จับสายซึน มาเจอมึนตัวพ่อ

ตอนที่ 4 : Bro's Heart

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,693
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 704 ครั้ง
    7 ก.ย. 62





[Pad’s Story]

ฮึ่ม!!

ไม่เห็นหัวกูเลยนะ...ไอ้พี่หนวด!!

มึงได้ชัวร์เลยว่ะไอ้พัด พวกผู้หญิงแม่งจ้องมึงตาเป็นมันเลย”

“เออ... กูก็เห็นด้วยว่ะ พ่อแม่ให้ไรมึงแดกวะ ทำไมหล่อสัตว์ๆ งี้อะ”

ผมยิ้มรับคำชมนั้น แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

ส่วนไอ้เดียวก็น่าจะได้เป็นรองนะ”

เผลอๆ ไอ้เดียวจะแต้มนำไอ้พัดด้วยซ้ำ ท่าทางสนิทกับพวกรุ่นพี่จะตาย”

เห้ย...ไม่เกี่ยว กูแค่เป็นน้องโรงเรียนพี่ไข่เฉยๆ ไม่ได้มีอภิสิทธิ์อะไรหรอก ยังไงกูก็ว่ามึงได้ว่ะไอ้พัด... เฮ้! ยืนตายหรอไงวะ นิ่งอะไรขนาดนั้น” มันยกมือขึ้นผลักไหล่ผม แต่ก็เหมือนเดิม...ผมไม่ได้หันไปสนใจ “มองอะไรของมึงนักหนา... หืม? นี่มึงจ้องพวกเฮียเรอะ?”

เฮียอะไร” ปากผมถาม แต่ตายังมองที่เดิมไม่เลิก

แก๊งขาใหญ่วิศวะไง ใครๆ ก็เรียกเฮียทั้งนั้นแหละ” คำพูดของไอ้เดียวเรียกให้ผมหันไปสนใจ “โดยเฉพาะพี่ข้าว...คนที่หน้าหวานๆ เห็นพี่ไข่เล่าให้ฟังว่าแกยึดพี่ข้าวเป็นไอดอลเลยนะ”

หรอ...” แต่ผมไม่ได้สนคนหน้าหวานนี่หว่า “แล้วคนอื่นล่ะ?”

ก็สายโหดทุกคนอะยกเว้นพี่เลย์ ที่จริงกูแค่ฟังต่อมาอีกทีนะไม่ค่อยรู้รายละเอียดหรอก” ไอ้เดียวร่ายต่อ “แต่มึงช่วยเลิกจ้องพวกพี่เค้าก่อนได้ไหมวะ จะเรียกตีนเข้าตัวหรือไงวะมึงนี่”

ไอ้พี่หนวดยังคงหันไปหัวเราะเฮฮากับเพื่อนอยู่เรื่อยๆ นิ้วมือชี้ไปทางกลุ่มว่าที่ดาวคณะอย่างกระตือรือร้น สายตาที่ฉายแววสนุกสนานนั้นไม่แม้แต่จะเหล่มาทางผมเลยแม้แต่น้อย

เหี้ย! หงุดหงิด!

แล้วในขณะที่ผมยังคงจ้องมองไปยังกลุ่มของพี่หนวดอยู่ไม่เลิก พวกปี 3 ปี 4 หลายคนก็พากันเดินไปล้อมพวกพี่เค้า จนผมแทบควานหาใบหน้าหนวดๆ ที่อยากมองไม่เจอ สุดท้ายเลยต้องยอมตัดใจ ละสายตากลับมามองแก๊งเดือนภาคแทน

มึง...มีปัญหาอะไรกับพวกพี่เค้าเหรอวะ?” ไอ้คิม ภาคเครื่อง เอ่ยถามด้วยสีหน้าแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “กูว่าอย่าเลยนะ กูมีพี่เรียนอยู่คณะเกษตร พี่กูยังบอกให้ระวังพวกพี่ข้าวเลย บอกตรง น่ากลัวสัตว์ๆ”

ผมเหล่มองไปยังกลุ่มพี่หนวดอีกครั้ง แต่ให้ตายเหอะ! พวกรุ่นพี่ปีอื่นยังยืนล้อมพี่หนวดไม่เลิกเลยอะ!!

เปล่า ไม่ได้จะมีเรื่อง” ผมถอนหายใจแล้วตอบออกไป

ก็ดีแล้ว” ไอ้เดียว เดือนภาคอุต ตบไหล่ผมแปะๆ มันเองก็ถอนหายใจตามผมมาเช่นกัน

ใจจริงผมก็อยากจะบอกสาเหตุที่เอาแต่มองพี่หนวดไปตามตรงอยู่หรอกนะ ถ้าไม่ติดที่ว่าพวกพี่พิธีกรปีสอง เรียกพวกผมทุกคนไปขึ้นเวทีเพื่อรอผลโหวตซะก่อน

วิธีการลงคะแนนเป็นวิธีง่ายๆ แค่ให้ว่าที่ดาว-เดือนยืนหันหลังให้กับชาววิศวะ จากนั้นพิธีกรจะประกาศชื่อผู้สมัครแต่ละคน เพื่อให้บรรดาปีหนึ่งที่หลับตาอยู่ยกมือให้คะแนน ทุกคนต้องใช้ความซื่อสัตย์ยกมือให้แค่คนเดียว และการให้หลับตาก็เพื่อให้มีความตื่นเต้นและความยุติธรรม

พี่พิธีกรประกาศชื่อเรียงตามภาควิชาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงคิวผม

คนต่อไป น้องพัด! ภัทรพัฒน์ พชรวรกร จากภาควิชาวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม!! ใครเลือกน้องพัด ยกมือขึ้นเลยจ้า!!”

ผมยกมือขึ้นแสดงตัวทั้งที่ยังยืนหันหลังอยู่

โอ้โห!!”

ได้แล้วมั้งเนี่ย...”

คะแนนกินขาด!”

“ไม่ต้องนับแล้ว เอาตำแหน่งไปเลยจ้า...”

เสียงโห่ร้องเหล่านั้นดังขึ้น ซึ่งก็เกิดกับทุกคนนั่นแหละ ผมเลยไม่ได้ตื่นเต้นอะไร

...

“ลำดับต่อไปจะเป็นการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้เป็นเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ของเราแล้วนะคะ!! และคนที่จะได้ครองสายสะพายต่อจากไอ้ก่อ นั่นก็คือ!!!!!!!!! น้องพัด! จากภาควิชาวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสมนั่นเองจ้า!!!!!

ผมแทบจะหูดับไปเลยในเวลานั้น ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมายหรอกนะครับ หากแต่เสียงที่กำลังดังทะลุลวงหูอยู่นี่ต่างหากล่ะครับที่กำลังทำร้ายผม

ยังไงก็ตาม ผมก็ทำได้แค่ยืนส่งยิ้มเก้อออกไป แล้วก้าวขาเดินออกจากตำแหน่งเดิมไปสองสามก้าวเพื่อรับสายสะพายสีชมพูสดใสมาจากรุ่นพี่เดือนคณะปีก่อน ส้มหวาน ดาวคณะที่ประกาศผลไปก่อนเดินมายืนข้างๆ เพื่อถ่ายรูป เธอส่งยิ้มจริงใจให้ผมก่อนจะหันไปมองกล้องที่พร้อมใจกันสาดแฟลชเข้ามา

“น้องส้มหวาน มีอะไรจะพูดกับเพื่อนๆ ที่เลือกเราเป็นดาวคณะหน่อยไหมคะ?” รุ่นพี่พิธีกรพูดจบ ก็ยื่นไมค์ส่งมาให้ผู้หญิงข้างๆ ผมถือ

ส้มหวานยิ้มรับ ก่อนจะกรอกเสียงลงไป “ขอบใจทุกคนมากนะที่เลือกเรา แต่เราคงจะทำให้ทุกคนผิดหวัง...เราไม่อยากเป็นดาวมหาลัย...” เสียงเซ็งแซ่ดังขึ้นไปชั่วขณะ กระทั่งส้มหวานเอ่ยประโยคถัดมา “...เราไม่อยากห่วงสวย เราอยากกินเหล้า...”

“...”

ทุกคนต่างก็อยู่ในความสงบ...

“...เพราะงั้นถ้าจบจากนี้ ไปเจอกันร้านเหล้าซอยสี่นะ”

“เฮ!!!!!!!!” เสียงโหวกเหวกโวยวายดังลั่นขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ใบหน้าของทุกคนเบื้องหน้าเวทีเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

“โอเคๆๆ เบาๆ ก่อนนะทุกคน” พี่พิธีกรพยายามจะควบคุมให้สถานการณ์กลับสู่ความสงบ “สำหรับน้องส้มหวาน...พี่ขอยอมรับน้องเข้าสู่ความเป็นสาววิศวะอย่างเต็มตัว และพี่อยากจะขอบอกน้องอีกอย่างหนึ่งว่า...น้องมาถูกทางแล้ว”

“ฮ่าๆๆๆๆ” พวกรุ่นพี่ปีสองข้างๆ เวทีส่งเสียงหัวเราะสนับสนุนเพื่อนตัวเองอยู่ไม่ห่าง

“ทีนี้เราก็มาลองฟังน้องเดือนของเราบ้างดีกว่าเนอะ ไมค์ค่ะน้องพัด”

ผมรับไมค์มาถือไว้ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย “ก็...ผมไม่มีอะไรจะพูดมากนะครับ คงบอกได้แค่ว่าขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ” เท่านั้น ผมก็ยื่นไมค์กลับไปหาพี่พิธีกร

“โว้ว...สงสัยเราจะได้น้องเดือนขี้อายมา ในขณะที่น้องดาวนี่คงจะเป็นตัวจี๊ด ฮ่าๆๆๆ”

ผมส่ายหน้าด้วยความระอาใจ หนังหน้าอย่างผมเนี่ยนะขี้อาย ไม่ได้ขี้อายว้อย! คนเค้ากำลังหงุดหงิดต่างหากล่ะ! ก็ดูนั่นดิ!! นี่ขนาดผมได้เป็นเดือนคณะเลยนะ แต่สายตาของพี่หนวดก็ยังไม่เหล่มามองผมซักนิดเลย!! ทำไมล่ะวะ!

“เห้ยไอ้พัด!

ผมหันขวับไปมองตามเสียงเรียก “ไอ้เจ ไอ้คีย์”

ไอ้เจ! ไอ้นรก! ช่างทิ้งกูได้ แม่งเสนอชื่อให้ผมเป็นตัวแทนภาคมาประกวดเดือนคณะ แล้วมันก็ดันไม่เสนอหน้ามาดูซะด้วยซ้ำ คิดดูสิครับ! นี่มันเป็นเพื่อนประเภทไหนกัน?

“เดี๋ยวสิคะ น้องพัดจะไปไหน?” พี่พิธีกรร้องเรียกผมไว้ ก่อนที่ผมจะเดินลงจากเวที

“ผมจะไปหาเพื่อนครับ” ผมตอบไปตามตรง “พี่มีธุระอะไรกับผมต่อหรือเปล่า?”

“คือ...เดี๋ยวพวกพี่จะชวนน้องๆ ไปร้านเหล้า”

“ครับ ทราบแล้วครับ”

“หา?”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ” แล้วผมก็กระโดดลงจากเวทีเพื่อเข้าไปกอดคอไอ้สองหน่อนั่นไว้แน่น “พวกมึงนะพวกมึง! มาช้าฉิบหาย! รีบเลยนะ รีบพากูไปหาของหวานแดกเลย!!” จบคำ พวกผมสามคนก็ก้าวเท้าออกจากลานเกียร์ทันที ทำให้ผมพลาดคำพูดสำคัญไปหลายประเด็น...

“โอ๊ย...น้องพัด...หล่อร้ายแบดกายสายอินดี้! เอาใจพี่ไปเลยค่า!!

“คนนี้กูจองนะ คนอะไรวะขนาดหน้านิ่งยังละลายใจ...”

“ความผัวแรงมาก รับไปเลยจ้าตำแหน่งผัวของสถาบัน!

.

.

.

.

.

“เดี๋ยวๆ นะ สรุปคือที่มึงนั่งทำหน้าเป็นตูดอยู่นี่เป็นเพราะมึงอารมณ์เสียที่พี่เค้าไม่สนใจมึงหรอวะ?”

“ก็เออดิ!” ผมตอบไอ้เจเสียงดัง...ก็จะให้มีเรื่องอะไรซะอีกล่ะ

“สัตว์ แล้วมึงเป็นใครวะ ทำไมพี่เซนจะต้องสนใจมึงด้วย”

“ก็...” ผมชะงัก

“เห็นไหม มึงเองยังตอบไม่ได้เลย” มันยักไหล่ แล้วหันไปพยักเพยิดหน้าใส่ไอ้คีย์

“แต่แม่ง...อย่างน้อยๆ ก็น่าจะหันมายินดีกับกูหน่อยดิ นี่ขนาดกูได้เป็นเดือนคณะเลยนะเว้ย พี่แม่งยังไม่แม้แต่จะหันมามองกูเลยอะ คิดดูดิ! ทั้งๆ ที่กูก็คิดว่าพี่เค้าสนิทกับกูแล้วแท้ๆ”

“ควาย” ไอ้เจเอื้อมมือมาผลักไหล่ผม “มึงคิดไปเองคนเดียวไหมล่ะ แล้วที่มึงชอบเสนอหน้าไปกวนใจพี่เค้าบ่อยๆ กูว่านะ มึงไม่โดนถีบหน้ากลับมานี่ก็บุญมึงแค่ไหนแล้ว”

“ชิ! แต่พี่เค้าก็ใจดีกับกูนะเว้ย พวกมึงไม่รู้อะไร พี่หนวดเคยไปส่งกูที่บ้านด้วย...หมายถึงกูให้จอดหน้าปากซอย แล้วพี่เค้าก็เลี้ยงข้าวกูตลอด เชี่ย...โคตรน่ารักเลย!

ไอ้เจกับไอ้คีย์พร้อมใจกันเบ้ปากมองบนใส่ผม

“ฟังกูนะไอ้เดือนคณะ” ฝ่ามือของไอ้เจถูกวางลงที่ไหล่ผมเบาๆ “พี่เซนเค้าก็เป็นแบบนั้นกับทุกคนนั่นแหละ และไม่ใช่แค่พี่เซน พวกรุ่นพี่คณะเราแม่งก็สายเปย์กันหมดทุกคน เมื่อตอนกลางวันกูเข้าไปคณะยังมีแต่รุ่นพี่แย่งกันเลี้ยงข้าวเลย”

“มึงไม่เข้าใจ...” ผมยังคงแย้งต่อ “ไอ้เดียวเล่าให้กูฟังว่าแก๊งพี่หนวดแม่งอย่างเถื่อน มีแต่คนกลัวพวกพี่เค้า แต่กับกู...พี่หนวดแม่งโคตรใจดี! กูว่านะ...”

“มึงกำลังเข้าข้างตัวเอง”

สัตว์! ตัดมโนกูซะงั้น

“หมายความว่าไง?”

“กูว่าพี่เซนเค้าก็ใจดีกับน้องในคณะทุกคนนั่นแหละ”

“มะ...มึงรู้ได้ไง”

“จะลองดูไหมล่ะ” ไอ้เจเลิกคิ้ว “ใช้กูเป็นหนูทดลองก็ได้ เพราะยังไงกูก็เป็นรุ่นน้องวิศวะเหมือนกัน จะได้รู้กันไปเลยว่าไอ้ท่าทีใจดีที่มึงได้รับนี่เป็นพิเศษหรือว่า...ปกติ”

“...”

“อย่าเงียบๆ ตัดสินใจมา” ไอ้เจเร่ง

“งั้นก็เอาดิ” ผมตอบกลับไปในที่สุด ในใจลึกๆ ยังคงเชื่อมั่นตามเดิมว่าแม่งต้องพิเศษ! เพราะสำหรับผมแล้ว...มันพิเศษมาก

“งั้นก็เรียกเก็บเงิน จะได้เดินไปซอยสี่กัน”

ผมพยักหน้ารับแล้วทำตามที่มันว่า พวกผมหารค่าขนมกันตามปกติแล้วเดินออกจากร้านมา ก้าวขาไปอีกไม่เท่าไหร่ก็ได้เจอกันร้านเหล้าซึ่งติดป้ายว่า วิศวะจอง

“เห้ย เดี๋ยวดิ” จู่ๆ เสียงของไอ้คีย์ก็ดังขึ้น

“อะไรมึง?” ไอ้เจหันไปถาม

“กูเด็กวิทยา” มันมีท่าทีไม่มั่นใจ “หรือให้กูกลับไปรอที่หอก่อน”

“ช่างมันเถอะน่า เนียนๆ ไป” แล้วไอ้เจก็คว้าคอไอ้คีย์ลากเข้าไปในร้าน ขณะที่ผมไม่ได้สนใจอะไรพวกมันเลยตั้งแต่มองเห็นกลุ่มของพี่หนวดนั่งอยู่ในระยะสายตา

“เอ้า! น้องเดือน มานี่ๆ มานั่งนี่!

เท้าของผมหยุดชะงัก ความตั้งใจที่ว่าจะทำเป็นเนียนเข้าไปหาแก๊งพี่หนวดเป็นอันล่มสลาย ผมกับเพื่อนสองคนถูกรุ่นพี่ปีสองพาไปนั่งรวมกลุ่มกับปีหนึ่งคนอื่นๆ ไอ้พวกที่เข้าประกวดเดือนคณะต่างก็ส่งเสียงโห่ฮี้วแซวผมยกใหญ่เมื่อผมหย่อนก้นลง

“กูว่าแล้วไหมล่ะมึง บอกแล้วว่ามึงต้องได้” ไอ้เดียวชะโงกข้ามโต๊ะมาตบไหล่ผมปุๆ

“แถมยังไม่ใช่แค่เป็นเดือนคณะนะ ตอนนี้พวกรุ่นพี่ยกให้มึงเป็นผัวสถาบันไปแล้ว ฮ่าๆๆๆ เสือกวางมาดหล่อใส่หลังได้ตำแหน่ง เป็นไงล่ะมึง ฮอตคูณสิบ”

ถ้าเป็นเวลาปกติผมคงจะยินดีแบบฉิบหายวายป่วง เพราะการได้เป็นเดือนนี่มันคือความใฝ่ฝันสูงสุดของนักล่าความรักอย่างผม แต่ให้ตายเหอะ! เวลานี้อารมณ์ผมนี่แม่งไม่ได้เลย ก็ดูเหยื่อรายล่าสุดของผมดิ แม่ง...

“พวกน้องที่เพิ่งมาใหม่”

ผมหันไปมองคนที่เดินมาพูดทางด้านหลัง “ครับ?”

“เดี๋ยวน้องสามคนเดินไปชนแก้วกับรุ่นพี่ด้วยนะ ยกแก้วไป แล้วต้องทำไงนะไอ้น้องเดียว โชว์ให้เพื่อนดูซิ”

“ได้เลยครับ” ไอ้เดียวยิ้มกริ่มแล้วลุกยืน มันยกแก้วเหล้าขึ้นมาถือไว้ในมือ “สวัสดีครับพี่ ผมชื่อเดียวครับ วิศวกรรมอุตสาหการ รหัส 0210 พี่ชื่ออะไรครับ?” แล้วมันก็ยื่นแก้วไปชนกับพี่คนนั้น

“หมดแก้วครับน้อง” ว่าแล้ว รุ่นพี่ก็ใช้ก้นแก้วเคาะลงที่ปากแก้วของไอ้เดียวเบาๆ

“ด้วยความยินดีครับ” มันกระดกเหล้าเข้าปากราวกับกำลังดื่มน้ำเปล่า ใช้เวลาไม่นานนักน้ำสีอำพันก็หายวับไปกับตา

“โอเคครับ พี่ชื่อโก้ วิศวกรรมโทรคมนาคม ปีสองครับ” แนะนำตัวจบ พี่โก้ก็ยกแก้วตัวเองขึ้นดื่มจนหมดเช่นกัน “เข้าใจแล้วนะไอ้น้องเดือน ไปๆ ไปหาพวกปีแก่ก่อนเลย”

ผมตาลุกวาวที่เห็นว่าปลายนิ้วที่พี่โก้ชี้ไปคือโต๊ะไหน “แก้ว... ขอแก้วหน่อยไอ้เดียว”

“เออๆ ใจเย็นๆ เว้ยมึง ทำหน้าเสี้ยนไรขนาดนั้น อยากเหล้าเหรอวะไอ้เดือน ฮ่าๆๆๆ” มันเอ่ยแซว พลางควานหาแก้วเปล่าในโต๊ะมาให้ผม ไอ้เจ และไอ้คีย์ แล้วทันทีที่จัดการรินเหล้าเติมมิกซ์ให้ตัวเองเรียบร้อยแล้ว ผมก็ลุกขึ้นเดินนำเพื่อนอีกสองคนเข้าไปยืนข้างๆ โต๊ะของพี่หนวด

“เอ้า น้องที่ได้เป็นเดือนนี่หว่า” พี่คนที่ผมไม่รู้จักเป็นคนเอ่ยทัก คำพูดของพี่เขาทำให้พี่หนวดที่กำลังง่วนอยู่กับการเล่นมือถือ ยอมเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม

พี่หนวดขมวดคิ้วเล็กน้อย “หน้าคุ้นๆ นะมึงเนี่ย”

“ไหนว่าสนิทกัน พี่เค้าจำมึงแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ” เสียงกระซิบดังขึ้นที่ข้างหู

“หุบปากน่า” ผมหันไปเอ็ดไอ้เจ

“ผมพัดครับ”

“แต่ชื่อไม่คุ้น” พี่หนวดยักไหล่

“ควายเซน ก็นี่มันเด็กมึงไม่ใช่หรือไง?”

พลั่ก

พี่หนวดผลักหัวเพื่อนตัวเองแรงๆ “ไอ้ควายที ไม่ใช่เด็กกูไหมล่ะ”

“พอๆๆๆ” ก่อนที่จะมีการวางมวยเกิดขึ้น รุ่นพี่ที่ทักผมเป็นคนแรกก็รีบเอ่ยห้ามก่อน “จะทะเลาะกันให้รุ่นน้องดูหรือไง ปัญญาอ่อนจริงๆ พวกมึงนี่” แล้วพี่เขาก็หันมายกแก้วใส่พวกผม “แนะนำตัวมาๆ”

“ผมพัดครับ วิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม รหัส 0305” ผมเอื้อมแก้วตัวเองไปเตรียมจะชน...

“เดี๋ยวก่อน” พี่เขาชักแก้วกลับไป “มึงสองคนก็แนะนำตัวด้วย”

“ครับ” ไอ้เจรับคำ “ผมเจครับ วิศวกรรมดนตรีเหมือนกัน รหัส 0613”

“ส่วนผม...ชื่อคีย์ เอ่อ...” ไอ้คีย์เอ่ยแบบอ้ำๆ อึ้งๆ

“เป็นอะไรน้อง เมาแล้วเหรอไง?” พี่หนวดเอ่ยถาม “ถ้าจะเมาก็เอากุญแจห้องฝากปีสองไว้ก่อนเลยนะ พวกนั้นจะได้ไปส่งน้องได้ถูกที่”

“เห็นไหมมึง พี่เซนของมึงก็ใจดีกับไอ้คีย์ด้วย” เสียงกระซิบจากวิญญาณมาอีกแล้วครับ และด้วยความหงุดหงิด ผมเลยเผลอกระทุ้งศอกใส่สีข้างมันไปหนึ่งที “อุ้ก!

“ปะ...เปล่า...ไม่ได้เมาครับ” ไอ้คีย์ตอบเสียงเครียด มันหันมามองพวกผมราวกับจะขอความช่วยเหลือ แต่ขอโทษทีเถอะครับเพื่อน กูจะไปช่วยอะไรมึงได้

“คณะอื่นเหรอ?” น้ำเสียงราบเรียบดังมาจากพี่ผู้ชายที่มีใบหน้าหวานใส ถ้าจำไม่ผิด พี่เขาคงจะเป็น พี่ข้าว

ไอ้คีย์สะดุ้ง ดวงตาของมันเหลือกโต “ขะ...ขอโทษครับพี่ คือผม...”

“ใจเย็นๆ” อยู่ดีๆ พี่หนวดก็ลุกขึ้นมากอดคอไอ้คีย์ไว้ “ไอ้ข้าวยังไม่ทันว่าอะไรเลย รุ่นน้องก็คือรุ่นน้อง คณะไหนก็ชนแก้วได้ แนะนำตัวมาๆ”

“ขอบคุณครับ” ไอ้คีย์มีทีท่าโล่งใจกว่าเดิม มันหันมายิ้มกับพวกผมก่อนจะพูดต่อ “ผมชื่อคีย์ครับ อยู่วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม รหัสในคณะ 0011”

“เห้ย!! รหัสเดียวกับกูเลย” เสียงของพี่หนวดดังลั่น “มาๆ ชนกับกูก่อนเลยไอ้น้อง” ว่าแล้ว พี่แกก็ถือวิสาสะชนแก้วกับไอ้คีย์ทันที แก้วที่มีเหล้าสีเหลืองเข้มถูกรินลงคอของคนที่ถืออยู่รวดเดียวจนหมดไม่มีเหลือ “เอ้า! แดกดิวะมึง”

“อะ...ครับๆ” แล้วไอ้คีย์ ผู้ซึ่งไม่เคยแตะแอลกอฮอล์มาก่อนในชีวิต ก็ค่อยๆ จรดปากแก้วลงกับริมฝีปากของตัวเอง มันจำต้องยกๆ วางๆ อยู่หลายครั้ง เหล้าที่ถูกเติมมาจนเต็มจึงหมดแก้ว

“เอ้า ลืมชนกับอีกสองคน” พี่หนวดสะดุ้งเล็กน้อย คล้ายว่าเพิ่งจะเห็นผมกับไอ้เจอยู่ในสายตา วินาทีนั้นเองที่ผมรู้สึกโกรธไอ้เชี่ยคีย์...มึงมันมารหัวใจ! “แป๊บนะน้อง ขอเติมแก้วก่อน” แล้วพี่เค้าก็จัดการชงเหล้าใหม่อีกครั้ง “มาๆ มาทั้งสองคนเลย”

ผมกับไอ้เจเอื้อมมือไปตรงหน้า

เคร้ง

“หมดแก้ว!

ทั้งผม ทั้งไอ้เจ ก็รู้สึกไม่ต่างจากไอ้คีย์ ดีหน่อยที่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของผม แต่ผมก็ไม่ได้กินเหล้าบ่อยถึงขนาดที่จะกระดกรวดเดียวได้แบบพี่หนวด

“แนะนำตัวกับน้องสิมึง”

“อ้อ ลืม” พี่หนวดหันไปตอบเพื่อน แล้วจึงหันมายิ้มให้พวกผม “พี่ชื่อเซนครับ วิศวกรรมโยธา ปีห้า ที่จริงพวกน้องก็น่าจะรู้อยู่แล้ว”

“แล้วพวกพี่คนอื่นชื่ออะไรกันบ้างหรอครับ?” ไอ้เจทำใจกล้าถามออกไป

“ไหนแก้วเหล้าของน้องล่ะครับ?” พี่ที่ผมจำได้ว่าชื่อ ที เอ่ยถาม

“ก็พวกผมดื่มไปแล้ว”

“รุ่นพี่หนึ่งคนต่อเหล้าหนึ่งแก้วครับน้อง เคยได้ยินอะไรไหมครับ...”

“อะไรครับ?”

“ชื่อรุ่นพี่...อยู่ใต้แก้ว”

“แล้วใจรุ่นพี่ล่ะครับ อยู่ใต้อะไร?”

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 704 ครั้ง

689 ความคิดเห็น

  1. #628 Choi_Jina_ (@Choi_Jina_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 21:13
    เอ็งลูน้องคีย์
    #628
    0
  2. #345 Pimnok2124 (@Pimnok2124) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 22:34
    ที × เจ เลยรึป้ะะ ยังงัยๆ
    #345
    0
  3. #344 Pimnok2124 (@Pimnok2124) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 22:33
    อหหหหห
    #344
    0
  4. #7 duqidjmwkxieiicn (@duqidjmwkxieiicn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 17:46
    อย่าใจดีกับทุกคนสิพี่หนวดดดดดดดดดดด
    #7
    0
  5. วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 17:44

    น้องผู้หญิงมาสายแข็ง มาถูกทางแล้ว 555555 ศิษย์ทายาทต่อจากพี่ไอมายมัมของหนุ่มๆวิศวะ 55555555
    //พัด บอกเพื่อนพาไปหาของหวาดแดก....ไปทางเดียวกับพี่ยูได้เลย 555555
    #6
    0