Love mom baby เชื่อมรักผูกใจคุณแม่ที่รัก

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 17,820 Views

  • 74 Comments

  • 378 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    30

    Overall
    17,820

ตอนที่ 2 : ความรักของพี่สาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2854
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    28 มี.ค. 61


อิมเมจภาพ ไอยู 

จั๋วเซียง (วิวา)

1

ความรักของพี่สาว

 

                ก็อกๆๆ

                เสียงเคาะประตูเบาๆ ทำให้ฉันสะดุ้งตื่นจากโต๊ะไม้เตี้ยๆ ที่ตั้งรูปและโกฏิของแม่ฉันเอาไว้ ก่อนที่ฉันจะลุกไปเปิดประตูเพื่อดูว่าใครมา และมีเรื่องอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า เนื่องจากตอนนี้สถานภาพฉันก็เป็นเพียงคนรับใช้ที่อายุน้อยที่สุดในบ้านเมฆอนันต์

                “ว่าไงจ๊ะสาวน้อย” ไม่ทันที่ฉันจะดึงประตูเปิดออก แรงมหาศาลจากคนข้างนอกก็ผลักเข้ามาเสียก่อน จนฉันเซถอยหลังเข้าไปในห้องสองสามก้าว 

              และเพราะเสียงหยาบกร้านของบุคคลตรงหน้า ทำให้ฉันตกใจจนต้องเงยหน้ามองผู้มาเยือนในยามวิการอย่างนี้ จริงๆ ใช่ว่าฉันจะไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ หากแต่ฉันสาใารถเอาตัวรอดออกมาจากสถานการณ์เลวร้ายนั้นออกมาได้ทุกครั้ง และยอมที่จะเก็บเงียบเอาไว้ เพื่อไม่ให้ทุกคนต้องวุ่นวาย

                “มะ...มีอะไร!” ฉันกลั้นใจพูดกับชายฉกันตรงหน้า เขาอายุน่าจะราวๆ สามสิบปลายๆ ผิวสีดำเข้ม เพราะต้องทำงานตากแดดตากลมเนื่องจากเป็นคนสวน 

            ห้องพักคนงานของบ้านนี้จะแบ่งเป็นชั้นให้คนงานอาศัย ชั้นหนึ่งและสองจะเป็นคนงานหญิง ชั้นสามและสี่จะเป็นคนงานชายซึ่งตึกนี้มีราวๆ ยี่สิบห้องได้ จำนวนคนพักแต่ละห้องก็แล้วแต่ความกว้าง ถ้าใหญ่หน่อยก็ต้องอยู่กันสองถึงสามคน แต่ถ้าห้องเล็กแบบห้องฉันก็สามารถอยู่ได้เพียงคนเดียว มันเลยเป็นจุดบอดที่เวลามีเรื่องอะไร ฉันต้องช่วยเหลือตัวเองในการเอาตัวรอด อีกอย่างประตูไม่มีช่องตาแมว มันเลยยากที่จะรู้ได้ว่าคนที่มาเคาะห้อง มาดีหรือมาร้าย

                “แหมๆ ดึกดื่นเที่ยงคืนแบบนี้จะมีอะไรอีกละสุดสวย”  ชายตรงพูดพร้อมๆ กับดันตัวเองเข้ามาในห้องฉัน พลางใช้เท้าถีบประตูให้ปิดลงเบาๆ 

              ฉันที่เห็นแบบนั้นก็ตกใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก แต่ก็พอจะมีสติรีบวิ่งไปไปที่เตียง หวังจะคว้ามีดสั้นที่แอบสอดไว้ใต้หมอนเพื่อป้องกันตัว แต่ไม่ว่าจะควานหาท่าไหร่ก็ไม่เจอ มันว่างเปล่าเหมือนไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว

                “ฮ่าๆๆๆ หาไอ้มีดเล็กๆ นั้นนะหรอ แหมสาวน้อย เธอคิดว่าฉันจะไม่ป้องกันตัวเองบ้างรึไง” ไม่พูดเปล่ามันยังย่างกายเข้ามาหาฉันอย่างช้าๆ ด้วยสีหน้าที่น่าขยะแขยง 

             และทันทีที่มันมาถึงตัวฉัน มันก็ผลักฉันให้ล้มลงไปที่เตียงได้อย่างง่ายดาย เพราะฉันมัวแต่พะวักพะวงกับมีดที่หายไปและหาวิธีเอาตัวรอด เลยไม่ทันได้ตั้งมือรับกับชาบชั่วตรงหน้า 

                “ปะ...ปล่อย ปล่อยฉันนะ! อุ๊บส์!” ทันทีที่ฉันพยายามจะส่งเสียงร้อง มันก็เอามือสากๆ สกปรกๆ ขึ้นมาปิดปากฉันเอาไว้ก่อน ส่วนมืออีกข้างของมันก็เลื่อนมาจับสาบเสื้อฉันให้เปิดขึ้น 

       แต่ก็ใช่ว่าฉันจะยอมง่ายๆ ฉันพยายามจะดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อปกป้องร่างกายตัวเองเอาไว้ แต่บ้าเอ๊ย มันไม่ขยับเขยื้อนอะไรเลย! ไอ้บ้ากามนี่ตัวเท่าโอ่ง! แถมมันยังยิ้มฟันเหลืองทำหน้าดำมองฉันอย่างกระหายอีกด้วย!

                ปล่อยนะ ฉันบอกให้ปล่อยไง! ไอ้บ้าฉันจะฟ้องคุณท่าน" ฉันทั้งร้องเสียงอู้อี้อยู่ในอุ้งมือของมัน แถมทั้งดิ้น ทั้งพยายามหาทางให้ตัวเองหลุดพ้น มือที่ว่างอยู่ก็ยกขึ้นมาทุบหลังมันอย่างบ้าคลั่ง 

         แม้ฉันจะดิ้นรนต่อสู้จนได้ยินเสียงทุบด้วยน้ำมือของฉันดังอั่ก แต่มันก็ยังคงยิ้มขยะแขยงไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด แถมยังมองฉันด้วยสายตาน่าขยะแขยงอยู่เหมือนเดิม!

                “ดีสาวน้อย....ได้ใจฉันดี หึ! รู้ไหมฉันชอบความซาดิสม์ที่สุดเลย”

                “อุก!” พูดจบมันก็ต่อยเข้าที่ท้องน้อยของฉันหมัดใหญ่ จนฉันจุกจนร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งมันก็เป็นเหตุให้ฉันต้องปล่อยมือที่ทุบหลังมันลง 

            น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้และเสียใจหลั่งไหลลงมาเมื่อรู้แล้วว่าคงไม่มีทางรอด พนักงานที่นี่ก็คงเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานจนหลับสนิทหมด แค่เสียงตะโกนเบาๆ ของฉันคงไม่มีทางเล็ดลอดไปให้ใครได้ยิน ถึงขนาดปลุกคนให้ตื่นได้หรอก

                แม่จ๋า...ช่วยหนูด้วย

                ฉันร่ำร้องเรียกหาผู้เป็นแม่ในใจ แม้จะรู้ว่าท่านคงไม่มีทางลงมาจากสวรรค์มาช่วยฉันได้ แต่ที่พึ่งฉันตอนนี้ก็มีแค่ท่านเพียงคงเดียว ขอให้ท่านช่วยดลบันดาลให้ใครก็ได้ตื่นขึ้นมาได้ยินเสียงร้องอันเบาหวิวของฉันที

                  ไม่ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้

                เมื่อไอ้คนชั่วเห็นฉันหมดแรงดิ้นรนขัดขืน มันก็ก้มเอาหน้าหยาบกร้านที่มีแต่หนวดเคราลงซุกซอกคอของฉันอย่างจาบจ้วง ฉันก็ได้แต่ส่ายหน้าหลบ ร้องไห้เพราะทำอะไรกว่านี้ไม่ได้

                ขอร้อง...ใครก็ได้ช่วยด้วย ฮึกๆๆ ฉันขยะแขยงจะตายอยู่แล้ว..

                ก็อกๆๆๆ

                “จั๋วเซียง จั๋วเซียง” เหมือนเสียงสวรรค์ที่ดังขึ้นช่วยชีวิตฉัน 

           เมื่อจู่ๆ ก็มีคนมาเคาะประตูห้องเรียก มันจึงทำให้ไอ้ชั่วนี่ชะงักหันไปมองหน้าประตูอย่างตกใจทันที แต่เพียงชั่วครู่มันก็หันกลับมามองหน้าฉันด้วยความหื่นกระหายเหมือนเดิม ก่อนจะก้มลงมาดำเนินสิ่งเลวทรามต่อ โดยไม่สนใจเสียงเรียกด้านนอกที่มาเรียกฉัน

                “มะ....ไม่ๆ ไม่นะ ชะ..ช่วย อุ๊บส์!” ปากหยาบกร้านของไอ้ชั่วคนนี้ปิดลงมาที่ปากของฉัน ขณะที่กำลังจะส่งเสียงเรียกให้คนข้างนอกเข้ามาช่วย 

            น้ำตาที่หลั่งไหลออกมามากมายของฉันไม่ได้ช่วยให้มันใจอ่อนปล่อยฉันสักนิด ความชั่วของมันมากเกินพอที่จะกระทำการต่อได้อย่างไม่สนใจว่าฉันจะเจ็บปวดแค่ไหน 

                 ฉันจะทำยังไงดี

                “จั๋วเซียง นี่พี่เองนะ หลับอยู่หรือเปล่า”

ปัง!! ปังๆ

                กึก!!

ประตูที่เปลี่ยนจากการเคาะเป็นการทุบที่ดังมากๆ และเสียงเรียกของผู้มาเยือนทำให้คนที่กำลังจะทำลายชีวิตฉันหยุดชะงักลง มันตัวแข็งทื่ออย่างกับโขดหินไปทันที มันทำให้ฉันยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เพราะเห็นหนทางรอดจากเหตุการณ์นี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ที่อยู่ดีๆ พี่สาวสุดที่รักของฉันก็กลับมาจากต่างประเทศ และแวะเข้ามาหาในยามดึกแบบนี้ 

  ทั้งที่จริงเธอควรจะพักผ่อนหลังจากเดินทางกลับมาเหนื่อยๆ  และใครๆ ก็รู้ว่าพี่สาวคนนี้ของฉันอย่าแม้แต่จะแกล้งหรือทำให้ฉันเสียใจ เพราะเธอเอ็นดูฉันมากเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ซึ่งฉันเองก็ทั้งรักและเคารพพี่เวย์มากเหมือนกัน ไม่สิ ฉันรักและเคารพคุณๆ ในบ้านทุกคน เพราะพวกท่านดีกับฉันมาก

“จั๋วเซียง งั้นพี่เข้าไปหาน้องเลยนะ! พอดีพี่แอบเอากุญแจมาเพราะรู้ว่าน้องต้องนอนแล้ว พี่มีเรื่องด่วนจริงๆ!

“ปัดโถ่!” มันสบถออกมาอย่างหัวเสียและลุกขึ้นมองซ้ายทีขวาทีด้วยความร้อนรน เพื่อหาทางหนีทีไล่ในการเอาตัวรอด

ผัวะ!

แต่ไม่ทันที่ไอ้ชั่วจะได้หนี ประตูที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออก พร้อมกับการปรากฏของร่างเล็กที่สวยงามสะดุดตา และทันทีที่เธอมองหาฉันผ่านแสงไฟสลัวๆ ในห้อง และพบเจอกับสภาพที่เป็นอยู่ก็ถึงกับอึ้ง

.....ฉันที่นอนร้องไห้กอดท้องตัวเองอยู่บนเตียง

.....ฉันที่สภาพดูไม่ได้ เสื้อผ้ายับยู่ยี่ หัวฟู ใบหน้าเปรอะเปรื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

.....และไอ้ชั่วที่ยืนมองพี่เวย์ด้วยความตกใจปนกลัวอย่างสุดขีด หน้ามันซีดเสมือนศพจมน้ำขึ้นอืดตาย

“นะ...นี่มันอะไรกัน!” และเมื่อพี่เวย์ตั้งสติได้ เธอก็ตะโกนตวาดเสียงดังลั่นห้อง จนทั้งฉันและไอ้ชั่วนั้นสะดุ้งเฮือก ต่างกันที่ว่าฉันกลับไม่ได้เกรงกลัวอะไร แต่มันยืนตัวสั่นก้มหน้า เมื่อรับรู้ชะตากรรมตัวเองหลังจากนี้

“ฮึกๆ....มัน ฮึกจะ....” ฉันพยายามเค้นเสียงตัวเองออกมา แต่ก็พูดไม่ได้เพราะทั้งจุกที่ท้อง และบวกกับการร้องไห้สะอึกสะอื้นแทบจะหมดลมหายใจ ทำให้คนฟังยิ่งหน้าบึ้งเมื่อเห็นสภาพฉันเต็มตา

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น!” พี่เวย์ตวาดลั่นและตวัดสายตาน่ากลัวมองไปไอ้ชั่วนั่นที่ยืนตัวสั่นอยู่ “ตามฉันมา!” ว่าจบเธอก็เดินเข้ามาพยุงร่างฉันให้ลุกขึ้นจากเตียง และประคองฉันออกจากห้องเพื่อตรงไปบ้านใหญ่ 

ด้วยห้องฉันอยู่ชั้นสองจึงลำบากมากกับการประคับประคองตัวเองที่โดนต่อยจนจุกลงบันได ลำบากพี่เวย์ที่ก็แทบจะหัวทิ่มลงไปกันทั้งสองคน เพราะพี่เวย์เองก็ตัวเล็กอยู่แล้วแต่ต้องมาประคองฉันอีก

                “ทุกคนตื่น! ฉันบอกให้ตื่นเดี๋ยวนี้! แล้วตามฉันไปที่บ้านใหญ่ ถ้าไม่เห็นใครที่นั่น ก็เตรียมตัวหาที่อยู่ใหม่กันให้หมดเลย!!” 

            เมื่อลงมาถึงชั้นล่างพี่เวย์ก็หันกลับไปตะโกนเสียงดังลั่นหอพักที่กำลังเงียบสนิท จนฉันเชื่อว่าแม้พนักงานที่หลับลึกเหมือนตายก็ต้องตื่นขึ้นมาแน่ๆ 

           “ไปกันเถอะ” แล้วเธอก็หันมาพยุงฉันอย่างเบามือตรงไปที่บ้านใหญ่ทันที

                “แม่คะ! พ่อค่ะ! พี่ๆ!

                อีกครั้งที่พี่เวย์ตะโกนเสียงดังเพื่อปลุกคนในบ้าน และครั้งนี้มันก็ดังมากจริงๆ เพราะอยู่ในบ้าน เสียงจึงกึกก้องกว่าข้างนอกมาก ไม่นานคุณท่านทั้งสองและพี่สาวอีกสองคนก็งัวเงียพากันตื่นออกมาจากห้องนอนของตัวเอง

                “มีอะไรกันลูกเวย์ เพิ่งกลับมาถึงก็มาตะโกนโหวกเหวกอะไรลูก พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันก็ได้นะ” นายหญิงของบ้านเอ่ยกับพี่เวย์ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็ก เมื่อท่านเดินลงมาถึงชั้นล่างแล้ว

                “เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงคะ!!” เธอไม่สนใจที่นายหญิงพูด แต่กลับดันตัวฉันให้มายืนตรงหน้าแต่มือเธอก็ยังคงประคองฉันเอาไว้อยู่ เพราะพี่เวย์รู้ว่าฉันคงจะยังยืนเองไม่ได้

                “ว้าย! ตายแล้ว” นายหญิงที่เพิ่งสังเกตเห็นสภาพฉันถึงกับตกใจจนเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ไม่เพียงแต่ท่านเท่านั้น คุณท่านและพี่ๆ ก็ตกใจไม่น้อยที่เห็นฉันเป็นแบบนี้

                “เป็นแบบนี้ได้ยังไงคะ!” พี่เวย์ถามซ้ำด้วยความโมโห ฉันจึงยกมือขึ้นมากระตุกชายเสื้อเธอเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม 

        ทีแรกฉันก็อยากจะจับมือพี่สาวคนนี้ แต่ฉันกลัวขี้ดินขี้โคลน และความสกปรกจะติดตามเนื้อตัวใสสะอาดของเธอไปด้วย แค่เธอประคองฉันแบบนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าเชื้อโรคจะทำให้ร่างกายและสุขภาพพี่เวย์หมองไปด้วยหรือเปล่า

                “ใจเย็นๆ ลูก ปะ พาน้องไปนั่งก่อน” คุณท่านเอ่ยห้าม และชวนให้เข้าไปนั่งในห้องรับแขก ฉันเดินตามพี่เวย์ที่กำลังช่วยพยุงฉันจนไปถึงโซฟาห้องรับแขก 

            ฉันที่กำลังจะนั่งลงพื้นกลับถูกบังคับให้ขึ้นไปนั่งบนโซฟาข้างๆ พี่เวย์ เธอกอดตัวฉันเอาไว้แน่นและกวาดสายตามองทุกคนที่มารวมตัวกันหมดบ้านอย่างคาดโทษ

                “เรื่องมันเป็นยังไงหือ....” คุณท่านเอ่ยถาม เมื่อตอนนี้อยู่กันครบแล้วไม่ว่าจะคนบ้านใหญ่หรือพนักงาน คนงานที่พักอยู่ในหอที่นี่

                ฉันได้แต่ก้มหน้ามองมือตัวเอง ไม่กล้าเล่าเหตุการณ์เลวร้ายที่พึ่งเจอไปออกมา น้ำตาตอนนี้ก็ไม่มีให้หยดแล้วเพราะฉันร้องไห้จนเหนื่อย เหลือเพียงความเจ็บและจุกจากเหตุการณ์แรวร้ายที่เพิ่งพบเจอเท่านั้น

                “หนูก็เพิ่งกลับมาจากอเมริกา กะว่าจะเอาของฝากไปให้จั๋วเซียงก่อน เพราะพรุ่งนี้หนูต้องออกจากที่นี่ไปมหาลัยแต่เช้าคงไม่ได้เจอน้อง แต่พอเคาะประตูเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิด ดีที่หนูคว้ากุญแจสำรองออกมาด้วยก็เลยเปิดเข้าไปเอง แต่ดันไปเจอน้องนอนกุมท้องร้องไห้อยู่บนเตียง และไอ้เลวนี่กำลังยืนกระวนกระวายอยู่ในห้องด้วย!” เมื่อพี่เวย์เห็นฉันนั่งเงียบอย่างเดียว เธอก็เลยเล่าแทนด้วยความหงุดหงิดปนโกรธแค้น และหันไปมองตัวก่อเหตุด้วยสายตามาดร้าย “แล้วคนอื่นๆ ก็หลับเป็นตายไม่รู้เรื่องอะไรเลย!!” เธอตวาดอีกครั้ง จนคนที่ไม่รู้เรื่องสะดุ้งมองหน้ากันก่อนจะก้มมองมือตัวเอง ใครๆ ก็รู้กิติศัพท์ของลูกสาวคนเล็กของบ้าน พี่เวย์เหวี่ยงวีนทุกครั้งที่ทำให้เธอไม่พอใจ แต่ถ้าเรื่องมันร้ายแรงมากจริงๆ จนทำให้เธอหมดความอดทน ก็จะโดนไล่ออกทันทีไม่มีข้อยกเว้น แต่มันก็นานทีปีหนถึงจะได้เจอเธอในอารมณ์แบบนี้ ซึ่งใครโดนก็ถือว่าโชคร้ายไป

                “ใจเย็นๆ ก่อนซิเวย์ พี่ว่าอย่าอารมณ์ร้อนไปเลยนะ” พี่วงแหวนลูกคนรองของบ้าน ที่เป็นคนนิ่งเงียบและมีเหตุผลที่สุดถึงกับต้องเอ่ยปรามออกมา เมื่อเห็นท่าทีเหวี่ยงร้ายของพี่เวย์

                “ใจเย็น! ให้น้องใจเย็นได้ยังไง คนในบ้านทำเรื่องแบบนี้เนี่ยนะคะ มันสมควรเกิดขึ้นหรือไง!!” แม้จะมีเสียงห้ามปรามจากคนในครอบครัว แต่พี่เวย์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะใจเย็นลงได้ ฉันก็ทำได้เพียงแต่ดึงชายเสื้อเธอเอาไว้ ไม่อยากจะบอกเลยว่าเหตุการณ์แบบนี้ใช่ว่าจะเพิ่งเกิด มันเคยเกิดมาก่อนหน้านี้แล้วเพียงแต่ฉันเอาตัวรอดได้ และไม่เคยบออกใครเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต

                “เรื่องมันเป็นยังไงไอ้ชาติ!” เมื่อคุณท่านเห็นลูกสาวตัวเองอารมณ์เดือดจนห้ามไม่อยู่ ท่านก็รู้ว่าคงทำอะไรไม่ได้นอกจากจะทำเรื่องให้มันจบๆ ไป พี่เวย์จะได้พอใจและอารมณ์เย็นลง

                คนถูกตวาดออกไปสะดุ้งสุดตัว ตัวสั่นพลางบีบมือตัวเองแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองใครทั้งนั้น ท่าทางมันเหมือนคนกำลังจะถูกประหาร ฉันมองมันอย่างแค้นปนหวาดกลัว เหตุการณ์เมื่อครู่มันฝังในหัวยากที่จะลืมง่ายๆ

                “ตอบมา!” ท่านตะคอกออกไปอีกครั้งเสียงดังลั่น ทำให้คนที่ถูกตวาดก้มลงกราบลงกับพื้นอย่างลนลานกลัวสุดขีด ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองใคร

                “ผะ....ผมขอโทษครับท่าน ผะ...ผมผิดไปแล้ว”

                “เล่ามา!” สิ่งที่ตอบออกมาไม่ได้ตรงคำถาม คุณท่านจึงตะคอกถามกลับไปอีกครั้งด้วยเสียงที่แข็งกร้าวหนักแน่นกว่าเดิม และนั่นก็ยิ่งทำให้คนทำผิดตัวสั่นหนักเข้าไปอีก

                “ผะ....ผม จะขืนใจจั๋วเซียงครับ!

                “ระยำ!! แกกล้าทำเรื่องบัดสีในบ้านฉันอีกแล้วเหรอ!” สิ้นเสียงนายชาติ คุณท่านก็ตวาดเสียงดังด้วยความเกรี้ยวกราดออกมาอีกรอบ ไม่แม้แต่คนที่ทำผิด ทุกคนที่นั่งอยู่ก็ถึงกับต้องก้มหน้าหลบสายตากันเป็นพลันละวันด้วยความกลัว

                “ผะ....ผมขอโทษครับท่าน ต่อไปผมจะไม่ทำแล้ว!

                “เก็บข้าวของออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ฉันจะเรียกตำรวจมาลากคอแกไปนอนตะราง!!

                “ตะ...แต่ท่านครับ”

                “ไป๊!!!” คำสั่งเฉียบขาดเสียงดังของคุณท่านทำให้นายชาติรีบลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลวิ่งออกไปจากบ้าน

                “ส่วนที่เหลือก็แยกย้ายกันไปนอนได้แล้วไป” คุณท่านสั่งอีกรอบ

                “ได้ไงคะคุณพ่อ!!!” พี่เวย์กลับพูดแทรกขึ้นมา จนทำให้ทุกสายตาเบนไปมองเธอด้วยความสงสัย “หนูต้องจัดการกับคนงานขี้เซาพวกนี้ก่อน!” เสียงตวาดอย่างโมโห บวกกับสายตาที่จ้องจะเอาเรื่องพี่ๆ พนักงานที่นอนหลับไม่รู้เรื่องทำให้พวกนั้นต้องหลบสายตาก้มมองมือ ไม่ก็พื้นอย่างหวาดกลัวความซวยที่ไม่ได้ก่อ

                “เวย์ มีเหตุผลหน่อยซิลูก พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ ทุกคนก็ต่างเหนื่อยและอยากนอนพัก ไม่มีใครสนใจเรื่องภายนอกหรอก” คุณท่านเตือนพี่เวย์อีกครั้ง

                “แต่..”.

                “เชื่อพ่อซิลูก อย่าโทษพวกเขาเลย”

                “เฮ้อ!! ก็ได้คะ!” ในที่สุดพี่เวย์ก็ยอมปล่อยเรื่องไป ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดีเพราะฉันเองก็ไม่อยากให้ดุว่าพวกเขา ในเมื่อพวกเขาไม่ได้ผิดอะไรเลย

                “ไป แยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว และหวังว่าเรื่องแบบนี้จะคงไม่เกิดขึ้นอีก ไม่อย่างนั้นฉันจับเข้าตารางทุกคน!” ท่านย้ำ และปล่อยคนงานกลับที่พัก ส่วนฉันเองก็เตรียมตัวจะลุกกลับห้องเช่นกัน แต่กลับมีมือของพี่เวย์ดึงตัวฉันให้นั่งลงที่เดิมเสียก่อน ฉันจึงจำเป็นต้องนั่งต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

                “คะ? พี่..”

                “พี่จะให้เราเข้ามาอยู่ในบ้าน ใช่ไหมคะคุณแม่”

                “ใช่จ๊ะ แม่ก็คิดว่าอย่างนั้น” ฉันนั่งมองคนในบ้านด้วยความงุนงงและตกใจ 

             พวกท่านบอกกับฉัน ว่าจะให้ฉันเข้ามาอยู่ในบ้านใหญ่ และนอนห้องหนังสือพี่เวย์แทน แม้ฉันก็ปฏิเสธความหวังดีของท่านเพราะเกรงใจและไม่อยากเกินหน้าเกินตาคนงานในบ้าน แต่สุดท้ายฉันก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อพวกท่านยืนกรานอย่างหนักแน่น ว่าจะให้ฉันเข้ามาอยู่ในบ้าน เพื่อความปลอดภัยของตัวฉันเอง 

          และเมื่อขัดไม่ได้ ฉันเลยขอเป็นห้องอื่นที่ไม่ใช่ห้องหนังสือชั้นบนของพี่เวย์ เพราะไม่อยากเทียบตัวเองกับลูกเจ้าของบ้าน ฉันจึงได้มาอยู่ห้องเก็บอุปกรณ์แม่บ้านที่อยู่ใต้ทางเดินบันได และมันก็ใหญ่มากพอให้คนมาอาศัยอยู่ได้ ห้องนี้คุณท่านเป็นคนเสนอ เมื่อเห็นว่าฉันดื้อรั้นไม่ยอมไปอยู่ห้องหนังสือพี่เวย์ ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจและรับคำในที่สุด

ซึ่งครั้งนี้นี้แหละคือจุดเริ่มต้นความรักและความอบอุ่นที่แท้จริงของครอบครัวผู้มีพระคุณของฉัน ผู้ซึ่งให้ชีวิตใหม่กับฉัน จนฉันคิดว่าชาตินี้ยังไงก็ชดใช้ให้พวกท่านไม่หมด

ครอบครัวเมฆอนันต์ 

                                                                                                                                                           

ฝากถึงนักอ่านที่น่ารักทุกคน เนื่องจากมีคนย้อนมาอ่านผลงานของไรเตอร์ 2 เรื่องที่แต่งไว้ตั้งแต่ปี 55 

และมีคนกดติดตามเป็นแฟนคลับเรื่องนี้เยอะจนไรเตอร์ไม่คิดว่าจะมีคนชอบมากขนาดนี้ เลยอยากขอบคุณทุกคนด้วยการนำเรื่องนี้มารีไรท์ใหม่ค่ะ แก้ไขคำผิดและเพิ่มความเข้าใจในการอ่าน เปลี่ยนภาษาให้เข้าใจง่าย นักอ่านจะได้ไม่งงในภาษา จะค่อยๆ อัพไปทีละนิดควบคู่กับเรื่องอื่นๆ  *แต่ไม่ได้ลบตอนที่ลงไปแล้วนะคะใครอยากอ่านแบบงงๆ ภาษาไม่สวยก็ไปอ่านล่วงหน้าก่อนได้ แต่ไรเตอร์จะเริ่มขัดเกลาใหม่นับแต่นี้ วันละ 1 - 2 ตอน กันเว็บเสปม หากกดพับลิคบ่อยเกินไป* 

หากแต่ใครอยากอ่านแบบเข้าใจโดยง่ายก็รอหลังจากรีไรท์จนจบก็ได้ค่ะ 

เนื้อเรื่องเหมือนเดิมนะคะ ไม่ได้เปลี่ยนเเปลงแต่อาจจะมีเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจได้โดยง่าย

ฝากนิยายเรื่องนี้และอีกหลายๆ เรื่องที่ลงไว้ด้วย ช่วงนี้ไรเตอร์ขยัน 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #68 redQueen. (@benjaluk-poy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 21:38
    สนุกค่าา
    #68
    0
  2. วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 / 20:15
     มีพี่สาวที่ดีจังเลย

    #34
    0
  3. #7 moko_cheese (@moko-cheese) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 12:10
     พี่สาวนี่น่ารักจังเลย โชคดีมากเลยน้า
    #7
    0
  4. #2 กระต่ายตัวสูง (@kwanmin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 21:46
    นางเอกน่าสงสารจริงๆเลย แต่อย่างน้อยครอบครัวนี้ก็ดีมากๆเลย : ))

    เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^
    #2
    0