แรงตะวัน

ตอนที่ 61 : แรงตะวัน : บทที่ 14 (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    15 มี.ค. 61

๑๔(๔)

 “นายจะกลับเลยมั้ยครับ” จ่ายักษ์เอ่ยถามเมื่อสุริเยนทร์ปิดแฟ้มงานตรงหน้า แสดงว่างานในส่วนของโรงงานวันนี้จบลงที่เวลาเกือบสิบหกนาฬิกา ชายหนุ่มพยักหน้าขณะพ่นลมหายใจ วันนี้เป็นอีกวันที่ค่อนข้างหนัก เขาไม่ชอบงานเอกสารเท่าไรนัก “นายจะกลับบ้านก่อน หรือว่าจะแวะไปรับคุณรุจิราเลย”

คำถามบ่งบอกว่างานในส่วนอื่นของผู้เป็นนายยังไม่จบ สุริเยนทร์ยังไม่ตอบ แต่เปิดแท็บเล็ตที่วางอยู่ข้างๆ ตัว เห็นภาพน้องพีทกับเสือโคร่งเล่นกันอยู่ที่สนามหน้าบ้านโดยมีวิสุทธิ์ร่วมวงด้วย ก่อนหน้านี้เจ้าพ่อโทรศัพท์ไปหาเพื่อนเพราะประหลาดใจว่าทำไมอยู่ๆ น้องพีทถึงยอมญาติดีด้วย แม้จะยังไม่ให้เข้าถึงตัว ไม่ยอมให้อุ้ม แต่เท่านี้ก็นับว่ามีพัฒนาการไปในทางที่ดีจนน่าตกใจ

นายทำยังไงน้องพีทถึงไม่กลัว ยอมพูด ยอมคุยกับนาย

มีเคล็ดลับง่ายๆ อยู่ที่ว่านายจะกล้าทำมั้ย เพราะนายอาจจะมองว่ามันบ้าๆ บอๆ

หมายความว่าไง

อธิบายไปนายก็คงยังไม่เข้าใจ ไว้วันไหนนายว่างฉันจะเล่าให้ฟัง

ฉันจะรู้ตอนนี้ บอกมา อย่ามาเล่นแง่กับฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะเล่นแง่กับนายบ้าง

คร่าวๆ นะ วันนั้นนายเห็นสิ่งที่เสือโคร่งทำกับพินตรงบันไดมั้ยล่ะ วิสุทธิ์หน่วงเวลาให้อีกฝ่ายคิด เวลาน้องพีทกลัวใคร เสือโคร่งก็จะใช้วิธีให้เอาปืนไล่ยิง ถ้าอยากให้น้องพีทเลิกกลัวนายก็ต้องแกล้งทำเป็นกลัว แกล้งตายเมื่อถูกยิง ต้องชักกระตุก ดิ้นทุรนทุรายด้วยนะ พอนายตายน้องพีทก็จะชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ คราวนี้แกก็จะไม่กลัวนาย ง่ายๆ ทำได้มั้ยล่ะ

สุริเยนทร์นึกภาพตาม สีหน้าเครียดขึ้นมาทันที ฉันไม่มีทางทำอย่างนั้น

นั่นไง ฉันบอกแล้วว่านายทำไม่ได้ นายมันเลี้ยงเด็กไม่ได้หรอก

การจะเลี้ยงเด็กได้จำเป็นต้องทำเรื่องบ้าๆ อย่างนั้นด้วยเหรอ

มันไม่ใช่เรื่องบ้าๆ แต่เป็นการเล่นกับเด็ก ทำให้เด็กไว้ใจ

ฉันทำอย่างอื่นให้ตาพีทไว้ใจได้ ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องบ้าๆ พวกนั้น

เออ ฉันจะรอดู แค่นี้ใช่มั้ยที่นายจะคุย แล้ววันนี้จะกลับมากี่โมง จะให้ฉันกับคุณเคทรอทานข้าวด้วยมั้ย

ฉันยังต้องไปงานเลี้ยงในเมือง คงกลับดึกๆ

กลับมานายก็จะทำเหมือนเมื่อวานอีกละสิ

ฉันทำอะไร

นายทำอะไรกับคุณเคทล่ะ นายนี่มันเจ้าคิดเจ้าแค้นนะ ใช้งานเธออย่างนั้น เกิดเธอไม่สบายขึ้นมาจะทำยังไง ใครจะดูแลตาพีท ทำอะไรหัดคิดซะบ้าง

ก็ดูเธอสบายดีนี่ นายพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็ดี วันนี้ฉันว่าจะให้เธอพักซะหน่อย ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ไว้จะรีบกลับแล้วสั่งให้คุณเคทของนายทำอย่างเมื่อคืนอีก และจะให้หนักกว่าเดิมด้วย ดีใจมั้ยล่ะ!’

ไอ้ภู...นายนี่มัน!’ วิสุทธิ์โมโห แต่ก็เหมือนจะนึกได้ว่ายิ่งด่าอีกฝ่ายยิ่งจะทำประชด ฉันขอละ คุณเคทเหนื่อยมากนะ ให้เธอพักซะบ้าง ตั้งแต่เธอเจอนายที่งานศพ ก็แทบจะไม่ได้พักเลยนะ นึกว่าฉันขอร้องละ

สุริเยนทร์วางสายไปโดยไม่ตอบวิสุทธิ์ แต่เขาก็มีคำตอบในใจแล้ว วันนี้เขาจะให้ทานตะวันได้พัก 

“ตอนนี้ตาพีทเล่นอยู่ที่หน้าบ้าน ถ้ากลับไปบ้านภูทับดาวคงต้องเจอกัน ฉันไม่อยากให้หลานร้องไห้ ฉันไปอาบน้ำที่คอนโดฯ ก็ได้ ยังพอมีเวลากว่าจะถึงเวลานัดกับขิม

“ครับนาย” จ่ายักษ์รับคำแล้วออกไปสั่งการลูกน้อง ในขณะที่เจ้าพ่อยังคงมองแท็บเล็ตไม่วางตา ใบหน้าที่เคร่งขรึมอยู่เนืองนิตย์ในวันนี้มีรอยยิ้มเล็กๆ เมื่อเห็นภาพที่ปรากฏ เพราะมันคือภาพที่ทานตะวันกำลังกลายเป็นม้าให้หลานน้อยขี่หลังเล่น และกำลังสิ้นท่า ยกมือขอเวลานอกจากเด็กน้อยบ้าพลังอย่างเสือโคร่งกับน้องพีท

“เก่งไม่ใช่เล่นนะคุณ แม่แมวย้อมสี” ชายหนุ่มต้องยอมรับว่าทานตะวันมีพลังอึดและอดทนกว่าที่เขาคิดไว้มาก วันนี้หญิงสาวอยู่กับหลานน้อยทั้งวัน อาจมีเผลอสัปหงกบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอน แถมยังทำงานใช้แรง วันก่อนก็อยู่เฝ้าหลานที่โรงพยาบาล มาวันนี้ยังมีพลังฮึด แม้จะดูอิดโรยไปบ้าง

“เอาละ วันนี้ฉันจะยอมให้สักวัน พักผ่อนเติมพลังไว้ล่ะ พรุ่งนี้เรามาเริ่มสงครามกันใหม่”

 

ตลอดทั้งวันสุริเยนทร์จับตาดูเด็กชายภาสกรผ่านกล้องวงจรปิดในบ้าน ไม่ว่าจะอยู่ในรถ ห้องประชุม หรือแม้แต่ในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสลูกสาวผู้ว่าฯ ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย เจ้าพ่อก็ยังถือโทรศัพท์ไว้ตลอดเวลา และจะเปิดดูแทบทุกห้านาที สิบนาที

สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความประหลาดใจให้แก่รุจิราซึ่งสังเกตชายหนุ่มมาพักใหญ่แล้ว เห็นชัดว่าตั้งแต่เข้ามาในงานสุริเยนทร์แทบไม่สนใจสิ่งอื่นนอกจากโทรศัพท์ในมือ ท่าทางที่จับโทรศัพท์ไม่ใช่การแชตหรือพูดคุยอะไรกับใคร เขาทำเพียงแค่เปิดและเฝ้าดู เธออยากรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในโทรศัพท์คืออะไร แต่ก็ไม่กล้าชะโงกหน้าดู ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ สุดท้ายก็อดที่จะถามไม่ได้

“เบื่อเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อมีโอกาสออกมายืนอยู่นอกระเบียงตามลำพังกับสุริเยนทร์ ขณะที่คนในครอบครัวเธอก็มางานนี้ด้วย แต่อยู่ที่ห้องบอลรูมด้านใน “อยู่กับขิมน่าเบื่อมากเหรอคะ”

ชายหนุ่มที่ถูกตั้งคำถามเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจคำถาม “ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะครับ”

“ก็พี่ภูเอาแต่มองโทรศัพท์ ไม่มองหน้าขิมด้วยซ้ำ ขิมคงน่าเบื่อ ให้ขิมไปเรียกยายแขมาคุยเป็นเพื่อนจะดีกว่านะคะ” หญิงสาวว่าพลางจะเดินไปทำอย่างที่พูด แต่ข้อแขนเธอถูกรั้งไว้ก่อน

“เป็นขิมน่ะดีแล้ว” น้ำเสียงนั้นมาพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ อย่างคนรู้สึกผิด “อย่าน้อยใจเลยนะ ที่พี่เอาแต่มองโทรศัพท์ เพราะเป็นห่วงตาพีท”

เหตุผลที่อ้างดูน่าเชื่อถือ หญิงสาวจึงหันกลับไปยิ้มแล้วชวนคุย “แกเป็นไงบ้างคะ เมื่อไหร่จะให้ขิมไปเจอแกได้ ยังกลัวคนเหมือนเดิมรึเปล่าคะ”

“ก็ดีขึ้น แต่ยังไม่เปิดรับคนแปลกหน้า แม้แต่ตัวพี่เองยังได้แต่มองผ่านกล้อง ไม่เคยเผชิญหน้ากันตรงๆ สักครั้ง ตั้งแต่มาที่ภูทับดาว”

“แล้วพี่ภูจะทำยังไงคะ ให้หมอมาช่วยดูมั้ยคะ”

“คงยังไม่ต้อง เรื่องอย่างนี้หมออาจไม่จำเป็น สิ่งที่น้องพีทต้องการคือเวลา พี่คิดว่าพอรู้วิธีที่จะทำให้น้องพีทดีขึ้น  สังเกตจากการที่เขาได้รู้จักเสือโคร่ง”

“เสือโคร่ง ใครคะ ชื่อดูน่ากลัวจัง”

“เด็กห้าขวบ เป็นหลานแม่อุ่นที่พามาเลี้ยงในบ้าน ตอนนี้ก็อาศัยเสือโคร่งเป็นเพื่อนเล่น คอยดูแล ส่วนคนอื่นๆ เวลาเจอน้องพีทก็ให้แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นแก ไม่ทักทาย ไม่มองสบตา ทำเหมือนมองไม่เห็นแกก็จะไม่มีปัญหา”

“แล้วทำไมพี่ภูไม่ทำอย่างนั้นล่ะคะ”

“พี่เป็นข้อยกเว้น แค่เห็นหน้าไม่ว่าพี่จะทำอะไรอยู่ตาพีทก็ร้องจ้าแล้วละ” คำพูดนั้นทำให้เจ้าพ่อกลายเป็นคนน่าสงสาร และทำให้รุจิราหลุดหัวเราะ “ไม่ขำนะขิม พี่เครียดนะ”

“ขอโทษค่ะ แต่มันก็น่าขำนะคะ เจ้าพ่อที่ไม่เคยกลัวใครแต่กลัวทำให้หลานร้องไห้ ดูน่ารักดีนะคะ”

“ใครน่ารัก ถ้าชมพี่ พี่ไม่ดีใจหรอกนะ”

รุจิรายิ้มหวาน เธอรู้สึกว่าคนตรงหน้าดูน่ารัก แต่คงไม่ดีถ้าจะพูดออกไปจึงชวนเปลี่ยนเรื่อง “ขอขิมดูน้องพีทผ่านกล้องที่พี่ภูดูหน่อยได้มั้ยคะ ขิมยังไม่เคยเจอน้องเลย”

“ได้สิครับ” เขาบอกพลางยื่นโทรศัพท์ให้ “ขิมว่าตาพีทหน้าเหมือนพี่มั้ย” 

นี่เป็นอาการเห่อหลานที่ดูน่ารัก ซึ่งคงไม่มีใครมีโอกาสได้เห็น นั่นเป็นความภูมิใจของรุจิรา หญิงสาวจับตาดูภาพเคลื่อนไหวที่กำลังถูกเปิด แต่บังเอิญว่ากล้องตัวนั้นไปจับใบหน้าของทานตะวันเข้าเสียก่อน

“นี่มัน...ผู้หญิงที่มาในร้านวันก่อนนี่นา”

ดูเหมือนสุริเยนทร์จะเพิ่งนึกได้ เขายังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับรุจิรา

“นี่มันอะไรกันคะ เหตุการณ์ที่ร้านขิมเมื่อหลายวันก่อนไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่มั้ยคะ อย่าบอกนะว่าพี่ภูสร้างสถานการณ์เพื่อหักหน้าผู้หญิงคนนั้น เพราะดูเหมือนว่าวันนั้นเธอมีเรื่องจะคุยกับขิมด้วย”

สุริเยนทร์เป็นคนกล้าทำก็กล้ารับ ชายหนุ่มพยักหน้า

“เธอถูกหลอกไปที่ร้าน บอกว่าขิมจะรับเข้าทำงาน เธอเป็นดีไซเนอร์ที่ดูเหมือนจะปลื้มขิมไม่น้อย เพราะเห็นดีใจเมื่อรู้ว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงาน แต่สุดท้ายก็มาถูกพี่ภูกับยายแขหลอกไปฉีกหน้าต่อหน้าขิม?

เจ้าพ่อพยักหน้าอีกครั้ง “ถ้าจะโทษขิมก็โทษพี่เถอะ อย่าโทษแขไขเลย พี่เป็นคนขอให้แขช่วยทำเอง”

“พี่ภูทำอย่างนั้นทำไมคะ เธอเป็นใคร ทำไมต้องแกล้งเธออย่างนั้น แล้วทำไมอยู่ๆ วันนี้เธอถึงมาอยู่ที่บ้านพี่ภู เกี่ยวข้องอะไรกับหลานพี่”

สุริเยนทร์อธิบายเรื่องราวให้อีกฝ่ายฟังว่าผู้หญิงคนนั้นคือทานตะวัน เป็นอาของน้องพีท สาเหตุที่เขาต้องทำอย่างนั้นเพราะต้องการสั่งสอนและบีบให้หญิงสาวยอมปล่อยหลานให้เขา แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าหลานต้องเจ็บตัว แถมยังไม่เปิดรับใคร เขาจึงต้องให้ทานตะวันมาที่ภูทับดาวด้วย

“พี่ภูใจร้ายมากนะคะ ทำลายความฝันเธอ บังคับเธอมาอยู่ด้วย”

“พี่ไม่ได้บังคับ ทานตะวันยอมรับข้อเสนอนั้นเอง ในเมื่อพี่ยอมปล่อยเรื่องของนพสิทธิ์ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ เธอก็จำต้องมาทำบางอย่างเพื่อแลกเปลี่ยน เพราะถ้าขิมรู้จักพี่ดี จะรู้ว่าพี่ต้องใช้ความอดทนแค่ไหนในการที่จะปล่อยให้คนที่ฆ่าพี่สาวพี่ตายลอยนวลโดยที่พี่ไม่ลงมือล่าเอง”

รุจิราเข้าใจข้อนี้ดี เพียงเท่านี้เธอก็รู้แล้วว่าสุริเยนทร์รักน้องพีทมาก จนยอมทำในสิ่งที่เขาไม่เคยยอมให้ใคร แต่กระนั้นหญิงสาวก็ยังโกรธที่ชายหนุ่มดึงเธอเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แต่จะเรียกว่าโกรธคงไม่ถูกนัก อาจพูดได้ว่าน้อยใจมากกว่า

ขิมเข้าใจค่ะ งั้นการที่พี่ภูมาหาขิมไม่ใช่เพราะคิดถึงหรืออยากเจอ แต่เพราะต้องการใช้ขิมแก้เผ็ดคุณทานตะวัน  พี่ภูใจร้ายมากเลยนะคะ

ชายหนุ่มไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ นอกจากคำขอโทษ ซึ่งถ้าพูดซ้ำๆ มันก็ยิ่งดูไร้ความหมาย

ขิมเสียใจจริงๆ กับเรื่องนี้” รุจิราน้อยใจเป็นที่สุด เฝ้ารอให้สุริเยนทร์พูดอะไรมากกว่าการขอโทษ แต่อีกฝ่ายก็เอาแต่มองตานิ่งๆ “ขิมจะกลับบ้านแล้วค่ะ

“พี่จะไปส่ง...”

ไม่ต้องหรอกค่ะ ขิมจะให้คนขับรถคุณพ่อไปส่ง ขอตัวนะคะหญิงสาวว่าพลางเดินผละไป ในขณะที่เจ้าพ่อยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ยอมทำอะไรมากไปกว่าถอนหายใจแล้วมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังถูกความน้อยใจครอบงำ

ไม่ตามไปเหรอครับนายจ่ายักษ์อดไม่ได้จึงเดินเข้ามาถามนาย

ฉันต้องตามไปเหรอ

คำถามนั้นจะเรียกว่าซื่อก็ไม่เชิงนัก เพราะจ่ารู้ว่านายของตนไม่ได้ซื่อขนาดนั้น สิ่งที่นายรู้สึกอาจเป็นแค่เซ็งๆ เบื่อๆ อยากให้ทุกอย่างจบโดยลืมนึกถึงความรู้สึกของรุจิรา

นายรู้สึกผิดมั้ยล่ะครับ

นายหนุ่มครุ่นคิดพลางพยักหน้า ก็ฉันทำผิด ฉันไม่มีสิทธิ์ดึงขิมมายุ่งกับเรื่องนี้ ทำให้เธอเสียความรู้สึก”

งั้นนายก็ต้องตามไปง้อเธอแล้วละครับ ลูกผู้ชายทำผิดกับผู้หญิงก็ต้องขอโทษ

“ฉันขอโทษไปแล้ว”

“แต่เธอยังไม่ยกโทษให้ นายก็ต้องรับผิดชอบ ลูกผู้ชายเขาทำกันนะครับ”

“ก็ช่างลูกผู้ชายปะไร ฉันไม่คิดจะเป็นลูกผู้ชายอยู่แล้ว...”

สุริเยนทร์บ่นอย่างเซ็งๆ ขณะมองตามทางที่รุจิราเพิ่งเดินออกไป ครู่ต่อมาก็ถอนหายใจ สุดท้ายก็ยอมทำตามที่จ่ายักษ์บอก นั่นคือตามไปเพื่องอนง้อหญิงสาว โดยมีจ่ายักษ์คอยมองตาม รวมถึงคนอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในงาน หนึ่งในนั้นมีคฆาวุธ พี่ชายของรุจิราซึ่งแสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบหน้าสุริเยนทร์เท่าไรนัก เพราะบิดามักเอาเขาไปเปรียบเทียบกับเจ้าพ่อคนนี้ จนเกิดความชิงชังและคอยหาโอกาสจะเล่นงาน

“อีกไม่นานหรอก...แกจะใหญ่คับฟ้าได้อีกไม่นานหรอก ไอ้ภู!

“แขจะฟ้องคุณพ่อ” หญิงสาวโผล่หน้าเข้ามาหาพี่ชายที่คิดว่าตัวเองอยู่คนเดียว

“แกจะฟ้องอะไร”

“พี่วุธยังไม่เลิกจ้องเล่นงานพี่ภู ทั้งที่รับปากคุณพ่อไว้แล้ว”

“แกอย่ามาหาเรื่องฉันนะยายแข”

“ก็เมื่อกี้แขได้ยินเต็มสองหู”

“อย่ามาเหลวไหล แกเอาเวลาไปดูผู้ชายของแกดีกว่า ไหนบอกว่าจะขัดขวางไม่ให้ยายขิมคืนดีกับไอ้ภู ทำไมตอนนี้ปล่อยให้เขาไปยืนพลอดรักกันสองต่อสองได้”

“ว่าไงนะ” แขไขตาลุกวาวทันที ก่อนหน้านี้เธอกำลังเดินหาสุริเยนทร์แต่มาพบพี่ชายเสียก่อน “พี่วุธว่าเห็นพี่ขิมกับพี่ภูอยู่ที่ไหน”

“ฉันเห็นเดินตามกันออกไปนอกงานโน่น ท่าทางสวีตกันน่าดู”

“พี่ขิมนะพี่ขิม อยากลองดีใช่มั้ย รู้ว่าถ้ากลับมาแล้วเป็นมารแขอย่างนี้ ไม่ให้กลับมาซะก็ดี”

“แต่แกก็ได้รถใหม่สมใจแล้วไม่ใช่เหรอ”

“รถนั่นไม่สำคัญเท่าพี่ภูหรอก”

“ฉันว่าแกอย่าเพิ่งมาสนใจเรื่องยายขิมเลย ทำไมไม่ไปดูที่บ้านภูทับดาวล่ะ ได้ข่าวว่านายภูไปรับสาวสวยมาอยู่ที่บ้านด้วย”

“อย่ามาโกหก ถ้ามีจริงแขต้องรู้ แขมีสายอยู่ที่บ้านนั้น”

“สายแกหรือจะเท่าสายของฉัน สายแกโดนขู่ทีเดียวก็กลัวแล้ว ไม่เชื่อพรุ่งนี้ก็ลองไปดูสิ ได้ข่าวว่าชื่อทานตะวันด้วย เป็นคนสวย ฉันยังไม่เคยเจอตัวจริง แต่แค่เห็นในรูปก็รู้สึกว่าอยากจะครอบครอง”

 “ทานตะวัน?

“ทำไม แกรู้จักงั้นเหรอ”

“นังผู้หญิงร่านที่พี่ชายเอามาขัดดอก ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วยังจะกล้าตามพี่ภูมาที่นี่ เดี๋ยวจะได้เห็นดีกัน” เธอบ่นกับตัวเองพลางกดหมายเลขโทรศัพท์ที่บันทึกชื่อไว้ว่า นังผิว

“ฮัลโหลค่ะ คุณแข มีอะไรให้ผิวรับใช้คะ”

“รับซะทีนะยะ ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่ามีอะไรให้รีบรายงานฉัน”

“คุณแขหมายความว่าไงคะ ผิวไม่เข้าใจ”

“อย่ามาทำซื่อบื้อ ทำไมแกไม่บอกฉันเรื่องที่แม่ทานตะวันเข้ามาอยู่ในบ้าน”

“เรื่องนี้นายสั่งไว้ค่ะ ผิวไม่กล้า ขืนนายรู้ว่าผิวเอาเรื่องในบ้านไปบอกคนข้างนอก ผิวต้องโดนไล่ออกแน่ๆ เพราะนังพินมันได้ยินที่ผิวพูดกับนังส้มเรื่องที่จะไปบอกคุณแข ผิวเลยไม่กล้า”

“แกนี่มันขี้ขลาดที่สุด ขู่แค่นั้นก็กลัว ทีหลังอย่าปอดแหก ถ้าแกไม่ยอมรับว่าทำซะอย่างเขาจะเอาหลักฐานที่ไหน ถ้าเกิดพี่ภูมาถามฉัน ฉันก็ต้องบอกว่าเป็นคนอื่น ไม่โง่ให้จับได้หรอกว่าส่งสายไปอยู่ในบ้านหลังนั้น ตาสว่างขึ้นรึยัง นังโง่!

“ค่ะ ผิวเข้าแล้วค่ะ ผิวขอโทษค่ะ คุณแขจะให้ผิวทำอะไรก็บอกมาได้เลยนะคะ”

“นับจากนี้แกต้องรายงานความเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนนั้นให้ฉันรู้ตลอด เข้าใจมั้ย” เธอสั่งการเสียงดังก่อนจะวางสายอย่างหงุดหงิด “พี่ภูนะพี่ภู ไม่รักดี! มิน่า บอกไม่ให้เราไปที่บ้านภูทับดาว เอาหลานมาอ้างว่ากลัวคน ที่แท้ก็กลัวเรารู้ว่าซุกอีตัวไว้ที่บ้าน! คอยดูนะ จะอาละวาดให้บ้านพังเลย! กล้ามาหลอกแข!

คฑาวุธมองแขไขด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะแยกตัวออกมาพลางกดโทรศัพท์หาใครบางคน

“หวัดดีครับเสี่ย ผมรู้ว่าเสี่ยยังโมโหผมเรื่องที่ทำพลาดเมื่อวาน แต่วันนี้ผมมีข่าวดีมาบอกเสี่ย เกี่ยวกับไอ้สุริเยนทร์ คนที่ทำให้เสี่ยต้องสูญเงินหลายสิบล้านนั่นไงครับ...จริงครับ เมื่อวานผมบอกเสี่ยว่าการจะเล่นงานมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่วันนี้ผมเพิ่งได้ข้อมูลใหม่มา คิดว่าผมรู้จุดอ่อนของมันแล้วละ...ผมไม่ต้องการอะไรจากเสี่ยเพิ่มแล้วครับ แค่อยากจะขอเวลาเพิ่ม ผมแค่ต้องการเวลาที่จะจัดการกับมันเท่านั้นเอง!




 

แรงตะวัน
เบญจามินทร์
www.mebmarket.com
พระอาทิตย์อย่างเขา...พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่ทำให้เจ็บ ไม่เว้นกระทั่งคนที่รัก?. เมื่อพี่สะใภ้เสียชีวิตกะทันหัน และพี่ชายตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าฆาตกรรมภรรยา ทานตะวันจึงทิ้งความฝันกลับเมืองไทยเพื่อพิสูจน์ความจริง แต่ไม่คิดว่าคนที่ได้รับสิทธิ์เป็นผู้ปกครองหลานและเป็นผู้จัดการมรดก จะเป็นเจ้าพ่อจอมป่าเถื่อนอย่างสุริเยนทร์ ซึ่งใช้ศาลเตี้ยตัดสินไปแล้วว่าพี่เขยตัวเองเป็นฆาตกร และประกาศว่าจะไล่ล่าโดยไม่สนใจกฎหมาย ที่สำคัญคือดูอย่างไรเขาก็เข้ากับเด็กไม่ได้ .กระนั้นเจ้าพ่อก็ยอมให้ดีไซเนอร์สาวปากกล้าตามมาดูแลหลานได้ โดยเธอมีฐานะแค่ตัวประกันใต้เงื้อมมือเขาเพื่อแลกกับชีวิตพี่ชาย และเงื่อนไขนั้นมีเพียงเขากับเธอเท่านั้นที่รู้ แต่มีหรือที่คนอย่างเธอจะยอมให้ข่มขู่ได้ฝ่ายเดียว ทานตะวันอย่างเธอจะเป็นคนต้านพระอาทิตย์บ้าคลั่งอย่างเขาเอง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

1,971 ความคิดเห็น

  1. #1969 mewmew8361 (@mewmew8361) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 22:29
    จัดอีบุ๊คมาแล้วค่าาา สนุกมาก ตอนแรกๆเกลียดพระเอกมาก เลยจัดอีบุ๊คมาเลยอยากรู้ว่าพระเอกจะโดนนางเอกเอาคืนยังไง ที่ไหนได้ผิดคาด น้องเคทของเราโดนเอาคืนซะงั้น สนุกมากจริงๆค่ะ คุ้มมากๆเลย รอติดตามเรื่องต่อไปนะคะ
    #1969
    3
    • #1969-2 AnnSirintip (@AnnSirintip) (จากตอนที่ 61)
      17 มีนาคม 2561 / 21:03
      อีบุ๊คที่จัดมาราคาเท่าไรคะ
      #1969-2
    • #1969-3 adel (@adel_ew) (จากตอนที่ 61)
      17 มีนาคม 2561 / 21:47
      ช่วงนี้ยังมีโปรพิเศษ แต่เหลือเวลาแค่ก่อนเทียงคืนวันนี้ค่ะ ตามลิงค์นี้เลย https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NToiMTMzMTUiO3M6NzoiYm9va19pZCI7czo1OiI3MTcxNSI7fQ
      #1969-3
  2. #1112 z-par (@z-par) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 07:57
    มาอั๊พไวๆนะคะ. รอค่ะ. กำลังติดงอมแงมมมม
    #1112
    0