My Fic (OS&SF) #Markson

ตอนที่ 3 : Promise

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    10 ต.ค. 62


Promise

 

ผมจำเรื่องราวตอนเด็กๆไม่ค่อยได้ เพราะตอนนั้นผมอาจจะยังเด็กไปก็ได้ แต่ที่น่าแปลกคือ มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่เคยลืมมันได้เลย เป็นเรื่องที่ผมจำได้แม่นยำ ราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง ภาพของเขายังชัดเจนอยู่ในหัวของผม

ผมจะได้เจอเขาอีกไหมนะ?

เด็กหนุ่มข้างบ้านที่อายุห่างกับผม6ปี บางวันก็เรียกผมว่าพี่ แต่บางวันก็เรียกชื่อผมห้วนๆแบบนั้น ไม่รู้ตอนนี้จะโตขึ้นมากแค่ไหน จะยังอ้วนเหมือนตอนเด็กไหม จะยังน่ารักเหมือนเดิมไหม มันเป็นเพียงคำถามที่ผมได้แต่ถามตัวเองมาตลอดหลายสิบปี

เด็กหนุ่มที่เป็นเหมือนรักแรกของผม เด็กหนุ่มที่เคยสัญญากับผมว่าจะรอวันที่ผมโตกว่านี้และเขาโตกว่านี้ และจะมาเป็นแฟนกัน

ใช่ครับ ผมเป็นเกย์...

และแปลกไหมครับที่ผมเอาแต่รอรักแรกที่ไม่มีวันจะได้พานมาพบกันอีกครั้ง หลังจากที่ผมย้ายมาอยู่ที่อเมริกา มันเหมือนเป็นความหวังลมๆแล้งๆ เป็นเพียงเรื่องราวในอดีต ผมสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ แต่ผมลองแล้ว สุดท้ายผมก็ยังยึดติดกับรักแรกจากปากเด็กอายุ6ขวบคนนั้นอยู่ดี

 





มาร์ค วันนี้มีเด็กฝึกงานมาใหม่ เราสอนงานน้องด้วยนะ

พี่แอชลี่หรือพี่แอชนั่นแหละ พี่เขาเป็นเกย์เหมือนผม เอ่ยบอกผมในขณะที่เดินผ่านโต๊ะผมพอดี ตอนนี้ผมทำงานในบริษัทสายการบินหนึ่งในอเมริกา โดยผมเป็นหัวหน้าแผนกวางแผนการบิน จะว่าไปแล้ว ก็นานเหมือนกันนะที่ไม่มีเด็กฝึกงานในแผนกผมเลย

สวัสดีครับ

สงสัยเด็กฝึกงานจะมาแล้วล่ะ ผมวางแฟ้มเอกสารปึกใหญ่ในมือลง พลางเงยหน้าขึ้นมองทันที เด็กหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างอวบแต่กำลังพอดี เส้นผมสีดำสนิท กำลังยิ้มให้ผม

เด็กฝึกงาน?

ครับ ผมแจ็คสันนะครับ พี่?

มาร์ค

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับพี่มาร์ค ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ

จะยิ้มอะไรนักหนานะ แต่ผมไม่ได้พูดออกไป จังหวะหนึ่งที่เราสบตากัน ความรู้สึกบางอย่างก็เกิดขึ้นกับผม ผมว่าผมเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน แต่ผมจำไม่ได้

 





น้องฝึกงานเป็นไงบ้าง?

พี่แอชลี่เอ่ยถามผมอีกครั้ง เพียงแต่ว่าตอนนี้เราอยู่บนเครื่องบินที่เข้ามาจอดเทียบท่า เป็นหน้าที่ของผมและพี่แอชลี่ที่ต้องตามฝ่ายช่างมาด้วย เพื่อดูความพร้อมของเครื่องบิน และซ่อมบำรุงส่วนต่างๆไปด้วย ผมพยักหน้ารับช้าๆเชิงว่าก็ดี

เห็นน้องเค้าบอกว่าเค้ามาจากจีนน่ะ มาร์คเองก็มาจากจีนเหมือนกันไม่ใช่หรอ

อืม ใช่

น้องเค้าเป็นนักฟันดาบด้วยนะ

หรอ?

ถามจริงเหอะมาร์ค ได้อ่านประวัติน้องเค้าหรือยัง พี่วางไว้ให้เนี่ย

ไม่อ่ะ ไม่ได้สนใจ ไม่อยากอ่านด้วย

แน่นะว่าไม่สน?

พี่แอชลี่ ถึงผมจะชอบผู้ชายด้วยกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะจ้องผู้ชายทุกคนที่เข้ามานะครับพี่

จ้าๆ รู้แล้วจ้า ลืมไป มาร์คบอกมาร์คมีรักแรกอยู่แล้ว

ใช่

มาร์คอ่ะ

พี่สนใจน้องเค้าหรอ?

ก็ใช่ น้องเค้าน่ารักดี

ที่พูดมาเนี่ย จะให้ผมเป็นพ่อสื่อให้อีกแล้วหรือไง

ถูกต้องน้องรัก

คนเก่านี่ไม่เข็ดหรือไง

เข็ดอะไรกัน

ก็ได้ๆ ผมจะบอกน้องเค้าให้นะว่าพี่ชอบ

 





พี่แอชลี่?

ใช่ เค้าชอบเราน่ะ เรามีแฟนหรือยังล่ะ?

ผมเอ่ยถามเด็กหนุ่มที่นั่งทำหน้างงตรงหน้าผม ตอนนี้เขากำลังช่วยผมจัดการเรียงเอกสารการตรวจซ่อมบำรุงเครื่อง แจ็คสันส่ายหน้าน้อยๆ ทำหน้าเหมือนกำลังผิดหวังอะไรบางอย่างอยู่

ยังไม่มี?

ครับ

แล้วสนใจพี่เค้าไหม?

อืม... พี่เค้าก็น่ารักดี

ลองคุยกันสิ

ก็ได้ครับ

ผมล่ะแปลกใจกับเด็กนี่จริงๆ ทำไมต้องทำน้ำเสียงเหมือนกำลังน้อยใจผมด้วยล่ะเนี่ย แต่ช่างเหอะ ผมส่งข้อความไปบอกพี่แอชลี่ และเชื่อไหมครับหลังจากนั้นไม่ถึง5นาที พี่แอชลี่ก็ตรงมาที่เรา

น้องแจ็คสัน พี่จะไปซื้อขนม ไปด้วยกันไหมจ๊ะ

ไปได้หรอครับ?

พี่อนุญาต ไปกับพี่แอชลี่เถอะ

ผมพยักหน้าส่งๆ ไม่ได้หวังจะให้น้องมันมาช่วยอะไรอยู่แล้ว แจ็คสันถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปกับพี่แอชลี่

 





เรื่องราวของแจ็คสันและพี่แอชลี่เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆจนครบ3เดือนพอดี และดูเหมือนพี่แอชลี่จะจริงจังกับแจ็คสันมาก และดูเหมือนแจ็คสันเองก็จะจริงจังกับพี่แอชลี่เหมือนกัน และวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่แจ็คสันจะมาฝึกงานที่นี่ พี่แอชลี่เลยคร่ำครวญมากเป็นพิเศษ

แจ็คสันจะกลับแล้วจริงๆอ่ะ

ครับๆ

พี่ไม่อยากให้ไปเลย ต่อจากนี้พี่จะไปกินข้าวกับใครกันล่ะ

โธ่ พี่แอชลี่ครับ ผมก็ไม่ได้ไปไหนไกลซะหน่อย มหาลัยผมก็อยู่ห่างจากสนามบินไปไม่กี่โลเองครับ พี่คิดถึงก็มาหาผมได้นี่

จริงหรอ ไปหาได้หรอ

ได้สิครับ

พอได้แล้วน่า น่ารำคาญ

ผมบ่น จะไม่ให้บ่นได้ไงล่ะครับ ในเมื่อสองคนนี้กำลังนั่งจีบกันอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานผมเนี่ย พี่แอชลี่หัวเราะพร้อมกับขอตัวแยกออกไป แจ็คสันนั่งลง ทำหน้าที่เหมือนเดิมทุกวัน นั่นคือการจัดเรียงเอกสารที่ผมมอบหมายให้ทำ

มาฝึกที่นี่ ได้อะไรบ้างเนี่ย?

ผมเอ่ยถาม เพราะตลอด3เดือนนั้น ผมว่าผมสอนอะไรแจ็คสันไปเยอะเหมือนกันนะ ดูสิว่าเด็กนี่มันจะจำอะไรได้บ้าง แต่คำตอบที่ออกมาจากปากมันเนี่ยสิ ทำเอาผมปวดหัวเลย

ได้แฟน

สรุปเป็นแฟนกับพี่แอชลี่แล้ว?

อืม

พี่แอชลี่เค้าขอคบ?

ใช่ เมื่อเช้าที่โรงอาหาร คนเยอะมาก

ดีใจด้วย

เรื่อง?

เรื่องที่เป็นแฟนกันไง

อ๋อ

ไอ้เด็กนี่มันก็กวนประสาทเหมือนกันนะเนี่ย ระหว่างที่ผมกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าคอม ผมก็รู้สึกว่าแจ็คสันมองหน้าผมบ่อยมาก บ่อยจนผมจนถามแล้วล่ะ

มองหน้าพี่มีอะไรหรือเปล่า?

...เปล่า

เปล่า?

ก็... ช่างมันเถอะ

อะไรของนายเนี่ย?

ผมได้ยินมาจากพี่แอชลี่ว่า...

ว่า?

พี่เป็นเกย์?

ใช่ ทำไม จะจีบ

ไม่ทันแล้วล่ะ

หืม?

แต่ก็นะ ดีใจที่ได้เจออีกครั้ง แม้ว่าพี่จะจำผมไม่ได้ก็ตามนะ

แจ็คสันบอกแบบนั้นก่อนจะยิ้มมาให้ผม ให้ตายเถอะ มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมใจสั่นอย่างมาก แต่เดี๋ยวนะ พูดแบบนั้นหมายความว่าอะไรกันเนี่ย ผมอ้าปากจะถามอะไรเพิ่ม แต่แจ็คสันก็ชิงลุกขึ้นไปเสียก่อน

 





เลิกงานแล้วไปดื่มกันนะ ส่งท้ายให้น้องแจ็คสันหน่อย

พวกรุ่นพี่ในสำนักงานหันมาบอกกัน เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่แจ็คสันมาฝึกงานกับเรา ผมที่ยังมึนงงกับประโยคนั้นของแจ็คสันไม่หาย เลยได้แต่นั่งพยักหน้าเงียบๆ แจ็คสันถูกพี่แอชลี่ลากออกไปข้างนอก ท่ามกลางเสียงแซวของคนอื่นๆ

แต่แล้วสายตาเจ้ากรรมของผม ก็เหลือบเห็นแฟ้มใสๆที่วางไว้ตั้งนานแล้ว เท่าที่รู้ก็คือประวัติของแจ็คสันที่พี่แอชลี่ส่งมาให้ผมอ่านเมื่อ3เดือนก่อน ตั้งแต่ที่แจ็คสันเข้ามาใหม่ๆแล้ว ผมไม่เคยสนใจอยากจะอ่าน แต่วันนี้กลับรู้สึกเป็นตายร้ายดียังไงก็ต้องเปิดอ่านให้ได้

เฮ้ย

นี่มันความฝันใช่ไหม? ช่วยบอกผมทีเถอะ ถ้าย้อนเวลากลับไปเมื่อ3เดือนก่อนได้ ผมจะไม่มีวันให้พี่แอชลี่หรือใครหน้าไหนเข้าใกล้แจ็คสันทั้งนั้นแหละ เพราะอะไรน่ะหรอครับ เพราะแจ็คสันคือน้องข้างบ้านผมคนนั้น แจ็คสันคือน้องที่บอกจะรอวันที่ผมและเขาโตแล้วเป็นแฟนกัน

แจ็คสันคือรักแรกของผม!

 





มาร์ค ดื่มเยอะไปป่าว?

เพื่อนคนหนึ่งถามผม หลังจากที่เห็นผมเอาแต่กระดกดื่มหลายแก้วแล้ว ผมนิ่ง ไม่ได้สนใจอะไร สายตาเอาแต่มองคนที่เป็นรักแรกของผม ที่นั่งอยู่กับพี่แอชลี่

พี่แอชลี่ก็... จะมอมเด็กหรอพี่ ใจเย็นๆนะ

ถ้ามอมได้ก็ดีสิ

พี่แอชลี่พูดขำๆ แต่ผมรู้ว่าเขาเอาจริง แจ็คสันเองก็เริ่มจะเมาๆเพราะถูกคนนู้นคนนี้ยื่นแก้วให้ แล้วไหนจะพี่แอชลี่อีกที่พยายามมอมสุดชีวิต

ผมจะทำยังไง?

ผมถึงจะได้แจ็คสันมาเป็นของตัวเอง...

ผมไม่น่าโง่เลยจริงๆ มาคิดๆดูแล้ว แจ็คสันพยายามจะบอกผมตั้งหลายครั้ง แต่ผมก็ยังโง่ โง่ที่ไม่รู้ตัวซะที แจ็คสันจำผมได้ และผมไม่อยากเข้าข้างตัวเองหรอกนะ ที่เขามาฝึกงานที่นี่ก็เพราะรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ใช่ไหมล่ะ





 

สุดท้ายแล้วคนที่เมาหนักสุดก็คือพี่แอชลี่นี่แหละ พวกพี่ๆและเพื่อนๆเลยโยนภาระให้แจ็คสันไปส่งพี่แอชลี่ที่ห้องพัก โดยก่อนจะแยกกันกลับไป ก็ยังไม่วายแซวแจ็คสันว่าให้ทำพี่แอชลี่เบาๆนะ นั่นทำให้ผมยิ่งหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

พี่ช่วย

พี่มาร์ค?

ไปส่งพี่แอชลี่คนเดียวไหวหรือไง

เอ่อ ก็...

พี่ช่วยนั่นแหละ ดีแล้ว

ครับ

ระหว่างทางที่เราช่วยกันประคองพี่แอชลี่มาที่ห้องพักของพี่เขา เราก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำเดียว และมันทำให้บรรยากาศตึงเครียด แจ็คสันวางร่างพี่แอชลี่ลงบนเตียง และทำท่าเหมือนจะยังไม่ออกไปซะที ผมเลยกระชากแขนแจ็คสัน และกึ่งบังคับให้ลุกขึ้นมา

พี่มาร์ค?

กลับได้แล้ว ให้พี่แอชลี่นอนพักผ่อนเถอะ

แต่พี่แอชลี่ชวนผมนอนด้วย

นายจะนอนกับพี่แอชลี่?

ใช่

พี่ไม่อนุญาต

ทำไม?

ก็เพราะว่า...

ว่า?

แจ็คสัน พี่ขอโทษ ขอโทษที่จำเราไม่ได้ตอนแรก แต่ว่าตอนนี้พี่จำเราได้แล้ว

มันสายไปแล้วพี่มาร์ค มันช้าไปแล้ว

แจ็คสันก้มหน้านิ่ง แกะมือผมออก ก่อนจะดันให้ผมออกไป ผมมองหน้าเขา สีหน้าของเขาเหมือนกำลังเสียใจไม่มีผิด

พี่กลับไปเถอะ

ไม่

ผมกระชากแขนที่พยายามผลักผมออก ให้เข้ามาในอ้อมกอด ก่อนจะเชยคางและแนบริมฝีปากลงไปทันที แจ็คสันพยายามดิ้นหนี เขาผลักอกผมออก แต่ผมกอดแน่นกว่าเดิม และจูบแรงกว่าเดิม

ฮื้อ...

แจ็คสัน พี่ไม่ยอม ไม่ยอมให้เราเป็นของใครทั้งนั้น

แต่ผมคบกับพี่แอชลี่อยู่

งั้นพี่จะทำให้เลิกกันเลย คอยดู

พี่มาร์ค

เราสัญญาอะไรกันไว้ล่ะ เราจะผิดสัญญากับพี่หรอ

ผม... ผมไม่มีทางเลือกใช่ไหม?

หรือว่าเรารักพี่แอชลี่

...

รัก?

พี่แอชลี่เป็นคนดี ผมไม่อยากทำร้ายพี่เค้า อย่างน้อยก็ขอเวลาผมหน่อยได้ไหม

ไม่ พี่ไม่รอ พี่จะให้เราเลิกกับพี่แอชลี่เดี๋ยวนี้

แต่พี่แอชลี่เมาหลับอยู่นะ จะบอกยังไงเล่า

งั้น... ก็บอกแบบนี้แล้วกัน

ผมยิ้มเมื่อคิดอะไรได้ และมันคงเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวไม่น้อย แจ็คสันถึงได้ชะงักแบบนั้น ผมล้วงหยิบซองสี่เหลี่ยมที่อยู่ในกระเป๋าตังค์ออกมา ใช่ครับ ผมไม่เคยมีแฟน แต่เรื่องวันไนท์ก็ไม่เกี่ยวใช่ไหมล่ะครับ แจ็คสันพยายามผลักผมออกเพื่อจะหนี แต่ผมดันร่างเขาแนบชิดติดกับกำแพง

พี่มาร์ค นี่มันห้องพี่แอชลี่นะ

ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่ ต้องที่นี่นั่นแหละ

ไม่มีทาง

ไม่มีทางเหมือนกัน

 





มาร์ค

ผมหันไปมองตามเสียงเรียกของพี่แอชลี่ที่เดินอ้าปากหาวเข้ามา สีหน้าบ่งบอกได้ว่านอนไม่พอหรือไม่ก็แฮงก์ แต่น่าจะข้อหลังมากกว่า

ครับ

ติดต่อแจ็คสันได้ไหมอ่ะ พอดีพี่โทรหาไม่ติดเลย เมื่อคืนมีคนบอกว่าเราอุ้มพี่ไปที่รถแจ็คสันใช่ไหม

อ่า ใช่ พี่มีอะไรจะคุยกับแจ็คสันงั้นหรอ?

เอ่อ อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ เมื่อวานแจ็คสันรับปากว่าจะนอนกับพี่

...

แล้วทีนี้พอพี่ตื่นมา พี่ก็เจอห่อถุงยางตกอยู่หน้าประตูว่ะ

แล้ว?

ยังจะมาแบ๊วถามอีก ก็หมายความว่าแจ็คสันกับพี่เป็นหนึ่งเดียวกันแล้วไง

พี่แอชลี่

?

เมื่อคืนแจ็คสันไปส่งพี่ที่ห้องก็จริง

...

แต่ผมก็ไปด้วย ผมก็อยู่ในห้องด้วยเหมือนกัน และเราออกมาจากห้องพี่พร้อมกัน

อ้าว แล้ว?

ถุงยางนั่นน่ะเป็นของผม

หืม?

และคนที่ช่วยผมใช้ก็คือแฟนพี่นั่นแหละ

อะไรนะ

หมายความว่าแจ็คสันไม่ใช่ของพี่แล้วไงครับ

มาร์ค!!!’

ขอโทษนะพี่แอชลี่ แต่ว่าคนนี้น่ะ ผมยกให้ไม่ได้

 

 - The End or To be continued -

#ฟิคของคนที่เอ็นดูน้องเจียมากที่สุดในสามโลก

Share : 15/04/19

Edit : 10/10/19

 ................................................................................................................................................

พล็อตกาวๆที่ได้มาจากความมึนงงยามเช้าเหมือนเดิมค่ะ

งงๆมึนๆเหมือนคนเขียน


ชอให้อ่านให้สนุกนะคะ รักทุกคน :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

223 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 12:46
    กรี้ดดดดด ลั่นห้อง ตอนแรกหน่วงแล้วนะ ไม่รู้ทำไมตอนหลังๆ ถึงสะใจกับความร้ายของมาร์ค ชอบมาร์คแบบเน้!!
    #41
    0
  2. #10 eissy2 (@Eissy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 01:47
    To be continued please...
    #10
    0
  3. #9 im_ J (@joonjoontuba) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 18:22
    โอโห ร้ายมา3แขแติดต่อกันแล้วนะะพ่อคุณ
    ใจเย็นไหมล่ะม้าค ขอให้น้องงอน
    To be continued เถอะค่ะะ พลีสๆๆๆ
    #9
    0
  4. #7 Cha cha-om (@BoonthinFamily) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 22:34
    มาร์คนางดูร้ายๆนะ
    #7
    0