ตอนที่ 5 : ความฝันเป็นจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2618
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    4 เม.ย. 61


 

 4

ความฝันเป็นจริง

 

                วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดอายุสิบเก้าปีบริบูรณ์ของฉัน ซึ่งฉันถูกทางบ้านใหญ่เซอร์ไพร์สด้วยการจัดงานแสนใหญ่โต จนฉันเองคาดไม่ถึงว่าพวกท่านจะเมตตาฉันมากขนาดนี้ 

              งานที่ท่านๆ จัดให้ ถูกจัดขึ้นกลางสวนหน้าบ้านตามที่พี่เวย์เคยบอกเอาไว้ และเริ่มงานมาตั้งแต่สี่โมงเย็นจนตอนนี้ก็เกือบสองทุ่มแล้ว เพื่อนๆ กลุ่มเล็กๆ ของฉันและแขกที่เจ้าของบ้านเชิญตอนนี้ก็มารวมกันประปราย จะเหลือก็เพียงแต่เจ้าของความคิด ที่จัดงานนี้ขึ้นมาและฉันกำลังนั่งรอเธออยู่

               เรื่องราวในวันนั้นที่เกิดขึ้น หลังจากที่เสียน้ำตาไปไม่รู้กี่โอ่ง ฉันก็ปล่อยและทิ้งไป พยายามที่จะไม่เก็บเอามาคิดให้เป็นทุกข์กับตัวเองและคนรอบข้าง ไหนๆ มันก็เกิดขึ้นมาแล้ว จะเก็บเอามาเป็นมารของชีวิตทำลายอนาคตที่ดีต่อไปไม่ได้ ฉันยังมีคนที่ฉันรักและพวกเขาก็รักฉัน และต่อจากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็พร้อมที่จะเผชิญและก้าวไปข้างหน้า ไม่ให้สิ่งใดมาขัดขวางชีวิตของฉันอีกได้

                ไม่นานรถพอร์ชสีแดงคุ้นตาก็เลี้ยวเข้ามาจอดในบ้าน เมื่อฉันเห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งมาหาเจ้าของรถคันนั้นทันที ก่อนจะเปิดประตูอำนวยความสะดวกให้เธอ

                "ขอบใจจ๊ะ" พี่เวย์บอกพร้อมรอยยิ้ม และเอื้อมมือมาโอบกอดฉันเบาๆ

                เมื่อคนต้นคิดตัดงานมาถึงแล้ว เราทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในสวนที่จัดงาน ทุกคนที่มาถึงก่อนหน้านี้ก็ยังคงดื่มและสังสรรค์กันตามอัธยาศัยของตน ฉันและพี่เวย์จึงเข้าไปร่วมงานและมักทายกับทุกคนอย่างมีความสุข

                นี่ซิ...ชีวิตที่แสนอบอุ่นที่ฉันได้รับและเฝ้าหวังมาตลอดชีวิต

                ฉันคิดและยิ้มออกมาด้วยความสุขที่สุดในชีวิต นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้จัดงานวันเกิดแบบเป็นทางการ เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ของขวัญมากมายขนาดนี้ เป็นครั้งแรกในรอบหกปี หลังจากที่แม่ฉันจากไปที่ฉันสามารถยิ้มได้โดยสุขใจ

                "จั๋วเซียง"

                "คะ" น้ำเสียงหวานของผู้เป็นพี่สาวต่างสายเลือดเอ่ยชื่อฉันขึ้น ฉันจึงหันไปหาเธอพร้อมกับขานรับด้วยความสุภาพ พี่เวย์ยิ้มให้ฉันก่อนจะยื่นของขวัญวันเกิดให้

"นี่ของขวัญของพี่" ของขวัญกล่องขนาดกลางถูกยื่นมาจากคนตรงหน้า ฉันรับมันมาด้วยความดีใจปนซาบซึ้ง ก่อนจะกระโดดกอดพี่สาวคนนี้แน่นโดยที่มีสายตาผู้ร่วมงานกว่ายี่สิบชีวิตมองมาด้วย

                "เปิดซิจ๊ะ พี่ตั้งใจทำให้เลยนะ" พี่เวย์บอกพรางพยัก้พยิดหน้าให้รีบๆ เปิดกล่องของขวัญของตัวเองที่เพิ่งยื่นให้ฉัน

              ฉันจึงพยักหน้าตกลงอย่างว่าง่าย ก่อนจะค่อยๆ แกะกล่องของขวัญในมือด้วยความประณีตที่สุด พยายามอย่างมากที่จะไม่ให้กระดาษขาด เพื่อที่จะได้เก็บทุกสิ่งที่พี่เวย์ให้เอาไว้เป็นที่ระลึก ด้วยราคาแต่ละชิ้นส่วนของกล่องของขวัญนี้ ฉันมั่นใจว่ามันต้องแพงกว่าราคาปกติตามท้องถนนทั่วไปที่ฉันไปซื้อบ่อยๆ แน่  ซึ่งฉันเองก็ทำแบบนี้ประจำ ไม่ว่าพี่เวย์จะอะไรก็ตาม ฉันจะเก็บและรักษาทุกอย่่งเอาไว้ แม้ว่าเธอก็จะคอยห้ามคอยบ่น พยายามไม่ให้ฉันทำอย่างกับเธอเป็นนางฟ้าหรือเทพเจ้าอะไรทำนองนั้น แต่ฉันก็ยังคงทำ  เพราะฉันรักบ้านนี้ รักครอบครัวนี้ โดยเฉพาะพี่เวย์ที่ฉันคิดว่าเธอเป็นพี่สาวที่น่ารักดูแลฉันอย่างดีที่สุดมาตลอด

"นี่มัน....มื่อกระดาษแผ่นยาวถูกดึงออกมาจากซองเอกสาร ฉันก็ไล่อ่านมันทุกตัวอักษรและอุทานออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเงยหน้ามองทุกคน 

 เมื่อเห็นว่าฉันเปิดของขวัญออกมาแล้ว คุณท่านทั้งสองและพี่ๆ ก็เดินเข้ามายืนใกล้ๆ กับพี่เวย์ และยิ้มให้ฉันเมื่อเห็นว่าฉันยังคงตกตะลึงกับข้อมูลที่เพิ่งอ่านในเอกสารนั้น

ฉันเงยหน้ามองครอบครัวตรงหน้าอย่างซาบซึ้ง จนน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาจากด้วงตาล่วงหล่นลงเพราะกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ ก่อนที่ฉันจะทรุดตัวก้มลงกราบครอบครัวผู้มีพระคุณด้วยความรักหมดหัวใจ ทำให้พี่เวย์รีบก้มลงพยุงฉันขึ้นมาจากพื้นและกอดไว้

"ฮือ...ขอบคุณค่ะ หนู...." ฉันร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตันใจจนพูดอะไรไม่ออก ข้างๆ ก็ยังมีพี่เวย์ที่ยังกอดปลอบฉันอยู่

"ต่อไปนี้น้องสาวคนนี้ของพี่ คือคนในครอบครัวพี่จริงๆ แล้วนะ วิวา วารนันท์ เมฆอนันต์พี่เวย์เอ่ยชื่อใหม่ของฉันที่ปรากฏอยู่บนใบรับรองบุตรบุญธรรม เพื่อย้ำให้ฉันได้รู้อีกครั้งว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องจริงและเธอก็ทำเพื่อฉัน ให้ฉันได้มีครอบครัว พ่อแม่ พี่น้องกับเขาจริงๆ เสียที

วิวา วารนันท์ เมฆอนันต์ เป็นชื่อใหม่ของฉันที่พี่เวย์เพิ่งนำเอกสารการรับฉันเป็นลูกบุญธรรมของคุณท่านทั้งสองมาให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อครู่ และในเอกสารยังเปลี่ยนแปลงชื่อจริงและนามสกุลของฉันให้คล้องจองกับครอบครัว ส่วนชื่อเล่นฉันได้ยินพี่เวย์เรียกว่า วิวา...


วงแหวน วิเวียน วันเวย์....วิวา

จะมีใครโชคดีและมีความสุขเท่าฉันในตอนนี้ได้บ้าง ฉันเชื่อ แม้จะดึงความสุขของทุกคนบนโลกมารวมกัน ก็ยังไม่เทียบเท่าความสุขที่ฉันมีตอนนี้ได้เลย

งานเลี้ยงปาร์ตี้ผ่านไปด้วยความซาบซึ้งใจจากเจ้าของวันเกิดอย่างฉัน ตอนนี้ทุกคนที่มาอาศัยอยู่ในนี้พยายามเรียกฉันว่าคุณหนูเล็ก แต่ด้วยความที่ฉันไม่เคยชินกับคำเรียกนั้น และคนในบ้านก็ไม่เคยชินที่จะเรียกเหมือนกันฉันก็เลยบอกให้ทุกคนปฏิบัติและพูดคุยกับฉันปกติเหมือนเดิม เพราะยังไงแล้วฉันก็คือฉัน ถึงแม้จะมีชื่อนามสกุลที่เปลี่ยนไป แต่ความจริงก็คือความจริงที่ฉันเป็นเพียงลูกคนใช้ของบ้านนี้เท่านั้น ฉันไม่สามารถเอาตัวเองไปเทียบเทียมคุณๆ ได้เลย

“วิวา วิวา วิวา! ให้ตายซิยัยจั๋วเซียงพี่เรียกไม่ได้ยินหรือไง” เสียงตะโกนด้วยความหงุดหงิดจากห้องฝั่งข้างๆ ดังขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบลุกขึ้นจากที่นอนให้ไว เพราะกำลังนอนอ่านหนังสือก่อนเรียนที่จะต้องเริ่มเรียนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อีกอย่างฉันยังไม่คุ้นชินกับชื่อเรียกใหม่ที่ทุกคนพยายามเรียก เลยไม่หันในทันทีที่ถูกเรียกชื่อวิวาครั้งแรก

“คะ.....ค่ะ” ฉันชะโงกหน้าออกมาเจอผู้ที่มีศักดิ์เป็นพี่สาว ก่อนจะขานรับเบาๆ อย่างกลัวว่าเธอจะโกรธ และมันก็เกือบจริงเมื่อพี่เวย์ยืนทำหน้าหงิกมองฉันตาเขียวอยู่อีกห้อง

อ้อ..ใช่ หลังจากที่จัดงานวันเกิดในวันนั้น เช้ามาฉันก็ถูกบังคับขู่เข็นให้ย้ายขึ้นมามีห้องส่วนตัวที่ใหญ่กว่าเดิมในห้องหนังสือของพี่เวย์ โดยที่ห้องนี้จะมีประตูเชื่อมด้านในห้อง ที่มีเพียงประตูบ้านเล็กไม่มีกลอนกั้นเท่านั้น ใครพูดอะไรหรือคุยกับใครถ้าไม่เบาเสียงก็สามารถได้ยินชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นเราสองคนก็ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว จึงไม่ทำให้อึดอัดใจและต่างคนก็อยู่กับที่ของตัวเองไป

“วิวา! ถ้าครั้งหน้าพี่เรียกชื่อเราแล้วไม่หันอีก ก็ไม่ต้องมาคุยกับพี่อีกเลยนะ!” พี่เวย์บอกด้วยความหงุดหงิด แต่ฉันรู้ว่าเธอไม่จริงจังกับคำพูดนั้นเท่าไหร่หรอก เพียงแค่อยากให้ฉันจำให้ขึ้นใจเสียที ว่าฉันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นวิวาแล้ว

“คะ..ค่ะ"

“ให้ตายสิ! น้องคนนี้ เออๆ ช่างเถอะ พี่แค่จะบอกว่ามหา'ลัยที่เราเรียนอยู่ มันใกล้ๆ กันกับที่พี่ฝึกงานอยู่ เลยจะให้ออกจากบ้านพร้อมกันเท่านั้น ไม่ต้องเดินทางไปเองให้ลำบาก”

“ค่ะ...”

“น้องคนนี้นี่ พูดให้มันเยอะกว่านี้หน่อยได้ไหม ไปๆๆ ไปอ่านหนังสือต่อไป อยากจะบ้า จะแก่เรียนไปถึงไหน” พี่เวย์บ่นเสร็จ ก็หันหลังเดินออกจากห้องไป จึงทำให้ฉันยิ้มให้ตัวเองกับความน่ารักของพี่สาวคนนี้

ชีวิตแต่ละวันของฉันดำเนินไปตามปกติ เช้ามาก็ลงมาช่วยแม่ครัวทำอาหารให้ทุกคนทาน และช่วยแม่บ้านทำความสะอาดบ้านเล็กๆ น้อยๆ ตกเย็นก็อ่านหนังสือเตรียมตัวเข้าเรียน และสุดท้ายก็ต้องมานั่งฟังพี่เวย์บ่นเรื่องของพี่ฟอร์เทลแฟนเธอที่มักจะมาระบายให้ฉันฟังอยู่เสมอ และฉันก็เป็นผู้รับฟังที่ดี จะว่าไปแล้วฟอร์เทลก็น่ารักกันดีนะและยิ่งพี่เวย์บ่นถึงตลอด จึงทำให้ฉันคิดว่าเขาคงจะดีมากพอที่จะทำให้พี่เวย์มีความสุขกว่าที่ผ่านมา

“คุณหนูวิวาคะ” แม่บ้านที่เพิ่งเข้ามาใหม่เอ่ยเรียกฉันที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในสวนดอกไม้ข้างบ้าน ฉันจึงละความสนใจจากสิ่งตรงหน้าหันไปมองเธอทันที

“ค่ะ พี่นัท”

“คุณเวย์เรียกหาคะ” เธอตอบและยิ้มให้ฉัน ตอนนี้เกือบทุกคนในบ้านเริ่มที่จะชินกับชื่อใหม่ของฉันรวมไปถึงตัวฉันเองด้วย เพราะเมื่อใดที่เผลอเรียกชื่อเดิมฉันออกมาและดันไปเข้าหูพี่เวย์เข้า ก็จะโดนสายตามหาอมหิตส่งมาจนต้องพากันหลบและรีบหนี ก่อนที่จะโดนระเบิดลงให้ร้อนๆ หนาวๆ เล่น ก็จะไม่ให้กลัวได้อย่างไรพี่เวย์น่ะเป็นคนโมโหร้าย ขี้วีน เหวี่ยงไม่เกรงใจใครเลย

“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะพี่นัท” ฉันปิดหนังสือในมือและยิ้มให้กับพี่นัทซึ่งเป็นสาวใช้ในบ้าน โดยเธอเองก็ยิ้มให้และลุกกลับไปทำงานของตนเองต่อ 

เฮ้อ...บางทีฉันเห็นทุกคนทำงานที่ฉันเคยทำมันก็รู้สึกผิด ใช่ว่าฉันจะไม่ช่วยทำนะ แต่พอจะเข้าไปช่วยใครๆ ก็ปฏิเสธันทั้งนั้น เพราะกลัวโดนพี่เวย์เล่นงาน ที่ให้ฉันซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องสาวเธอทำงานบ้านแบบนั้น

ฉันเดินถือหนังสือเล่มหนาที่อ่านค้างเอาไว้เข้าบ้าน เพื่อไปหาพี่สาวแสนสวยแต่ดุด้านใน และก็เห็นเธอนั่งเล่นอยู่ในห้องโถงรับแขก ซึ่งดูจากสภาพการแต่งตัวของพี่เวย์แล้ว เธอคงจะต้องลากฉันออกไปข้างนอกแน่ๆ

“พี่เวย์เรียกวามีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันเอ่ยถามเธอเมื่อก้าวเข้ามาถึงห้องที่เธอนั่งอยู่ก่อนแล้ว และเมื่อพี่เวย์ได้ยินเสียงฉันเธอก็เงยหน้าจากกองขนมตรงหน้า มองฉันทันทีก่อนจะพยักหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ

“อือ...พี่กะจะชวนเราไปบ้านฟอร์เทลหน่อย หมอนั่นมันงี่เง่า” เมื่อพูดถึงชื่อของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนสีหน้าของพี่เวย์ก็เปลี่ยนเป็นหงุดหงิดบูดบึ้งทันที

เฮ้อ...ทะเลาะกันอีกแล้วล่ะสิสองคนนี้

ฉันคิดก่อนจะยิ้มบางๆ กับความแง่งอนของทั้งคู่ เพราะรู้ว่าการทะเลาะกันของพี่ฟอร์เทลและพี่เวย์นั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรนักหรอก ไม่งั้นเธอไม่ไปหาพี่ฟอร์เทลถึงบ้านอบบนี้หรอก 

“แต่วันนี้วาต้องอ่านหนังสือเตรียมเรียนอาทิตย์หน้านะคะ” คำตอบที่ไม่เข้าหูของฉัน ทำให้คนที่หงุดหงิดอยู่สบตามองฉันตาเขียวปั๊ด! 

และแค่นี้ก็ทำให้ฉันกลัวเกรงพี่เวย์ได้แล้ว

“ไป-กับ-พี่!

“ค่ะ...ค่ะ” เสียงที่กดต่ำเน้นชัดถ้อยชัดคำของพี่เวย์ ทำให้ฉันตอบรับอย่างว่าง่ายทั้งที่ทีแรกทำท่าจะปฏิเสธ เชื่อฉันเถอะใครมาเห็นพี่เวย์ในลุคแบบนี้ ก็กลัวกันแทบทุกราย

“ฮ๊าาาาา ดีมาก พี่นึกว่าจะต้องมานั่งอารมณ์เสียอีกรอบ แค่อีตานั่นคนเดียวก็เกินพอแล้ว!” และพี่เวย์ก็เริ่มบ่นออกมาอีกครั้ง 

เอาจริงๆ นะ ฉันก็ไม่รู้ว่าพี่ฟอร์เทลโชคดีหรือโชคร้ายที่ค้นพบผู้หญิงหนึ่งเดียวในโลกที่เป็นแบบพี่เวย์ เพราะแม้เธอจะดีกับฉันมาก แต่เวลาเธอโมโหหรือโกรธขึ้นมา ก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

“หมอนั่นน่ะงี่เง่าชะมัด คิดดูสิวา แค่พี่บอกจะพาวาไปซื้อชุดนักศึกษา ชื้อของใช้ส่วนตัว แต่แต่ไม่ให้ไปด้วยเพราะพี่อยากพาน้องสาวไปช้อปปิ้งแค่สองคนพี่น้อง หมอนั่นยังอาละวาดบ้านแทบแตก พาลไปถึงเรื่องการแต่งตัว เรื่องคนเก่าๆ ที่เคยเข้ามาในชีวิต โอ๊ย...พี่อยากจะบ้า!” และแม้ว่าเราสองคนจะเข้ามานั่งในรถเพื่อเดินทางกันเรียบร้อยแล้ว พี่เวย์ก็ยังคงบ่นไม่หยุด

 ฉันนั่งฟังพี่เวย์พูดเรื่องเดิมๆ แบบนี้ตั้งแต่เธอลากฉันให้ไปแต่งตัว หาเสื้อผ้าให้ฉันใส่ ซึ่งฉันก็ได้แต่ยิ้มรับและนั่งฟังโดยไม่มีความเห็นอะไรทั้งนั้น สถานการณ์อารมณ์พี่เวย์แบบนี้เงียบไว้จะดีกับตัวฉันที่สุด 

“อีกอย่างนะวา หมอนั่นยังสั่งให้พี่ไปเช็คสภาพการแต่งตัวที่บ้านเขาด้วยว่าผ่านหรือไม่ผ่าน เหอะ! ทำอย่างกับอู่ซ่อมรถต้องตรวจสภาพก่อนใช้งาน แล้วนี่ดูซิ! พี่อย่างกับแม่ชีออกบวชช่วงก่อนหน้าฝน!

ฉันนั่งฟังพี่เวย์บ่นแล้วก็ขำกับคำพูดเธอ พี่เวย์ยกสารพัดสิ่งสรรพที่จะเอามาเปรียบเทียบได้ในตอนนี้ เพราะจากเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงยีนส์ขาสั้นสีซีดมีสไตล์ที่ฉันเห็นก่อนหน้านี้ กลับถูกเสื้อแขนยาวไหมพรมและกระโปรงคุมเข่าสวมทับ แล้วฉันเชื่อว่าเธอเพียงแค่สวมเพื่อบังตาแฟนเธอเท่านั้น ลับหลังพี่เวย์ก็คงสลัดสิ่งที่มาปกปิดร่างกายจนรกรุงรังออกไปให้เหลือเพียงชุดที่เธอสวมตอนที่ฉันเห็นเท่านั้น

พี่เวย์น่ะนอกจากดื้อรั้น วีนเหวี่ยงแล้ว ยังร้ายและเอาแต่ใจมากกว่าใครเลยด้วยซ้ำ อย่างเรื่องที่เธอพึ่งโดนคนทำร้ายมาหลังจากหายดี พี่เวย์ก็เอาคืนเสียจนคนคนนั้นไม่มีที่ให้อยู่ แถมนอกจากอับอายขายหน้าแล้วก็ยังเป็นที่นินทากล่าวหาของคนในวงสังคม ทั้งๆ ที่ครอบครัวเมฆอนันต์ไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพลอะไร แต่พี่เวย์ก็หาหนทางในการเอาคืนได้อย่างเจ็บแสบจนใครๆ ก็ยังคาดไม่ถึง

“วาว่าพี่เวย์ใจเย็นๆ ก็ดีนะคะ เพราะพี่ฟอร์เทลอาจจะแค่หวงพี่มากเกินไปก็เท่านั้น พี่เวย์เล่นสวยคนผู้หญิงยังเหลียวหลัง ใครไม่หวงก็แปลกแล้วค่ะ” เมื่อนิ่งเงียบมานานก็ไม่เห็นว่าพี่เวย์จะมีทีท่าว่าจะหยุดบ่น ฉันจึงลองเสนอความคิดออกไปบ้างเผื่อพี่เวย์จะต้องการความคิดเห็นที่แตกต่าง จนลืมคิดไป ว่าบางทีฉันอาจจะคิดผิด

“หวง! หวงบ้าอะไรกันมากมายขนาดนั้น! พี่ต้องการความเป็นส่วนตัว ความเป็นตัวของตัวเอง พี่มีแฟนไว้พูดคุย เข้าใจ และคลายเครียด ไม่ได้มีไว้เป็นพ่อ! ไม่ได้มีไว้เพื่อให้มานั่งหึงหวง โอ๊ย ให้ตายสิยัยวา คุณพ่อยังไม่เคยก้าวก่ายขนาดนี้เลยนะ!

ปึก!!

ไม่บ่นเปล่าคราวนี้พี่เวย์ทุบพวงมะลัยระบายความหงุดหงิด หน้าของพี่เวย์บูดเบี้ยวบึ้งตึง คิ้วบางสวยย่นเข้าหากันจนแทบจะผูกติด จนฉันอยากจะยื่นมือไปคลึงนวดเพื่อคลายเครียดให้

ฮือ...ว่าแล้วไงฉันจุดฉนวนไฟโทสะพี่เวย์เข้าให้แล้ว

“ฮึ๋ย...ฉันอยากจะบ้าขึ้นมาแล้วจริงๆ”  คำสบถครั้งสุดท้ายก่อนที่พวงมะลัยจะถูกหักเลี้ยวเข้าไปยังซอยบ้านของคฤหาสน์ภิรมภักต์ ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัวว่าที่คู่หมั้นของพี่เวย์ 

แต่ยังไม่ทันที่จะได้เลี้ยวเข้าประตูบ้าน รถที่วิ่งด้วยความเร็วมาตลอดทางถูกเจ้าของรถเหยียบแบรคอย่างกระทันหัน จนฉันที่ไม่ทันระวังตัว ทำให้หน้าเกือบทิ่มไปยังึงคอนโซลหน้ารถ แต่ยังโชคดีที่ฉันคาดเข็มขัดนิรภัย เลยทำให้ตัวฉันกระตุกไปข้างหน้าแค่เล็กน้อย

และการที่รถหยุดกะทันหันแบบนั้น จึงทำให้ฉันหันไปมองคนขับด้วยความสงสัย พี่เวย์ถอนหายใจแรงๆ อีกครั้งและพยายามปรับสภาพอารมณ์ของตัวเองให้เย็นลง

“เฮ้อ......ทำใจ!” พูดจบเสียงบีบแตรรถก็ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่ประตูระบบอัตโนมัติจะค่อยๆ เลื่อนเปิดออก พร้อมกับรถพอร์ชสีแดงของพี่เวย์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปยังรั้วของบ้าน

“ทำใจ!!!

โอย...พี่เวย์จ๋า เสียงพี่แทบจะทำให้น้องสวาคนนี้หัวใจวายตาย TT



ฝากถึงนักอ่านที่น่ารักทุกคน เนื่องจากมีคนย้อนมาอ่านผลงานของไรเตอร์ 2 เรื่องที่แต่งไว้ตั้งแต่ปี 55 

และมีคนกดติดตามเป็นแฟนคลับเรื่องนี้เยอะจนไรเตอร์ไม่คิดว่าจะมีคนชอบมากขนาดนี้ เลยอยากขอบคุณทุกคนด้วยการนำเรื่องนี้มารีไรท์ใหม่ค่ะ แก้ไขคำผิดและเพิ่มความเข้าใจในการอ่าน เปลี่ยนภาษาให้เข้าใจง่าย นักอ่านจะได้ไม่งงในภาษา จะค่อยๆ อัพไปทีละนิดควบคู่กับเรื่องอื่นๆ  *แต่ไม่ได้ลบตอนที่ลงไปแล้วนะคะใครอยากอ่านแบบงงๆ ภาษาไม่สวยก็ไปอ่านล่วงหน้าก่อนได้ แต่ไรเตอร์จะเริ่มขัดเกลาใหม่นับแต่นี้ วันละ 1 - 2 ตอน กันเว็บเสปม หากกดพับลิคบ่อยเกินไป* 

หากแต่ใครอยากอ่านแบบเข้าใจโดยง่ายก็รอหลังจากรีไรท์จนจบก็ได้ค่ะ 

เนื้อเรื่องเหมือนเดิมนะคะ ไม่ได้เปลี่ยนเเปลงแต่อาจจะมีเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจได้โดยง่าย

ฝากนิยายเรื่องนี้และอีกหลายๆ เรื่องที่ลงไว้ด้วย ช่วงนี้ไรเตอร์ขยัน 

ฝากเม้น + ติดตาม + โหวต ให้กำลังใจไรเตอร์ด้วยนะคะ 

ขอบคุณมากค่ะ จุ้บๆ




Love in my plan แผนรักครั้งนี้เก็บไว้ในหัวใจ (ฟอร์เทล+วันเวย์)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #10 moko_cheese (@moko-cheese) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 12:27
     อย่าบอกนะว่าคนที่นางเอกเอิ่ม.. คือแฟนของวันเวย์
    แล้วจะทำยังไงต่อไปเนี่ย ไรเตอร์สู้ๆค่ะ
    #10
    0
  2. #5 กระต่ายตัวสูง (@kwanmin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2555 / 02:10
     T^T ดีใจกับนางเอก โชคดีมากๆเลย คะ ><
    #5
    0