แรงตะวัน

ตอนที่ 10 : แรงตะวัน : บทที่ 4 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,017
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    1 มี.ค. 61

(๓)

 

หลังจากฟังสวดอภิธรรมแล้ววิสุทธิ์ก็ตรงกลับบ้าน ในขณะที่สุริเยนทร์เหมือนมีที่ให้แวะ เจ้าพ่อพร้อมคนของเขากลับมาอีกทีก็ราวๆ ห้าทุ่ม วิสุทธิ์ยังไม่นอนเพราะต้องเคลียร์งานที่หอบมาจากภูทับดาวด้วย เมื่อได้ยินเสียงรถจึงลงไปดู ทันเห็นหนึ่งในลูกน้องที่อยู่ในบ้านส่งแฟ้มเอกสารให้แก่ผู้เป็นนาย

สุริเยนทร์พลิกดูแฟ้มคร่าวๆ วิสุทธิ์เห็นเอกสารต่างๆ ค่อนข้างหนา และมี แผ่นดิสก์แนบมาด้วย

“คนของสารวัตรเอามาส่งให้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เมื่อช่วงเย็นครับนาย เห็นบอกว่ากู้ได้ราวๆ เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนมากเป็นรูปภาพ ไม่ค่อยมีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี”

“อาจจะใช่” สุริเยนทร์จ้องมองกระดาษแผ่นหนึ่ง “ถึงไม่มีประโยชน์ต่อรูปคดี แต่มันมีสิ่งที่ฉันต้องการอยู่พอดี ขอบใจมาก”

“นั่นอะไร” วิสุทธิ์ถามสุริเยนทร์ ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ตอบคำถามเขาแต่เดินเข้าห้องไป ชายหนุ่มจึงหันไปทางหัวหน้าบอดีการ์ดซึ่งน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของสุริเยนทร์มากที่สุด “แฟ้มเอกสารนั้นคืออะไรครับจ่า”

คำเรียก จ่า เป็นตำแหน่งก่อนลาออกจากราชการมาทำหน้าที่หัวหน้าบอดีการ์ด

“ข้อมูลจากทางตำรวจที่ทำคดีคุณสุรีย์ นายใช้เส้นสายเพื่อขอดูข้อมูลเชิงลึก มันเพิ่งถูกส่งมา”

“แล้วที่บอกว่ากู้ได้เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์คืออะไร”

“ข้อมูลในโทรศัพท์คุณสุรีย์ครับ”

“แล้วเมื่อกี้ที่เขาบอกว่าได้สิ่งที่ต้องการ เขาเจออะไร” วิสุทธิ์ไม่ทันเห็น

“ไอพีกล้องวงจรปิดที่ไหนสักที่ อาจจะเป็นที่บ้านอรุณรุ่ง”

“เขาจะเอาของพวกนั้นไปทำไม ในเมื่อเขาก็น่าจะเข้าออกบ้านหลังนั้นได้”

“ผมไม่ทราบครับ” จ่ามองไปยังห้องซึ่งสุริเยนทร์เพิ่งหายเข้าไปและชั่งใจก่อนตอบ “ถ้าจะให้เดาใจนาย นายคงจะเล่นสงครามประสาทกับคุณทานตะวันครับ เพราะมีการสั่งให้เตรียมคน ผมว่าคงรอให้ผ่านงานศพคุณสุรีย์ไปก่อนนายน่าจะลงมือ”

“เขาจะทำอะไรกับคุณทานตะวัน”

“คงทำอย่างที่นายเคยทำ...ทำให้กลัว จนเธอต้องเดินเข้ามาหาเอง ถึงตอนนั้นนายก็จะเรียกร้องสิ่งที่ต้องการ”

“นั่นสินะ ฉันไม่น่าถามเลย ก็แค่ทำอย่างที่เขาทำตลอดมา” 

“ครับ ถ้าคุณวิสิทธิ์ห่วงคุณทานตะวันก็ควรเตือนเธอ ยอมปล่อยคุณพีทให้นายดีๆ จะดีกว่า”

“ฉันก็อยากทำ แต่เขาไม่ให้ฉันยุ่ง”

“งั้นพวกเราคงทำอะไรไม่ได้แล้วละครับ ผมขอตัวไปพักก่อนนะครับ วันนี้ตะลอนทั้งวัน”

“ได้เบาะแสอะไรเพิ่มเกี่ยวกับคุณนพบ้างมั้ย”

“นายใกล้ตัวคุณนพเข้าไปทุกทีแล้วครับ คิดว่าไม่นานน่าจะรู้ที่กบดาน”

“ใกล้ยังไง”

“นายรู้ว่าก่อนหายตัวไป นายนพสิทธิ์ไปพบเสี่ยทะนง ตอนนี้กำลังสืบหาข้อมูลของเสี่ยอยู่ วันนี้หลังออกจากวัดนายไปที่บ่อนเถื่อนของเสี่ยทะนง ก่อนกลับก็สั่งให้คนของเราแฝงตัวเข้าไปที่นั่นให้มากขึ้น นายดูเอาจริงกับเรื่องนี้มาก ผมว่าถ้าเจอตัวนายนพสิทธิ์คงไม่ได้ตายดี” 

วิสุทธิ์พยักหน้าเห็นด้วย “จ่าไปพักเถอะ”

ชายหนุ่มรอจนจ่าเดินพ้นประตูจึงตามเข้าไปในห้องทำงานที่สุริเยนทร์เพิ่งเข้าไป ทันได้เห็นเจ้าพ่อหนุ่มกำลังกรอกข้อมูลบางอย่างที่ บราวน์เซอร์ โดยดูจากกระดาษแผ่นหนึ่งในแฟ้ม

“ไอพีเชื่อมต่อกล้องวงจรปิด? นายกำลังทำอะไร” 

แม้สุริเยนทร์จะไม่ได้พูดอะไร แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ตอบคำถามของวิสุทธิ์ได้หมด

“กล้องที่ไหน อย่าบอกนะว่าบ้านพี่สุรีย์”

เป็นอีกครั้งที่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอได้ตอบคำถามเขา 

“นี่มัน...ห้องนอนน้องพีทไม่ใช่เหรอ” ภาพมุมกว้างคือภาพหน้าเตียงนอนเด็กโทนสีฟ้า เด็กชายภาสกรนอนหลับอยู่บนเตียงเพียงลำพัง กระทั่งในเวลาต่อมาผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งสวมชุดนอนก็เดินเข้ามาให้เห็นในกล้อง มองจากข้างหลังวิสุทธิ์ก็พอจะเดาได้ “คุณเคท!

สุริเยนทร์ยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของเพื่อน

“นายเอากล้องไปติดไว้ที่บ้านอรุณรุ่งได้ยังไง”

“ยากกว่านี้ฉันยังทำได้ เงินซื้อได้ทุกอย่างไม่ใช่เหรอ” เขากวนอย่างเป็นเรื่องปกติ

“นายซื้อใครในบ้านหลังนั้น”

“ฉันไม่ได้ซื้อใครในบ้านหลังนั้น ข้อมูลพวกนี้ทางตำรวจกู้ได้จากโทรศัพท์ของสุรีย์ มันมีไอพีกล้องทุกตัวในบ้าน ฉันไม่ได้ทำอะไร ก็แค่เข้าไปดูสิ่งที่มันมีอยู่แล้ว”

“นายทำอย่างนี้มันไม่ถูก”

“ทำไมจะไม่ถูก ตามกฎหมายตอนนี้ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างในบ้านหลังนั้น”

กล้องนับสิบตัวปรากฏขึ้นตรงหน้าโดยติดไว้ตามจุดต่างๆ ทั้งหน้าบ้าน โถงหน้าบันได ห้องนั่งเล่น ห้องนอนน้องพีท ห้องเด็กเล่น สนามหน้าบ้าน และอีกหลายจุดที่ดูเหมือนจะเน้นตรงจุดที่น้องพีทจะไปอยู่

“นายกำลังละเมิดความเป็นส่วนตัวของคนอื่น”

“ละเมิดตรงไหนไม่ทราบ ฉันก็แค่ทำในสิ่งที่สุรีย์เคยทำ”

“แต่นายไม่ใช่พี่สุรีย์ ทำอย่างนั้นไม่ได้ นายกำลังละเมิดสิทธิของคุณเคท เกิดเธอไม่รู้แล้ว...” วิสุทธิ์ไม่อยากคิด เขากลัวแววตาของสุริเยนทร์ ผู้ชายคนนี้สามารถทำได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ชอบหน้า และวิสุทธิ์ก็แน่ใจว่าสุริเยนทร์ไม่ชอบพี่น้อง อัศภาณุวัตร มากๆ

“หึ ทำไมนายต้องทำหน้าอย่างนั้น” สุริเยนทร์หัวเราะ “นายกำลังกลัวผู้หญิงคนนั้นจะแก้ผ้าหน้ากล้องน่ะเหรอ”

“ไม่ตลกนะ!” วิสุทธิ์เดือดจริงเมื่อเห็นท่าทางไม่เป็นเดือดเป็นร้อนของเพื่อน “ฉันไม่ยอมให้นายใช้วิธีนี้” 

“กล้องตัวนี้ไม่ใช่กล้องแอบถ่าย คนที่นายห่วงก็ต้องเห็นอยู่แล้วว่ามีกล้องอยู่ คงไม่กล้ามาแก้ผ้าตรงหน้ากล้องหรอก ถ้าไม่ใช่คนชอบอวด...ถ้านายกังวลเรื่องนั้นนะ”

“แต่เธอก็ไม่รู้ว่านายเข้าไปดูได้”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ความผิดของฉัน” สุริเยนทร์ยักไหล่ “ถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็ช่วยไม่ได้ ถ้าเธอทำจริงฉันจะเรียกนายมาดูละกัน”

วิสุทธิ์ได้แต่อ้าปากค้าง เถียงไม่ได้ ประจวบกับเสียงโทรศัพท์ของสุริเยนทร์ดังขึ้น เป็นสายของผู้จัดการสุพล คงมีเรื่องมารายงานผู้เป็นนายอีกตามเคย

“ส่งมาแล้วใช่มั้ย...โอเค ฉันได้รับแล้ว” สิ่งที่ได้รับคืออีเมลฉบับหนึ่งซึ่งสุริเยนทร์กำลังคลิกเปิดดู วิสุทธิ์ถือวิสาสะยืนดูเพราะคิดว่ามันอาจเป็นสิ่งที่เขาต้องรู้ “ยังไม่ต้องทำอะไร รอดูท่าทีไปก่อน”

“ร้อยตำรวจโทเอกณัติ...” วิสุทธิ์อ่านชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอแล้วหันขวับมองคนที่เพิ่งวางสายอย่างไม่พอใจ “เอกณัติ นายตำรวจที่เป็นเพื่อนคุณเพ็ญไม่ใช่เหรอ นายจะทำอะไรอีก!

“ก็แค่อยากรู้ว่าอาวุธของฝ่ายนั้นมีอานุภาพแค่ไหน จะได้เตรียมเกราะไว้ป้องกันทัน นายจะทำแตกตื่นไปทำไม อย่าห่วงไปเลย ฉันยังไม่ทำอะไรหรอก อย่างน้อยก็จนกว่างานสวดศพสุรีย์จะจบ”

“แสดงว่านาย...”

“ใช่ สงครามประสาทระหว่างฉันกับทานตะวันจะเริ่มขึ้นหลังจากนั้นต่างหาก” เขาว่าพลางลุกขึ้น “ดึกแล้วไปนอนดีกว่า วันนี้ฉันเหนื่อยทั้งวัน ไว้พรุ่งนี้จะมาฟังเรื่องที่นายไปคุยกับจิตแพทย์เด็กของตาพีทนะ ราตรีสวัสดิ์”

“นายนี่มัน...ไอ้คนบ้าอำนาจเอ๊ย!” วิสุทธิ์ตะโกนไล่หลังคนที่ทำเพียงโบกมือให้อย่างไม่ยี่หระ

ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอา ครุ่นคิดว่าเขาควรจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

“เป็นไงเป็นกัน ยังไงก็ต้องไปคุยกับคุณเคทก่อน แต่จะทำยังไงไม่ให้พ่อคนบ้าอำนาจรู้” เขาพึมพำกับตัวเอง...แล้วก็นึกออก “ใช่แล้ว! ถ้าอ้างเรื่องนั้นก็ไม่มีปัญหา...”

เมื่อทำใจได้ก็ต้องทำตามแผนการโดยรีบตามสุริเยนทร์ออกไป “นี่ภู...พรุ่งนี้ฉันจะพาจิตแพทย์ไปพบน้องพีทนะ เขาอยากเจอตัวน้องก่อนถึงจะให้คำแนะนำได้ นายจะไปด้วยมั้ย”

 เจ้าพ่อนิ่วหน้า “ไม่...แต่ฉันจะจับตาดูนาย อย่าให้รู้นะว่านายเอาเรื่องกล้องไปบอกผู้หญิงคนนั้น”

“ไม่บอกหรอกน่า...ใครเลยจะกล้า กลัวนายเอาภาพลับฉันไปประจาน”

“นายมีภาพอย่างนั้นด้วยเหรอ” 

“ต่อให้ไม่มีคนอย่างนายก็ทำให้มีได้ไม่ใช่เหรอ” เขาว่าพลางเดินผ่านเจ้าพ่อที่ทำหน้างงนิดๆ ดูจะไม่เข้าใจคำประชด

“ฉันไม่ทำอย่างนั้นกับนายหรอกน่า”

“แต่ถ้าฉันเป็นศัตรูกับนายก็ไม่แน่ใช่มั้ยล่ะ” อีกฝ่ายถามย้ำเหมือนจะบอกอะไร

“ก็ใช่...แต่นายจะไม่เป็นศัตรูกับฉันไม่ใช่เหรอ” คำถามนั้นดูจริงจังและเจ้าพ่อก็รอเอาคำตอบ

“ตรรกะผิดถูกนายมันเสียศูนย์ไปหมดแล้ว” วิสุทธิ์ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ พูดไปก็เท่านั้น ผู้ชายคนนี้ไม่มีทางเข้าใจ “ฉันไปนอนแล้ว” 

เอ่ยจบก็เดินเข้าห้องไปโดยทิ้งสุริเยนทร์ไว้ที่หน้าบันไดกับเครื่องหมายคำถามที่ปรากฏบนใบหน้าคม

“นายจะอะไรกันนักกันหนากับผู้หญิงคนนี้...อยากเล่นบทพระเอกปกป้องเจ้าหล่อนนักใช่มั้ยวิสุทธิ์...ได้! ฉันจะให้นายได้เล่นบทนั้น แต่จะทำได้หรือไม่นั่นมันอีกเรื่อง!

สุดท้ายความขุ่นใจก็ถูกโยนไปที่ทานตะวันอย่างที่วิสุทธิ์ไม่ได้ตั้งใจ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

1,971 ความคิดเห็น

  1. #1965 Blossom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 17:47
    E-book ไม่มีให้ซื้อแล้วหรอคะไรท์ อยากอ่านต่อมากกกค่ะ
    #1965
    1
    • #1965-1 adel (@adel_ew) (จากตอนที่ 10)
      1 มีนาคม 2561 / 19:04
      อีบุ๊คที่ทำกับสำนักพิมพ์หมดสัญญาแล้วค่ะ เดี๋ยวคนเขียนจะอัพขึ้นเองเร็วๆ นี้ค่ะ ระหว่างนี้จะทยอยอัพให้อ่านนะคะ
      #1965-1
  2. #1931 Bumnimkong (@Bumnimkong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 09:13
    นางเอกงี่เง่า ออกแนวบ้านิดๆ แต่ก็สนุกดีค่ะ สู้ๆ นะคะ
    #1931
    1
    • #1931-1 adel (@adel_ew) (จากตอนที่ 10)
      8 มิถุนายน 2559 / 12:07
      ขอบคุณค่ะ ><
      #1931-1
  3. #1 honeybee (@honerybee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 20:30
    สนุกดีค่ะ พระเอกกับนางเอกร้ายทั้งคู่เลย ชอบค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
    #1
    0