My little boy #Markson (END)

ตอนที่ 17 : 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    16 มี.ค. 62


หลังจากนั้นก็ไม่มีบทสนทนาไหนเกิดขึ้นอีกบนรถ มีเพียงความเงียบงัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทั้งสองรู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด มือของมาร์คยังกุมมือเล็กนั่นไว้ แจ็คสันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น เขาเคยจับมือกับจินยองมาก่อน และก็อบอุ่นแบบนี้เหมือนกัน มาร์คเลี้ยวรถเข้ามาจอดในห้างสรรพสินค้า ตอนนี้อาการของแจ็คสันเริ่มดีขึ้น จนสามารถเดินได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่เดินช้ากว่าปกติมาก มีเพียงแขนที่ยังใส่อาร์มสลิงคล้องเอาไว้ มาร์คจะเข้ามาประคอง

ผมเดินเองได้

โอเค

...

กินข้าวก่อนไหม

อืม หิวมากเลย

อยากกินอะไรล่ะ

เฮียเลี้ยง?

อืม

อยากกินพิซซ่า

ได้เลย

 



คืองี้นะเฮีย

หลังจากที่ทั้งสองเข้ามาในร้านอาหาร มาร์คก็ดูแลแจ็คสันดีมาก มากกว่าปกติด้วยซ้ำ แทบจะป้อนข้าวเขาเลยด้วยซ้ำ มาร์คมองหน้าและไมได้ถามอะไร ปล่อยให้คนตัวเล็กถามต่อ

เฮียทำตัวเหมือนเดิมเหอะ แบบปกติอ่ะ นี่มันออกจะดูแลดีเกินไปหน่อยอ่ะ

อ้าว เราไม่ชอบให้คนตามใจหรอ

ก็ชอบ แต่แบบนี้มันมากไปอ่ะ ผมไม่ได้อยากรู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าชายอ่ะ

โอเคครับๆ ให้ทำเหมือนเดิมเนอะ

แต่มีอย่างนึงที่ต้องเยอะกว่าเดิม

อะไร?

เปย์หนักกว่าเดิม โอเคป่ะ

โอ้โห ได้เลยครับ อยากได้อะไรก็บอกมาเลย เฮียจ่ายให้ได้ทุกอย่างอยู่แล้ว

 



หลังจากกินข้าวเสร็จ เขาและแจ็คสันก็เดินเข้ามาเลือกของทีละร้าน และก็ได้กลับติดมือไปร้านละอย่างสองอย่าง เจ้าตัวเหมือนจะชื่นชอบหมวกมากเป็นพิเศษ ซื้อทุกสีทุกคอลเลคชั่นทุกยี่ห้อ ระหว่างที่แจ็คสันกำลังเลือกน้ำหอมอยู่นั้น ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ส่งยิ้มให้มาร์ค มาร์คมองนิ่งๆไม่ได้สนใจอะไร แจ็คสันเหลือบมองเล็กน้อย อยากรู้ว่ามาร์คจะทำอย่างไร เพราะผู้หญิงคนนั้นเริ่มขยับเข้ามาใกล้มาร์คทีละนิดๆ

แต่มาร์คก็คือมาร์ค...

มาร์คผู้เย็นชากับทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้...

ยกเว้น...

กากา เฮียว่าอันนี้หอมนะ ลองดมดูสิ

มาร์คหยิบน้ำหอมขวดหนึ่งและเดินเข้ามาหาแจ็คสัน ก่อนจะฉีดพรมไปที่ซอกคอของเขา แจ็คสันสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อความเย็นกระทบกับผิว

ทำไมฉีดตรงนี้ จะดมยังไง

ไม่ต้อง เดี๋ยวเฮียดมเอง

ไม่พูดเปล่า มาร์คก้มหน้าลงไป ปลายจมูกชนกับผิวซอกคอที่มีกลิ่นน้ำหอม แจ็คสันชะงัก ในขณะเดียวกันหญิงสาวคนนั้นเองก็ตาโตตกใจไม่น้อยไปกว่าเขาเลย แจ็คสันรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ และเสียงสูดลมหายใจ

ว้าว หอมจัง เหมาะกับเราจริงๆด้วย เอาขวดนี้ไหม เฮียตั้งใจเลือกให้เลยนะ

คนบ้า

น้องครับ เอาขวดนี้

มาร์คที่ทำเป็นไม่สนใจอะไร เดินหยิบขวดตัวอย่างไปให้พนักงานขายที่ยืนอึ้งอยู่เหมือนกันทันที แจ็คสันเห็นหญิงสาวคนนั้นค่อยๆเดินหายไปจากร้านอย่างเงียบๆ ท่าทางเธอจะหน้าแตกไม่น้อยเลย

 



อย่าทำแบบนี้อีกนะ

ทำอะไรล่ะ

มาร์คเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่ต่างจากสีหน้า พร้อมกับดูดน้ำเสียงดังอีกด้วย แจ็คสันที่กำลังตักไอศกรีมเข้าปากชะงักไปทันทีกับท่าทางของอีกคน เขารู้ว่ามาร์คกำลังแกล้งกวนประสาทเขา ดังนั้นฝ่ามือหนักๆเลยตีไปที่แขนของคนที่ทำหน้านิ่งทันที

โอ๊ย

กวนนัก

ก็เฮียไม่รู้จริงๆนี่ว่าเราพูดเรื่องอะไร

ก็เรื่องในร้านน้ำหอมไงล่ะ

อ้าว เฮียผิดอะไร

ผมอายจะแย่อยู่แล้ว

อายอะไร

ก็... ก็เฮียทำแบบนั้นน่ะ

ทำอะไร

เฮีย

โอเค เฮียแกล้งเล่นน่า ก็ทำไงได้ เห็นเราจ้องซะขนาดนั้น กลัวว่าเฮียจะสนใจผู้หญิงคนนั้นใช่หรือเปล่าล่ะ เฮียก็เลยจะทำให้เราเห็นว่าเฮียสนใจแค่เราคนเดียวไง

ใครจ้อง ผมไม่ได้จ้องเลย

งั้นหรอ แสดงว่าเฮียตาฝาดสินะ

เฮีย

ไม่เอาๆ อย่าโมโห กินเถอะ ไอติมจะละลายหมดแล้ว อยากไปไหนต่อไหม

จะพาไปอีกหรอ

อืม อยากไปไหนหรือเปล่าล่ะ

ไม่อ่ะ เมื่อยแล้ว ปวดขาด้วย ง่วงนอนด้วย

ถ้างั้นแวะไปหาเพื่อนเฮียแป๊บนึงก่อนแล้วกัน และเราก็กลับบ้านกัน โอเคไหม

ก็ได้

 



มาร์ค ถามจริงเถอะ

ตั้งแต่เข้ามาในสำนักงานตำรวจ เพื่อนตัวดีของเขาก็เอาแต่พูดคำนี้มาจะร้อยรอบแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ถามต่อจริงๆซะที เพราะเขาเลือกที่จะเงียบและไม่สนใจ จนตอนนี้ในตอนที่กำลังคุยเรื่องคดีกันเครียดๆ มันก็ถามขึ้นมาอีกแล้ว มาร์คถอนหายใจ กรอกตาใส่

อะไร?

ว้าว ยอมตอบฉันแล้วสินะ

จะถามอะไรก็รีบถามมา น่ารำคาญ

นายกับน้องเค้าอ่ะ

ทำไม?

หมายความว่าไง คบกันแล้วงั้นหรอวะ

ยังนี่ ทำไมถึงคิดว่าคบกันแล้ว

โอ้โห กลิ่นน้ำหอมหึ่งขนาดนั้น ตีเข้าจมูกจนฉันจะเป็นลมอยู่แล้ว

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคบกันแล้ววะ

แกลืมจริงดิมาร์ค

ลืม?

ก็นี่เป็นน้ำหอมกลิ่นเดียวกับแกไม่ใช่หรือไง และนี่เป็นกลิ่นโปรดของแกด้วย

จริงด้วย มาร์คลืมเรื่องนี้สนิทเลย จะว่าไปแล้วมาร์คก็ฉีดน้ำหอมเหมือนกัน แต่ว่าฉีดมานานจนลืมไปว่ากลิ่นอะไร แต่พอจะเลือกให้คนตัวเล็ก ตอนแรกก็แปลกใจว่าทำไมตัวเองต้องเดินดุ่มๆตรงไปหยิบขวดนั้นด้วยนะ แถมตอนแรกคนตัวเล็กจะไม่เอาด้วย แต่เขาก็บังคับซื้อมาให้จนได้ แถมพอขึ้นมาบนรถ เขาก็ฉีดพรมคนตัวเล็กอีกครั้ง

ที่แท้มันก็น้ำหอมกลิ่นเดียวกับเขาเลยนี่หว่า...

มิน่าล่ะ...

มาร์คถอนหายใจยาว เจบีเห็นก็รู้ว่าเพื่อนตัวเองคงจะลืมเรื่องนี้ก็หัวเราะทันที ตบไหล่คนมึนที่กำลังนวดขมับ พลางมองออกไปนอกห้องทำงาน แจ็คสันกำลังเล่นโยนขวดน้ำกับลูกทีมเขาอย่างสนุกสนานราวกับเป็นเด็ก

ฉันรู้สึกเหมือนฉันเป็นบ้าจริงๆอย่างที่แจ็คสันบอกว่ะ

นี่แหละอานุภาพของความรัก

หรอวะ?

ฉันก็ยินดีกับแกด้วยนะ ในที่สุดก็เป็นคนมีหัวใจมีความรู้สึกเป็นเหมือนชาวบ้านเค้าซะทีนะ เห็นเย็นชาจนคิดว่าไม่มีหัวใจไม่มีความรู้สึกซะแล้วนะเนี่ย ที่ไหนได้ก็เป็นคนเหมือนชาวบ้านเค้านี่หว่า

ไอ้นี่นี่ ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ

มาร์คตีไหล่เพื่อนทันที เจบีหัวเราะไม่หยุด มาร์คถอนหายใจ ก่อนจะหันไปมองแจ็คสันที่กำลังเล่นสนุกกับลูกทีมของเจบีที่ด้านนอกห้องทำงาน

ไม่รู้ดิวะ อยู่ๆก็รู้สึกกับคนนี้ มันแปลกมากเปล่าวะ

ไม่นี่ สำหรับความรักแล้ว ไม่มีอะไรผิดแปลก เพราะความรักมันไม่เลือกที่เกิดนี่หว่า ความรู้สึกก็เหมือนกัน มันเลือกไม่ได้ว่าจะไม่รู้สึกอะไรกับใคร โดยเฉพาะคนที่พิเศษสำหรับเรา

มีมุมแบบนี้ด้วยหรอวะ อ๋อ ลืมไป เป็นเพลย์บอยตัวพ่อนี่หว่า

อ้าว ไอ้เพื่อนคนนี้ เห็นฉันเป็นแบบนี้ ฉันก็มีหัวใจมีความรู้สึกเหมือนกันนะครับ

ตอนนี้ฉันสารภาพความในใจของเค้าไปแล้ว

เฮ้ย จริงป่าวเนี่ย จริงดิ

เออ ทำไมต้องตกใจอะไรขนาดนั้นด้วยวะ

แล้วน้องเค้าว่าไง

ก็ไม่ว่าไง ฉันถามว่าจีบได้ไหม เค้าก็ไม่ได้ตอบว่าได้แต่ก็ไม่ได้ตอบว่าไม่ได้เหมือนกัน และก็ยอมให้จับมือนะตอนขับรถอยู่ ยอมใช้น้ำหอมที่เลือกให้ แต่พอดูแลดีพิเศษ แบบที่คนเป็นแฟนทำกันเงี้ย เค้าก็ไม่ชอบ บอกขอให้ทำเหมือนปกติ เหมือนเดิม คิดว่าไงวะ

ก็น้องเค้ายังไม่คุ้นนี่หว่า อยู่ๆไปขอจีบเค้า เค้าก็ลังเลสิวะ เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่เค้าไม่ต่อยกลับมาก็แสดงว่าน้องเค้าก็ไม่ได้รังเกียจอะไรนี่ แถมยอมให้จับมือด้วย นี่ แค่จับมือจริงดิ

ในหัวเคยคิดเรื่องอื่นบ้างไหมวะ ก็บอกอยู่ว่าพอดูแลแบบพิเศษ เค้าก็ขอให้ทำเหมือนเดิมอยู่เนี่ย

เออๆ ให้เวลาน้องเค้าหน่อย แค่นี้ก็ถือว่าใจอ่อนมากเหมือนกันนะเนี่ย

เห้อ เครียดยิ่งกว่าตอนยังไม่ขอจีบอีกว่ะ

เรื่องอะไร เรื่องพ่อแม่เค้าน่ะนะ

ก็ด้วย และก็เรื่องเพื่อนเค้าด้วย ไม่สิ ไม่ใช่เพื่อน เรียกว่าคู่แข่งเลยดีกว่า

อืม คุณหมอคนนั้นใช่ไหมที่เกาหลีอ่ะ

เออ

ทำไมล่ะ แกจะกังวลอะไรวะมาร์ค น้องเค้าก็ยืนยันเองว่าคุณหมอเป็นเพื่อน

ก็ใช่ แต่ในมุมมองฉันเนี่ย ถือว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวไม่น้อยเลยล่ะ เพราะเค้ารักมาก แคร์มาก ถ้าให้เลือกระหว่างฉันและคุณหมอพัค ฉันว่าเค้าเลือกคุณหมอพัค เค้าบอกฉันว่าเค้าไม่ได้อยากมีแฟน เค้าอยากมีเพื่อน และคุณหมอพัคก็ดันทำหน้าที่เพื่อนที่ดีให้เค้ารักมากด้วย

ฟังแล้วปวดหัวว่ะ สรุปแล้วตอนนี้กลายเป็นชั่วโมงปรึกษาความรักหรอวะ

เห้อ

เอาน่า อย่างที่บอกทุกอย่างมันต้องอาศัยเวลา ไม่ต้องไปกังวลหรือกลัวอะไร ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น อย่าฝืน อย่าบังคับ ปล่อยสบาย แล้วน้องเค้าจะให้ความชัดเจนกลับมาเองแหละ

...

ส่วนเรื่องคู่แข่งทั้งหลายอ่ะก็อย่าไปใส่ใจเลยน่า แค่น้องเค้าไม่คิดอะไรก็พอ ต่อให้ทางนั้นเค้าจะดับเครื่องชนมา แต่ถ้าน้องเค้าไม่คิดอะไรก็จบกัน แค่นั้นแหละ

ฉันต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่มาปรึกษาเรื่องความรักกับเพลย์บอยตัวพ่อ

ฉันก็ต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่มาเป็นที่ปรึกษาเรื่องความรักให้กับปิศาจจอมเย็นชาตัวพ่อ

 


..............................................................................................................................................

ขอดูรูปวาดตอนเด็กๆไม่เท่าไหร่ เเต่ถ้าขอดูนิยายตอนเด็กๆนี่หายนะมาก


จริงค่ะ จริงที่สุด....


ตอนเด็กๆชอบเขียนนิยาย เขียนใส่สมุดที่ต้องใช้เรียน

เนื้อเรื่องก็จะบ้าบอมากค่ะ เพราะตอนนั้นเป็นเด็ก เนื้อเรื่องเเบบอิหยังวะ?

เคยเก็บเอาไว้ประจานตัวเองนะคะ เอาไว้อ่านว่าเราต้องพัฒนาอีกเยอะ

เเต่พอมีเพื่อนขอดูเเล้วถึงกับต้องรีบวิ่งเอาไปจุดไฟเผาเลยค่ะ


ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ รักทุกคน :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

87 ความคิดเห็น

  1. #53 Cha cha-om (@BoonthinFamily) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 22:58
    เนียนๆไปค่ะ เดี๋ยวน้องก็ไม่รู้แล้ววว่ารักกันตอนไหน รู้อีกทีเป็นแฟนไปแล้ว
    #53
    0