[Fic stray kids] 2ED ทฤษฎีจีบแฟนเก่า #woolee

ตอนที่ 2 : กฎข้อที่หนึ่ง l เป็นแฟนเก่าต้องห้ามหวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 พ.ค. 62

  กฎข้อที่หนึ่ง

  เป็นแฟนเก่าต้องห้ามหวง

  -คิม อูจิน-

 

 

   เสียงนาฬิกาปลุกบอกเวลาว่า ณ ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงตรง แต่มันก็ไม่สามารถปลุกให้คนที่นอนหมดสภาพเพราะเมื่อคืนก็ซัดเหล้าร้านตัวเองไปเยอะเหมือนกัน

   มือแกร่งเอื้อมมากดปิดนาฬิกาแล้วหันกลับไปนอนในสภาพท่อนบนเปลือยกับกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเน่าๆของตัวเองต่อ

    แต่อีกไม่นานก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาอีก คงกะจะให้ผมตื่นขึ้นมาจริงๆสินะ ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์พร้อมทั้งพยายามหยีตาดูชื่อของคนที่โทรมากวนแต่เช้า

    น้องรหัสเฮงซวย ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอก็คือน้องรหัสที่เฮงซวยตามชื่อ ผมกดรับสายพร้อมกับเอาโทรศัพท์แนบหู

   ฮัลโหลผมกรอกเสียงลงไป

   ไงพี่ เสียงงี้ยังไม่ตื่นอ่ะดิ

    เออ มึงโทรมาทำไมตั้งแต่เช้า

    พี่ไม่ลืมใช่ป่ะว่าวันนี้มีบายเนียร์อ่ะชิบหายแล้ว

     เออ ลืมว่ะ ยังไม่ได้เตรียมชุดเลย

     เร่งเลยครับพี่ เดี๋ยวปู่รหัสเอาตายหรอกฮยอนจินพูดติดตลก

     เออน่ะ กูเตรียมทันอยู่แล้ว ไว้เจอกันผมกดวางสายพร้อมกับพยายามดันตัวเองให้ลุกจากเตียงที่วันนี้มันดูดเหลือเกิน มือก็หยีหัวตัวเองจนยุ่ง ปวดหัวไปหมดสงสัยจะดื่มเยอะไปจน

เวรกรรมมาตามเอาวันนี้ขายาวก้าวลงจากเตียงก้าวตรงไปยังห้องน้ำพร้อมกับชำระร่างกายตัวเอง แต่งตัวให้พอหล่อแล้วก็พร้อมออกจากห้องไปซื้อชุดไปงานส่งพี่รหัสตัวเอง

 

 

 

    คุณคิดว่าภายในสองวันความบังเอิญมันจะเกิดขึ้นได้บ่อยแค่ไหน แต่ในสองวันนี้ก็เป็นวันที่ผมบังเอิญเจอคนคนนี้ไปแล้วสองครั้ง ตัวของเจ้าของร่างหนาที่ถือถุงเสื้อผ้าสองสามถุงยืนนิ่งเมื่อเจ้าของหน้าตาน่ารักตัวสูงแถมยังมีดีกรีเจ้าชายของบริหารอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกับเดินเลือกซื้อของอยู่ด้วย ผมเดินไปหลบอยู่หลังชั้นวางรองเท้า ถึงมันจะบังตัวใหญ่ๆแบบนี้ไม่ได้ก็เถอะ แต่ก็คงพอที่จะไม่ให้คนที่เดินสบายๆอยู่ตรงหน้าวิ่งหนีไปซะก่อน

    พี่มินโฮ ผมซื้อมาแล้วสวยมั้ย แต่ไม่นานเท่าไรนักก็มีเด็กตัวเล็กกว่ามินโฮมากมาเดินหยุดอยู่ตรงหน้าของคนตัวสมส่วนและยื่นกล่องรองเท้าที่เปิดฝากล่องให้เจ้าตัวดูพร้อมยิ้มร่าให้

    สวยสิ เราใส่อะไรก็น่ารักอยู่ดีมินโฮพูดพร้อมกับเอามือโอบไหล่เด็กผู้ชายตัวเล็กแล้วพากันเดินไปโซนอื่น คนตัวใหญ่ที่นิ่งอยู่แล้วกลับนิ่งลงไปอีก คิดมากน่าอูจิน น้องในคณะละมั้งหรืออาจจะน้องรหัส เหลนรหัส หลานรหัสอะไรก็ได้ ไม่ใช่แฟนหรอก

    มึงหยุดหลอกตัวเองได้แล้วจู่ก็เหมือนจะมีตัวของเขาอีกคนโผล่ขึ้นมาในหัวพร้อมพูดด้วยซะงั้น อูจินเหวอไปเล็กน้อย

     พูดกันขนาดนั้น มีแต่แฟนป่ะว่ะ คิดสิคิดอูจินสอง(พึ่งตั้งให้)พูด

     แต่เขาก็อาจจะเป็นพี่น้องกันป่ะว่ะผมตอบอูจินสอง

      เออใช่ เขาอาจจะเป็นพี่น้องที่สนิทกันก็ได้

      เห้ยอูจินตกใจอีกครั้งเมื่ออีกฝั่งของตัวเองก็กลับมีอูจินมาอีกคน นี้เขาแยกร่างได้หรอ

      พี่น้องอะไรเดินโอบไหล่กันขนาดนั้นว่ะ

       ก็พี่น้องที่สนิทกันไงและอีกมากมายหลายคำพูดที่อูจินสองและอูจินสามทะเลาะกัน

       โว้ย เลิกทะเลาะกันได้แล้วอูจินตะโกนออกไป แต่เขาคงไม่ทันคิดว่าคนรอบข้างคงจะไม่เห็นอูจินสองและอูจินสามเช่นเดียวกับเขา ประชาชนแถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียวกันโดยเป้าสายตาก็คืออูจิน อูจินได้แต่หันไปขอโทษทั้งซ้ายขวาที่ตะโกนซะเสียงดังขนาดนั้นพร้อมกับเดินกุมหน้าตัวเองออกมาจากร้าน

     เอาเป็นว่าเรื่องของมินโฮเก็บมันไว้คิดวันหลังส่วนวันนี้เขาคงต้องคิดว่าจะทำยังไงให้พี่รหัสตัวเองไม่ด่าตั้งแต่วิแรกที่ก้าวขาเข้างานเพราะสไตล์การแต่งตัวดีๆของตัวเอง

 

 

 

 

    ขายาวก้าวข้ามผ่านกรอบประตูงานเข้าไป ภายในงานตกแต่งด้วยไฟและสิ่งประดับสวยงาม คนในงานต่างพากันจับกลุ่มคุยกันเป็นหย่อมๆนี้เป็นงานบายเนียร์ของคณะผมที่คณะอื่นก็สามารถมาแสดงความยินดีกับพี่ๆในคณะผมได้ ผมเดินตรงเข้าไปเรื่อยๆหวังจะเจอพี่รหัสตัวเองหรือไม่ก็น้องรหัสเฮงซวยของตัวเอง แต่กลับเจอสิ่งอื่นแทน

     ใช่ ความบังเอิญทำให้เขาเจอมินโฮที่ใส่ชุดสูทสีฟ้าอ่อนเข้ากับสีผิวของเจ้าตัวกำลังยืนคุยกับ

สตาฟในงาน เหมือนเขาจะเป็นพิธีกรของงานนี้ด้วยนะ

     คนตัวโตกว่ายืนเก้ๆกังๆไม่กล้าเข้าไปทักในหัวตีกันวุ่นว่าควรจะเข้าไปทักด้วยประโยคใดเจ้าตัวเล็กกว่าถึงจะยอมตอบผมโดยไม่หนีกันซะก่อนแต่ไม่ทันไรนักเสียงเจื้อยแจ่วของใครบางคนกลับดังขึ้น

    "พี่มินโฮฮฮฮเด็กตัวเล็กคนเดียวกับที่ผมเจอเมื่อตอนกลางวันวิ่งกึ่งเดินมาหาคนที่ถือไมค์และสวมสูทฟ้าพร้อมกับรอยยิ้มร่าเช่นเคย เขาพูดคุยกันอย่างสนุกสนานมีทั้งเสียงหัวเราะและคนหน้าแมวก็ยิ้มจนน่ารักออกมาหลายครั้งเมื่อได้คุยกับเด็กคนนั้น อิจฉา

      เขาอิจฉาคนที่ได้รอยยิ้มอย่างงั้นจากมินโฮจริงๆเพราะตอนนี้แม้แต่สายตาที่จะชายมองเขามินโฮยังไม่อยากจะทำ ยิ้มน่ะเหรอฝันไปเถอะ

     เด็กแพทย์อ่ะพี่ สนใจหรอจู่ๆก็มีเสียงมากระซิบข้างหูของผมจนขนลุกขนชัน ผมหันไปมองก็พบกับน้องรหัสตัวเองที่เซทผมเปิดขึ้นและใส่สูทสีน้ำตาลดูเป็นทางการ ในมือก็ถือแก้วเครื่องดื่มสีสวย

    ใครว่ะผมถาม

    ก็คนที่คุยกับพี่มินโฮไง จีซองมันพูดพร้อมชี้ๆ ชื่อนี้มันเหมือนกับไอ้เพื่อนตัวดีของน้องรหัสเขาเลยนี่

    มึงไปรู้ได้ไง

     เอ้าพี่ เขาคุยกันไปทั่วว่าคนคุยใหม่ของพี่มินโฮก็คือจีซองนี่แหละ พี่ไม่รู้อ่อถ้ารู้แล้วกูจะถามมึงมั้ยล่ะไอ้น้องเวร

     จริงหรอว่ะ

     เออ ผมจะโกหกทำไม เนี้ยถ้าพี่จะจีบก็เร่งหน่อยนะเว้ย ถ้านกไปผมไม่ว่างเอาไปปล่อยหรอกนะมันพูดแล้วกลั้วหัวเราะอย่างซะใจ ฮยอนจินรู้แค่ผมแอบชอบมินโฮมานานแต่มันไม่รู้ว่าผมกับมินโฮเคยเป็นแฟนกัน

      เออ มึงก็ย้ำกูจัง

      ถามจริงๆพี่รออะไรว่ะ ถ้าไม่จีบตอนนี้ก็จะจบแล้วน่ะเว้ยมันพูด พูดน่ะมันง่ายแต่จะให้ไปจีบคนเดิมอีกรอบน่ะมันไม่ง่ายนะเว้ย ยิ่งกับมินโฮแล้วโอกาสที่จะได้รับเป็นครั้งที่สองยิ่งเป็นไปได้ยาก

      เออ มึงสนใจเรื่องตัวเองไปเถอะ กูไปและผมเดินเลี่ยงมายังด้านซ้ายของงานเพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจพร้อมกับเลือกเครื่องดื่มมาเพื่อนั่งดื่มแก้เบื่อ ไม่นานนักพิธีกรหนุ่มสุดหล่อขึ้นชื่อว่าเจ้าชายบริหารกับเด็กหน้าตาน่ารักคณะแพทย์ก็ขึ้นไปอยู่บนเวทีพร้อมทั้งดำเนินรายการไปด้วยรังสีมุ้งมิ้งอย่างที่สาวๆเขาพูดกัน

      รู้มั้ยว่าฉันอิจฉา หรือว่า สุขใจ น้ำตาที่ไหลนั้นไหลมาจากจุดไหน

     เพลงของพี่บี พีรพัฒน์ดังขึ้นมาในโสตประสาท ตอนนี้อูจินแทบจะสร้างเอ็มวีเป็นเอ็มวีตัวเองได้แล้ว เหลือแค่ร้องไห้ก็สมบูรณ์ มือหนากำแก้วไวน์แน่น พร้อมกับจ้องมองคนที่ยิ้มหน้าระรื่นเป็นรอยยิ้มที่เขาเคยได้แต่ก็ทำลายมันไปเองกับมือ

    อูจินไม่ได้อคติกับคู่ของมินโฮกับจีซองหรอกนะแต่เขาคิดว่าทั้งคู่ไปกันไม่รอดหรอก ไม่ว่ายังไงทั้งไลฟ์สไตล์และอะไรหลายๆอย่าง เขากับมินโฮยังจะดูเข้ากันซะกว่า  เข้าได้แต่คิดในใจ

     งานต่างๆดำเนินการไปตามพิธีที่เตรียมไว้แต่ด้วยนี้เป็นงานเลี้ยงตอนค่ำจึงไม่ค่อยซีเรียสเรื่องพิธีการเท่าไหร่ ไม่นานก็มีการบรรเลงเพลงและปล่อยให้นักศึกษาที่มาร่วมงานวันนี้ได้เต้นหรือกินอาหารอย่างเต็มที่ ผมถือแก้วไวน์ไปตรงระเบียงที่มีผู้ชายสูทฟ้ายืนถือแก้วไวน์เช่นกันเขามองทอดออกไปยังวิวต่างๆ

     มายืนคนเดียวทำไมครับผมทักขึ้นพร้อมกับมองไปยังวิวต่างๆเหมือนไม่ได้คุยกับคนที่ยืนข้างๆ

       ยุ่งคนตัวเล็กตอบอย่างที่ผมคิดไว้อยู่แล้ว

       พูดด้วยกันดีๆหน่อยสิ

        ทำไมต้องพูดดีด้วยคนหน้าแมวหันมามองด้วยสายตาคำถามปนๆหาเรื่อง ผมหัวเราะในลำคอพร้อมทั้งจิบน้ำในแก้วไวน์เพื่อลดอาการประหม่า

        อย่างน้อยก็เคยรู้จักกันผมพูด คนตัวเล็กกว่ายอมจะกลับไปมองวิวดังเดิมและไม่หนีไปไหน

        มีคนคุยใหม่แล้วหรอผมถามทำลายบรรยากาศที่มันค่อนข้างเดดแอร์

       ยุ่งตอบคำเดิมอย่างกับโปรแกรมแชทอัจฉริยะในโทรศัพท์มือถือ

       ยุ่งไม่ได้หรือไงสิ้นประโยคผมเขาหันมามองอย่างเอาเรื่อง ผมรู้ดีว่าสถานะของผมตอนนี้สำหรับเขาแทบจะเป็นคนรู้จักไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ผมรู้เขาไม่อยากนับญาติกับผมเท่าไหร่หรอก

       เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วอูจิน จำไว้ประโยคหลังพูดย้ำอย่างเข้มแข็งและคนพูดก็เดินกระแทกเท้าเข้าในงานไปทิ้งคนคนนี้ให้ยืนนิ่งเพราะคำพูดของคนที่เคยอยู่ตรงหน้าตน

       จริงสินะ สถานะของเขาก็คือคนที่เคยรู้จัก แม้แต่เป็นเพื่อนมินโฮก็ยังไม่อยากให้เป็นเลย

       สถานะเดียวที่ชัดเจนก็คือ แฟนเก่า สถานะที่พูดเบาๆใจก็เจ็บ

       และสถานะนี้ก็คงไม่มีสิทธิไปหวงเขา อูจินควรรู้จุดยืนของตัวเอง ควรจะจำไว้สินะ

       แต่แล้วยังไงในเมื่อแฟนเก่าก็ใช่ว่าจะเป็นสถานะที่คงอยู่ตลอดไป คอยดูเถอะเขาจะทวงสถานะเดิมของตนคือ รอได้เลย อีมินโฮ

 

 

TALK

    กราบสาหวัดดีค่ะทุกคน555มาต่อแล้ว หากผิดพลาดประการใดต้องขอโทษตรงนี้เลยนะคะ

    หากไม่ดูเป็นการรบกวนก็ขอชวนรีดเดอร์ทุกคนคอมเม้นติชมหรือให้กำลังใจกันคนละเม้นสองเม้นได้ค่ะแล้วอย่าลืมแวะไปเล่น #เรื่องเล่าของแฟนเก่าอล กันด้วยน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น