว ดูเหมือนจะลืมเหตุการณ์ในวันนั้นไปแล้ว...วันที่เขาถูกนายเอ็ดเสียยกใหญ่...

ทำไม ทำไมไม่ได้ ทำไมคนคนเดียวในครอบครัวที่เหลืออยู่ถึงได้กลัวฉัน ทำไมเสือโคร่งทำไม่สำเร็จ มันผิดพลาดตรงไหน ฉันทำอะไรผิด

นายภูแสดงไม่เก่ง คุณน้องพีทไม่เชื่อ

ฉันทำเต็มที่แล้ว

เต็มที่แล้วเหรอครับ นายแค่ล้มลง หน้าก็ไม่ได้เจ็บ ร้องก็ไม่ร้อง คุณน้องพีทจะเชื่อได้ยังไง

ฉันทำไม่ได้...เอาปืนจริงๆ ให้น้องพีทยิงฉันง่ายกว่ามั้ย!’

ใช้ปืนจริงไม่ดี ปืนจริงยิงแล้วตาย

เออ จะได้ตายๆ กันให้หมด!’

งั้นเอาใหม่ก็ได้ครับ นายภูมาฝึกเล่นกับเสือโคร่งก่อน เดี๋ยวเสือโคร่งซ้อมให้

ซ้อม? ทำเรื่องไม่ได้เรื่องนั่นน่ะเหรอ งานนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ

เสือรับผิดชอบเอง!’ เสือโคร่งตอบอย่างกล้าหาญ

งั้นก็พร้อมจะรับโทษสินะ! นับจากนี้...ถ้าตาพีทยังร้องไห้เวลาอยู่ต่อหน้าฉัน เสือโคร่งห้ามกินขนม ห้ามต่อล้อต่อเถียงกับฉัน ห้ามมาให้ฉันเห็นหน้า!’

ถ้าไม่เห็นหน้าจะซ้อมได้ไงครับ

นายยังไม่ตอบ แต่มองหน้าเสือโคร่งนิ่งๆ แล้วโทรศัพท์เขาก็ดังขึ้น นายก้มมองก่อนจะพูดกับเสือโคร่ง ออกไปได้แล้ว ฉันมีธุระ ไว้จะมาชำระความใหม่ จำที่ฉันบอกเมื่อกี้ให้ได้ล่ะ ถ้าขัดคำสั่งฉันจะเล่นงานให้หนัก!’

เสือโคร่งยืนอึ้ง เมื่อนายพูดอย่างนั้นจบก็หันไปรับโทรศัพท์ สีหน้าดูน่ากลัว

ว่าไง ชายหนุ่มหันไปคุยโทรศัพท์ ปล่อยให้เสือโคร่งยืนคอตกอยู่ข้างหลัง บอกมันไป ถ้ามันทำได้อย่างที่คุย มากกว่าที่มันเรียกราคามาฉันก็พร้อมจะจ่ายให้ แล้วถามมันกลับด้วย ถ้าทำไม่ได้อย่างที่พูดล่ะ มันจะชดใช้ให้ฉันยังไง...

นายจะให้เสือโคร่งงดขนมเหรอครับเด็กชายถามเสียงอ่อย เพราะเห็นนายนิ่งไปครู่หนึ่งและไม่มีคำตอบใดๆ กลับมา ถ้าเสือโคร่งทำไม่ได้ นายจะให้เสือโคร่งไปอยู่กับคนอื่นเหรอครับ

ฉันไม่เคยพูดเล่น ถ้าทำไม่ได้อย่างที่พูดแล้วยังกล้าหักหลังฉันไปร่วมกับคนอื่น ฉันก็ไม่คิดจะเลี้ยงแกไว้!’

บทสนทนาที่พูดใส่โทรศัพท์ถูกเสือโคร่งเข้าใจผิดว่านายโกรธจนเก็บไปคิดไปทุกข์อยู่หลายวัน แต่เมื่อได้ปรับความเข้าใจกันก็ทำให้เสือโคร่งเข้าใจแล้วว่าวันนั้นนายไม่ได้ดุ แต่เป็นการคุยโทรศัพท์กับ คู่ค้า ที่เสนอตัวมาทำงานให้

เอาเป็นว่าฉันไม่ได้โกรธเสือโคร่ง ขอโทษที่ทำให้ตกใจ ทำให้ร้องไห้ ยังไงฉันก็ยังหวังว่าเสือโคร่งจะช่วยให้ฉันกับตาพีทเข้ากันได้อยู่นะ...ไม่อย่างนั้นฉันจะซื้อปืนของเล่นนี้มาให้เหรอ ซื้อมาสองกระบอกเลยนะ ให้เสือโคร่งหนึ่งกระบอก แล้วนี่ก็ฝากไปให้น้องพีทด้วย จะได้มีปืนจริงๆ ไว้ไล่ยิงฉันไง...ดีมั้ย

ดีครับ แต่นายต้องไปซ้อมถูกยิงใหม่นะครับ หรือไม่นายก็ต้องไปถามคุณวิสุทธิ์ คุณวิสุทธิ์เก่งมากเลยครับ ทำทีเดียวคุณพีทเชื่อเลย

งั้นเหรอ สุริเยนทร์มีสีหน้าปั้นยาก ฉันขอเรียนกับเสือโคร่งดีกว่านะ

ครับ เริ่มเลยมั้ยครับ

ยังก่อน ฉันยังไม่ว่าง...จริงๆ คือขอเวลาเตรียมใจก่อน ก็อย่างที่เสือโคร่งรู้ ฉันเป็นเจ้าพ่อนะ

เจ้าพ่อแล้วทำไมครับ เจ้าพ่อโดนยิงไม่ได้เหรอครับ

ได้...เอาเป็นว่าขอเวลาสองสามวันละกัน ไว้ฉันกลับไปบ้านภูทับดาวค่อยกว่ากัน

ครับ เสือโคร่งจะฝึกพิเศษให้เลย

เป็นความลับระหว่างเราสองคนนะ ไปฝึกกันที่ห้องฉัน...

เป็นคำสัญญาที่ทำให้เสือโคร่งกระตือรือร้นอย่างนึกสนุก ในขณะที่อีกคนกลับเครียด ในชีวิตเขาเจอเรื่องที่ยากลำบากมาก็มาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่ชอบและอยากทำ ถ้าฝืนใจก็จะไม่ทำทันที ทว่าเรื่องนี้หนีไม่ได้ มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เข้ากับน้องพีทได้ เขาจึงต้องพยายาม ก่อนอื่นก็ต้องมีตัวอย่างให้ดู

“พวกนายลองแกล้งถูกยิงแล้วแกล้งตายให้ฉันดูซิ”

“อะไรนะครับนาย” เพชรกับเมฆถามเป็นเสียงเดียวกัน เมื่อได้ยินสิ่งที่นายสั่งเมื่อครู่

“ได้ยินชัดเจนแล้วนี่...เอาให้เหมือนด้วย”

“ทำทำไมครับ” เพชรถาม สีหน้างงๆ

“นั่นน่ะสิครับ” เมฆต้องถามย้ำเมื่อนายยังไม่ตอบ

“ส่งปืนมาสิ” สุริเยนทร์บอกเพชร “ฉันบอกให้ส่งปืนนายมา” 

“ขะ--ครับนาย” บอดีการ์ดยอมทำตามอย่างงงๆ ยื่นปืนพกติดตัวให้ถึงมือนายซึ่งหันปลายกระบอกปืนมาทางทั้งคู่ทันที

“พวกนายจะทำอย่างที่ฉันบอก หรือจะเอาแบบไม่ต้องแกล้ง...”

“ผมทำก็ได้ครับ แต่นายบอกเหตุผลหน่อยได้มั้ยครับว่าทำทำไม” เจ้าของปืนตัวจริงถามพลางขยับออกห่าง ในขณะที่เมฆก็ยืนอมยิ้มเหมือนพอจะนึกคำตอบได้

“เอาซะหน่อยน่ะเพชร นายเขาอยากดูตัวอย่างน่ะ” คำพูดชี้ทางทำให้อีกฝ่ายร้องอ๋อแล้วอมยิ้ม

ท่าทางนั้นทำให้เจ้าพ่อฉุน ปลดเซฟ กระชากสไลด์ เล็ง เตรียมยิง

“ใจเย็นๆ ครับนาย” ทั้งสองบอกเป็นเสียงเดียวกัน 

จากนั้นบทละครบอดีการ์ดมาดเข้มถูกยิงก็เริ่มขึ้น เป็นการแสดงที่ใส่กันเต็มที่ ทั้งอาการสะดุ้งเมื่อถูกกระสุนพุ่งผ่านร่าง เสียงร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด และอาการเข่าทรุดลงไปนอนกลิ้งกับพื้น จากนั้นก็ชักกระตุกก่อนจะสิ้นใจ แน่นิ่ง...

“เป็นไงครับนาย” นักแสดงมือใหม่ทั้งสองถามหลังจากจัดเต็มเท่าที่จะนึกจะทำได้

“น่าสมเพชชะมัด ทำไปได้ อย่าให้ลูกน้องมาเห็นเข้าล่ะ ไม่งั้นคงได้เสียการปกครองหมด! 

เพชรกับเมฆสบตากัน ได้แต่ต่อว่าในใจว่าที่พวกเขาทำใช่รักสนุก ทว่ามีคนสั่ง แล้วคนสั่งที่ว่าก็กำลังมองมาพลางส่ายหน้าอย่างระอาและลุกขึ้นเดินหนีไปเสียอย่างนั้น โดยทิ้งให้สองคนที่ถูกว่าสบตากันเหลอหลา

“พวกเราผิดงั้นเหรอ” เพชรว่างงๆ

“ฉันว่าไม่...” เมฆว่า “คนผิดเดินไปโน่นละ”

ตาคมของทั้งคู่มองตามหลังผู้เป็นนาย ก่อนจะหลุดขำ พยายามจินตนาการเวลาที่ เจ้าพ่อ ตัวจริงแกล้งถูกยิงต่อหน้าหลานน้อย

“นายคงรักคุณพีทมากนะ” เมฆบอกอย่างชื่นชมเมื่อไกลรัศมีการได้ยินของผู้เป็นนาย “ฉันเพิ่งเห็นนายเป็นอย่างนี้ครั้งแรก ยอมถอยให้คุณพีทไม่รู้จะกี่ก้าวแล้ว รู้ว่าคุณพีทกลัวก็พยายามไม่ออกไปเจอ ได้แต่มองผ่านกล้อง มาครั้งนี้ก็ยอมออกมาอยู่ข้างนอกอีก ฉันว่าเจ้าพ่อคนต่อไปที่จะมาแทนนายคงเป็นใครอื่นไม่ได้แล้วละ นอกจากคุณพีท”

“นั่นสิ...” เพชรสนับสนุน “ก็ใครจะเอาชนะนายภูได้ขาดลอยอย่างคุณพีทอีกล่ะ ฉันว่าแกเป็นคนโชคดีนะ” เขาบอกอย่างจริงจัง แต่ก็เป็นเพียงแวบแรกเท่านั้น เพราะเวลานี้ใบหน้าคมเข้มมีรอยยิ้ม

“โชคดีที่ได้เป็นหลานนายน่ะเหรอ”

“ไม่...เป็นคนโชคดีชะมัดที่จะได้เห็นภาพนายแกล้งตาย เจ้าเด็กเสือโคร่งนั่นก็ด้วย”

พวกเขาหัวเราะกันแบบออมเสียง เพราะไม่อยากให้ดังทะลุไปถึงในห้องของผู้เป็นนาย ซึ่งเวลานี้คงกำลังเปิดดูกล้องวงจรปิดสักตัวในบ้านภูทับดาวเพื่อดูภาพหลานชายอย่างที่เคยทำ แต่สิ่งที่จะต่างออกไปคือเวลานี้นายของพวกเขาอาจกำลังซ้อมท่า แกล้งตายอย่างที่เพชรกับเมฆทำให้ดูก่อนหน้านี้อยู่ก็เป็นได้ 

“ใครจะไปทำได้วะ!” เสียงสบถอย่างหัวเสียลอดออกมาจากห้อง “ให้ฉันถูกยิงหรือให้ตายจริงยังจะง่ายซะกว่ามาแกล้งทำ!

ความกลัดกลุ้มยังไม่จางหาย เมื่อเจ้าพ่อยังทำใจแสดงตามบทบาทที่เสือโคร่งแนะนำไม่ได้

“โธ่โว้ย! ไม่มีวิธีอื่นอีกรึไง!

 

 

แรงตะวัน
เบญจามินทร์
www.mebmarket.com
พระอาทิตย์อย่างเขา...พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่ทำให้เจ็บ ไม่เว้นกระทั่งคนที่รัก?. เมื่อพี่สะใภ้เสียชีวิตกะทันหัน และพี่ชายตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าฆาตกรรมภรรยา ทานตะวันจึงทิ้งความฝันกลับเมืองไทยเพื่อพิสูจน์ความจริง แต่ไม่คิดว่าคนที่ได้รับสิทธิ์เป็นผู้ปกครองหลานและเป็นผู้จัดการมรดก จะเป็นเจ้าพ่อจอมป่าเถื่อนอย่างสุริเยนทร์ ซึ่งใช้ศาลเตี้ยตัดสินไปแล้วว่าพี่เขยตัวเองเป็นฆาตกร และประกาศว่าจะไล่ล่าโดยไม่สนใจกฎหมาย ที่สำคัญคือดูอย่างไรเขาก็เข้ากับเด็กไม่ได้ .กระนั้นเจ้าพ่อก็ยอมให้ดีไซเนอร์สาวปากกล้าตามมาดูแลหลานได้ โดยเธอมีฐานะแค่ตัวประกันใต้เงื้อมมือเขาเพื่อแลกกับชีวิตพี่ชาย และเงื่อนไขนั้นมีเพียงเขากับเธอเท่านั้นที่รู้ แต่มีหรือที่คนอย่างเธอจะยอมให้ข่มขู่ได้ฝ่ายเดียว ทานตะวันอย่างเธอจะเป็นคนต้านพระอาทิตย์บ้าคลั่งอย่างเขาเอง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

1,971 ความคิดเห็น