Love mom baby เชื่อมรักผูกใจคุณแม่ที่รัก

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 17,821 Views

  • 74 Comments

  • 378 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    31

    Overall
    17,821

ตอนที่ 13 : ความมืดมิดที่ดิ่งลงเหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2031
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 เม.ย. 55

 
 

12

ความมืดมิดที่ดิ่งลงเหว

 

                หลังจากที่เข้าครัวเพื่อหาอะไรมาทดแทนสิ่งที่เพิ่งเอาออกไปจากท้องเรียบร้อยแล้วฉันก็ให้คนที่บ้านเรียกแท็กซี่เข้ามาให้เพราะไม่อยากรบกวนให้ที่บ้านเอารถที่เหลือเพียงคันเดียวไปส่งสักเท่าไหร่ ไม่ว่ายังไงแล้วเรื่องของฉันก็คงจะไม่สำคัญเท่างานต่างๆมากมายที่ทางบ้านต้องทำ

                “แต่คุณวาคะ? ถ้าคุณเวย์รู้....”

                “พี่เวย์จะไม่มีทางรู้ค่ะ ถ้าทุกคนไม่บอก” ฉันยืนยันคำขาดแต่ก็ไม่ได้ใส่อารมณ์หรือหงุดหงิดอะไรเพียงแต่ไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงก็เท่านั้น

                “แต่...”

                “แท็กซี่มาแล้ว วาไปก่อนนะคะ และสัญญาจะกลับมาให้ทันก่อนพี่เวย์จะกลับมา” ฉันยิ้มให้ทุกคนที่พยายามจะเข้ามายื้อไม่ให้ฉันไปแท็กซี่ให้ได้และบอกว่าจะไปส่งฉันเอง แต่เพราะแท็กซี่ที่เรียกไว้เข้ามาจอดรับแล้วฉันจึงชิ่งหนีขึ้นมาเพื่อตัดปัญหาเสียก่อน ทุกคนที่อยู่ด้านหลังเลยได้แต่ทำหน้าหนักใจ เพราะฉันไม่ยอมเชื่อฟัง

                ดีนะที่ฉันบอกเพียงว่าจะไปซื้อของที่ร้านเครื่องเขียน ไม่ได้บอกว่าจะไปหาหมอ ไม่อย่างนั้นคงจะยุ่งยากยิ่งกว่านี้

                เมื่อรถเคลื่อนตัวมาถึงคลินิคที่อยู่ไกลออกมาจากบ้านฉันเพราะไม่อยากให้ทางบ้านที่อาจจะบังเอิญผ่านมาเห็นต้องเป็นกังวลและเป็นห่วง

                “ขอบคุณค่ะ” เมื่อจ่ายค่าโดยสานเสร็จเรียบร้อยฉันก็ก้าวลงจากรถโดยไม่ลืมขอบคุณโชเฟอร์ด้วย อาจจะเป็นเพราะฉันติดมาจากการที่ต้องนั่งรถที่บ้านและต้องขอบคุณคุณลุงที่มาส่งเป็นประจำจึงทำให้ฉันนำมาใช้กับทุกคนที่เป็นสารถีในการรับส่งฉันด้วย ซึ่งมันก็ถือว่าเป็นเรื่องดีไม่มีอะไรน่าเสียหาย

                คลินิคที่ฉันเข้าไม่ได้หรูหราหรือดูมีระดับอะไรมากมายเป็นเพียงคลินิคเล็กๆที่มีพยาบาลดูแลเพียงไม่กี่คนเท่านั้นและมีคุณหมอประจำการเพียงแค่สองคน ที่ฉันรู้เพราะเวลาที่ฉันไม่ค่อยสบายจะแอบทางบ้านมาที่นี่เสมอโดยที่แทบจะไม่มีใครรู้เลย

                ฉันเข้าไปกรอกลายละเอียดต่างๆลงในบันทึกคนไข้และยื่นส่งให้นางพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ก่อนจะพาตัวเองมานั่งรอเรียกชื่อเพื่อเข้าตรวจกับคุณหมอ

                “คุณ วารนันท์ วงสาระ ค่ะ เชิญพบคุณหมอห้องสองเลยค่ะ”  ไม่นานฉันก็ถูกเรียกชื่อให้เข้าพบคุณหมอได้ และที่ฉันไม่ใช้นามสกุลของที่บ้านเป็นเพราะฉันไม่อยากให้นามสกุลนั้นต้องเร่ร่อนไปอยู่ในทุกๆสถานที่ที่ฉันไปและอาจจะนำความเสื่อมเสียเดือดร้อนกลับไปให้พวกท่านก็ได้ แล้วอีกอย่างคลินิกนี้ไม่ได้เก็บเอกสารอะไรมากมายที่จะสามารถแสดงตัวตนของตัวเอง เช่นบัตรประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้านอะไรพวกนี้

                “อ้าว สวัสดีจ๊ะ เซียง”

                “สวัสดีค่ะ พี่นาชา” เมื่อก้าวเข้ามาในห้องคุณหมอนาชาก็เอ่ยทักฉันด้วยท่าทางละใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นมิตรและคุ้นเคย ซึ่งฉันเองก็ยิ้มตอบและทักทายเธอกลับเช่นกัน ฉันเคยบอกแล้วว่ามารักษาที่นี่บ่อยจึงรู้จักกับแพทย์ที่นี่เล็กน้อยและเธอก็รู้จักชื่อเล่นฉันในชื่อของจั๋วเซียงไม่ได้รู้ว่าฉันได้เปลี่ยนเป็นชื่อวิวา

                “เป็นไง วันนี้เป็นอะไรอีกหละเรา”

                “คือวา เอ้ย! เซียงรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อยค่ะ” เมื่อเข้ามานั่งในห้องพี่นาชาก็ถามไถ่อาการทันทีพื่อไม่ให้เสียเวลาทั้งเราและคนไข้คนอื่นๆที่กำลังรออยู่ข้างนอก

                “หืม....ว่าไง ไหนลองเล่ารายละเอียดมาหน่อยซิ”

                “คือ...เซียงเป็นไรไม่รู้ค่ะพี่หมอนาชา เมื่อสองเดือนก่อนเซียงมึนหัวบ่อยๆและมาเรื่อยๆก็เริ่มมีอาการหน้ามืด ปวดหัว เวียนหัวตามลำดับ และล่าสุดเซียงก็พะอืดพะอมอยากอาเจียนเวลาได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชาย(ของพี่ฟีลเวล)” ฉันเล่ารายละเอียดอีกเล็กๆน้อยๆให้พี่หมอนาชาฟัง และพอเธอฟังแบบนั้นแล้วก็ขมวดคิ้วยุ่งจ้องหน้าฉันด้วยความแปลกใจ

                “แล้วอาการนอกจากนี้ละ มีอะไรอีกไหมที่ว่าแปลกๆไป”

                “อ้อ...ตอนนี้รู้สึกว่าอ้วนง่ายขึ้นมากเลยคะ แถมยังอารมณ์แปรปรวนด้วย”

                “อื่นๆละ” เธอยังคงคาดคั้นหาคำตอบจากฉันที่แทบจะไม่มาตอบเธอแล้ว ไม่เพียงแต่พี่หมอนาชาเท่านั้นที่มองฉันด้วยความสงสัยปนแปลกใจแต่ฉันเองก็มองเธอด้วยความสงสัยเหมือนกัน

                “อืม...จะว่าไปแล้วเรื่องนี้เซียงไม่ค่อยเครียดนะคะเพราะเป็นปกติอยู่แล้ว แบบว่าประจำเดือนมาไม่ค่อยจะปกติ อย่างครั้งนี้หายไปได้สามเดือนแล้วค่ะ”

                “ว่าไงนะ!!” และเมื่อฟังคำตอบจากฉันแล้วพี่หมอนาชาก็ร้องอุทานออกมาอย่างตกใจและมันก็ทำให้ฉันตกใจไปด้วย ให้ตายซิ! ใจหายใจคว่ำหมดเลย TT

                “คะ...ค่ะค่ะ เซียงบอกว่าประจำเดือนเซียงไม่มาสามเดือนแล้ว”

                “จั๋วเซียง” จากที่นั่งฟังฉันเล่าอาการนิ่งๆแต่เมื่อฟังฉันบอกไปว่าประจำเดือนมาไม่ปกติแล้วพี่หมอนาชาก็หันมาเรียกฉันด้วยสีหน้าที่จริงจังพร้อมกับท่าทางที่ดูจะเครียดขึ้นมาด้วย

                “คะ?พี่หมอ”

                “พี่อยากให้เราไปขับปัสสาวะใส่หลอดนี่แล้วเอาส่งให้กับนางพยาบาลหน้าห้องและเข้ามาหาพี่ใหม่อีกครั้ง” ไม่พูดเปล่าพี่หมอนาชายังยื่นหลอดใสให้ฉันหนึ่งอันและฉันก็รับมันมาก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำ

                เมื่อฉันทำทุกอย่างตามที่หมอนาชาบอกแล้วก็มานั่งรอหน้าห้องเพื่อรอให้เธอตรวจคนไข้เสร็จก่อนที่จะเข้าไปพบเธออีกครั้ง

                “เรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ไม่ทันที่จะได้เข้าไปในห้องเต็มตัวดีเสียงของพี่หมอนาชาก็เอ่ยทักขึ้นมาแล้ว ฉันได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้เธอก่อนจะไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่เคยนั่งเมื่อครู่

                “แล้วพอจะบอกเซียงคร่าวๆก่อนได้ไมค่ะว่าเซียงเป็นอะไร เห็นพี่หมอท่าทางแบบนี้แล้วเซียงไม่ค่อยจะสบายใจเอาซะเลย”

                “จั๋วเซียง”

                “คะ?”

                “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นที่เธอจะวางใจได้เลยนะ” และเธอก็หยุดพักการพูดไปสักพักเพื่อจ้องมาที่ฉันที่ยังคงมองเธอด้วยความอยากรู้อยู่แบบเดิม “พี่ไม่อยากจะตัดสินตอนนี้แต่เพราะอาการที่เธอบอกมาตอนนี้มัน...”อีกครั้งที่เธอหยุดพูดไปแต่นั้นทำให้ฉันก็เกือบหยุดหายใจไปด้วย

แล้วทำไมต้องมานั่งลุ้นแบบนี้ด้วยเล่า...แค่อาการป่วยนิดเดียวเอง

“อย่าพึ่งคิดมากนะ พี่ว่าเซียงคงไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่”

ง่า....แล้วเมื่อไหร่พี่หมอนาชาจะบอกอาการของฉันซะที

“แล้วเซียงเป็นอะไรหรอค่ะ” เมื่อทนที่จะรอพี่หมอนาชาพูดอาการของฉันด้วยท่าทีอึกอักออกมาไม่ไหว ฉันก็เลยโพลงถามเธอออกไปเอง และเธอก็มองหน้าฉันด้วยความหนักใจอีกครั้งก่อนจะบอกอาการที่แทบทำให้ฉันช็อคออกมา

“อาการแบบนี้มันเป็นอาการของคนท้อง แต่พี่ก็ไม่คิดว่าเซียงจะเป็นแบบนั้น งั้นเดี๋ยวรอผลตรวจปัสสาวะก่อนค่อยมาเครียดกันอีกที” พี่หมอนาชายิ้มให้ฉันก่อนจะโฟนอินไปหาพยาบาลหน้าห้องเรื่องผลตรวจของฉันและฉันก็ได้ยินเสียงของพยาบาลคนนั้นว่าให้รออีกประมาณห้านาทีจะส่งผลตรวจเข้ามาให้

แต่ตอนนี้ฉันแทบจะไม่มีแรงที่จะอยู่ฟังผลต่อไปแล้ว.....

ท้อง....คำนี้มันเหมือนหอกคมแหลมที่ตรงเข้ามาปักกลางอกฉันเลย

ไม่ มันต้องไม่เป็นแบบนั้น นี่เป็นเพียงแค่คำสันนิษฐานของพี่หมอเท่านั้นผลตรวจยังไม่ปรากฏเลยฉันจะด่วนตัดสินใจเองไม่ได้

และไม่นานเกินรอนางพยาบาลหน้าห้องก็นำผลตรวจเข้ามาให้พี่หมอนาชา ฉันที่นั่งรอฝังผลอยู่ก็ใช้เล็บทั้งหมดทั้งสองข้างจิกลงไปบนฝ่ามือเพื่อลดอาการตื่นตกใจและหวาดกลัวกับผลที่จะได้รับ

“จั๋วเซียง” ยังไม่ทันที่จะได้เปิดแฟ้มเอกสารดูพี่หมอนาชาก็เอ่ยเรียกฉันเสียงเครียด จึงทำให้ฉันเงยหน้าจากฝ่ามือตัวเองมองหน้าเธอด้วยความหวั่นวิตก “พี่อยากถามเธอเป็นคำถามสุดท้าย เธอเคยมีความสัมพันธ์กับใครหรือเปล่า”

คำถามจี้จุดที่ทำให้ฉันก้มหน้าหลบสายตาพี่หมอนาชาทันที แล้วจู่ๆน้ำตาก็รื้นขึ้นมาและร่วงหล่นในที่สุด สองมือก็เปลี่ยนมากุมกันเอาไว้แน่น

“เอาละ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พี่เข้าใจแล้ว” และเหมือนพี่หมอจะเข้าใจในท่าทางและอาการของฉันเธอจึงไม่ซักถามอะไรออกมาอีก “ไม่ว่าผลมันจะเป็นยังไงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วยังไงมันก็แก้ไขอะไรไม่ได้ เราต้องดำเนินชีวิตของเราต่อไป ดูแลชีวิตของเราต่อไป อย่าคิดอะไรมากนะ”

“คะ...ค่ะ” สิ้นคำตอบรับพี่หมอนาชาก็เปิดแฟ้มอ่านข้อมูลข้างในก่อนจะเงยหน้ามองฉันที่ก็รอผลอยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่อยากฟังมันสักเท่าไหร่

“จั๋วเซียง พี่จะให้ยาไปทานก่อนนะ แล้ววันหลังพาครอบครัวมา พี่จะแนะนำเรื่องต่างๆให้” พี่หมอนาชาเลี่ยงที่จะผลที่แท้จริงกับฉันแต่เธอเลือกที่จะให้คำแนะนำแทน ซึ่งแค่นั้นมันก็ทำให้ฉันรู้ผลแล้ว รู้ผลอันโหดร้ายนั้นแล้ว

“ฮือๆๆๆๆ” แล้วน้ำตาที่พยายามกั้นไว้ก็ล่วงลงมาอีกหนและคราวนี้มันเยอะซะจนพี่หมอนาชาถึงกับตกใจ

“ไม่เอานะ ไม่ร้อง อย่าเป็นแบบนี้ พี่ไม่สบายใจเลย” พี่หมอนาชาเดินอ้อมโต๊ะทำงานของตัวเองเข้ามากอดปลอบโยนฉัน ถึงแม้มันจะไม่ได้ช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้น แต่มันก็ยังทำให้ฉันประครองสติตัวเองกลับบ้านได้

ฉันกลับบ้านด้วยสภาพที่แทบจะดูไม่ได้และพยายามหลบหน้าทุกคนไม่ให้ทันได้สังเกตฉันมากนักแม้จะมีบางคนที่เห็นฉันแล้วก็ตามแต่เธอก็ไม่กล้าเข้ามาวุ่นวายกับฉันมากนัก

เมื่อมาถึงห้องฉันก็ปิดขังตัวเองร้องไห้อยู่ในนั้นและไม่ลืมนำยาต่างๆที่พี่หมอสั่งให้ทานไปแอบซ่อนไว้ในที่ที่มิดชิดหาเจอยากที่สุด เพราะฉันไม่มีของมีค่าอะไรและไม่มีใครที่คิดจะขโมยของใครด้วยห้องฉันจึงไม่มีตู้เซฟหรือลิ้นชักที่มีกุญแจไว้ล็อคเก็บของได้ จะมีก็แต่ตู้เสื้อผ้าและลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งเท่านั้น

ฉันจึงตัดสินใจนำยาทั้งหมดสอดไว้ใต้เตียงในมุมลึก โชคยังดีที่ห้งนี้ฉันห้ามไม่ให้ทุกคนมาทำความสะอาดเพราะฉันทำเองตั้งแต่แรกเริ่มในการเข้ามอยู่ที่นี่จึงไม่ใช่เรื่องหน้ากังวลว่าใครจะมาวุ่นวายกับใต้เตียงฉันมากนัก ดังนั้นฉันจึงคิดว่าคงจะปลอดภัยที่สุดแล้ว

หลังจากหาที่ซ่อนยาพวกนั้นได้แล้วฉันก็กลับมานอนซมร้องไห้อยู่บนที่นอนตัวเองอีกครั้งแม้จะแทบไม่มีแรงร้องแล้วก็ตาม

ไม่ ไม่จริง เรื่องแบบนี้มันต้องไม่เกิดขึ้นกับฉันสิ! ทำไมสิ่งเลวร้ายแทบทุกด้านถึงต้องมาตกอยู่ที่ฉันคนเดียวนะ ทำไม..... จะให้ฉันค้นพบความสุขบ้างไม่ได้หรือยังไงกัน

บางทีโลกของฉันมันอาจจะมืดมิดจนกว่าที่ใครจะยื่นแสงสว่างมาถึงฉันก็ได้หรือไม่มันก็อาจจะไม่มีวันนั้นเลย..

บางทีโลกที่แสงสว่างนั่นก็อาจจะไม่ต้องการให้คนอย่างฉันเข้าไปพัวพันอยู่ด้วย

หรือบางทีฉันอาจจะไม่มีโลกให้อยู่เลยก็ได้แม้แต่โลกของความฝัน พวกเขายังไม่ต้อนรับให้ฉันไปเหยียบในดินแดนแสนสุขนั่นเลย

......ฉันเหนื่อยที่จะต้องแบกรับสิ่งเลวร้ายในชีวิตที่มาเติมเต็มจนหนักอึ้งพวกนี้ไม่ไหวแล้ว

......ฉันเหนื่อยที่จะต้องคอยวิ่งหนีความทุกข์ที่มาดักรออยู่ข้างทางไม่ว่าจะก้าวออกไปทางไหน

......ฉันเหนื่อยที่จะต้องหลบซ่อนความสกปรกของตัวเองไม่ให้คนอื่นได้รับรู้

......ฉันเหนื่อยที่จะต้องฝืนยิ้มทั้งๆที่ในใจ ฉันกำลังร้องไห้...

ฉันทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวจริงๆ เส้นทางเดินของฉันช่างโหดร้าย มีแต่ขวากหนามตะปูคอยทิ่มตำ หนำช้ำยังมีคนคอยเดินเหยียบย่ำให้ฉันยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก

พอแล้ว พอกันที กับโลกที่แสนโหดร้ายใบนี้ ฉันเคยคิดว่าจะต้องอยู่ให้ได้ไม่ว่าจะมีสิ่งที่เลวร้ายขนาดไหนรอฉันอยู่ แต่ครั้งนี้ฉันฝืนอยู่ไม่ได้จริงๆ ฝืนไม่ได้จริงๆ

แม่จ๋า หนูอยากไปอยู่กับแม่จัง รอรับหนูด้วยนะ

ฉันคิดได้อย่างนั้นก็จะพาร่างกายตัวเองออกจากห้องเพื่อไปข้างนอก แต่เพราะอาการปวดหัวขั้นรุนแรงบวกกับความเพลียในการร้องไห้อย่างหนักทำให้ฉันล้มพับลงกับที่นอนด้วยความที่พยุงตัวเองไม่ได้

แม้จะลองอีกสักกี่ครั้งก็มีค่าเท่าเดิม........

เห็นมั้ยขนาดโลกแห่งความตายเขายังไม่อยากจะรับฉันเข้าไปอยู่ด้วยเลย.......

ฉันมันน่าสมเพชขนาดไหน ไม่อยากที่จะคิดแล้ว หยุดเถอะสมอง หยุดก่อนได้ไหม ฉันไม่อยากจะคิดอะไรอีกแล้ว ไม่อยากคิด ปล่อยให้ฉันได้วางทุกอย่างลงเถอะ ไม่เอาแล้ว.....

และไม่นานสติที่เลือนรางของฉันก็ดับวูบไปพร้อมกับคราบน้ำตาที่ยังไม่เหือดแห้ง



TalK : ไม่ไหวแล้วนะ ไรเตอร์เองก็แทบจะร้องไห้ไปกับวาน้อยของเค้าแล้ว TT

           จะน่าสงสารไปไหนกัน ฮือ.....อีพระเอกก็หายหัวปล่อยวาเป็นแบบนี้ได้ไง

            แล้วต่อไปวาจะเดินต่อไปยังไง เธอจะตัดสินศึดใหญ่ครั้งนี้ยังไง

            ติดตามต่อได้เลยค่ะ เค้าจะเร่งๆๆๆๆๆแต่งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

             สุดท้ายท้ายสุด ฝากเม้นให้กำลังใจวิวาและไรเตอร์ด้วยน้าาา><


**Love in my plan แผนรักครั้งนี้เก็บไว้ในหัวใจ (ฟอร์เทล+วันเวย์)**ฝากไว้ในอ้อมแขนด้วยค้า

              เจอกันใหม่ตอนหน้า ขอบคุณคร้าบบบบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 / 20:57
     ตัวพ่อก็ร้ายตัวแม่ก็น่าสงสาร
    #37
    0
  2. #21 moko_cheese (@moko-cheese) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 08:13
    วาน่าสงสารมาก เวลหายไปไหนตัวเองจะเป็นพ่อคนอยู่แล้ว วาจะทำยังไงต่อไปล่ะ  T T 

    #21
    0