แรงตะวัน

ตอนที่ 23 : แรงตะวัน : บทที่ 8 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    6 มี.ค. 61

๘(๓)

 “ถ้ามาถึงก็เข้ามาได้เลย ฉันกับพี่ขิมรออยู่” นั่นคือสิ่งที่แขไขบอกทานตะวันทางโทรศัพท์ “รีบขึ้นมาละกัน พี่ขิมไม่ชอบคนไม่ตรงเวลา”

ด้วยเหตุนี้ทานตะวันจึงต้องรีบลงจากรถตั้งแต่อยู่หน้าห้าง มีคนของเอกณัติตามมาด้วยคนเดียว เพราะอีกคนต้องเอารถไปจอดแล้วบอกจะรีบตามมา ความจริงแล้วหญิงสาวไม่อยากให้พวกเขาต้องลำบากด้วยซ้ำ แต่เพราะเพ็ญสิริเป็นห่วงจึงขัดไม่ได้ เมื่อมาถึงหน้าร้านเธอบอกตำรวจนอกเครื่องแบบคนนั้นว่าจะเข้าไปคนเดียว ขอให้เขาคอยข้างนอก

“ขอร้องละนะคะ ขืนให้ตำรวจเข้าไปด้วย คนในร้านคงมองเคทแปลกๆ ไม่มีอะไรหรอก ถ้ามีอะไร เคทจะรีบโทร. หา”

“แต่ผู้หมวดให้ผมอยู่กับคุณเคทตลอด”

“เคทเข้าใจค่ะ เคทจะระวังตัว ขอร้องละนะคะ งานนี้สำคัญกับเคทมาก เคทไม่อยากให้เขามองว่าเป็นคนไปมีเรื่องกับคนอื่นจนต้องมีตำรวจมาคุ้มกันให้แบบนี้”

“ก็ได้ครับ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น คุณเคทต้องโทร. หาผมทันที”

“เคทสัญญาค่ะ” ทานตะวันสูดลมหายใจเข้าปอดเมื่อคล้อยหลังนายตำรวจ เธอเดินตรงเข้าไปอย่างสง่า เต็มไปด้วยความมั่นใจ

พนักงานต้อนรับที่ยืนอยู่ตรงประตูยิ้มให้แล้วกล่าวทักทาย

“ดิฉันมาพบคุณรุจิราตามที่ได้นัดไว้ค่ะ”

“รอสักครู่นะคะ”

พนักงานเดินเข้าไปด้านในที่เป็นเหมือนออฟฟิศเล็กๆ ทานตะวันมองเสื้อที่แขวนอยู่บนราวโชว์กับหุ่น ทุกชุดล้วนได้รับการออกแบบมาอย่างดี สวยงาม อีกไม่นานผลงานของเธอก็จะปรากฏอยู่ในนี้ แค่คิดก็มีความสุขแล้ว

“ขอโทษครับ” ชายหนุ่มที่แต่งตัวดูภูมิฐานเดินเข้ามาทัก เขาจัดว่าเป็นคนหน้าตาดี หญิงสาวแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้ “พี่แทนไงครับ รุ่นพี่ที่มหาลัย จำไม่ได้เหรอครับ”

“ไม่ได้ค่ะ” เธอปฏิเสธทันที เพราะเคยเจอผู้ชายทำเนียนจีบแบบนี้มาแล้วครั้งสองครั้ง “คุณคงจำคนผิดแล้วละค่ะ”

“ไม่น่าจะผิดนะครับน้องเคท” เขารู้จักชื่อเธอ “น้องอาจจะจำพี่ไม่ได้ แต่พี่จำน้องได้ น้องเคทยังสวยไม่เปลี่ยนนะครับ”

หญิงสาวยังไม่ตอบ แต่ก็ยิ้มนิดๆ ไม่ได้ตัดเยื่อใย

“พี่มาหาขิม เจ้าของห้องเสื้อนี้ พี่เป็นแฟนขิม”

เมื่อถึงตอนนี้ทานตะวันจึงเปลี่ยนท่าทีเป็นยกมือไหว้ เขาคงไม่ได้มาขายขนมจีบเธอ “ขอโทษนะคะที่เคทจำคุณไม่ได้จริงๆ”

“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่น้องเคทมาทำอะไรครับ มาชอปปิงเหรอครับ”

“เปล่าค่ะ เคทมาพบคุณขิม เคทสมัครงานที่นี่ไว้น่ะค่ะ”

“อ้อ...งั้นเข้าไปในออฟฟิศด้วยกันเลยครับ” เขาว่าพลางยื่นมือไปโอบเอวเธอ

ทานตะวันไม่ชอบใจ แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรรุนแรง เพียงแค่ขยับตัวออกห่าง

“พี่แทน!” เสียงตะคอกดังมาพร้อมกับผู้หญิงต่างวัยสองคนที่ก้าวเข้ามาในร้าน และมองทานตะวันด้วยแววตาไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย 

ผู้หญิงคนหนึ่งอายุราวๆ สี่สิบ แต่งตัวเหมือนคุณนายอาเสี่ย สวมเครื่องเพชรเครื่องพลอยมาเต็มตัว อีกคนดูเป็นสาววัยเดียวกับเธอ สวมเสื้อเกาะอก กระโปรงสั้นจู๋ รองเท้าส้นตึก ดูเหมือนพวกเด็กสก๊อยก็ไม่ปาน

“พี่ติ๋ม อ้อย” ชายหนุ่มที่เพิ่งบอกตัวเองว่าชื่อแทนมีสีหน้าตกใจ รีบขยับออกห่างจากเธอ

“บอกว่าจะไปทำงาน ที่แท้ก็หนีมาพาอีหนูไปเที่ยวจริงๆ ด้วย” คนที่ถูกเรียกว่าอ้อยชี้หน้า แต่ปัญหาของทานตะวันไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันอยู่ที่ อีหนู ที่ว่าเหมือนจะหมายถึงเธอ ซึ่งไม่ใช่! “พี่ติ๋มคะ จัดการมันเลย ให้คนของพี่จัดการมันเลย เอาให้นอนหยอดน้ำข้าวต้มทั้งสองคนนี่แหละ”

“ไอ้คนเลี้ยงไม่เชื่อง” เจ้าแม่ติ๋มเค้นเสียง ขณะที่ลูกน้องสองคนเดินเข้ามาในร้าน ซึ่งดูก็รู้ทันทีว่าเป็นพวกนักเลง “ลากมันไปกระทืบ!

“อย่านะพี่ ผมผิดไปแล้ว ผมไม่ได้คิดจริงจังกับผู้หญิงคนนี้ เด็กมันยั่ว!

“อ้าว! คุณ!” ทานตะวันเกิดอาการเหวอแต่ก็ตั้งตัวได้ “ไม่ใช่นะคะ คงเป็นเรื่องเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ แล้วก็ไม่เข้าใจที่คุณพูด”

“ยังจะมาตีหน้าเซ่อ แกคิดจะแย่งผัวพี่สาวฉันเหรอ” ยายเด็กสก๊อยชี้หน้าจนนิ้วจะจิ้มหน้าทานตะวัน ดีที่เธอขยับหลบได้ก่อน

“เปล่านะคะ ฉันไม่รู้จักผู้ชายคนนี้จริงๆ เขาเดินมาทักฉันเองเมื่อกี้ คุยกันไม่กี่ประโยค”

“ยังจะมาแก้ตัว เมื่อกี้ยังประคองกันอยู่เลย อ๋อ คงมาออเซาะให้เขาซื้อของแพงๆ ให้ละสิ นังผู้หญิงหน้าด้าน” คราวนี้มือของยายเด็กสก๊อยจิ้มเข้าที่หน้าผากของทานตะวัน เธอจึงเหลืออดทั้งที่ไม่อยากมีเรื่องในสถานการณ์แบบนี้ “มองหน้าทำไม!

“นี่คุณ ฉันไม่รู้จักผู้ชายคนนี้จริงๆ เขาเพิ่งมาทักฉัน...”

“ดูมันแก้ตัวสิคะพี่ติ๋ม จัดการมันเลยค่ะ”

“ลากมันออกไป...”

“บ้าไปแล้ว นี่พวกคุณจะทำอะไร ฉันจะเรียกตำรวจ”

แต่ดูเหมือนทานตะวันจะไม่ทันได้หยิบโทรศัพท์มือถือ เพราะลูกน้องสองคนของเจ้าแม่ติ๋มพุ่งเข้ามาล็อกแขนเธอ ซึ่งยังไม่ทันตั้งตัว ส่วนยายเด็กสก๊อยเข้ามาตบหน้าฉาด ทานตะวันถีบสวนออกไปเต็มแรง

“โอ๊ย! พวกแกจับมันไว้ดีๆ สิ!

“ปล่อยฉันนะ ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย!” หญิงสาวพยายามร้องบอก แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนทานตะวันตั้งตัวไม่ติด พนักงานในร้านเหมือนหายไป คนที่เดินผ่านไปมาด้านหน้าเริ่มมามุง

“นังหน้าด้าน ใครจะมาช่วยผู้หญิงร่านแย่งผัวชาวบ้านอย่างแก” ยายเด็กสก๊อยกระชากผมทานตะวัน “ถ้าจะมาเขาก็จะมาดูหน้านังผู้หญิงหน้าด้าน เจ้าข้าเอ๊ย! มาเร็ว มาดูคนหน้าด้านหน้าทน แย่งผัวชาวบ้าน” 

“ปล่อยฉันนะ! ปล่อย!

คราวนี้ทานตะวันฮึดสู้ ใช้ส้นสูงกระทืบเท้าคนที่ล็อกตัวเธอแล้วผละออก ก่อนจะฟาดกระเป๋าไปที่ใบหน้าของยายเด็กสก๊อยเต็มแรง เอาคืนที่มันตบหน้าเธอ จังหวะเดียวกันนั้นตำรวจนอกเครื่องแบบคนของเอกณัติทั้งสองคนก็เข้ามาในร้าน

“คุณเคท เกิดอะไรขึ้น”

พวกมันถอยกรูด ทานตะวันยังไม่ทันได้ตอบแขไขกับรุจิราก็เดินเข้ามาจากทางหน้าร้าน หญิงสาวไม่รู้จักแขไข แต่เธอจำรุจิราได้

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ฉันถามว่าเกิดอะไรขึ้น” รุจิราถามอย่างตกใจ เมื่อเห็นความวุ่นวายในร้านของเธอ

“ฉันมาเล่นงานนังนี่ นังผู้หญิงหน้าด้านที่คิดจะแย่งผัวพี่สาวฉัน” ฝ่ายนั้นฟ้อง 

“พี่ติ๋ม ผมขอโทษ ผมไม่ได้คิดจริงจังกับผู้หญิงคนนี้นะ มันยั่วผม!

“ไปคุยกันที่บ้าน!

“พี่ครับ อย่าโกรธผมเลยนะ ผมสัญญาว่าจะไม่นอกใจพี่อีกแล้ว”

“อย่ามายุ่งกับพี่แทนอีกนะนังตัวดี ฉันรู้นะว่าแกน่ะมันร่าน อยู่ใกล้ผู้ชายคนไหนก็ยั่วเขาไปหมด เจ้าข้าเอ๊ย! ระวังผัว ระวังแฟนให้ดีนะ อย่าให้ผู้หญิงคนนี้เข้าใกล้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นจะต้องมานั่งเสียใจ!

ทานตะวันได้แต่อ้าปากค้าง แม้สถานการณ์จะคลี่คลายไปบ้างแล้วเมื่อพายุสามลูกเคลื่อนออกไปจากร้าน แต่ดูเหมือนเธอยังตกเป็นเป้าสายตาอย่างน้อยก็ของรุจิรากับผู้หญิงอีกคนที่น่าจะเป็นแขไข

“เชิญคุณออกไปจากร้านฉันได้แล้ว” แขไขบอก ทำเหมือนไม่มีส่วนรู้เห็นอะไรได้อย่างแนบเนียน

“แต่ว่า...ฉันนัดกับคุณแขไขไว้เรื่องที่จะมาคุยงาน”

“ฉันเปล่านะ อย่าเอาชื่อฉันมาอ้าง หรือต่อให้ฉันนัดจริง ใครจะกล้ารับเธอเข้าทำงาน เกิดมาแย่งแฟนฉันจะทำยังไง เชิญคุณออกไปจากร้านฉันได้แล้ว ไปสิ! ยังจะมามองหน้าอีก”

“ยายแข พูดกับเขาดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องไล่”

“กับคนอย่างนี้ไม่จำเป็นต้องพูดดีด้วยหรอกค่ะ ไปได้แล้ว!

“ยังไม่หยุดอีก!” รุจิรากำราบน้องสาวก่อนจะหันไปทางทานตะวัน “ดิฉันขอตัวนะคะ” 

ทานตะวันได้แต่มองตามหลังรุจิรา เธอมีเรื่องมากมายจะอธิบาย...เธออยากบอก แต่รู้สึกว่าทุกอย่างดูตื้อไปหมด เหมือนกับว่ามีอะไรหนักๆ มาหล่นทับตัว ไม่มีแรงแม้แต่จะก้าวออกจากร้าน ใช้เวลาเกือบอึดใจกว่าเธอจะตั้งสติแล้วออกจากร้านมาได้ แต่ใบหน้ายังคงแดงก่ำ รอยนิ้วยังประทับบนหน้า ทว่าเรื่องเหล่านี้ดูจะไม่เลวร้ายเท่ากับสิ่งที่รับรู้หลังจากเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

“เคท...”

“เพ็ญ...แกเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1,971 ความคิดเห็น