Love mom baby เชื่อมรักผูกใจคุณแม่ที่รัก

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 17,832 Views

  • 74 Comments

  • 378 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    42

    Overall
    17,832

ตอนที่ 11 : ท่าทีเปลี่ยนไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2095
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 เม.ย. 61

 
 


10

ท่าทีเปลี่ยนไป

                รุ่งขึ้นฉันตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเป็นปกติเพื่อไปมหาวิทยาลัย และลงมาทานข้าวเช้ากับทุกคนพร้อมหน้า เพราะวันนี้คุณท่านและพี่ๆ ไปทำงานสาย ด้ยงานได้ไม่ได้ยุ่งเหมือนช่วงที่ผ่านมา

                เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จฉันกับพี่เวย์ก็ขอตัวไปก่อน เพราะแต่ละคนมีเรียนและต้องทำงานเช้า ฉันทำใจและเตรียมรับมือกับคนไปรับส่งมาตั้งแต่เมื่อคืน ยังไงซะฉันก็จะต้องก้าวพ้นอำนาจของพี่เวลไปให้ได้!

                แต่พอเราสองคนเดินเข้ามาถึงห้องรับแขกก็ต้องแปลกใจ ที่วันนี้คนรถเราไม่ใช่พี่เวลอย่างที่คิด แต่กลับเป็นพี่ฟอร์ เทลแฟนพี่เวย์แทน ซึ่งนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะฉันจะได้ไม่ต้องเจอหน้าเขาให้ลำบากใจอีก แม้จะบอกว่าเตรียมใจมาแล้ว แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าถ้าเจอสถานการณ์จริงจะทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า

                หลังจากที่กล่าวทักทายกันเรียบร้อยแล้ว ฉันก็เดินตามทั้งคู่ที่เดินจับมือกันออกไปยังประตูบ้าน เพื่อเดินทางไปยังที่หมายของแต่ละคน แต่ขายังไม่ทันได้ก้าวพ้นประตูดีเลย รถออร์ดี้คุ้นตาก็วิ่งเข้ามาจอดเทียบท้ายแลมเบอร์กินี่สีดำเสียก่อน

ไม่ต้องบอกทุกคนในนี้ก็รู้ว่าคนขับออร์ดี้คันนี้ต้องเป็นพี่เวลแน่นอน...

และก็ใช่ เมื่อร่างสูงก้าวลงจากรถเดินยิ้มหน้าบานเข้ามาทางเรา โดยไม่สนใจสายตางุนงงสงสัยของพี่ฟอร์เทล ที่ มองน้องชายเป็นเชิงคำถาม ประมาณว่ามาที่นี่อีกทำไม

                “ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าจะมารับทั้งคู่เอง” เมื่อพี่เวลเดินมาหยุดตรงหน้าทุกคน พี่ชายของเขาก็เอ่ยถามเรื่องที่สงสัยทันที และไม่เพียงแต่พี่ฟอร์เทลเท่านั้นที่อยากรู้ ทุกคนในนี้ก็ด้วย

                “ผมว่าง วันนี้บริษัทไม่มีงานให้ทำ” เขาตอบแบบขอไปทีและนั่นก็ยิ่งทำให้ทุกคนสงสัยเข้าไปใหญ่

                “เวลาว่างแกชอบนอนเล่นอยู่บ้านไม่ออกไปไหนไม่ใช่หรอ”

                “เถอะน่า....ไหนๆ ก็ออกมาแล้ว อย่าถามอะไรมากเลย” เมื่อโดนจับสังเกตได้ พี่เวลก็ทำเฉไฉเปลี่ยนเรื่องไม่ยอมตอบคำถามของพี่ฟอร์เทล

                “งั้นแกก็กลับไปได้แล้ว ว่างมากก็เข้าไปดูงานที่บริษัทเราช่วยกัน” พี่ฟอร์เทลเอ่ยปากไล่ผู้เป็นน้อง และมันทำให้ฉันถึงกับยิ้มออก ที่จะได้ไม่ต้องนั่งรถร่วมกับผู้ชายเจ้าเล่ห์อย่างพี่เวล

                “ขอโทษนะครับคุณพี่ชาย พอดีวันนี้ผมต้องเข้าไปดูงานที่มหาวิทยาลัยน้องวา ไม่ว่างไปช่วยงานที่บริษัท งั้นขอตัวเลยแล้วกัน อ้อ....ผมจะเป็นน้องชายที่ดีสักวัน ด้วยการพาวิวาไปด้วยจะได้ไม่ขัดเวลาหวานของพี่ๆ”

                “ดะ...เดี๋ยวก่อนสิคะ?!” ยังไม่ทันที่พี่เวลจะพูดจบ เขาก็เข้ามาจับข้อมือฉันและพาจูงไปที่รถเขาทันที ฉันที่กำลังอึ้งๆ อยู่กับความไวของเขา จึงไม่ทันที่จะได้คัดค้านต่อต้าน

                “เฮ้!ไอ้เวล...”

                “ปล่อยไปเถอะเฟล ฉันไม่ว่า” เหมือนพี่ชายพี่เวลจะเรียกคัดค้าน แต่คนข้างๆ ที่มีศักดิ์เป็นแฟนกลับรั้งเอาไว้ก่อน ฉันมองทั้งสองคนตาละห้อย ก่อนจะถูกยัดเข้าไปในรถสีดำขลับของพี่เวล โดยใบหน้าหวานใสของพี่เวลยิ้มให้ตามหลัง

                พี่เวย์ไม่รู้เลยใช่ไหมค่ะ ว่าหลังจากนี้น้องต้องเจอกับอะไรบ้าง....

 

                “รู้สึกพี่สาวเธอจะไฟเขียวให้ฉันนะ” นั่งเงียบกันมาได้สักพัก พี่เวลก็เปิดปากพูดออกมาก่อน ทำให้ฉันต้องหันไปมองเขาเพื่อแก้ความเข้าใจให้เขาซะใหม่

                ไฟขงไฟเขียวอะไร พี่เวย์แค่ต้องการความเป็นส่วนตัวกับแฟนเธอเท่านั้น เขาข้างตัวเองชะมัดเลย

                “แต่วาไม่คิดแบบนั้นนะคะ วาว่าพี่เวย์คงจะอยากอยู่กับแฟนมากกว่า และเห็นพี่เวลต้องไปทำธุระที่มหาลัยวาอยู่แล้ว เลยให้ติดรถมาด้วยต่างหาก” ฉันแก้ความเข้าใจเขาใหม่และทำให้คนข้างๆ เปลี่ยนสีหน้าไปทันที

                “ฉันเริ่มเบื่อที่จะทะเลาะกับเธอแล้วนะ” เขาบ่น

                “วาก็เบื่อค่ะ” และฉันเองก็ช่วยเสริม ทำให้คนข้างๆ หันมามองฉันอย่างแปลกใจ ที่คราวนี้ฉันแข็งข้อกับเขามากขึ้น ไม่นิ่งเงียบปล่อยให้เขาทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียวอีกแล้ว

                “หึ!! ปากร้ายขึ้นนะ” เขาพูดประชดเมื่อได้ยินฉันตอบไปแบบนั้น

                “บางทีคนเราก็อดทนกับเรื่องเดิมๆ มากไม่ได้หรอกนะคะ แม้ว่าวาจะเป็นคนไม่พูด เถียงคนไม่เป็น สู้ใครไม่ได้ แต่วาเองก็เป็นคน มีจิตใจ มีความรู้สึก ไม่ใช่ท่อนไม้ที่ใครอยากเหยียบก็เหยียบ ใครอยากทำอะไรก็ทำ”  ไม่พูดเปล่าฉันยังเน้นกระแทกเสียงประชดประชันถึงคนข้างๆ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าเขามีท่าทางอย่างไร เพราะฉันไม่ได้หันไปมองหน้าเขาในตอนนี้

                “ก็ดี! ฉันจะได้ไม่รู้สึกคุยกับท่อนไม้จริงๆ และขอให้เธอปากกล้าให้ถึงที่สุดก็แล้วกัน!” ไม่เพียงแต่เขาจะไม่รู้สึกผิดแต่กลับจะเหมือนยิ่งเพิ่มลูกไฟให้เขาอยากเอาชนะฉันมากขึ้น แล้วยิ่งดูจากการขับรถไม่สนใจกฎจราจรของพี่เวลแบบนี้ ฉันเดาได้ไม่ยากเลยว่าเขาต้องโกรธมากอยู่แน่ๆ

                “พี่เวลจะไปไหนคะ?!” เมื่อถึงทางแยกที่ต้องตรงไปยังมหาวิทยาลัย ฉันก็ร้องขึ้นมาทำลายความเงียบที่ก่อตัวในรถมาได้ประมาณนาทีแล้ว เพราะแทนที่เขาจะตรงไปอย่างที่ควรจะเป็น แต่เขากลับหักเลี้ยวขวาออกไปอีกทาง ซึ่งทางนั้นเท่าที่ฉันจำได้มันไม่มีทางแยกที่จะเลี้ยวเข้ามหาวิทยาลัยฉันได้สักทาง

                แล้วเขาจะพาฉันไปไหน....

                “พี่เวล!กลับรถเดี๋ยวนี้นะคะ!” ฉันร้องบอกเขาอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้เข้าไปวุ่นวายกับการขับรถของเขา เช่นเข้าไปหมุนพวงมะลัยหรือแย่งพวงมะลัยจากคนขับ ซึ่งถ้าทำแบบนั้นแน่นอนดับอนาถทั้งคู่แน่ ฉันคงไม่โง่พอที่จะฆ่าตัวเองทางอ้อมหรอก “พี่เวล! วาบอกให้กลับรถพาวาไปส่งที่มหาวิทยาลัยไงคะ” ฉันตะเบ่งเสียงออกมาด้วยความลืมตัว และฉันก็แน่ใจว่าเสียงนั้นของฉันคงจะแข็งไม่น่าฟังสักเท่าไหร่นัก

                “เงียบไปเถอะน่า!” และคนขับก็คงจะเริ่มรำคาญเสียงโวยวายของฉันขึ้นมา เขาหันหลับมาตะคอกเสียงแข็งยิ่งกว่าเสียงฉันดังลั่นรถ ใบหน้าขาวใสของพี่เวลก็ขึ้นเส้นเลือดปูดนูนคล้ายกับเขากำลังเครียดจัด และด้วยท่าทางแบบนั้นก็สยบให้ฉันเงียบได้จริงๆ

                ตอนนี้เขาน่ากลัวเกินไป อย่าเพิ่งเสี่ยงต่ออารมณ์เขาตอนนี้เลย

                ทั้งๆ ที่คิดว่าจะไม่ยอมอ่อนให้เขาแล้วนะ.....แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ ฉันคงเข้มแข็งไม่พอขนาดนั้น

                “พี่เวล!!!” คราวนี้ฉันตะโกนออกมาสุดเสียงเมื่อรถเลี้ยงเข้ามาในสถานที่ซึ่งฉันหวั่นกลัวที่สุด ป้ายข้างทางเขียนชื่อโรงแรมพร้อมระดับซึ่งมีถึงห้าดาว

                “ถ้าเธอขืนโวยวายออกมาอีกละก็ ฉันจะจับเธออยู่ในห้องทั้งวันทั้งคืนไม่ต้องกลับบ้าน!” คำขู่ของเขาทำให้ฉันนั่งนิ่งตัวสั่นเทา แต่ก็ไม่มีน้ำตาที่จะไหลออกมาอีกแล้ว

                เขาจะทำอะไรหลังจากนี้.....ฉันไม่รู้

                แล้วชีวิตหลังจากนี้ของฉันจะเป็นอย่างไร.....ฉันก็ไม่รู้

                เมื่อจอดรถได้ พี่เวลก็ยื่นกุญแจรถให้กับโฮสเตสบริการหน้าโรงแรม เพื่อให้พวกเขาได้นำรถไปจอดในที่ของมัน และเขาก็เข้ามาจูงมือฉันลากเข้าไปในโรงแรมตรงไปยังเคาน์เตอร์เพื่อเช็คอิน

                เมื่อทุกย่างเรียบร้อยแล้ว พี่เวลก็ลากฉันไปยังหมายเลขห้องที่ได้รับมา ฉันพยายามขืนตัวเอาไว้ แต่ก็เท่านั้นเพราะมันไม่ได้ช่วยให้สู้แรงของเขาได้เลย

                “ถ้าเธอยังจับราวนั่นอยู่แบบนั้นฉันจะอุ้มเธอขึ้นไปแทน” เพราะการพยายามลากตัวฉันหยุดกะทันหัน พี่เวลจึงหันมามองแล้วก็เห็นฉันจับราวบันไดยั้งตัวเองเอาไว้ เขาจึงพูดขู่ไม่สิ! เขาพูดจริง! เมื่อยังเห็นฉันจับราวอยู่แบบนั้น พี่เวลก็ปล่อยข้อมือฉันและเข้ามาอุ้มแทน! โดยมีสายตาของคนรอบข้างมองมาทางเราด้วยความสงสัย

                “พี่เวล พี่เวลปล่อยวาไปเถอะนะ!” ฉันบอกเสียงเบาเพราะไม่อยากให้เป็นที่สนใจของคนอื่นๆ มากนัก

                “เงียบเดี๋ยวนี้ ถ้าเธอไม่อยากจะรำลึกความหลังตรงนี้!” เสียงเข้มกดต่ำก้มลงกระซิบที่ข้างหู ทำให้ฉันจำใจต้องเงียบจริงๆ เพราะก็ไม่รู้ว่าคำพูดของเขาจะจริงหรือเปล่า แต่ตัวฉันเองก็ไม่อยากที่จะลองเสี่ยงวัดดวงกับพี่เวลมากนัก เพราะฉันค่อนข้างแน่ใจ ว่าตัวฉันเองมีแต่เสียกับเสียเท่านั้น

                ประตูห้องถูกเปิดด้วยมืออีกข้างของคนที่อุ้มฉันอยู่ พอพี่เวลก้าวขาเข้ามาในห้อง ฉันก็เห็นถึงอันตรายครั้งใหญ่ที่จะมาสู่ตัวเองอีก แต่ถึงจะเห็นก็เท่านั้น ฉันทำได้เพียงกัดริมฝีปากข่มความกลัวเท่านั้น ในเมื่อฉันสัญญากับตัวเองแล้ว ว่าจะไม่ร้องไห้ให้คนคนนี้อีก แม้จะเสียใจสักแค่ไหน ฉันต้องต่อสู้เพื่อตัวเองให้ได้แม้ว่าจะต้องตายก็ยอม!

                ร่างของฉันถูกคนตัวสูงวางลงที่นอนหนานุ่มอย่างเบามือ ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้างๆ และมองฉันอยู่แบบนั้น ยังไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ฉันนึกกลัวตั้งแต่ต้น

และเมื่อเห็นอย่างนั้นแล้ว ฉันจึงรีบเด้งตัวเองขึ้นจากที่นอนเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ล่อแหลม ที่อาจจะเป็นตัวอันตรายกับฉันเองได้

“กลัวฉันขนาดนั้นเชียวหรอ” เขาถามเสียงอ่อน มันจึงทำให้ฉันแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่กี่นาทีที่แล้วเขาพึ่งจะตวาดและพูดจาร้ายกาจใส่ฉันอยู่เลย จะให้ฉันตามอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเขาตลอดก็ไม่ไหวหรอกนะ

“ก็พี่เวลไม่ควรพาวามาในที่แบบนี้นี่คะ” จะว่าไปแล้วก็อย่าว่าแต่พี่เวลเลย ตอนนี้ฉันเองก็ไม่รู้เป็นอะไร อารมณ์ขึ้นลงเสียตัวฉันเองยังตกใจ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการป่วยที่เกิดแทบทุกวันของฉันหรือเปล่า ฉันจึงควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้

“ฉันก็แค่อยากหาที่สงบๆ สบายๆ และไม่มีผู้คนได้ยินตอนคุยกับเธอเท่านั้น แต่เธอดันโวยวายเสียจนเสียเรื่องแบบนั้นก็ยิ่งทำให้คนอื่นเขาเข้าใจผิด รู้ไว้ด้วยถ้าเธอจะเสียชื่อเสียงนั้นก็เพราะเธอทำตัวเองต่างหาก” เขากล่าวโทษฉันอย่างหน้ามึน มันจึงทำให้ฉันหันไปมองเขาด้วยความอึ้ง ปากที่กำลังจะเถียงกลับ อ้ากว้างแทบจะมีแมลงบินเข้ามาได้เลย

“นี่พี่เวลโทษวางั้นหรอคะ!!” เมื่อรวบรวมสติได้ ฉันก็ตวาดคนนั่งบนเตียงเดียวกันนี้อีกครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย กลับทำให้พี่เวลยิ้มออกมาเหมือนจะขบขันในท่าทางฉันมากกว่า

                “ฉันก็ไม่ได้บอกกล่าวโทษเธอนี่ แค่บอกว่าเธอเป็นต้นเหตุให้คนอื่นเข้าใจผิด” และเขาก็ยังคงหน้ามึนยืนยันคำเดิมอยู่แบบนั้น

                โอย...ปวดหัว ฉันชักจะโกรธเขาไม่ลงแล้ว..

                “วาไม่อยากจะต่อกรกับพี่เวลแล้วนะคะ วาไม่ชอบในสิ่งที่พี่เวลกำลังทำอยู่ตอนนี้ วาอยากได้ชีวิตที่สงบสุขของวาคืน วาไม่อยากให้พี่เวลเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตวาอีก” ฉันกลั้นใจพูดรวดเดียวจบ ใจหนึ่งก็อยากเงยมองหน้าพี่เวล ว่าเขาจะมีท่าทางอย่างไร ส่วนอีกใจที่ตอนนี้ทำอยู่ก็ได้แต่มองออกไปทางริมระเบียงมองวิวทิวทัศน์ด้านนอกเท่านั้น

                “ฉันก็ไม่อยากจะบังคับเธอหรอกนะ” ไม่ว่าเปล่า พี่เวลยังฉุดข้อมือฉันให้นั่งลงไปบนที่นอนหลังจากที่ฉันผุดลุกหนีเขาออกมาเมื่อครู่ แถมยังโอบเอวฉันเอาไว้หลวมๆ อีก “แต่ไม่รู้เป็นอะไรฉันบังคับตัวเองไม่ให้ยุ่งกับเธอไม่ได้” และยิ่งเขาพูด การกระทำของเขาก็ยิ่งรุกรานมากยิ่งขึ้น เพราะตอนนี้จมูกโด่งเป็นสันของเขาซุกมาที่ผมฉันแล้ว

                และเหมือนเสียงนุ่มทุ้มของเขาจะเป็นมนต์สะกดให้ฉันนั่งนิ่งกับที่ ไม่ต่อต้านหรือผลักใสเขาให้ออกห่างจากตัว แล้วยิ่งฉันนิ่งแบบนี้ พี่เวลก็ยิ่งย่ามใจดำเนินสิ่งที่เขากำลังวุ่นวายอยู่ต่อไปเรื่อยๆ

                “เธอจะไม่หันมามองฉันเลยหรอ” เสียงของพี่เวลยังคงดังเข้าโสตประสาทฉันอยู่เรื่อยๆ ไม่รู้เป็นไร น้ำเสียงที่เขาพูดตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนเสียงเพลงที่กล่อมให้ฉันคล้อยตามได้อย่างไม่น่าเชื่อ

                “พี่วะ.....อุ๊บส์!” ริมฝีปากหนาเลื่อนมาปิดปากฉันเอาไว้ ก่อนที่จะได้เอ่ยท้วงอะไรเขาออกไป และเขาก็รุกรานต่อด้วยการกดจูบหนักหน่วงจนฉันยอมเผลอใจไปกับเขาได้ แถมยังเปิดปากให้เขาได้ลุกล้ำมากกว่าที่เป็น

                “อ๊ะ!!

                พลั่ก!!

                เพี๊ยะ!!~

                เหมือนโชคจะเข้าข้างฉันอยู่บ้างที่ทำให้ฉันรู้สึกตัวตอนที่พี่เวลกดฉันลงกับที่นอน เมื่อฉันดึงสติของตัวเองกลับมาได้ ฉันก็ผลักเขาออกห่าง ก่อนจะตวัดฝ่ามือลงกับใบหน้าหล่อใสของเขาไปหนึ่งทีแบบไม่ยั้งแรง

                คนที่ถูกตบอย่างแรงใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อข่มอารมณ์ ที่ฉันกล้ามาดับอารมณ์ของเขากลางคัน ทั้งที่ทีแรกก็ดูเหมือนจะยินยอมให้เขาง่ายๆ อยู่แล้วแท้ๆ แต่ดันกลับมาพยศซะเจ็บแสบใส่ทีหลัง จนทำให้เขาหน้าชาเป็นแถบไปเลย

                “ว่าไม่คิดเลยนะคะว่าพี่เวลจะเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องและเห็นแก่ตัวขนาดนี้! ดี! งั้นต่อไปนี้เราไม่ต้องพูดกันอีก ทำเหมือนคนไม่รู้จักกันได้ยิ่งดี! และขอให้พี่มีความสุขกับการตามตัววาที่ไม่มี่พี่อยู่ในสายตาอีกแล้วนับตั้งแต่วินาทีนี้! ลาก่อนค่ะ” พูดจบฉันก็หันหลังเดินออกจากห้องไปทันทีโดยไม่สนใจเสียงรียกของพี่เวลจากทางด้านหลัง

                พอแล้ว พอกันที ฉันไม่ทนแล้ว

                มันจบแล้วเรื่องราวเลวร้ายที่ทนมาได้เดือนกว่า มันจบไปแล้ว

                จะไม่มีคนชื่อฟีลเวลในสายตาและความทรงจำฉันอีกต่อไปแล้ว!

                และนับตั้งแต่นี้ฉันจะมีความสุขในแบบฉบับเดิมของฉันสักที!


Talk :  ฝากถึงนักอ่านที่น่ารักทุกคน เนื่องจากมีคนย้อนมาอ่านผลงานของไรเตอร์ 2 เรื่องที่แต่งไว้ตั้งแต่ปี 55 

และมีคนกดติดตามเป็นแฟนคลับเรื่องนี้เยอะจนไรเตอร์ไม่คิดว่าจะมีคนชอบมากขนาดนี้ เลยอยากขอบคุณทุกคนด้วยการนำเรื่องนี้มารีไรท์ใหม่ค่ะ แก้ไขคำผิดและเพิ่มความเข้าใจในการอ่าน เปลี่ยนภาษาให้เข้าใจง่าย นักอ่านจะได้ไม่งงในภาษา จะค่อยๆ อัพไปทีละนิดควบคู่กับเรื่องอื่นๆ  *แต่ไม่ได้ลบตอนที่ลงไปแล้วนะคะใครอยากอ่านแบบงงๆ ภาษาไม่สวยก็ไปอ่านล่วงหน้าก่อนได้ แต่ไรเตอร์จะเริ่มขัดเกลาใหม่นับแต่นี้ วันละ 1 - 2 ตอน กันเว็บเสปม หากกดพับลิคบ่อยเกินไป* 

หากแต่ใครอยากอ่านแบบเข้าใจโดยง่ายก็รอหลังจากรีไรท์จนจบก็ได้ค่ะ 

เนื้อเรื่องเหมือนเดิมนะคะ ไม่ได้เปลี่ยนเเปลงแต่อาจจะมีเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจได้โดยง่าย

ฝากนิยายเรื่องนี้และอีกหลายๆ เรื่องที่ลงไว้ด้วย ช่วงนี้ไรเตอร์ขยัน 

ฝากเม้น + ติดตาม + โหวต ให้กำลังใจไรเตอร์ด้วยนะคะ 

ขอบคุณมากค่ะ จุ้บๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #20 moko_cheese (@moko-cheese) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 07:36
     ฟีลเวลทำให้แย่กว่าเดิมอีก แล้วเมื่อไหร่วิวาจะใจอ่อนให้นายเล่า เง้อออ
    ต่อจากนี้วิวาไม่ยอมแล้ว เวลจะทำยังไง T T
    สนุกมากค่ะไรเตอร์ สู้ๆจ้า ^______^


    #20
    0