Love mom baby เชื่อมรักผูกใจคุณแม่ที่รัก

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 17,821 Views

  • 74 Comments

  • 378 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    31

    Overall
    17,821

ตอนที่ 8 : หลบหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2323
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    7 เม.ย. 61

 

 7

หลบหน้า

               

                จากที่คิดว่าต้องไปพบที่ปรึกษาแต่เช้า ตอนนี้ฉันกลับมาถึงมหาวิทยาลัยเกือบเก้าโมงครึ่ง ซึ่งคาบโฮมรูมพบที่ปรึกษาก็กำลังจะหมดลงไปแล้ว และสภาพฉันตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะไปเจอหน้าเพื่อนใหม่ในห้องได้ ฉันจึงเดินเลาะทางที่ไม่ค่อยมีคนสัญจรหาห้องน้ำหญิง เพื่อจัดการกับสภาพที่เป็นอยู่ของตัวเองตอนนี้

                ด้วยความที่ว่าฉันมามหาวิทยาลัยนี้ไม่กี่ครั้ง เลยยังไม่คุ้นชินกีบภูมิทัศน์ที่นี่สักเท่าไหร่ การมองหาห้องน้ำที่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนเลยเป็นเรื่องยาก แต่เดินไปได้ไม่นานฉันก็พบมันตั้งอยู่ไม่ไกลจากอาคารที่ฉันต้องไปเข้าเรียนมากนัก 

                เมื่อเห็นจุดหมายที่จะไปแล้ว ฉันก็รีบพาร่างกายที่มีสภาพไม่ต่างจากยัยผีบ้าหัวฟูเสื้อยับ ใบหน้าก็หมองซีดและมันเข้าไปในห้องน้ำ จะได้รีบจัดการตัวเองแล้วไปเข้าเรียน อย่างน้อยก็ขอให้ทันก่อนที่อาจารย์ที่ปรึกษาจะออกไปจากห้องก็พอ

                และทันทีที่ฉันเข้ามาในห้องน้ำได้ แล้วได้เห็นตัวเองในกระจกใสบานใหญ่เข้าขาฉันก็แทบทรุด เพราะมันยิ่งกว่าที่บรรยายเอาไว้ตั้งแต่ทีแรกเสียอีก ตอนนี้ริมฝากฉันบวมแดงเหมือนโดนผึ้งต่อยมา แถมใต้ตาก็บวมเป่งเหมือนลูกมะนาว ถ้าถามว่าใครทุเรศที่สุดในปฐพี ฉันบอกได้เลยไม่ต้องพึ่งกระจกวิเศษอะไรทั้งนั้น เพราะคนคนนั้นต้องเป็นฉันคนนี้แน่ๆ

                ฉันที่ทนกับสภาพของตัวเองไม่ไหว เลยรีบกวักน้ำมาลูบตามใบหน้าเพื่อล้างสิ่งสกปรกออกไป แต่ถึงทำอย่างนั้นร่องรอยต่างๆ ที่พี่เวลสร้างเอาไว้ ก็ไม่มีท่าทีว่าจะหลุดหายออกไปเลย ซ้ำร้ายกลับเด่นชัดขึ้นมาอีกเมื่อถูกน้ำเย็นๆ ไปสัมผัสโดนเข้า

                น้ำตาที่เหมือนจะล่วงไหลออกมาทำให้ฉันต้อเงยหน้ามองขึ้นเพดาน เพื่อไล่ให้มันไหลย้อนกลับไปทางเดิม โชคยังดีที่ตอนนี้เป็นเวลาเรียนจึงไม่ค่อยมีนักศึกษาเข้ามาใช้ห้องน้ำ อีกทั้งห้องน้ำบริเวณนี้ถือว่าโล่งมาก เพราะอยูนอกอาคารเรียน ตอนนี้เลยมีแต่ฉันอยู่คนเดียวเท่านั้น

                ฉันยืนสำรวจตัวเองอีกสักพักก็เตรียมที่จะออกจากห้องน้ำเพื่อเข้าเรียน แต่ยังไม่ทันที่จะได้ละสายตาออกจากกระจกใบใหญ่ตรงหน้า สายตาก็ดันไปสะดุดกับรอยแดงๆ ที่โผล่พ้นออกมาจากคอเสื้อ จนฉันต้องหยุดชะงัก มองรอยแดงๆ นั่นที่ปรากฎให้เห็นในกระจก จนตากลมๆ เล็กๆ ของตัวเองแทบถลนออกมานอกเบ้า 

            อยากจะเป็นลม รอยนี้มัน..

เห็นอย่างนั้นฉันก็กลับมายืนที่เดิมก่อนจะเปิดคอเสื้อดูรอยนั้นให้ชัดๆ มันเป็นรอยแดงช้ำเลือดวงกว้างสองสามจุด แถมยังมีรอยเขี้ยวจางๆ ฝังอยู่ด้วย

ต้องเป็นตอนนั้นแน่ๆ

ฉันคิดพรางยกมือมาลูบที่รอยนั้นด้วยความช้ำใจ และเผลอคิดไปถึงคนที่ทำให้ฉันต้องกลายสภาพมาเป็นแบบนี้ ถ้าเกิดเขาไม่มาซ้ำเติมเรื่องในคืนนั้น ฉันก็คงดำเนินชีวิตไปได้ตามปกติสุขและลืมเรื่องนั้นไป ไม่คิดอะไรมากอีกแล้ว แต่ตอนนี้มันกลับไม่ใช่ ฉันจะปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้ และบางทีฉันอาจจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพี่เวล และพยายามทำให้เขาไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ได้

ใช่! ฉันต้องทำอะไรสักอย่างที่จะให้เขาพูดเรื่องนี้ออกมาไม่ได้

และดูจากตารางเรียนของฉันแล้ว ฉันมีเรียนคาบเช้าทุกวัน แต่ช่วงบ่ายจะว่างเยอะมาก ฉันจึงสามารถกลับบ้านเองได้โดยไม่ต้องรอให้พี่วย์เลิกงานแล้วกลับพร้อมกัน ติดแค่ตอนเช้าที่ฉันดันมีเรียนจึงต้องนั่งรถมาพร้อมกับพี่เวย์และพี่เวล แล้วแบบนี้ฉันจะหลบการเผชิญหน้ากับพี่เวลได้ยังไง


วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ฉันต้องนั่งรถไปมหาวิทยาลัยพร้อมกับพี่ๆ ทั้งสองคน โดยที่นั่งของฉันก็คือที่เดิม ที่ต้องมานั่งข้างคนขับเป็นเพื่อนพี่เวล แต่ที่แปลกแตกต่างออกไป คือสายตาโกรธเคืองที่พี่ดวลส่งมาให้ฉันมากกว่าปกติของทุกวัน อาจเป็นเพราะหลังจากที่ฉันรู้เรื่องนั้น ฉันเลยพยาบามหลีกเลี่ยงการเจอเขา และพยายามที่จะไม่พูดหรือคุยกับเขามากเกินควร พี่เวลเลยีอาการแบบนี้ใส่ฉัน จนฉันต้องแกล้งก้มลงมองมือตัวเอง หลบสายตาดุๆ นั่น

หลังจากทนสายตาที่คอยเหลือบมองมาได้สักพัก รถก็มาจอดหน้าโรงแรมที่เดิมที่เป็นที่ฝึกงานของพี่เวย์ และฉันก็เตรียมจะเปิดประตูลงจากรถอีกเช่นเคย 

ใช่..ไม่ผิดหรอก เช่นเคยเหมือนทุกวันที่ผ่านมา เพราะเมื่อถึงที่หมายก็จะฉันรีบชิ่งลงรถพร้อมพี่เวย์ตลอด ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากเกรงใจพี่เวลมากนักเพราะต้องอ้อมรถไกล นั่งรถเมล์จากตรงนี้ไปแป็ปเดียวก็ถึง 

แม้ตอนแรกพี่เวย์จะไม่ยอมเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย แต่พอฉันหาเหตุผลร้อยแปดมาอ้างเธอก็ยอมให้ฉันในที่สุด จะมีก็แต่คนขับเท่านั้นแหละที่ถึงแม้ว่าจะรั้งฉันด้วยข้ออ้างต่างๆ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นคนนอก 

และถึงแม้ว่าเขาจะเสนอความคิดเห็น ว่าไม่มีอะไรที่เป็นการรบกวนและเต็มใจไปส่ง แต่ฉันก็ยังยืนยันว่าจะไปเอง พี่เวลจึงทำได้เพียงชักสีหน้าใส่ให้ฉันเห็นคนเดียวเท่านั้น

“วันนี้พี่ขอไปส่งน้องวานะครับ” ยังไม่ทันที่ทั้งฉันและพี่เวย์จะลงจากรถ เสียงทุ้มเข้มก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน ฉันจึงหันไปทางเขาเพื่อปฏิเสธ

“ไม่ดีกว่าค่ะ วันนี้วาว่าจะแวะร้านหนังสือข้างๆ มหาวิทยาลัย วาไม่อยากรบกวนเวลางานของพี่เวล” ฉันโกหก

“แต่พี่ได้ข่าวมาว่าวันนี้มีโจรแหกคุกแถวๆ นี้ออกมา พี่เกรงว่าจะเป็นอันตรายนะครับ”

“อะไรนะ! จริงเหรอเวล งั้นวาพี่คงให้น้องไปเองไม่ได้เหมือนทุกวันแล้วมันอันตราย” เมื่อไม่มีหนทางในการยื้อฉันเอาไว้แล้ว พี่เวลจึงอ้างเหตุผลงี่เง่าที่ชักจูงพี่เวย์ให้หันมาสนใจด้วยได้ และมันก็ได้ผลซะด้วย พี่เวย์เชื่อเขาเป็นตุเป็นตะเลย 

“แต่...” พี่เวลน่ากลัวกว่าโทรแหกคุกพวกนั้นเสียอีก

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น เวลพี่ฝากน้องด้วยนะ ส่งให้ถึงห้องเลยยิ่งดี อ้อใช่สิ วา วันนี้เลิกกี่โมง”

“ทะ...เที่ยงค่ะ”

“ดี ช่วงนั้นเป็นเวลาพัก เวล พี่ฝากไปรับแล้วส่งวาที่บ้านให้หน่อยนะ พี่ไม่ค่อยไว้วางใจให้กลับเองซะเท่าไหร่”

“พี่เวย์คะ!

“อะไรเรียกอย่างกับพี่จะส่งไปโรงเชือด" การให้ฉันไปเผชิญหน้ากับพี่เวลสองต่อสอง มันต่างจากส่งฉันโรงเชือดตรงไหน "ห้ามขัดพี่เด็ดขาดนะ ไม่อย่างนั้นเจอดีแน่” ว่าจบพี่เวย์ก็เปิดประตูลงจากรถไป ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่บนรถข้างคนขับด้วยความหวาดกลัว ตอนนี้ฉันสามารถเดาอนาคตของตัวเองได้จากสายตาและท่าทางของพี่เวลที่แสดงออกมาหลังจากประตูรถถูกพี่เวย์ปิดลงไปแล้ว

“เธอหนีฉันตลอดไม่ได้หรอกนะ ฉันเคยเตือนเธอแล้ว...” สิ้นเสียงเข้มดุ รถออร์ดี้สีดำก็พุ่งทยานออกจากหน้าโรงแรมทันที

แล้วก็เป็นอย่างที่ฉันกลัว เพราะแทนที่เขาจะตรงไปส่งฉันที่มหาวิทยาลัยอย่างที่รับปากอย่างดิบดีกับพี่เวย์ เขากลับหักเลี้ยวเข้าซอยเดิมที่เคยพาฉันมาในวันนั้น โดยตัวฉันเองก็ได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้จะโวยวายหรือมองหน้าเขา

เพราะฉันรู้อันตรายที่ไม่อยากให้เกิดกำลังคืบคลานเข้ามาหาฉันอีกแล้ว

รอยในวันนั้นเพิ่งหายไปไม่ถึงสองวัน หากมันจะเกิดขึ้นอีก มันคงเป็นตราบาปในชีวิตฉันตลอดไปแน่ๆ ทั้งๆ ที่ฉันอยากจะลบเลือนเรื่องเลวร้ายทั้งหมดออกไปจากชีวิต แต่ดูเหมือนมันจะยากเกินกว่าจะทำได้

ตอนนี้ฉันก็ได้แต่เพียรภาวนา ขอให้เขาไม่ทำอะไรฉันจนก่อให้เกิดความน่าอับอายแบบนั้นอีก รู้ไหมว่ากว่าฉันจะรอดพ้นสายตาของพี่เวย์ที่จับพิรุธของฉันได้ก็แทบแย่ แถมยังใส่เสื้อผ้ามิดชิดซะทุกคนสงสัยว่าอากาศร้อนแบบนี้ยังใส่เสื้อมิดคอทั้งๆ ที่ฉันชอบใส่เสื้อยืดคอกลมเสียมากกว่า

“ไง...ทำไมหน้าซีดแบบนั้นละ” เมื่อรถหยุดได้ไม่ถึงวินาที เสียงของคนขับข้างๆ ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบที่มีมาตลอดทาง นั่นจึงเป็นเหตุทำให้ฉันสะดุ้งสุดตัว ตื่นจากความคิดพรางค่อยๆ เหลือบสายตามองเขาอย่างกลัวๆ ก่อนจะรีบก้มหน้าลงเมื่อเห็นว่าพี่เวลกำลังจ้องฉันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อหรือฆ่าให้ตายกันไปข้าง

“วะ....วาปวดหัวนิดหน่อยค่ะ” ฉันปดคำโต เพราะฉันรู้ตีวเองดีว่าที่หน้าซีด ก็เพราะกลัวสายตาและท่าทางของเขา แต่จะให้ทำอย่างไร จะให้บอกเขาไปตรงๆ น่ะเหรอว่าฉันกำลังกลัว พี่เวลคงจะหัวเราะเยาะและยิ่งคุกคามการกระทำมากกว่านี้แน่

“ปวดหัวงั้นเหรอ หืม....วันนี้ข้ออ้างฟังไม่ค่อยขึ้นเลยน่ะ” ไม่ว่าเปล่าเขายังเอื้อมตัวเองเข้ามาใกล้ฉัน จนฉันต้องเอนหลังพิงตัวเองไว้กับประตูรถ และยกมือขึ้นมาปกป้องตัวเองเอาไว้

“พะ...พี่เวล ยะ...อย่าทำแบบนี้นะคะ” ฉันเอ่ยเสียงสั่นห้าม แต่คนตรงหน้ากลับแค่หยักริมฝีปากขึ้นเหมือนยิ้มเยาะ มือทั้งสองข้างของเขายื่นมากระชากบ่าของฉันให้เข้าไปหา

เพราะแรงที่มีมากล้นของพี่เวลทำให้ฉันขัดขืนอะไรได้ไม่มาก ตัวฉันจึงลอยเข้าไปกระทบกับอกกว้างๆ ของเขาอย่างแรง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ออกมาจากตัวพี่เวลทำให้ฉันนิ่งไปชั่วขณะ และตอนนี้ฉันก็ตกมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาเรียบร้อยแล้ว

ทำไม ฉันถึงติดว่าอ้อมกอดนี้มันอบอุ่นจังนะ

อยากจะบ้า ฉันเกลียดอาการแบบนี้ของตัวเองที่สุดเลย...

“ไม่ให้ทำแบบนี้แล้วจะให้ฉันทำแบบไหนละ ทบทวนเรื่องวันนั้นเลยดีไหม เธอจะได้จำฉันได้สักที” ลมที่ถูกปล่อยออกมาจากปากของคนที่กำลังกอดฉันอยู่เป่ารดที่ห้างใบหู นั่นจึงเป็นเหตุทำให้ขนฉันลุกซู่อย่างบอกไม่ถูก ลมหายใจของฉันก็ติดขัดเหมือนอากาศรอบๆ ไม่เพียงพอต่อการหายใจ

“มะ....ไม่ดีค่ะ ไม่ดี” ด้วยความตกใจฉันจึงเผลอปฏิเสธสิ่งที่เขาเชื้อเชิญแต่ลืมทบทวนคำถามที่เขาถามมาตอนแรก ที่เขาบอกว่าให้ทบทวนเรื่องคืนนั้น ทั้งๆ ที่ฉันเป็นคนปฏิเสธเขาเองว่าฉันไม่เคยมีความหลังอะไรกับเขาทั้งนั้น

“ฮึ! เธอรู้เหรอว่าคืนนั้นคืออะไร ทั้งๆ ที่เธอเป็นคนปฏิเสธเองว่าเธอไม่ใช่”

“มะ...ไม่ค่ะ ไม่ใช่ วะ....วาพูดผิด” ฉันที่ก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปรีบกลับคำพูดของตัวเองทันที ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่ามันคงแก้ตัวไม่ทันแล้ว

“สายไปแล้วล่ะวิวา แล้วต่อจากนี้ไป เธอไม่มีสิทธิทีาจะปฏิเสธฉันอีกแล้ว” คำพูดที่เน้นย้ำของพี่เวลทำให้ฉันแทบเสียสติ 

ฉันเงยหน้าขึ้นมองหน้าพี่เวลอย่างสิ้นหนทาง ทั้งๆ ที่ฉันเป็นผู้หญิงและอยากให้เรื่องมันจบ แต่ทำไมเขาถึงยังอยากรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ นั้นขึ้นมา ทำไมเขาไม่ให้มันจบไปเหมือนเราไม่รู้จักกันซะ แล้วต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมาวุ่นวายกันอีกต่อไป

“พี่เวลคะ” ฉันกลั้นใจเรียกชื่อคนที่กำลังสูดดมผมหนานุ่มของฉันให้ได้สติ 

และเมื่อพี่เวลได้ยินฉันเรียกออกไป เขาก็ชะงักหยุดการกระทำนั้น ก่อนจะดันบ่าของฉันออกห่างนิดหน่อย เพื่อที่จะได้มองเห็นหน้าฉันได้ถนัดตา

“ว่าไง เรียกเสียงหวานแบบนี้จำฉันได้แล้วใช่ไหม” เขาถามกลับโดยน้ำเสียงเขานุ่มและทุ้มกว่าเดิม

แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเปลี่ยนท่าที สิ่งที่ฉันทำกลับไปนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ เมื่อฉันพนมมือและก้มลงกราบที่ตักเขาพร้อมกับน้ำตาที่ล่วงไหลลงมาด้วย ฉันคิดว่าวิธีนี้น่าจะทำให้เขาเห็นใจฉันได้บ้าง อย่างน้อยเผื่อเขาจะได้รู้ ว่ายังไงแล้วฉันก็ไม่มีทางสู้เขาได้แน่ หากว่าพี่เวลคิดจะทำลายชีวิตฉันจริงๆ  ในสักวัน และในเมื่อฉันเองยอมก้มหัวให้เขาขนาดนี้แล้ว ฉันก็ภาวนาขอให้เขาปล่อยฉันไปบ้างเถอะ ให้ฉันได้กลับไปเจอความสุขแบบครอบครัวเหมือนครั้งที่ก่อนจะได้เจอเขา

รู้ไหม...ตั้งแต่ได้เจอกับเขาวันนั้นฉันร้องไห้และหาความสุขใส่ชีวิตไม่ได้เลย...

“วิวา!!” เสียงตวาดและแรงกระชากจากพี่เวลทำฉันตกใจพร้อมกับนิ่วหน้าด้วยความเจ็บที่หัวไหล่ เขาบีบไหล่ฉันด้วยความโกรธอย่างที่ฉันเองก็ไม่เคยเห็น ตอนนี้มือพี่เวลสั่นเทิ้มเหมือนเก็บกั้นอารมณ์โมโหเอาไว้แทบจะไม่อยู่ ส่วนฉันเองก็ได้แต่ก้มหน้าร้องไห้อยู่อย่างนั้น

ตอนนี้ฉันทำได้เพียงเท่านี้จริงๆ การร้องไห้มันเหมือนเป็นงานอดิเรกที่ฉันต้องทำทุกวันซ้ำๆ ซากๆ แต่มันกลับช่วยระบายความบอบช้ำในใจได้มากจนไม่น่าเชื่อ

ชีวิตฉันมันยิ่งกว่าละครน้ำเน่าหลังข่าวเสียอีก

“ฮึกๆๆ...”

“โถ่เว้ย! นี่เธอทำถึงขนาดนี้เลยหรอ! ไม่อยากเจอฉัน ไม่อยากยุ่งกับฉัน จนทำได้ขนาดนี้เลยหรอ!” ไม่เพียงแต่จะตะคอก พี่เวลยังเขย่าตัวฉันจนฉันรู้สึกเจ็บที่ต้นคอ แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยขอความเห็นใจอะไรออกไปให้พี่เวลโกรธมากไปกว่านี้

“บอกฉันมาสิวิวา! บอกมา! เธอเสียไปขนาดนั้นแล้วเธอยังจะปฏิเสธฉันไปเพื่ออะไร!

“ฮึก...ฮือ...” คำพูดร้ายกาจที่หลุดออกมาจากปากคนตรงหน้า ทำให้ฉันเก็บเสียงสะอื้นเอาไว้ไม่อยู่จริงๆ สิ่งที่เขาพูดมานั้นทำให้ฉันเจ็บยิ่งกว่าการกระทำที่เขาทำอยู่ตอนนี้เสียอีก

“หยุดร้องแล้วตอบฉันมาเดี๋ยวนี้วิวา!”  

“ฮือ....ปะ...ปล่อยวาไปเถอะค่ะพี่เวล แค่นี้ชีวิตวิวาก็ล่มจมหมดแล้ว ขอเถอะค่ะ วาขออยู่กับครอบครัวใหม่ของวา วาอยากมีความสุข วาไม่อยากทำให้พวกท่านผิดหวัง ไม่อยากทำให้ทุกคนหมดความเชื่อมั่นในตัววานะคะ” ไม่ขอร้องเปล่า มือทั้งสองข้างของฉันยังพนมไหว้เขาอีกด้วย พี่เวลเห็นอย่างนี้แล้วก็หัวเสียไม่น้อย เขาปล่อยตัวฉันให้เป็นอิสระ แต่หันไปทุบพวงมะลัยอย่างแรงระบายความโกรธที่อยู่ในใจแทน

“เธอมันงี่เง่าและน่าโมโหที่สุดเลยวิวา! ฉันแสดงตัวออกมาว่าจะรับผิดชอบขนาดนี้แล้วเธอยังมีหน้ามาปฏิเสธ ทั้งๆ ที่ผู้หญิงอื่นแทบจะกระโดดมาเกาะฉันด้วยมารยาร้อยหญิง โธ่เว้ย! แล้วทำไมฉันต้องมาแคร์เธอด้วยวะ!!” พี่เวลยังคงระบายอารมณ์ร้อนของตัวเองกับพวงมะลัยรถอยู่แบบนั้น โดยไม่หันมามองหน้าฉันอีก ฉันก็ได้แต่ก้มหน้าร้องไห้อยู่อย่างเดิม จะมีสะดุ้งบางครั้งที่ได้ยินเสียงสบถและทุบรถของเขาที่ดังอย่างแรง

ปึก!

และนี่ก็อีกครั้ง

ปึก!

อีกครั้ง

ปึก!

และอีกครั้ง

“พะ...พอแล้วค่ะพี่เวล” ฉันที่ทนดูคนข้างๆ ทำร้ายตัวเองไม่ไหว  เลยหันไปห้ามปรามเขา เพราะเห็นว่ามือเขาที่กำลังยกขึ้นทุบพวงมะลัยเป็นรอยแดงช้ำจนน่ากลัว ฉันจึงยกมือขึ้นไปจับแขนเขาเอาไว้ไม่ให้ทำอีก ซึ่งฉันได้รับกลับมาเพียงสายตาโกรธเคือง แถมเขายังสะบัดมือฉันออกจากแขน ก่อนจะกระชากเกียร์ออกรถ โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
         ใครก็ได้ช่วยบอกฉันที ฉันควรทำอย่างไรต่อไป

Talk :  ฝากถึงนักอ่านที่น่ารักทุกคน เนื่องจากมีคนย้อนมาอ่านผลงานของไรเตอร์ 2 เรื่องที่แต่งไว้ตั้งแต่ปี 55 

และมีคนกดติดตามเป็นแฟนคลับเรื่องนี้เยอะจนไรเตอร์ไม่คิดว่าจะมีคนชอบมากขนาดนี้ เลยอยากขอบคุณทุกคนด้วยการนำเรื่องนี้มารีไรท์ใหม่ค่ะ แก้ไขคำผิดและเพิ่มความเข้าใจในการอ่าน เปลี่ยนภาษาให้เข้าใจง่าย นักอ่านจะได้ไม่งงในภาษา จะค่อยๆ อัพไปทีละนิดควบคู่กับเรื่องอื่นๆ  *แต่ไม่ได้ลบตอนที่ลงไปแล้วนะคะใครอยากอ่านแบบงงๆ ภาษาไม่สวยก็ไปอ่านล่วงหน้าก่อนได้ แต่ไรเตอร์จะเริ่มขัดเกลาใหม่นับแต่นี้ วันละ 1 - 2 ตอน กันเว็บเสปม หากกดพับลิคบ่อยเกินไป* 

หากแต่ใครอยากอ่านแบบเข้าใจโดยง่ายก็รอหลังจากรีไรท์จนจบก็ได้ค่ะ 

เนื้อเรื่องเหมือนเดิมนะคะ ไม่ได้เปลี่ยนเเปลงแต่อาจจะมีเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจได้โดยง่าย

ฝากนิยายเรื่องนี้และอีกหลายๆ เรื่องที่ลงไว้ด้วย ช่วงนี้ไรเตอร์ขยัน 

ฝากเม้น + ติดตาม + โหวต ให้กำลังใจไรเตอร์ด้วยนะคะ 

ขอบคุณมากค่ะ จุ้บๆ


           
ขอบคุณที่ติดตามคร้าบบบบบบ><


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #16 moko_cheese (@moko-cheese) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 08:05
     ฟีลเวลโหดไปมั้ย  อาการแบบนี้แสดงว่าเริ่มชอบวิวาแล้วล่ะสิ หึๆ
    วิวาก็น่าสงสาร จะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้มั้ยเนี่ย
    #16
    0
  2. #15 กระต่ายตัวสูง (@kwanmin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 00:43
     T^T ฮือๆ ไม่รู้จะสงสารใครดี
    #15
    0