ตอนที่ 4 : สิ่งที่เสียไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 เม.ย. 61


อิมเมจภาพ ไอยู

จั๋วเซียง (วิวา)

3

สิ่งที่เสียไป

               

                ร่างบางยังกอดเขาแน่นอยู่แบบนั้นไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยให้เขาเป็นอิสระ และมันยิ่งทำให้ความอดทนเขาหมดลง เพราะเขาเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนถือศีลขาดโลกราคีภายนอก ร่างสูงหนาพลิกตัวคร่อมกอดร่างบางที่ยังกอดเขาแน่นกลับ ก่อนจะฉกฉวยริมฝีปากบางเข้าครอบครองด้วยความกระหาย ส่วนคนตัวเล็กที่นอนละเมอ ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวก็จูบตอบเขากลับอย่างไร้เดียงสา ด้วยฤทธิ์จากแอลกอฮอล์ มันยิ่งทำให้เธอไม่ได้สติ และด้วยแบบนี้ความอดทนเส้นบางๆ ของเขายิ่งขาดผึ่ง ไม่นานทั้งสองคนก็ทำเรื่องที่เลยเถิดจนไม่น่าให้อภัยลงไป ด้วยความไม่มีสติของตัวฝ่ายหญิงและความพลั้งเผลอตัวและใจของฝ่ายชาย

                ในช่วงแรกๆ เขาก็ป้องกันตัวเองด้วยอุปกรณ์ที่พกติดตัวเสมอ แต่พอรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นผู้หญิงกร้านโลกทั่วๆ ไปแถมยังสะอาดบริสุทธิ์อีกด้วย จึงสลัดของพวกนั้นทิ้งและปฏิบัติกับเธอโดยไร้เครื่องป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น จนเกือบเช้าเพราะคนตัวเล็กพยายามจะกอดเขาทุกครั้งที่ห่างตัว มันจึงทำให้เขาอดใจไม่ไหวกอดเธอตอบทุกครั้งอย่างที่ไม่เคยทำกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน และลืมไปเสียเลยว่าถ้าหากเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ชีวิตทั้งสองจะเป็นอย่างๆ ไร!

 

                แสงแดดยามเช้าส่องเข้าในตาจนฉันต้องยกมือขึ้นมาป้อง  ก่อนจะค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก หัวที่ตอนนี้หนักอึ้งเหมือนมีหินมาถ่วงยิ่งทำให้ฉันไม่อยากลุกจากที่นอน แถมร่างกายยังรู้สึกระบมอย่างกับไปกระโดดตึกหล่นมาจากชั้นยี่สิบอย่างไรอย่างนั้ย

อ่า...ทำไมหมอนมันถึงมาพาดที่เอวฉันได้เนี่ย หนักชะมัด!!

                สิ้นความคิดฉันก็รีบจับสิ่งที่คิดว่าเป็นหมอนเพื่อที่จะโยนออกให้พ้นตัวด้วยความรำคาน

                กรี๊ดดดดด!! อะ...อะไรเนี่ย!

                แต่เมื่อฉันจับไปที่สิ่งที่คิดว่าเป็นหมอน มันกลับไม่ได้เป็นแบบที่คิดเลยสักนิด ในเมื่อสิ่งที่ฉันยกขึ้นกลับเป็นแขนขาวๆ ที่ดูกำยำและแข็งแกร่งของใครสักคนที่ฉันคิดว่าไม่มีทางรู้จักเขาแน่ๆ แทน

          ฉันตกใจจนรีบลุกออกมาจากที่นอน แล้วก็ยิ่งตกใจมากไปกว่านั้น เมื่อเห็นสภาพร่างกายของตัวเองที่ไม่ได้มีอาภรใดๆ สวมอยู่เลยสักชิ้น

                นะ...นี่มันเรื่องอะไรกัน!

                ฉันตะโกนก้องในใจ เพราะไม่กล้าส่งเสียงดังออกมาให้คนที่หลับอยู่บนเตียงตื่น ฉันพยายามมองคนที่นอนอยู่บนเตียงเพื่อดูใบหน้าว่าเขาเป็นใคร  แต่เพราะที่ตอนลุกออกมา ฉันเผลอเลิกผ้าห่มไปคลุมหน้าเขาไว้ มันจึงทำให้ฉันไม่สามาถมองเห็นใบหน้าของเขาได้ แล้วฉันก็ไม่กล้าเดินเข้าไปเปิดดู ด้วยกลัวว่าคนบนเตียงจะตื่น แล้วเรื่องมันจะบานปลายไปมากกว่านี้ สู้เงียบๆ แล้วปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปจะยังดีเสียกว่า

                ฉันก้มลงหยิบเสื้อผ้าที่หล่นอยู่ที่พื้นขึ้นมาปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าของตัวเอง พร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาจนไม่สามารถกักเก็บมันได้อีกแล้ว ก่อนจะค่อยๆ พยุงร่างกายที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงเข้าไปในห้องน้ำ มือข้างที่ไม่ได้ถือเสื้อผ้าฉันก็จับสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อพยุงร่างกายที่บอบช้ำของตัวเองไม่ให้ล้มลงไปกองที่พื้น

            ทำไมเรื่องร้ายๆ แบบนี้ไม่พ้นตัวฉันซะที ครั้งก่อนรอดมาได้จากคนในบ้าน แต่ครั้งนี้มันอะไรกัน เขาเป็นใคร แล้วพาฉันมาที่นี่ได้ยังไง ฉันไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย แม่...เมื่อคืนหนูอยู่กับแม่ นอนกอดแม่ไม่ใช่หรือ ฮึกฮือ..

                ฉันเดินคิดถึงเรื่องเมื่อคืนจนมาถึงห้องน้ำ ก็จัดการชำระล้างร่างกายอันแสนสกปรกของตัวเองด้วยความรวดเร็ว เพราะกลัวคนที่นอนอยู่นั้นจะตื่นก่อนที่ฉันจะได้ออกไปจากที่นี่

                ฉันกลัว....กลัวจริงๆ ว่าจะรับสภาพที่เกิดขึ้นนี้ไม่ไหว ถ้าเกิดเขาคนนั้นตื่นขึ้นมาแล้วยื่นเงินให้ฉัน เหมือนฉันเป็นผู้หญิงหากินทางเพศ ฉันคงจะกัดลิ้นตัวเองตายแน่ๆ สู้ให้ทั้งเขาและฉันเพิกเฉยต่อกัน ไม่รู้จักกัน ไม่ต้องพูดคุยกัน และปล่อยให้เรื่องราวมันจบแบบไม่มีคนรู้จักแบบนี้มันจะดีกว่า อย่างน้อยก็คงไม่เกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ เพราะเขาเองก็คงป้องกันตัวพอสมควร ด้วยฉันเห็นสิ่งที่หล่นอยู่บนพื้นก่อนเดินเข้าห้องน้ำนั้น มันคือเครื่องป้องกันชั้นดีของพวกผู้ชายนักท่องราตรีที่มักจะพกกันอยู่แล้ว

                ฉันสวมเสื้อผ้าอย่างทุลักทุเล เนื่องจากอาการเจ็บจี๊ดๆ ของร่างกาย ทำให้การขยับตัวเป็นไปด้วยความยากลำบากและเชื่องช้า แต่ก็ยังพยายามฝืนตัวเองจนใส่เสื้อผ้าได้เสร็จ

                ประตูห้องน้ำถูกฉันค่อยๆ เปิดออก เพราะกลัวจะเสียงดังปลุกคนบนเตียงให้ตื่นขึ้นมา ฉันปาดน้ำตาอีกครั้งและพยายามทำตัวให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินออกจากห้องด้วยความรวดเร็วและมุ่งตรงออกจากโรงแรมเรียกรถแท็กซี่เพื่อกลับบ้านอย่างไว

                แท็กซี่ขับมาจอดที่ปลายทางที่ฉันบอก ซึ่งก็ไม่ได้ไกลกับโรงแรมนั่นเท่าไหร่นัก ฉันจ่ายเงินโดยไม่รอตังทอนก่อนจะวิ่งเข้าบ้านอย่างเร็ว ไม่ทักไม่ทายใครทั้งนั้น เนื่องจากน้ำตาของฉันกำลังเอ่อล้นพร้อมที่จะร่วงลงมาได้ทุกเมื่อ

                แต่เท้าที่เตรียมวิ่งต้องหยุดกึกลงทันที เมื่อคุณท่านทั้งสอง พี่วงแหวน และพี่วิเวียนที่เพิ่งกลับมาจากอิตาลี พวกท่านทั้งสี่นั่งอยู่ที่ห้องรับแขกและตอนนี้ก็กำลังมองมายังฉันอย่างคาดโทษ

                “จั๋วเซียง มานี่หน่อยลูก” คุณท่านเรียกเสียงนุ่ม แต่น้ำเสียงกลับเจือปนไปด้วยความกังวลปนโกรธ

                ฉันพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อกลั้นน้ำตาที่พร้อมจะหล่นลงและปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด จะได้ปกปิดเรื่องราวที่พึ่งเกิดขึ้นไปนี้ อีกทั้งรอยแดงๆ ที่คนคนนั้นทำไว้ ฉันก็สางผมที่ค่อนข้างยาวมาไว้ด้านหน้าเพื่อปกปิด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะปิดได้รอดพ้นสายตาพวกท่านหรือเปล่า

                “ไปไหนมาลูก ทำไมกลับเอาป่านนี้”

                “คือ...หนูไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนมาคะ”  เพราะต้องพูดโกหก ฉันจึงจิกเล็บเข้ากับฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ ตั้งแต่เกิดมาน้อยครั้งหรือแทบจะไม่มีเลยที่ต้องมานั่งโกหกผู้มีพระคุณแบบนี้ แต่ครั้งนี้ฉันจำเป็นที่ต้องทำ เพราะเรื่องนี้ฉันไม่กล้าที่จะบอกความจริงกับพวกท่านจริงๆ ฉันคงไม่ได้ดูเลวจนไม่น่าให้อภัยใช่ไหม

                “แล้วทำไมไม่โทรมาบอกก่อน แม่เป็นห่วงเลยโทรไปหาพี่เวย์แล้ว และพี่เขาก็กำลังเดินทางมา” เมื่อได้ยินแบบนั้นน้ำตาที่อุตส่าห์กลั้นก็ร่วงลงมาทันที ถ้าเรื่องนี้ถึงหูพี่เวย์ พี่เขาต้องคาดคั้นจนได้ความแน่ๆ แล้วฉันจะทำอย่างไรล่ะ ฉันจะกล้ามองหน้าพี่เวย์ได้อย่างไร

                “ไม่เอาลูก ไม่ร้อง แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ” เมื่อท่านเห็นว่าฉันร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม ท่านก็เข้ามากอดปลอบฉันเบาๆ และนั่นยิ่งทำให้ฉันร้องหนักเข้าไปใหญ่

                ฉันมันเลว ฉันมันสกปรก ท่านไม่ควรยื่นมือที่แสนสะอาดมาโอบล้อมฉันไว้แบบนี้เลย

                ฉันทำได้แค่เพียงคิดในใจเท่านั้น ไม่สามารถผลักไสหรือดันตัวนายหญิงของบ้านออกไปได้ และยังนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่แบบนั้น

                “แล้วใหญ่ ยิ่งร้องหนักกว่าเดิมอีก ไม่เอาลูก เดี๋ยวพี่เวย์มาถึงจะอาละวาดใหญ่โตเข้าอีก” คุณท่านยังคงปลอบฉันเหมือนเดิม แต่กลับทำให้ฉันหลุดสะอื้นออกมาอย่างหนักเพราะชื่อของพี่เวย์ ใช่พี่เวย์ต้องโกรธมากๆ แน่

                “ดูสิ! ยัยเวย์ขู่อะไรน้องเนี่ย แค่พูดชื่อก็กลัวจนร้องไห้ฟูมฟายใหญ่เลย” พี่วงแหวนแสดงความเห็น เมืาอเห็นว่าฉันร้องไห้หนีกกว่าเดิมหลังจากๆด่ยินชื่อของพี่เวย์ 

                   ฉันร้องไห้จนต้องบีบมือตัวเองแน่นเพื่อข่มความกลัว ไม่ใช่ว่าพี่เวย์จะขู่อะไรฉันเลย แต่เธอกลับดูแลและห่วงฉันมากจนฉันไม่กล้าที่จะทำให้เธอผิดหวัง ไม่กล้าที่จะให้ใครๆ รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ไม่กล้าที่จะบอกความจริงอันแสนโหดร้านนั่น

                ไม่นานเสียงจอดรถก็หยุดลงที่หน้าบ้าน และตามมาด้วยร่างของลูกสาวคนเล็กของครอบครัวเมฆอนันต์ ฉันเงยหน้ามองพี่เวย์ที่จ้องฉันจนตากลมโตนั่นแทบจะถลนออกมานอกเบ้า แล้วก็ต้องรีบก้มมองมือตัวเองด้วยความกลัวและหวั่นใจ พลางร้องไห้ออกมาไม่หยุด 

        ตอนเงยหน้าไปสบตากับดวงตาใสนั้น รู้เลยว่าพี่เวย์โกรธและหงุดหงิดมาก เธอต้องมาเดือดร้อนกับน้องสาวนอกไส้ที่แอบหนีเที่ยวจนได้เรื่อง แถมยังต้องตื่นแต่เช้าขับรถมาไกลกว่าหนึ่งชั่วโมง เนื่องจากที่ที่พี่เวย์อยู่ค่อนข้างไกลจากบ้านหลังนี้มาก

                “ไม่มีอะไรแล้วลูก น้องกลับมาโดยปลอดภัยแล้ว” คุณท่านบอกเมื่อเห็นท่าทางหงุดหงิดของพี่เวย์ ทุกคนรู้ว่าไม่ควรกวนอารมณ์เธอในขณะที่เธอไม่สบอารมณ์แบบนี้

                “ค่ะ คุณแม่ แต่เวย์ขอคุยกับน้องก่อนนะคะ จั๋วเซียง ตามพี่ไปบนห้อง” พี่เวย์หันมาเรียกฉันก่อนจะเดินนำไปยังบันไดก่อน ฉันไหว้คุณท่านทั้งสองและพี่ๆ ก่อนจะพยายามพาร่างกายและจิตใจอันแสนบอบช้ำของตัวเองตามพี่เวย์ไป แถมยังต้องฝืนตัวเองไม่ให้คนอื่นผิดสังเกตลักษณะท่าทางที่เปลี่ยนไปได้ 

             เมื่อเข้ามาถึงในห้อง พี่เวย์ก็นั่งลงบนที่นอนของเธอเอง ส่วนฉันที่ตามเธอเข้ามาติดๆ ก็นั่งลงกับพื้นก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับพี่สาวคนนี้

                “เมื่อคืนไปไหนมา ทำไมกลับเอาป่านนี้” พี่เวย์ถามทำลายความเงียบ เมื่อเห็นว่าฉันก้มหน้านิ่ง ไม่ได้แก้ตัวใดๆ ออกมา อย่างที่ควรจะทำ

                “คือ...หนูค่อนข้างที่จะเมาค่ะ เลยค้างที่บ้านเพื่อน” ฉันตอบเสียงเบา มือก็กำกันไว้แน่น เพราะไม่เคยที่จะโกหก มันจึงเป็นเรื่องยากที่ฉันจะทำให้ไม่มีพิรุจน์ได้

                “แน่ใจนะว่าไม่ได้ไปเถลไถลที่ไหน” พี่เวย์ถามย้ำ ซึ่งฉันก็พยักหน้าตอบอย่างไว

                “อืม...ก็ดี พี่ถือว่าครั้งนี้พี่จะไม่ว่าอะไรเราก็แล้วกัน แต่คราวหน้าคราวหลังอย่าทำแบบนี้อีก ออกไปเที่ยวได้แต่อย่าทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วง ถ้ามันดึกมากจริงๆ ก็โทรบอกที่บ้าน จะได้ออกไปรับ”

                “ค่ะ”

                “ไป..ไปพักผ่อนเถอะ วันนี้พี่คงจะกลับเย็นๆ ไว้ค่อยคุยกันใหม่”

“ค่ะ”

“อ้อ...วันเกิดที่จะถึงนี้ พี่จะจัดให้ที่บ้านนะ อยากชวนเพื่อนมากี่คนก็ตามสบายเลย”

“ค่ะพี่เวย์ ขอบคุณมากนะคะ”

“อือ งั้นพี่ไปก่อนนะ” พูดจบพี่เวย์ก็ลุกออกไปจากห้อง ฉันจึงลุกตามเพื่อที่จะกลับไปห้องตัวเองที่อยู่ชั้นล่างใต้บันได 

 ตลอดทางที่ต้องลงบันไดมาฉันต้องจับราวบันไดเอาไว้ ด้วยน้ำตาที่สะกดกั้นมาตั้งแต่เข้ามาในบ้านหลังนี้ มันร่วงหล่นลงมาทันทีที่พี่เวย์หันหลังเดินออกจากห้อง เลยทำให้ตอนนี้ฉันสะอื้นไห้จนแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงพยุงร่างของตัวเอง

   ฉันทำตัวเหลวไหลขนาดนี้ ทุกคนในบ้านก็ยังรักและเป็นห่วง จนฉันรู้สึกว่าตัวเองช่างเลวร้าย และไม่น่าที่จะได้รับความรักอันมากมายจากทุกคนในบ้านหลังใหญ่แห่งนี้

                “ฮึก...ฮือ......” ยังไม่ทันที่จะได้ล็อกประตูห้อง ฉันก็ปล่อยเสียงสะอื้นที่สะกดกลั้นเอาไว้ออกมา เมื่อก้าวขาพาตัวเองพ้นประตูเข้ามาในห้อง ร่างกายที่ไม่มีเรี่ยวแรงบวกกับความร้าวระบม ถูกทิ้งลงที่ที่นอนอย่างเเรง โดยไม่กลัวว่าจะเจ็บหรือระบมไปกว่าเดิม

                การร้องไห้ครั้งนี้ของฉันดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด แม้จะพยายามสะกดกลั้นแค่ไหน มันก็ทนรับกับสิ่งที่เพิ่งเจอมาไม่ได้ เรื่องราวเลวร้ายเกินกว่าที่ฉันจะมานั่งเข้มแข็งอดทนและต่อสู้ การพยายามปลอบใจตัวเองอย่างที่ผ่านมาดูเหมือนมันจะไม่สามารถทำได้แล้ว 

        แต่เมื่อกลับมาคิดดูจะให้ฉันทำอย่างไร ในเมื่อตอนนี้ฉันไม่สามารถพูดคุยหรือระบายอะไรออกมากับใครได้เลย นอกจากทนเก็บงำความเจ็บปวดพวกนี้ไว้เพียงคนเดียว

                ฉันต้องเข้มแข็งและเดินต่อไปให้ได้ซิ!

                คิดได้แค่นั้นสติของฉันก็หลุดไปเพราะความอ่อนเพลีย ทั้งจากเรื่องเมื่อวานที่พบเจอมามากมายและจากการร้องไห้นานกว่าชั่วโมง

            การหลับมันคือการปลดปล่อยให้สิ่งเลวร้ายหลุดลอยไป ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็คงจะดีว่าการตื่นแล้วทนแบกรับความเจ็บปวดที่ได้พบเจอ


                                                                                                                                                           

ฝากถึงนักอ่านที่น่ารักทุกคน เนื่องจากมีคนย้อนมาอ่านผลงานของไรเตอร์ 2 เรื่องที่แต่งไว้ตั้งแต่ปี 55 

และมีคนกดติดตามเป็นแฟนคลับเรื่องนี้เยอะจนไรเตอร์ไม่คิดว่าจะมีคนชอบมากขนาดนี้ เลยอยากขอบคุณทุกคนด้วยการนำเรื่องนี้มารีไรท์ใหม่ค่ะ แก้ไขคำผิดและเพิ่มความเข้าใจในการอ่าน เปลี่ยนภาษาให้เข้าใจง่าย นักอ่านจะได้ไม่งงในภาษา จะค่อยๆ อัพไปทีละนิดควบคู่กับเรื่องอื่นๆ  *แต่ไม่ได้ลบตอนที่ลงไปแล้วนะคะใครอยากอ่านแบบงงๆ ภาษาไม่สวยก็ไปอ่านล่วงหน้าก่อนได้ แต่ไรเตอร์จะเริ่มขัดเกลาใหม่นับแต่นี้ วันละ 1 - 2 ตอน กันเว็บเสปม หากกดพับลิคบ่อยเกินไป* 

หากแต่ใครอยากอ่านแบบเข้าใจโดยง่ายก็รอหลังจากรีไรท์จนจบก็ได้ค่ะ 

เนื้อเรื่องเหมือนเดิมนะคะ ไม่ได้เปลี่ยนเเปลงแต่อาจจะมีเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจได้โดยง่าย

ฝากนิยายเรื่องนี้และอีกหลายๆ เรื่องที่ลงไว้ด้วย ช่วงนี้ไรเตอร์ขยัน 

ฝากเม้น + ติดตาม + โหวต ให้กำลังใจไรเตอร์ด้วยนะคะ 

ขอบคุณมากค่ะ จุ้บๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 / 20:22
      น่าสงสาตรจริงงงงงงงงงงงงง

    #35
    0
  2. #9 moko_cheese (@moko-cheese) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 12:17
    นางเอกน่าสงสารมาก แล้วจะทำยังไงต่อไปเนี่ย T T
    #9
    0
  3. #4 กระต่ายตัวสูง (@kwanmin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 22:05
     T^T สงสารนางเอกอะ แล้วนางเอกจะทำยังไงต่อไป ฮืออออ

    เนื้อเรื่องสนุกคะ อ่านแล้วไม่สะดุดเลย : ))
    #4
    0