Love mom baby เชื่อมรักผูกใจคุณแม่ที่รัก

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 17,821 Views

  • 74 Comments

  • 378 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    31

    Overall
    17,821

ตอนที่ 9 : ดูแล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    19 เม.ย. 61

8

ดูแล

"เธอมาช้าไปสิบห้านาที" พอถึงช่วงเที่ยงที่ฉันเลิกเรียน พี่เวลก็ขับรถมารับฉันจริงๆ อย่างที่รับปากกับพี่เวย์ที่ได้ฝากฝังเอาไว้เมื่อเช้า

พี่ฟีลเวลจอดรถดักรอฉันที่ใต้ตึกคณะที่มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว จึงทำให้ฉันเดินหนีเลี่ยงหนีจากเขาไปทางอื่นไม่ได้ เลยต้องจำยอมเดินมาหาเขาที่รถ และประโยคที่เขาทักด้านบนนั่น ก็เป็นคำทักทายแรกที่เขาส่งมาให้ หลังจากที่ฉันเดินเข้ามาหาเขาแล้ว

ขะ..ขอโทษค่ะ”  ฉันก้มหน้ารับความผิดที่พี่เวลคาดโทษมาด้วยใบหน้าบึ้งตึงและกรุ่นโกรธ

และเมื่อพี่เวลได้ยินคำแก้ตัวสั้นๆ ของฉัน เขาก็ตวัดสายตารำคาญใจมาให้ ก่อนจะใช้มือยีผมตัวเองระบายความหงุดหงิด จนเส้นผมเขาสะบัดพริ้วไหว ตามอารมณ์ที่ส่งไป

 เขาโกรธอีกแล้ว เรื่องเมื่อเช้ายังค้างคาใจกันอยู่เลย

ฉันคิดอย่างเหนื่อยหน่ายใจ เมื่อเห็นท่าทางที่เขาถ่ายทอดออกมา ทั้งสีหน้าและท่าทาง ซึ่งมักจะใช้แค่เวลาอยู่กับฉันเพียงสองต่อสองเท่านั้น

และอีกอย่าง เมื่อเช้าฉันก็บังอาจทำให้พี่เวลโกรธเป็นฟืนเป็นไฟไปขนาดนั้น เรื่องเก่าไฟยังไม่ทันที่จะได้ดับ ฉันก็ดันมาจุดกองไฟกองใหม่สุมอารมณ์เขาให้ลุกโชนหนักกว่าเก่าไปอีก เห็นแบบนี้แล้วฉันไม่อยากจะนั่งรถไปกับพี่เขาแล้วสิ ฉันกลัวโดนเผาจนเป็นจุน

ขึ้นรถได้แล้วไปพี่เวลสั่งฉันเสียงเขียว 

เมื่อได้ยินคำสั่งของพี่เวลฉันก็ทำตามอย่างว่าง่าย ถึงแม้ว่าใจจะอยากหลีกเลี่ยงให้พ้นจากเขา แต่ในเมื่อมันไม่มีโอกาสแล้ว สู้ฉันทำตามคพสั่งเขาให้มันจบๆ ไป ดีกว่ามานั่งรองรับอารมณ์อันแปรปรวนของพี่เวล ที่มันจะส่งมาให้ เมื่อฉันทำอะไรขัดใจ

ทันทีที่เข้ามานั่งในรถแล้ว ฉันก็หยิบเอาหนังสือเรียนขึ้นมาอ่านโดยพยายามไม่สนใจสายตาหงุดหงิดของพี่เวลที่ส่งมาให้ ไม่ใช่ว่าฉันจะขยันเรียนอะไรมากมายหรอกนะ เพียงแต่ต้องการหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ตัวฉันเองอึดอัดและพุ่งซ่านเวลาอยู่ใกล้เขา และเขาเองก็จะได้ไม่มาวุ่นวายกับฉันด้วย แม้จะรู้ว่ามันก็ไม่ได้ช่วยให้พ้นจากอันตรายที่ อาจจะคืบคลานเข้ามาจากคนข้างๆ ได้ ถ้าหากเขาคิดจะทำอะไรฉันจริงๆ

                “อ่านหนังสือขณะรถวิ่งแบบนั้นเดี๋ยวก็ปวดหัวหรอก” พี่เวลหันมามองฉันก่อนจะบอกประโยคคล้ายจะเป็นห่วง แต่มันกลับไม่ใช่ เพราะฟังดูจากน้ำเสียงแล้วเขาหงุดหงิดใจมากกว่าต่างหาก

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ วาชินกับการอ่านแบบนี้แล้ว” ฉันบอกตามความจริง ก็ใช่ที่การอ่านหนังสือบนรถเป็นอันตรายต่อทั้งสายตาและสุขภาพ แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่ เพราะฉันชินแล้วกับการอ่านบนรถแบบนี้ เนื่องจากฉันชอบอ่านเวลาใกล้สอบและกำลังเดินทางไปโรงเรียน ในขณะที่นั่งอยู่ในรถที่ทางบ้านพี่เวย์ไปส่งหรือบนรถเมล์

“เตือนไม่ฟังก็ตามใจเธอแล้วกัน” พี่เวลพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะหันกลับไปขับรถต่อ

รถวิ่งได้ไม่ถึงสิบนาทีฉันก็เริ่มปวดหัว ตาลายและอยากจะอ้วก จึงต้องปิดหนังสือวางลงบนหน้าตัก และหยิบเอายาดมขึ้นมาสูด ช่วงนี้ฉันเลยกลายเป็นคนติดยาดมเอาเสียแล้ว เพราะชอบมึนหัวอยู่บ่อยครั้ง จึงต้องพกติดตัวเผื่อเกิดหน้ามืดกะทันหันจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ทัน

“เป็นไงละ อวดเก่งดีนัก ถึงขนาดนั่งดมยาเลยหรอ” เมื่อคนข้างๆ เห็นฉันหยิบยาดมขึ้นมาดม เขาก็เอ่ยค่อนแขวะออกมา เพราะฉันไม่ฟังในสิ่งที่เขาเตือน

และถึงแม้ว่าพี่เวลจะแขวะฉันแบบนั้น ก็ไม่ได้ทำให้ฉันหันไปสนใจเขาสักเท่าไหร่ เพราะอาการฉันตอนนี้ไม่พร้อมที่จะรับอารมณ์โมโหร้ายของพี่เวลได้หรอก แถมอีกอย่างฉันเองก็เริ่มที่จะชินและทำใจได้ไม่มากก็น้อยแล้ว

เพราะว่าตั้งแต่เจอเขามา ฉันต้องพบกับปัญหาสารพัดที่รุมล้อมชีวิต และฉันต้องก้าวผ่านมันไป ผ่านไปให้ได้

แต่ให้ตายเถอะ...ทำไมคราวนี้ถึงได้ปวดหัวหนักขนาดนี้นะ

ฉันยกมือขึ้นมานวดขมับตัวเองเบาๆ เมื่อความมึนไม่มีทีท่าว่าจะหายไปเหมือนทุกครั้งที่เป็น พรางสูดยาดมเข้าปอดลึกๆ เพื่อให้ยาได้เข้าไปเต็มๆ ช่องลมหายใจ เผื่อมันจะช่วยให้อะไรดีขึ้นบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ผล

และเมื่อไม่มีท่าทีว่าจะหายมึนหัว ฉันจึงเอนหลังพิงกับเบาะรถหรูคันนี้ พรางหลับตาลงเพื่อไล่ความรู้สึกปั่นป่วนในช่วงท้อง และความมึนจากศีรษะโดยไม่ได้สนใจคนข้างๆ ว่าจะมองฉันด้วยสายตาที่เป็นห่วงขนาดไหน

                และฉันก็ไม่ทันได้คิด ว่าการหลับตาพักผ่อนครั้งนี้จะทำให้ฉันหมดสติไปเสียดื้อๆ

                .......................

                รถออร์ดี้สีดำเคลื่อนตัวมาจอดที่หน้าบ้านเมฆอนันต์ ช่วงเที่ยงแบบนี้บ้านหลังนี้จะไม่ค่อยมีคนอยู่นัก นอกจากคนใช้ในบ้านและแม่ครัว เพราะทุกคนต้องออกไปทำงานเป็นประจำปกติทุกวันของตัวเอง

                “วิวา ถึงบ้านแล้ว”

                “..........” ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างบางที่นอนหลับไม่ได้สติ ฟีลเวลจึงหันไปเรียกเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม

                “วิวา”

                “....” แต่ก็เหมือนเดิม เธอไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมามองเขาเลยด้วยซ้ำ เขาจึงเปิดประตูลงจากรถแล้วอ้อมไปฝั่งข้างคนขับก่อนจะเขย่าเรียกเธอเบาๆ

                “วา” แต่เธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น

เมื่อเป็นอย่างนั้นฟีลเวลก็ช้อนร่างบางที่หลับอยู่บนรถของตัวเองลงมาและอุ้มเธอเข้าไปในตัวบ้าน สาวใช้ต่างพากันตกใจกับภาพที่เห็น เพราะพวกเธอไม่รู้ว่าคุณหนูเล็กของบ้านเป็นอะไร ถ้าเกิดคุณหนูจอมโวยวายของบ้านเห็นเข้าพวกเธอไม่แย่หรอกเหรอ

“คะ..คุณฟีลเวลค่ะ คุณหนูวาเป็นอะไรไปค่ะ” สาวใช้ที่สนิทกับวิวามากที่สุดรุดเข้าไปถามเป็นคนแรก ด้วยเพราะฟีลเวลกลายเป็นแขกประจำของที่นี่ไปแล้ว ทุกคนในบ้านจึงรู้จักเขาเป็นอย่างดี ก็เลยไม่แปลกที่สาวใช้สามารถเรียกชื่อของเขาออกมาได้  คนถูกเรียกหันไปมองคนถามแว็บหนึ่งก่อนจะพาเธอเดินเข้าไปยังห้องคนหมดสติ ทิ้งเพียงคำพูดไม่กี่คำให้สาวใช้ได้โล่งใจ

“เธอไม่สบายนิดหน่อย ไม่เป็นไรมากหรอก”

แต่เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนเขาก็ต้องเกิดอาการงงเล็กน้อยเพราะห้องที่นี่ก็ไม่ต่างจากบ้านเขาเท่าไหร่ที่เยอะมากจนไม่รู้ว่าห้องไหนเป็นห้องนอนของเธอกันแน่ ฟีลเวลหันซ้ายหันขวาเพื่อหาคนช่วยบอกทางแต่ก็ไม่มีเพราะสาวใช้ทุกคนทำงานกันอยู่ด้านล่าง จะให้ตะโกนลงไปถามก็เสียมารยาทแต่ถ้าจะให้เดินลงไปถามใหม่โดยที่ในอ้อมแขนมีผู้หญิงตัวบางไว้อยู่ก็ใช่เรื่อง ถึงแม้เธอจะตัวเล็กเบาแค่ไหนก็ไม่ใช่ว่าเธอจะเป็นคนไร้น้ำหนัก ขืนเขาอุ้มเธอลงบันได้ไปด้วยกันคราวนี้ได้ล่วงหล่นลงไปทั้งสองคนแน่ๆ

                เหมือนโชคจะเข้าข้างเมื่อสายตาเขาเหลือบไปเห็นห้องๆ หนึ่งที่เหนือลูกบิดมีป้ายติดความเป็นเจ้าของห้องเอาไว้ซึ่งก็เดาไม่ยากว่าห้องนั้นต้องเป็นห้องของคนที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาตอนนี้

                และเมื่อเห็นอย่างนั้นเขาก็ไม่รอช้ารีบพาเธอเข้าไปนอนทันที ซึ่งก็เข้าได้ง่ายๆ เพราะประตูไม่ได้ลงกลอน ทันทีที่เข้ามาในห้องได้ร่างสูงก็พาคนในอ้อมแขนไปวางไว้บนเตียงย่างแผ่วเบา และเขาก็นั่งมองหน้าคนหลับด้วยอารมณ์ที่หลายหลาย

                ...........มองด้วยความสับสน

                ...........มองด้วยความอยากเอาชนะ

                ...........มองด้วยความทะนุถนอม

                ...........หรือมองด้วยความรักและเอ็นดู

                มือหนานุ่มของฟีลเวลเอื้อมไปปัดปรอยผมที่ล่วงหล่นมาปิดใบหน้าขาวใสรูปแบบคนจีนไปทัดที่หู ทำให้เขามองหน้าเจ้าของคนตัวเล็กนี้ได้ถนัดตา และยิ่งได้มองใกล้ๆ แบบนี้เขากลับรู้สึกอยากปกป้องและอยากอยู่ข้างกายสาวสวยคนนี้ไปตลอด ไม่ใช่ว่าอยากจะแค่รับผิดชอบเท่านั้น

เขาเคยบอกแล้วความสัมพันธ์แค่นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาผูกมัดเขาได้

แต่กลับผู้หญิงคนนี้เขาเต็มใจ ยินดี และอยากร่วมทางเดินกับเธอไปด้วย

                แล้วจะให้ทำอย่างไรในเมื่อเธอปฏิเสธเสียงแข็งทั้งน้ำตาแบบนั้นว่าไม่ต้องการคนอย่างเขา เขาไม่ดีหรือทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือ.....

                ก็ใช่ที่เขาชอบรุนแรงและตวาดเธอ แต่นั่นก็เพราะความโกรธที่ผู้หญิงคนนี้ไม่ยินยอมให้เขาได้รับผิดชอบเธอสักที ทั้งๆ ที่วันนั้นเขาและเธอก็ไปไกลด้วยกันทั้งคู่แล้ว แถมเขายังเป็นคนแรกของเธอแม้เธอจะไม่มีสติก็ตามที

                จะทำยังไงให้เธอใจอ่อนนะ

                นึกแล้วก็โกรธและโมโหตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ที่ดันมาเลือกสนใจผู้หญิงที่ไม่แม้แต่จะแลตามองเขาสักนิด แถมยังต้องการผลักใสเขาให้ออกห่างจากชีวิตเธออีกเสียด้วย ทั้งๆ ที่ผู้หญิงมากหน้าหลายตาพร้อมที่จะเข้ามาเดินเคียงคู่กับเขาด้วยกันทั้งนั้น

                เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน....

                เสียงหายใจอย่างสม่ำเสมอของคนตัวเล็ก ทำให้ฟีลเวลเลื่อนสายตาจากดวงตาที่ปิดสนิทไล่ลงมาเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ริมฝีปากบางอมชมพู ไม่แต่งเติมเครื่องสำอางใดๆ ที่เขาเคยสัมผัสมาหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน และตอนนี้เขาก็คิดอยากที่จะสัมผัสมันอีกครั้ง เผื่อจะสามารถระบายความเจ็บป่วยไม่สบายของคนตัวเล็กให้หายได้

                ทั้งๆ ที่รู้มันไม่เกี่ยวกันเลย.....

                สัมผัสแผ่วเบาเหมือนต้องการทะนุถนอมสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิต แม้จะเคยทำร้ายให้มันเจ็บปวดมาแล้วหลายครั้งของฟีลเวลทำให้ร่างบางที่นอนอยู่ขยับตัวจนปากที่แนบชิดติดกันตอนแรกหลุดออกไป ด้วยเพราะรู้สึกรำคาญกับมารที่มารบกวนเวลานอนของเธอ ใช่ว่าเธอจะป่วยแล้วไม่มีความรู้สึก ตรงกันข้ามในยามที่เธอป่วยเธอต้องการความเป็นส่วนตัวในการพักผ่อนมากที่สุด

                แต่ฟีลเวลก็ไม่ยอมแพ้คนตัวเล็ก เขาไล่ตามไปประกบจูบที่ริมฝีปากบางอีกครั้ง และคราวนี้เขาก็สูดดมความหอมหวานจากพวงแก้มนิ่มของเธอเข้าเต็มปอด กลิ่นแป้งเด็กแทนที่จะเป็นน้ำหอมลอยวนอยู่เต็มปอดของฟีลเวล และตอนนี้เขากำลังควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ไดอีกแล้ว

                ก็อกๆๆ

                ยังไม่ทันที่จมูกโด่งเป็นสันของฟีลเวลจะเลื่อนต่ำลงมาสูดดมต้นคอขาวระหงน่ากัดของคนป่วย เสียงเคาะประตูสองสามครั้งก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน จึงทำให้เขารีบเด้งตัวเองออกจากร่างบางนั้น จะว่าเป็นโชคดีก็ได้ที่มีคนมาขัดจังหวะให้เขาไม่ทำอะไรเลยเถิดไปอีกครั้ง แต่จะว่าเป็นโรคร้ายก็ได้ที่เขาหาเศษหาเลยกับผู้หญิงใจแข็งตรงหน้ายังไม่เต็มที่เลย

                “เข้ามาเลยครับ” เมื่อสำรวจตัวเองเรียบร้อย ฟีลเวลก็ขานรับเสียงเคาะประตูเมื่อครู่ เป็นเชิงอนุญาตให้บุคคลด้านนอกเข้ามาได้

                เมื่อประตูเปิดออก สาวใช้ที่เข้ามาถามอาการของวิวาตั้งแต่อยู่ข้างล่าง ก็หิ้วอ่างน้ำเล็กๆ เพื่อที่หวังจะเช็ดตัวให้ผู้มีศักดิ์เป็นเจ้านาย เธอวางอ่างน้ำไว้ที่โต๊ะข้างๆ หัวเตียง และนำผ้าผืนเล็กลงไปจุ่ม บิดให้หมาดเตรียมที่จะเช็ดตัวให้คนป่วย ถ้าไม่ติดว่าคนที่พาคุณหนูเข้ามาจะขัดเอาไว้เสียก่อน

                “ไปทำงานต่อเถอะครับ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง”

                “แต่ว่า.....” สาวใช้มองหน้าฟีลเวลแบบไม่ค่อยสบายใจนัก ถึงแม้จะเป็นแขกพิเศษของบ้าน แต่การให้ผู้ชายกับผู้หญิงตัวเล็กอยู่ด้วยกันสองต่อสองก็ใช่ที่ ยิ่งคุณหนูวิวาที่สวย ขาว ใสขนาดนี้ ใครจะอดใจไหว แม้การศึกษาและฐานะจะดีเพียงใดก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้กันทุกคน

                “ไม่เป็นไรครับ เชื่อใจผมเถอะ”

                “ค่ะ งั้นฝากด้วยนะคะ” เมื่อได้ยินคำยืนยันอีกครั้ง สาวใช้ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรับปาก และยื่นผ้าเช็ดตัวผืนเล็กให้ฟีลเวล ก่อนจะออกจากห้องไปในที่สุด

                เมื่อสาวใช้ออกไปแล้ว ฟีลเวลก็มองผ้าที่ถือในมืออย่างคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรต่อดี ใช่ว่าเขาจะไม่รู้วิธีการเช็ดตัวหรอกนะ แต่การที่ต้องแตะเนื้อต้องตัวคนป่วยคนนี้โดยไม่คิดอะไรเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่สุด ยิ่งเมื้อกี้อารมณ์เขาเพิ่งจะหลุดไปแล้วแท้ๆ

            เอาเถอะ! เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

                เขาคิดเข้าข้างตัวเองก่อนจะยกแขนขาวเนียนของวิวาขึ้นมาและใช้ผ้าเปียกชื้นลูบไปตามลำแขน เมื่อเสร็จข้างหนึ่งแล้วเขาก็นำผ้าไปซักและจัดการเช็ดตัวให้คนตัวเล็กคนนี้ไปเรื่อยๆ จนเสร็จเรียบร้อย โดยก็แอบลวนลามเธอไปเล็กน้อย เช่นจูบมือ อ่า...มันก็คงไม่เสียหายไปกว่าที่เคยทำหรอกมั้ง

                ฟอร์เทลซักผ้าเช็ดตัวอีกครั้ง และยื่นไปเช็ดตามใบหน้าและลำคอ พลันสายตาก็เห็นรอยแดงจางๆ ที่เขาเคยฝากเอาไว้ ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะผุดยิ้มร้ายขึ้นมา

                เขามีแผนอีกแล้ว.....

                เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นตามที่เขาต้องการ ฟีลเวลก็ออกไปเรียกสาวใช้ให้ขึ้นมาเก็บของและขอยาแก้ปวดหัวสองเม็ดให้กับคนป่วย ด้วยเพราะดูจากอาการบนรถแล้วเธอน่าจะปวดหัวมากว่าไม่สบายจากการเป็นไข้หรือตัวร้อน เพราะร่างกายเธอไม่มีไอร้อนแผ่ออกมาให้ได้รู้สึก

                เมื่อเขาสั่งการเรียบร้อยก็ขอตัวกลับไปทำงาน เพราะหนีงานมาได้กว่าสามชั่วโมงแล้ว ดีที่บริษัทที่เขาทำให้อิสระเต็มที่ จึงไม่แปลกที่เขาสามารถเกงานได้บ่อยๆ แต่เขาก็พอจะรู้จักกาลเทศะว่าอันไหนควรไม่ควร ดังนั้นแล้วเพื่อเป็นการให้เกียรติเขาควรกลับเข้าบริษัทไปทำงานต่อ

                เพราะถือว่ายังไงแล้วเขาก็ทิ้งระเบิดลูกโตให้กับสาวน้อยที่นอนป่วยอยู่บนห้องได้ตกใจเล่นๆ ตอนตื่นไปเรียบร้อยแล้ว และคงไม่ต้องรอเฝ้าให้ตื่นขึ้นมาเห็นว่าใครเป็นคนทำด้วยตัวเองหรอก แค่เห็นระเบิดลูกนั้น เธอก็คงรู้โดยสัญชาติญาณตัวเอง

                ฟีลเวลเดินออกมาจากบ้านเมฆอนันต์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อคิดถึงสิ่งที่เขาได้ทิ้งเอาไว้ให้กับคนตัวเล็กนั่น และสตาร์ทรถหรูของตัวเองกลับไปทำงานด้วยอารมณ์ที่เปลี่ยนไป จากอาการบูดบึ้งมาเกือบทั้งวันตั้งแต่เช้า....


Talk :  ฝากถึงนักอ่านที่น่ารักทุกคน เนื่องจากมีคนย้อนมาอ่านผลงานของไรเตอร์ 2 เรื่องที่แต่งไว้ตั้งแต่ปี 55 

และมีคนกดติดตามเป็นแฟนคลับเรื่องนี้เยอะจนไรเตอร์ไม่คิดว่าจะมีคนชอบมากขนาดนี้ เลยอยากขอบคุณทุกคนด้วยการนำเรื่องนี้มารีไรท์ใหม่ค่ะ แก้ไขคำผิดและเพิ่มความเข้าใจในการอ่าน เปลี่ยนภาษาให้เข้าใจง่าย นักอ่านจะได้ไม่งงในภาษา จะค่อยๆ อัพไปทีละนิดควบคู่กับเรื่องอื่นๆ  *แต่ไม่ได้ลบตอนที่ลงไปแล้วนะคะใครอยากอ่านแบบงงๆ ภาษาไม่สวยก็ไปอ่านล่วงหน้าก่อนได้ แต่ไรเตอร์จะเริ่มขัดเกลาใหม่นับแต่นี้ วันละ 1 - 2 ตอน กันเว็บเสปม หากกดพับลิคบ่อยเกินไป* 

หากแต่ใครอยากอ่านแบบเข้าใจโดยง่ายก็รอหลังจากรีไรท์จนจบก็ได้ค่ะ 

เนื้อเรื่องเหมือนเดิมนะคะ ไม่ได้เปลี่ยนเเปลงแต่อาจจะมีเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจได้โดยง่าย

ฝากนิยายเรื่องนี้และอีกหลายๆ เรื่องที่ลงไว้ด้วย ช่วงนี้ไรเตอร์ขยัน 

ฝากเม้น + ติดตาม + โหวต ให้กำลังใจไรเตอร์ด้วยนะคะ 

ขอบคุณมากค่ะ จุ้บๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #17 moko_cheese (@moko-cheese) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 08:16
     แหน่ะ ฟีลเวลเจ้าเล่ห์นักนะ  ชอบเค้าแล้วอ่ะเด้ 555
    แต่วิวาซวยแล้วแหละ  มีความสุขสักทีเถอะ สงสารนางเอก ไม่ไหวแล้วไรเตอร์ T T   

    #17
    0